• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ทำโทนนิ่ง 10 ครั้งจุดด่างดำไม่จาง เพราะอะไร

ทำโทนนิ่ง 10 ครั้งจุดด่างดำไม่จาง เพราะอะไร

ทำโทนนิ่ง 10 ครั้งจุดด่างดำไม่จาง เพราะอะไร

โทนนิ่ง 5~10 ครั้งจุดด่างดำจางแค่แรกแล้วหยุด เพราะเม็ดสีอยู่ลึกชั้นฐานหนังกำพร้า โทนนิ่งไปไม่ถึง

เลเซอร์โทนนิ่งลดกระเนื้อ/กระแดด (Lentigo)

ทำไปตั้ง 10 ครั้งแล้วทำไมยังไม่จาง?

 

พอช่วงปลายฤดูหนาวทีไร ห้องตรวจของหมอก็จะ

เริ่มคึกคักไปด้วยคนไข้ที่มีปัญหาจุดด่างดำ

หรือจุดดำๆ คล้ายไฝมาปรึกษากันเยอะมากครับ

 

"ทำเลเซอร์โทนนิ่งมามากกว่า 10 ครั้งแล้ว

แต่จุดดำจุดนี้จุดเดียวกลับไม่ยอมหายไปเลยค่ะ"

มีหลายคนบ่นแบบนี้เยอะจริงๆ ครับ

 

วันนี้หมอจะมาค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ นะครับ

 

สรุปในบรรทัดเดียว:

กระแดด (Lentigo) เป็นเม็ดสีที่ฝังลึกอยู่ตรงฐานของผิวหนังกำพร้า

การทำเลเซอร์โทนนิ่งเพียงอย่างเดียวจึงมีข้อจำกัดอย่างชัดเจนครับ

 

เกณฑ์ในการตัดสิน:

ความลึกของเม็ดสีที่ฝังอยู่ ลึกกว่าระดับที่เลเซอร์โทนนิ่งจะลงไปถึงหรือไม่

 

สิ่งที่จะพาไปดูวันนี้:

ทำไมกระแดดถึงเป็นจุดบอดของการทำเลเซอร์โทนนิ่ง

และวิธีรักษาแบบไหนที่จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วทันใจที่สุด

"5회까지는 효과 있더니 왜 지금은 그대로일까?" — 흑자가 토닝의 사각지대인 이유

 

 








กระ Lentigo คืออะไร

ทำไมใช้เลเซอร์โทนนิ่งแล้วไม่หาย?

กระ Lentigo คือรอยโรคของเม็ดสีชนิดหนึ่งที่เกาะตัวอยู่ตรง

รอยต่อระหว่างผิวหนังกำพร้า (Epidermis) และผิวหนังแท้ (Dermis) ครับ

 

ซึ่งจะแตกต่างจากกระตื้น (Freckles) หรือจุดด่างดำทั่วไป

ที่ลอยอยู่บริเวณผิวชั้นบน

เพราะกระ Lentigo นี้จะมีเซลล์สร้างเม็ดสีเมลานินแบ่งตัว

และฝังตัวอยู่ในชั้นฐานของผิว (Basal Layer)

 

ดังนั้น ด้วยระดับความลึกของการทำโทนนิ่งทั่วไป

ที่กระตุ้นเบาๆ เฉพาะผิวหนังกำพร้าส่วนบน

พลังงานจึงลงไปไม่ลึกพอและไม่ถึงกลุ่มเม็ดสีเหล่านั้นครับ

 

จุดนี้เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ

เพราะจุดสีดำบนใบหน้า ไม่ใช่เม็ดสีประเภทเดียวกันไปซะหมดนะครับ

 

กระตื้นทำเลเซอร์โทนนิ่งแค่ 4-6 ครั้งก็ดูจางลงแล้ว

แต่ทำไมกระ Lentigo ทำจำนวนครั้งเท่ากันแล้วยังดูเหมือนเดิมเลย

คำตอบก็อยู่ตรงนี้แหละครับ

멜라닌 분해 역치를 넘기지 못하면 백 번을 받아도 제자리입니다 (흑자 치료의 진실)

 

 








เลเซอร์โทนนิ่งกับกระ Lentigo

ทำไมถึงเป็นจุดบอดล่ะ?

เจาะลึกข้อมูลสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

แค่เลเซอร์โทนนิ่งอย่างเดียวจะทำให้กระ Lentigo หลุดออกไปได้จริงไหม?

ถ้าทำเบาๆ เหมือนรักษาผิวชั้นนอก เม็ดสีเมลานินก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

แต่ถ้าปรับพลังงานให้แรงขึ้นเพื่อหวังผลถึงผิวชั้นใน

ก็อาจเกิดรอยดำหลังทำเลเซอร์ (PIH) หรือรอยบุ๋มตามมาได้ครับ

 

กระ Lentigo จึงเปรียบเสมือนจุดบอดของการทำโทนนิ่ง

ที่เคยได้ยินมาว่าทำโทนนิ่งบ่อยๆ แล้วจะหายไปเองทั้งหมดใช่ไหมครับ?

สำหรับกระ Lentigo แล้ว ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามเลยครับ

 

เพราะต่อให้คุณจะเพิ่มจำนวนครั้งในการทำเข้าไปอีก

แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง รอยดำก็จะหยุดจางลงและนิ่งสนิทไปเลย

 

เรื่องนี้ค่อนข้างก้ำกึ่งครับ เพราะจริงๆ แล้ว

ตัวเลเซอร์โทนนิ่งเองไม่ได้เป็นวิธีการรักษาที่ผิดพลาดอะไรเลย

 

เนื่องจากสภาพผิวคนเอเชียส่วนใหญ่มีเม็ดสีเมลานินค่อนข้างหนาแน่น

หลักการใช้ "พลังงานต่ำแต่ทำบ่อยครั้ง" จึงถือเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

 

แต่หากเราเร่งพลังงานให้สูงเกินขีดจำกัดของผิว

ก็จะกระตุ้นให้เกิดรอยดำหลังทำเลเซอร์ (PIH) ตามมา

และทำให้หน้าดูหมองคล้ำยิ่งกว่าเดิมไปเป็นเดือนได้เลยครับ

 

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเรายิงเลเซอร์เบาๆ แค่ที่ผิวชั้นตื้น

เม็ดสีเมลานินที่อยู่ในชั้น Basal Layer ก็จะไม่ถูกทำลายและหลงเหลืออยู่ดี

 

กระ Lentigo จึงเป็นจุดบอดที่ติดอยู่ตรงกลางระหว่างสองแบบนี้แหละครับ

 

ถ้าทำเบาเกินไป เม็ดสีก็อยู่ครบ แต่ถ้าทำแรงเกินไป รอยดำหรือรอยบุ๋มก็ตามมา

นี่คือเหตุผลที่เม็ดสีชนิดนี้

กลายเป็นจุดปราบเซียนสำหรับการทำโทนนิ่ง

 

คนไข้และเพื่อนๆ ของหมอหลายคนมักจะมาถามเรื่องนี้บ่อยมาก

 

"ตอนทำไป 5 ครั้งแรกเหมือนจะจางลงหน่อยนะ

แต่พอครั้งที่ 8 เป็นต้นไปทำไมรู้สึกหยุดนิ่งอยู่กับที่เลยก็ไม่รู้"

 

แพทเทิร์นนี้แหละครับ

คือสิ่งที่เราพบได้บ่อยที่สุดในการรักษากระ Lentigo

 

นั่นเป็นเพราะพลังงานเลเซอร์ไปไม่ถึงขีดจำกัดในการทำลายเม็ดสี (Threshold Value)

ถ้าเรายังคงกระตุ้นผิวด้วยพลังงานที่ต่ำกว่าเกณฑ์นั้นต่อไปเรื่อยๆ

ต่อให้เพิ่มจำนวนครั้งไปอีกเท่าไหร่ ผิวก็ไม่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นครับ

 

สรุปบทวิเคราะห์โดย หมอวี ยองจิน

  • กระ Lentigo ไม่ใช่เม็ดสีที่จะรักษาให้หายได้ด้วยการเพิ่มจำนวนครั้งของการทำเลเซอร์โทนนิ่งทั่วไปครับ

  • หากทำไป 5-10 ครั้งแล้วไม่มีความเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนวิธีการรักษา ดีกว่าดันทุรังทำเลเซอร์แบบเดิมซ้ำๆ ครับ

약하게 깨면 그대로 남고 강하게 가면 함몰 부작용 — 까다로운 흑자 레이저의 경계선

 

 








อยากเอากระ Lentigo ออก ต้องเลือกทำโปรแกรมไหนดี?

แล้วหน้าของเราเหมาะกับวิธีไหนกันแน่?

การเลือกวิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความลึกของเม็ดสี

และความพร้อมในการดูแลผิวในช่วงพักฟื้น (Recovery Time) ของแต่ละบุคคลครับ

ลองดูตารางสรุปด้านล่างนี้ก่อนได้เลยครับ

สภาพผิว / ปัญหา

โปรแกรมรักษาที่แนะนำ

การพักฟื้นผิว (Downtime)

กระสีจางๆ + ยังไม่เคยทำเลเซอร์โทนนิ่ง 4~6 ครั้ง

ลองเริ่มต้นด้วยเลเซอร์โทนนิ่งทั่วไป หรือ Pico Toning ก่อน

ไม่มีรอยแผล

กระสีเข้มชัดเจน, ทำโทนนิ่งแล้วผลลัพธ์นิ่งไม่จางลงอีก

CO2 Fractional Laser / Erbium-YAG Laser

มีสะเก็ดแผลประมาณ 5~7 วัน

มีจุดดำขนาดเล็กจำนวนมากทั่วใบหน้า

เลเซอร์กำจัดไฝ CO2 + เสริมโปรแกรม Whitening

มีสะเก็ดแผลประมาณ 3~5 วัน

มีปัญหาฝ้า (Melasma) ร่วมด้วย

รักษาฝ้าด้วยเลเซอร์โทนนิ่ง ส่วนกระ Lentigo ให้เน้นเจาะจงเฉพาะจุดในชั้นตื้น

แยกยิงพลังงานตามโซนใบหน้า

สำหรับการรักษากระ Lentigo การใช้วิธีกรอบลอกหรือผลัดผิวชั้นนอกเบาๆ

เพื่อกวาดเม็ดสีที่ฝังแน่นตรงฐานผิวหนังกำพร้าออก จะเห็นผลลัพธ์ได้ไวที่สุดครับ

 

แต่ว่าวิธีนี้จะใช้เวลาฟื้นฟูผิวนานกว่าการรักษากระตื้นทั่วไปนิดหน่อย

คนไข้จำเป็นต้องเผื่อเวลาให้ผิวได้พักฟื้นและดูแลแผลสะเก็ดสักสองสามวันครับ

 

และหลังจากที่สะเก็ดแผลหลุดออกไปแล้ว ในช่วง 1 เดือนแรก

ต้องมีวินัยในการทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดอย่างเคร่งครัดเลยนะครับ

เพราะการละเลยขั้นตอนปกป้องผิวนี้ อาจกระตุ้นให้เกิดรอยดำหลังเลเซอร์ (PIH) จนรอยกลับมาคล้ำได้อีกครั้งครับ

"시술 후 다시 까맣게 올라왔어요" — 부작용이 아니라 PIH(반등성 색소침착)인 이유

 

 








3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับกระ Lentigo และเลเซอร์โทนนิ่ง

 

Q1. ถ้าทำเลเซอร์โทนนิ่งรักษากระไปไม่กี่ครั้งแล้วไม่เห็นผล

ควรเปลี่ยนไปทำเลเซอร์ตัวอื่นเลยดีไหมคะ?

A. ในกระทู้รีวิวความงามต่างๆ

มีคนไข้ถามเรื่องนี้เข้ามาเยอะมากๆ เลยครับ

แม้กระทั่งกลุ่มเพื่อนสนิทของหมอเองก็เคยเจอปัญหานี้เช่นกัน

 

หากทำเลเซอร์โทนนิ่งไป 4-6 ครั้งแล้ว

แต่เฉพาะตรงบริเวณที่เป็นกระ Lentigo แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

ในกรณีนี้ แนะนำให้เปลี่ยนโปรแกรมรักษาหรือเปลี่ยนชนิดของเลเซอร์ไปเลยจะตรงจุดกว่าครับ

 

เคยมีเคสหนึ่งพยายามฝืนเดินหน้ารักษาต่อจนถึง 12 ครั้ง

แต่สุดท้ายแล้ว ภาพถ่ายเปรียบเทียบหลังทำใน 6 ครั้งหลังสุด แทบไม่เห็นความแตกต่างเลยครับ

 

จำไว้ว่า เมื่อไหร่ที่รอยโรคเริ่มจางลงแล้วอยู่ดีๆ ก็นิ่งค้างไป

นั่นแหละครับคือสัญญาณเตือนว่าเลเซอร์ตัวเดิมมาถึงขีดจำกัดแล้ว

 

Q2. อยากยิงเลเซอร์เคลียร์กระให้เกลี้ยงในครั้งเดียว

ราคาเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่คะ?

A. เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและจุดด่างดำของแต่ละบุคคลเป็นหลักเลยครับ

ราคาจะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากตามขนาดและจำนวนจุดที่มีบนใบหน้า

 

หากคนไข้มีแค่จุดเล็กๆ เพียงหนึ่งหรือสองจุด

การรักษาเพียงครั้งเดียวก็สามารถเคลียร์ผิวให้จงหายไปได้เลย

แต่สำหรับเคสที่มีปัญหากระกระจายอยู่ทั่วใบหน้า

แพทย์อาจจำเป็นต้องวางแผนแบ่งการรักษายิงเก็บรายละเอียดออกเป็น 2-3 ครั้งครับ

 

ซึ่งค่าใช้จ่ายที่แม่นยำ หมอแนะนำให้เข้ามาประเมินสภาพผิวหน้าจริงที่คลินิกก่อน

เพื่อให้ประเมินราคาที่เหมาะสมให้ทราบระหว่างขั้นตอนการปรึกษาดีที่สุดนะครับ

 

Q3. หลังเลเซอร์กำจัดกระไปแล้วทำไมรอยถึงกลับมาดูเข้มขึ้นอีก

แบบนี้เรียกว่าผลข้างเคียงหรือผลลัพธ์ที่ล้มเหลวไหมคะ?

A. ไม่ว่าจะเป็นเคสไหน หมอมีคำตอบเดียวที่เหมือนกันเสมอครับ

 

การที่ผิวเราดูเข้มขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์

ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่อันตราย แต่เป็นอาการเม็ดสีคล้ำขึ้นชั่วคราวหลังทำเลเซอร์ (PIH - Post-Inflammatory Hyperpigmentation) ครับ

เมื่อเวลาผ่านไป รอยคล้ำนี้จะค่อยๆ จางพ่นหายไปเองตามธรรมชาติ

 

แต่มีข้อแม้ว่าห้ามขาดการทาครีมกันแดดเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น รอยดำนั้นจะฝังลึกถาวรได้ครับ

 

เพียงแค่ดูแลทากันแดดอย่างสม่ำเสมอและเลี่ยงแดดจัดตลอดหนึ่งเดือน

กว่า 90% ของคนไข้จะกลับมามีผิวที่ดูกระจ่างใสและสม่ำเสมอยิ่งกว่าโทนผิวเดิมแน่นอนครับ

 

เรื่องที่ว่า "จุดดำบนใบหน้า ไม่ใช่เม็ดสีแบบเดียวกันทั้งหมด"

คือหัวใจสำคัญที่หมออยากฝากไว้ในวันนี้ครับ

 

ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์วิธีการดูแลผิวหลังทำเลเซอร์กระเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยดำ PIH ตลอดช่วง 1 เดือนแรก

ทำอย่างไรให้ผิวเนียนใส ไม่กลับมาดำซ้ำ

ฝากติดตามกันด้วยนะครับ

 

บอกเลยว่ามีเทคนิคดูแลตัวเองที่มากกว่าแค่การทาครีมกันแดดทั่วไปแน่นอนครับ

 

จบเนื้อหาโดย หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความน่ารู้อื่นๆ

เลเซอร์โทนนิ่งลดกระเนื้อ/กระแดด (Lentigo)

ทำไปตั้ง 10 ครั้งแล้วทำไมยังไม่จาง?

 

พอช่วงปลายฤดูหนาวทีไร ห้องตรวจของหมอก็จะ

เริ่มคึกคักไปด้วยคนไข้ที่มีปัญหาจุดด่างดำ

หรือจุดดำๆ คล้ายไฝมาปรึกษากันเยอะมากครับ

 

"ทำเลเซอร์โทนนิ่งมามากกว่า 10 ครั้งแล้ว

แต่จุดดำจุดนี้จุดเดียวกลับไม่ยอมหายไปเลยค่ะ"

มีหลายคนบ่นแบบนี้เยอะจริงๆ ครับ

 

วันนี้หมอจะมาค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ นะครับ

 

สรุปในบรรทัดเดียว:

กระแดด (Lentigo) เป็นเม็ดสีที่ฝังลึกอยู่ตรงฐานของผิวหนังกำพร้า

การทำเลเซอร์โทนนิ่งเพียงอย่างเดียวจึงมีข้อจำกัดอย่างชัดเจนครับ

 

เกณฑ์ในการตัดสิน:

ความลึกของเม็ดสีที่ฝังอยู่ ลึกกว่าระดับที่เลเซอร์โทนนิ่งจะลงไปถึงหรือไม่

 

สิ่งที่จะพาไปดูวันนี้:

ทำไมกระแดดถึงเป็นจุดบอดของการทำเลเซอร์โทนนิ่ง

และวิธีรักษาแบบไหนที่จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วทันใจที่สุด

"5회까지는 효과 있더니 왜 지금은 그대로일까?" — 흑자가 토닝의 사각지대인 이유

 

 








กระ Lentigo คืออะไร

ทำไมใช้เลเซอร์โทนนิ่งแล้วไม่หาย?

กระ Lentigo คือรอยโรคของเม็ดสีชนิดหนึ่งที่เกาะตัวอยู่ตรง

รอยต่อระหว่างผิวหนังกำพร้า (Epidermis) และผิวหนังแท้ (Dermis) ครับ

 

ซึ่งจะแตกต่างจากกระตื้น (Freckles) หรือจุดด่างดำทั่วไป

ที่ลอยอยู่บริเวณผิวชั้นบน

เพราะกระ Lentigo นี้จะมีเซลล์สร้างเม็ดสีเมลานินแบ่งตัว

และฝังตัวอยู่ในชั้นฐานของผิว (Basal Layer)

 

ดังนั้น ด้วยระดับความลึกของการทำโทนนิ่งทั่วไป

ที่กระตุ้นเบาๆ เฉพาะผิวหนังกำพร้าส่วนบน

พลังงานจึงลงไปไม่ลึกพอและไม่ถึงกลุ่มเม็ดสีเหล่านั้นครับ

 

จุดนี้เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ

เพราะจุดสีดำบนใบหน้า ไม่ใช่เม็ดสีประเภทเดียวกันไปซะหมดนะครับ

 

กระตื้นทำเลเซอร์โทนนิ่งแค่ 4-6 ครั้งก็ดูจางลงแล้ว

แต่ทำไมกระ Lentigo ทำจำนวนครั้งเท่ากันแล้วยังดูเหมือนเดิมเลย

คำตอบก็อยู่ตรงนี้แหละครับ

멜라닌 분해 역치를 넘기지 못하면 백 번을 받아도 제자리입니다 (흑자 치료의 진실)

 

 








เลเซอร์โทนนิ่งกับกระ Lentigo

ทำไมถึงเป็นจุดบอดล่ะ?

เจาะลึกข้อมูลสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

แค่เลเซอร์โทนนิ่งอย่างเดียวจะทำให้กระ Lentigo หลุดออกไปได้จริงไหม?

ถ้าทำเบาๆ เหมือนรักษาผิวชั้นนอก เม็ดสีเมลานินก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

แต่ถ้าปรับพลังงานให้แรงขึ้นเพื่อหวังผลถึงผิวชั้นใน

ก็อาจเกิดรอยดำหลังทำเลเซอร์ (PIH) หรือรอยบุ๋มตามมาได้ครับ

 

กระ Lentigo จึงเปรียบเสมือนจุดบอดของการทำโทนนิ่ง

ที่เคยได้ยินมาว่าทำโทนนิ่งบ่อยๆ แล้วจะหายไปเองทั้งหมดใช่ไหมครับ?

สำหรับกระ Lentigo แล้ว ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามเลยครับ

 

เพราะต่อให้คุณจะเพิ่มจำนวนครั้งในการทำเข้าไปอีก

แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง รอยดำก็จะหยุดจางลงและนิ่งสนิทไปเลย

 

เรื่องนี้ค่อนข้างก้ำกึ่งครับ เพราะจริงๆ แล้ว

ตัวเลเซอร์โทนนิ่งเองไม่ได้เป็นวิธีการรักษาที่ผิดพลาดอะไรเลย

 

เนื่องจากสภาพผิวคนเอเชียส่วนใหญ่มีเม็ดสีเมลานินค่อนข้างหนาแน่น

หลักการใช้ "พลังงานต่ำแต่ทำบ่อยครั้ง" จึงถือเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

 

แต่หากเราเร่งพลังงานให้สูงเกินขีดจำกัดของผิว

ก็จะกระตุ้นให้เกิดรอยดำหลังทำเลเซอร์ (PIH) ตามมา

และทำให้หน้าดูหมองคล้ำยิ่งกว่าเดิมไปเป็นเดือนได้เลยครับ

 

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเรายิงเลเซอร์เบาๆ แค่ที่ผิวชั้นตื้น

เม็ดสีเมลานินที่อยู่ในชั้น Basal Layer ก็จะไม่ถูกทำลายและหลงเหลืออยู่ดี

 

กระ Lentigo จึงเป็นจุดบอดที่ติดอยู่ตรงกลางระหว่างสองแบบนี้แหละครับ

 

ถ้าทำเบาเกินไป เม็ดสีก็อยู่ครบ แต่ถ้าทำแรงเกินไป รอยดำหรือรอยบุ๋มก็ตามมา

นี่คือเหตุผลที่เม็ดสีชนิดนี้

กลายเป็นจุดปราบเซียนสำหรับการทำโทนนิ่ง

 

คนไข้และเพื่อนๆ ของหมอหลายคนมักจะมาถามเรื่องนี้บ่อยมาก

 

"ตอนทำไป 5 ครั้งแรกเหมือนจะจางลงหน่อยนะ

แต่พอครั้งที่ 8 เป็นต้นไปทำไมรู้สึกหยุดนิ่งอยู่กับที่เลยก็ไม่รู้"

 

แพทเทิร์นนี้แหละครับ

คือสิ่งที่เราพบได้บ่อยที่สุดในการรักษากระ Lentigo

 

นั่นเป็นเพราะพลังงานเลเซอร์ไปไม่ถึงขีดจำกัดในการทำลายเม็ดสี (Threshold Value)

ถ้าเรายังคงกระตุ้นผิวด้วยพลังงานที่ต่ำกว่าเกณฑ์นั้นต่อไปเรื่อยๆ

ต่อให้เพิ่มจำนวนครั้งไปอีกเท่าไหร่ ผิวก็ไม่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นครับ

 

สรุปบทวิเคราะห์โดย หมอวี ยองจิน

  • กระ Lentigo ไม่ใช่เม็ดสีที่จะรักษาให้หายได้ด้วยการเพิ่มจำนวนครั้งของการทำเลเซอร์โทนนิ่งทั่วไปครับ

  • หากทำไป 5-10 ครั้งแล้วไม่มีความเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนวิธีการรักษา ดีกว่าดันทุรังทำเลเซอร์แบบเดิมซ้ำๆ ครับ

약하게 깨면 그대로 남고 강하게 가면 함몰 부작용 — 까다로운 흑자 레이저의 경계선

 

 








อยากเอากระ Lentigo ออก ต้องเลือกทำโปรแกรมไหนดี?

แล้วหน้าของเราเหมาะกับวิธีไหนกันแน่?

การเลือกวิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความลึกของเม็ดสี

และความพร้อมในการดูแลผิวในช่วงพักฟื้น (Recovery Time) ของแต่ละบุคคลครับ

ลองดูตารางสรุปด้านล่างนี้ก่อนได้เลยครับ

สภาพผิว / ปัญหา

โปรแกรมรักษาที่แนะนำ

การพักฟื้นผิว (Downtime)

กระสีจางๆ + ยังไม่เคยทำเลเซอร์โทนนิ่ง 4~6 ครั้ง

ลองเริ่มต้นด้วยเลเซอร์โทนนิ่งทั่วไป หรือ Pico Toning ก่อน

ไม่มีรอยแผล

กระสีเข้มชัดเจน, ทำโทนนิ่งแล้วผลลัพธ์นิ่งไม่จางลงอีก

CO2 Fractional Laser / Erbium-YAG Laser

มีสะเก็ดแผลประมาณ 5~7 วัน

มีจุดดำขนาดเล็กจำนวนมากทั่วใบหน้า

เลเซอร์กำจัดไฝ CO2 + เสริมโปรแกรม Whitening

มีสะเก็ดแผลประมาณ 3~5 วัน

มีปัญหาฝ้า (Melasma) ร่วมด้วย

รักษาฝ้าด้วยเลเซอร์โทนนิ่ง ส่วนกระ Lentigo ให้เน้นเจาะจงเฉพาะจุดในชั้นตื้น

แยกยิงพลังงานตามโซนใบหน้า

สำหรับการรักษากระ Lentigo การใช้วิธีกรอบลอกหรือผลัดผิวชั้นนอกเบาๆ

เพื่อกวาดเม็ดสีที่ฝังแน่นตรงฐานผิวหนังกำพร้าออก จะเห็นผลลัพธ์ได้ไวที่สุดครับ

 

แต่ว่าวิธีนี้จะใช้เวลาฟื้นฟูผิวนานกว่าการรักษากระตื้นทั่วไปนิดหน่อย

คนไข้จำเป็นต้องเผื่อเวลาให้ผิวได้พักฟื้นและดูแลแผลสะเก็ดสักสองสามวันครับ

 

และหลังจากที่สะเก็ดแผลหลุดออกไปแล้ว ในช่วง 1 เดือนแรก

ต้องมีวินัยในการทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดอย่างเคร่งครัดเลยนะครับ

เพราะการละเลยขั้นตอนปกป้องผิวนี้ อาจกระตุ้นให้เกิดรอยดำหลังเลเซอร์ (PIH) จนรอยกลับมาคล้ำได้อีกครั้งครับ

"시술 후 다시 까맣게 올라왔어요" — 부작용이 아니라 PIH(반등성 색소침착)인 이유

 

 








3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับกระ Lentigo และเลเซอร์โทนนิ่ง

 

Q1. ถ้าทำเลเซอร์โทนนิ่งรักษากระไปไม่กี่ครั้งแล้วไม่เห็นผล

ควรเปลี่ยนไปทำเลเซอร์ตัวอื่นเลยดีไหมคะ?

A. ในกระทู้รีวิวความงามต่างๆ

มีคนไข้ถามเรื่องนี้เข้ามาเยอะมากๆ เลยครับ

แม้กระทั่งกลุ่มเพื่อนสนิทของหมอเองก็เคยเจอปัญหานี้เช่นกัน

 

หากทำเลเซอร์โทนนิ่งไป 4-6 ครั้งแล้ว

แต่เฉพาะตรงบริเวณที่เป็นกระ Lentigo แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

ในกรณีนี้ แนะนำให้เปลี่ยนโปรแกรมรักษาหรือเปลี่ยนชนิดของเลเซอร์ไปเลยจะตรงจุดกว่าครับ

 

เคยมีเคสหนึ่งพยายามฝืนเดินหน้ารักษาต่อจนถึง 12 ครั้ง

แต่สุดท้ายแล้ว ภาพถ่ายเปรียบเทียบหลังทำใน 6 ครั้งหลังสุด แทบไม่เห็นความแตกต่างเลยครับ

 

จำไว้ว่า เมื่อไหร่ที่รอยโรคเริ่มจางลงแล้วอยู่ดีๆ ก็นิ่งค้างไป

นั่นแหละครับคือสัญญาณเตือนว่าเลเซอร์ตัวเดิมมาถึงขีดจำกัดแล้ว

 

Q2. อยากยิงเลเซอร์เคลียร์กระให้เกลี้ยงในครั้งเดียว

ราคาเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่คะ?

A. เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและจุดด่างดำของแต่ละบุคคลเป็นหลักเลยครับ

ราคาจะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากตามขนาดและจำนวนจุดที่มีบนใบหน้า

 

หากคนไข้มีแค่จุดเล็กๆ เพียงหนึ่งหรือสองจุด

การรักษาเพียงครั้งเดียวก็สามารถเคลียร์ผิวให้จงหายไปได้เลย

แต่สำหรับเคสที่มีปัญหากระกระจายอยู่ทั่วใบหน้า

แพทย์อาจจำเป็นต้องวางแผนแบ่งการรักษายิงเก็บรายละเอียดออกเป็น 2-3 ครั้งครับ

 

ซึ่งค่าใช้จ่ายที่แม่นยำ หมอแนะนำให้เข้ามาประเมินสภาพผิวหน้าจริงที่คลินิกก่อน

เพื่อให้ประเมินราคาที่เหมาะสมให้ทราบระหว่างขั้นตอนการปรึกษาดีที่สุดนะครับ

 

Q3. หลังเลเซอร์กำจัดกระไปแล้วทำไมรอยถึงกลับมาดูเข้มขึ้นอีก

แบบนี้เรียกว่าผลข้างเคียงหรือผลลัพธ์ที่ล้มเหลวไหมคะ?

A. ไม่ว่าจะเป็นเคสไหน หมอมีคำตอบเดียวที่เหมือนกันเสมอครับ

 

การที่ผิวเราดูเข้มขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์

ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่อันตราย แต่เป็นอาการเม็ดสีคล้ำขึ้นชั่วคราวหลังทำเลเซอร์ (PIH - Post-Inflammatory Hyperpigmentation) ครับ

เมื่อเวลาผ่านไป รอยคล้ำนี้จะค่อยๆ จางพ่นหายไปเองตามธรรมชาติ

 

แต่มีข้อแม้ว่าห้ามขาดการทาครีมกันแดดเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น รอยดำนั้นจะฝังลึกถาวรได้ครับ

 

เพียงแค่ดูแลทากันแดดอย่างสม่ำเสมอและเลี่ยงแดดจัดตลอดหนึ่งเดือน

กว่า 90% ของคนไข้จะกลับมามีผิวที่ดูกระจ่างใสและสม่ำเสมอยิ่งกว่าโทนผิวเดิมแน่นอนครับ

 

เรื่องที่ว่า "จุดดำบนใบหน้า ไม่ใช่เม็ดสีแบบเดียวกันทั้งหมด"

คือหัวใจสำคัญที่หมออยากฝากไว้ในวันนี้ครับ

 

ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์วิธีการดูแลผิวหลังทำเลเซอร์กระเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยดำ PIH ตลอดช่วง 1 เดือนแรก

ทำอย่างไรให้ผิวเนียนใส ไม่กลับมาดำซ้ำ

ฝากติดตามกันด้วยนะครับ

 

บอกเลยว่ามีเทคนิคดูแลตัวเองที่มากกว่าแค่การทาครีมกันแดดทั่วไปแน่นอนครับ

 

จบเนื้อหาโดย หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความน่ารู้อื่นๆ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ตั้งแต่อายุ 20 ถึง 50 ปี เราควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และควรเริ่มจากตัวไหนดีในแต่ละช่วงวัย?

ยกกระชับ

ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?

จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

เมื่อรู้สึกหนังตาหนักและคิ้วดูตก การทำอัลตราซาวนด์ลิฟติ้งบริเวณหน้าผากและคิ้ว (forehead and eyebrow lifting) จะช่วยได้ไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?

สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์คอที่ดูหย่อนคล้อยไม่ชัดเจน การทำ 고주파 리프팅 (High-frequency lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างนะ?

ยกกระชับ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

เมื่อขมับและหน้าผากเริ่มดูตอบลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

Onda microwave จะช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหมนะ? แล้วเครื่องนี้จะทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้าง?

ร่างกาย

ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร

ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

ขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro เกิดจากอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

กำจัดขน

รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร

รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1