ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

"ทำเลเซอร์ฝ้าบ่อย ๆ จะหายเร็วขึ้นใช่ไหม?" — คำถามที่ได้รับเมื่อวาน

"ทำเลเซอร์ฝ้าบ่อย ๆ จะหายเร็วขึ้นใช่ไหม?" — คำถามที่ได้รับเมื่อวาน

"ทำเลเซอร์ฝ้าบ่อย ๆ จะหายเร็วขึ้นใช่ไหม?" — คำถามที่ได้รับเมื่อวาน

รอบการทำเลเซอร์ฝ้า: ทำไมเว้น 3 สัปดาห์ถึงช่วยจางได้ดีกว่า 1 สัปดาห์ พร้อมสรุปกลไกที่การทำถี่เกินไปอาจทำให้สีเข้มขึ้น และความแตกต่างของรอบการดูแลฝ้าจากการตั้งครรภ์

"토닝 받고 기미가 더 짙어졌어요" — 매주 시술받은 분들의 공통점


"ถ้าทำเลเซอร์ฝ้าบ่อย ๆ

มันจะหายเร็วใช่ไหม?" — คำถามที่เพิ่งได้รับเมื่อวาน


ขอพูดสรุปก่อนเลยนะคะ


การทำ toning ฝ้า ไม่ใช่ว่ายิ่งทำบ่อย

ยิ่งหายเร็ว แต่กลับยิ่งทำให้เข้มขึ้นค่ะ

ในบทความนี้หมอจะอธิบายเหตุผลให้ฟัง


สรุปสั้น ๆ ในบรรทัดเดียว

ความถี่ที่เหมาะกับการทำ toning ฝ้า ไม่ใช่ทุก 1~2 สัปดาห์

แต่เป็นทุก 2~4 สัปดาห์ค่ะ


เกณฑ์ที่ทำให้ผลต่างกัน

ถ้าช่วงห่างสั้นเกินไป การอักเสบสะสมจะทำให้สีเข้มขึ้น


วันนี้จะดูอะไรบ้าง

คุณจะสามารถประเมินได้ว่า

ควรเว้นคอร์สของฝ้าในแบบไหนให้เหมาะกับผิวตัวเอง


ในบทความนี้จะดูอะไร

ขอชี้ 3 เรื่องหลัก ๆ ก่อน

  • ทำไมต้องเว้นระยะ

    ระหว่างเลเซอร์ฝ้าให้ยาวขึ้นถึงจะดีกว่า


  • ฝ้าขณะตั้งครรภ์และฝ้าแบบฮอร์โมน

    ควรจัดความถี่อย่างไร


  • เวลาทำ toning อย่างเดียวไม่พอ

    จะเสริมการทำ peeling เข้าไปยังไง



เลเซอร์ toning ฝ้า

ต่างจาก Pico ยังไง?

การทำ toning ฝ้า ใช้เลเซอร์ 1064nm

ค่อย ๆ สลายเมลานินด้วยพลังงานต่ำ

เป็นหัตถการที่ค่อย ๆ จัดการค่ะ


ต่างจาก Pico toning ตรงที่ toning เป็นแบบใช้ความร้อน

ส่วน Pico ใช้คลื่นกระแทก

แม้จะเรียกรวม ๆ ว่า "toning" เหมือนกัน

แต่รายละเอียดของสองแบบนี้ไม่เหมือนกันค่ะ



บทความนี้ไม่ได้ตั้งใจมาเปรียบเทียบหัตถการ

แต่ต้องการตอบคำถามว่า "ถ้าจะทำแล้วควรห่างกี่สัปดาห์"

ขออธิบายแค่ตรงนี้ก่อนนะคะ





기미 토닝의 역설: 레이저 주기를 늘려야 색소가 더 잘 빠집니다


ความถี่เลเซอร์ฝ้า

ทำไมเว้นให้มากขึ้นถึงได้ผลดีกว่า?

การเว้นระยะให้ยาวขึ้น คือทางที่เห็นผลเร็วกว่า



ประเด็นสำคัญของบทความนี้

ถ้าเพิ่มช่วงห่างการทำ toning ฝ้า จาก 1 สัปดาห์เป็น 3 สัปดาห์

ดูเหมือนผลจะลดลงใช่ไหมคะ? แต่จริง ๆ แล้วตรงกันข้ามค่ะ


ต้องให้เซลล์เมลานินได้มีเวลาสงบลงก่อน

ถ้าช่วงห่างสั้นเกินไป การอักเสบจะสะสม

และทำให้สีดูเข้มขึ้นแทน


หลายคนที่เสิร์ชหาเลเซอร์ฝ้าแล้วเข้ามาอ่าน

ก็มักมีความรู้สึกว่า "อยากหายไว เลยอยากทำบ่อย ๆ"

ใช่ไหมคะ


แต่ตรงนี้มีเรื่องสำคัญอยู่เรื่องหนึ่งค่ะ


ฝ้าเป็นโรคของเม็ดสี และในขณะเดียวกัน

ก็มีลักษณะของ "โรคที่เกี่ยวกับการอักเสบ" ด้วย


เมื่อก่อนเคยแนะนำให้เว้นทุก 1~2 สัปดาห์


เพราะมองว่ารีบทำ รีบไปคอร์สถัดไป

ดูจะถูกตามหลักทฤษฎี


แต่พอเก็บเคสมานาน 5 ปี

ข้อสรุปก็เปลี่ยนไปค่ะ


ตอนนี้แนะนำที่ 2~4 สัปดาห์ค่ะ

กลไกเป็นแบบนี้


เลเซอร์ทำลายเมลานินได้ก็จริง

แต่ในขณะเดียวกันยังทำให้ผิวชั้นหนังแท้เกิดความร้อนเสียหายเล็ก ๆ ด้วย


ถ้าความเสียหายนั้นนำไปสู่การอักเสบ

เซลล์เมลานิน (melanocyte)

จะถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้นแทน


พูดง่าย ๆ คือหัตถการที่ตั้งใจจะลบสี

กลับกลายเป็นสัญญาณให้สร้างสีขึ้นมา


ถ้าทำทุก 1 สัปดาห์ ช่วงอักเสบยังไม่ทันสงบ

ก็มีการกระตุ้นรอบใหม่เข้ามาอีก


พอสะสมไปเรื่อย ๆ จะมี PIH (รอยดำหลังการอักเสบ) แทรกเข้ามา

และมีคนที่ดูเข้มกว่าตอนเริ่มต้นค่ะ


ถ้าเว้น 2~4 สัปดาห์

เซลล์เมลานินจะได้สงบลงครบหนึ่งรอบ

และยังมีเวลาพอให้เม็ดสีที่แตกแล้วถูกขับออกไปด้วย


ถ้ารู้สึกว่าผลช้าลง

ไม่ใช่สัญญาณให้เพิ่มพลังงาน

แต่ควรอ่านว่า "ถึงเวลาพัก" ค่ะ


วันนี้ในคลินิกก็มีเคสคล้าย ๆ กันค่ะ


คนไข้รายหนึ่งเคยทำ toning ทุกสัปดาห์ 8 ครั้ง

แล้วมาด้วยความรู้สึกว่า "เหมือนยิ่งเข้มขึ้น"

ค่ะ


หมอปรับพลังงานลงหนึ่งระดับ

และกลับมาเว้นทุก 3 สัปดาห์


ประมาณครั้งที่ 3 สีเริ่มนิ่งลง

พอถึงครั้งที่ 6 ก็เห็นความต่างจากรูปก่อนทำชัดเจน

ค่ะ


จากนั้นสลับใส่ salicylic acid peeling เป็นบางช่วง

เพื่อช่วยให้เม็ดสีที่ชั้นผิวตื้นถูกผลัดออก


นี่คือเหตุผลที่เวลา toning อย่างเดียวไม่พอ

เราจึงมักจับคู่กับ peeling ค่ะ



สรุปสำคัญโดยหมอวี ยองจิน


  • ฝ้าไม่ใช่โรคที่ต้องรีบเอาออก

    แต่ควรลดการกระตุ้นให้มากที่สุดค่ะ


  • คนที่ยัดคอร์สทุก 1 สัปดาห์มากเท่าไร

    เรายิ่งเห็นรูปแบบที่เข้มขึ้นบ่อยเท่านั้น


  • การเว้นช่วงให้นานขึ้น และแทรก peeling เป็นบางรอบ

    เพื่อช่วยให้เม็ดสีชั้นผิวตื้นหลุดออก เป็นชุดที่ได้ผลเร็วกว่าในภาพรวมค่ะ



출산 후 기미, 호르몬이 가라앉을 때까지 기다려야 하는 이유


ความถี่ของฝ้าตอนตั้งครรภ์

ต่างจากฝ้าทั่วไปยังไง?

ฝ้าที่เกิดขณะตั้งครรภ์ ก่อนจะจัดความถี่

ต้องกลับไปดูที่ช่วงเวลาที่เกิดก่อนค่ะ


ฝ้าที่เกิดระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

จัดอยู่ในกลุ่ม melasma

แบบ chloasma ค่ะ


เป็นชนิดที่ฮอร์โมนไปกระตุ้นเซลล์เมลานิน

โดยตรง


ประเด็นคือ พอต้นเหตุเป็นฮอร์โมน

แม้จะเลเซอร์ให้จางลง

แต่ถ้าฮอร์โมนยังเท่าเดิม ก็มีโอกาสกลับมาอีกค่ะ

ภาวะ

ความถี่ที่แนะนำ

แนวทางผสมผสาน

ฝ้าชั้นผิวตื้นทั่วไป

ทุก 2~3 สัปดาห์

toning + peeling

ฝ้าแบบผสม

ทุก 3~4 สัปดาห์

toning + tranexamic acid

ฝ้าจากการตั้งครรภ์/ฮอร์โมน

มากกว่า 4 สัปดาห์

เริ่มหลังคลอดและหลังหยุดยา

ผิวแพ้ง่าย/กลับมาเป็นซ้ำบ่อย

พัก 4 สัปดาห์ขึ้นไป

ลดพลังงานลงหนึ่งระดับ

ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร

หมอไม่แนะนำให้ทำ toning ค่ะ


หลังคลอด และหลังหยุดให้นม ควรค่อย ๆ ทำ

โดยเว้นอย่างน้อย 4 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อให้ผลนิ่งและปลอดภัยกว่า


ถ้าเป็นเคสที่เกี่ยวกับฮอร์โมน การใช้ tranexamic acid ร่วมด้วย

จะช่วยให้เรายืดระยะห่างของเลเซอร์ให้นานขึ้นได้



위영진 원장이 5년간 겪은 기미 케이스: "기미는 치료가 아니라 진정입니다"


3 คำถามเรื่องเลเซอร์ฝ้า

ที่เจอบ่อยในห้องตรวจ


Q1. ทำ toning ฝ้า

ทุก 1 สัปดาห์ไม่ได้เหรอคะ?

คำตอบค่อนข้างชัดเลยค่ะ คือไม่ได้

การเว้นทุก 1 สัปดาห์หมายถึง

ยังไม่ทันที่เซลล์เมลานินจะสงบ ก็ถูกกระตุ้นซ้ำอีก


แทนที่สีจะจางลง กลับเห็น PIH แทรกได้บ่อยกว่า

ค่ะ


Q2. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผล?

ฝ้าชั้นผิวตื้นทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 4~6 ครั้ง

ส่วนฝ้าแบบผสมมักต้องไปถึง 8~10 ครั้งจึงจะนิ่ง


ถ้าผ่านไป 6 ครั้งแล้วยังเห็นผลน้อย

ไม่ใช่ว่าต้องเพิ่มจำนวนครั้งอย่างเดียว

แต่ควรกลับไปเช็กการตั้งค่าด้วยค่ะ


Q3. เห็นรีวิวว่าทำ toning ฝ้าแล้ว

ยิ่งเข้มขึ้น จริงไหมคะ?

จริงค่ะ มีเคสแบบนั้นอยู่

มักเป็นคนที่ทำทุกสัปดาห์ หรือใช้พลังงานแรงเกินไป อย่างใดอย่างหนึ่ง


แพตเทิร์นที่เจอบ่อยคือ

"ทำทุกสัปดาห์ 8 ครั้งแล้วเข้มขึ้น"

ซึ่งโอกาสสูงมากที่จะเป็น PIH (รอยดำหลังการอักเสบ) ค่ะ


ฝ้าไม่ใช่หัตถการที่เน้นเอาออกให้เร็ว

แต่เป็นการดูแลให้ผิวสงบลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปค่ะ



บทความถัดไป หมอจะเล่าเรื่อง

"ถ้าทำครบจำนวนครั้งของ toning แล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น

ควรเช็กอะไรก่อน" ให้ต่อค่ะ


มีจุดที่ต้องตัดสินใจว่า

จะปรับการตั้งค่าหรือเพิ่มยา

ค่ะ



ขอบคุณค่ะ หมอวี ยองจิน





อ่านต่อบทความที่เกี่ยวข้อง

"토닝 받고 기미가 더 짙어졌어요" — 매주 시술받은 분들의 공통점


"ถ้าทำเลเซอร์ฝ้าบ่อย ๆ

มันจะหายเร็วใช่ไหม?" — คำถามที่เพิ่งได้รับเมื่อวาน


ขอพูดสรุปก่อนเลยนะคะ


การทำ toning ฝ้า ไม่ใช่ว่ายิ่งทำบ่อย

ยิ่งหายเร็ว แต่กลับยิ่งทำให้เข้มขึ้นค่ะ

ในบทความนี้หมอจะอธิบายเหตุผลให้ฟัง


สรุปสั้น ๆ ในบรรทัดเดียว

ความถี่ที่เหมาะกับการทำ toning ฝ้า ไม่ใช่ทุก 1~2 สัปดาห์

แต่เป็นทุก 2~4 สัปดาห์ค่ะ


เกณฑ์ที่ทำให้ผลต่างกัน

ถ้าช่วงห่างสั้นเกินไป การอักเสบสะสมจะทำให้สีเข้มขึ้น


วันนี้จะดูอะไรบ้าง

คุณจะสามารถประเมินได้ว่า

ควรเว้นคอร์สของฝ้าในแบบไหนให้เหมาะกับผิวตัวเอง


ในบทความนี้จะดูอะไร

ขอชี้ 3 เรื่องหลัก ๆ ก่อน

  • ทำไมต้องเว้นระยะ

    ระหว่างเลเซอร์ฝ้าให้ยาวขึ้นถึงจะดีกว่า


  • ฝ้าขณะตั้งครรภ์และฝ้าแบบฮอร์โมน

    ควรจัดความถี่อย่างไร


  • เวลาทำ toning อย่างเดียวไม่พอ

    จะเสริมการทำ peeling เข้าไปยังไง



เลเซอร์ toning ฝ้า

ต่างจาก Pico ยังไง?

การทำ toning ฝ้า ใช้เลเซอร์ 1064nm

ค่อย ๆ สลายเมลานินด้วยพลังงานต่ำ

เป็นหัตถการที่ค่อย ๆ จัดการค่ะ


ต่างจาก Pico toning ตรงที่ toning เป็นแบบใช้ความร้อน

ส่วน Pico ใช้คลื่นกระแทก

แม้จะเรียกรวม ๆ ว่า "toning" เหมือนกัน

แต่รายละเอียดของสองแบบนี้ไม่เหมือนกันค่ะ



บทความนี้ไม่ได้ตั้งใจมาเปรียบเทียบหัตถการ

แต่ต้องการตอบคำถามว่า "ถ้าจะทำแล้วควรห่างกี่สัปดาห์"

ขออธิบายแค่ตรงนี้ก่อนนะคะ





기미 토닝의 역설: 레이저 주기를 늘려야 색소가 더 잘 빠집니다


ความถี่เลเซอร์ฝ้า

ทำไมเว้นให้มากขึ้นถึงได้ผลดีกว่า?

การเว้นระยะให้ยาวขึ้น คือทางที่เห็นผลเร็วกว่า



ประเด็นสำคัญของบทความนี้

ถ้าเพิ่มช่วงห่างการทำ toning ฝ้า จาก 1 สัปดาห์เป็น 3 สัปดาห์

ดูเหมือนผลจะลดลงใช่ไหมคะ? แต่จริง ๆ แล้วตรงกันข้ามค่ะ


ต้องให้เซลล์เมลานินได้มีเวลาสงบลงก่อน

ถ้าช่วงห่างสั้นเกินไป การอักเสบจะสะสม

และทำให้สีดูเข้มขึ้นแทน


หลายคนที่เสิร์ชหาเลเซอร์ฝ้าแล้วเข้ามาอ่าน

ก็มักมีความรู้สึกว่า "อยากหายไว เลยอยากทำบ่อย ๆ"

ใช่ไหมคะ


แต่ตรงนี้มีเรื่องสำคัญอยู่เรื่องหนึ่งค่ะ


ฝ้าเป็นโรคของเม็ดสี และในขณะเดียวกัน

ก็มีลักษณะของ "โรคที่เกี่ยวกับการอักเสบ" ด้วย


เมื่อก่อนเคยแนะนำให้เว้นทุก 1~2 สัปดาห์


เพราะมองว่ารีบทำ รีบไปคอร์สถัดไป

ดูจะถูกตามหลักทฤษฎี


แต่พอเก็บเคสมานาน 5 ปี

ข้อสรุปก็เปลี่ยนไปค่ะ


ตอนนี้แนะนำที่ 2~4 สัปดาห์ค่ะ

กลไกเป็นแบบนี้


เลเซอร์ทำลายเมลานินได้ก็จริง

แต่ในขณะเดียวกันยังทำให้ผิวชั้นหนังแท้เกิดความร้อนเสียหายเล็ก ๆ ด้วย


ถ้าความเสียหายนั้นนำไปสู่การอักเสบ

เซลล์เมลานิน (melanocyte)

จะถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้นแทน


พูดง่าย ๆ คือหัตถการที่ตั้งใจจะลบสี

กลับกลายเป็นสัญญาณให้สร้างสีขึ้นมา


ถ้าทำทุก 1 สัปดาห์ ช่วงอักเสบยังไม่ทันสงบ

ก็มีการกระตุ้นรอบใหม่เข้ามาอีก


พอสะสมไปเรื่อย ๆ จะมี PIH (รอยดำหลังการอักเสบ) แทรกเข้ามา

และมีคนที่ดูเข้มกว่าตอนเริ่มต้นค่ะ


ถ้าเว้น 2~4 สัปดาห์

เซลล์เมลานินจะได้สงบลงครบหนึ่งรอบ

และยังมีเวลาพอให้เม็ดสีที่แตกแล้วถูกขับออกไปด้วย


ถ้ารู้สึกว่าผลช้าลง

ไม่ใช่สัญญาณให้เพิ่มพลังงาน

แต่ควรอ่านว่า "ถึงเวลาพัก" ค่ะ


วันนี้ในคลินิกก็มีเคสคล้าย ๆ กันค่ะ


คนไข้รายหนึ่งเคยทำ toning ทุกสัปดาห์ 8 ครั้ง

แล้วมาด้วยความรู้สึกว่า "เหมือนยิ่งเข้มขึ้น"

ค่ะ


หมอปรับพลังงานลงหนึ่งระดับ

และกลับมาเว้นทุก 3 สัปดาห์


ประมาณครั้งที่ 3 สีเริ่มนิ่งลง

พอถึงครั้งที่ 6 ก็เห็นความต่างจากรูปก่อนทำชัดเจน

ค่ะ


จากนั้นสลับใส่ salicylic acid peeling เป็นบางช่วง

เพื่อช่วยให้เม็ดสีที่ชั้นผิวตื้นถูกผลัดออก


นี่คือเหตุผลที่เวลา toning อย่างเดียวไม่พอ

เราจึงมักจับคู่กับ peeling ค่ะ



สรุปสำคัญโดยหมอวี ยองจิน


  • ฝ้าไม่ใช่โรคที่ต้องรีบเอาออก

    แต่ควรลดการกระตุ้นให้มากที่สุดค่ะ


  • คนที่ยัดคอร์สทุก 1 สัปดาห์มากเท่าไร

    เรายิ่งเห็นรูปแบบที่เข้มขึ้นบ่อยเท่านั้น


  • การเว้นช่วงให้นานขึ้น และแทรก peeling เป็นบางรอบ

    เพื่อช่วยให้เม็ดสีชั้นผิวตื้นหลุดออก เป็นชุดที่ได้ผลเร็วกว่าในภาพรวมค่ะ



출산 후 기미, 호르몬이 가라앉을 때까지 기다려야 하는 이유


ความถี่ของฝ้าตอนตั้งครรภ์

ต่างจากฝ้าทั่วไปยังไง?

ฝ้าที่เกิดขณะตั้งครรภ์ ก่อนจะจัดความถี่

ต้องกลับไปดูที่ช่วงเวลาที่เกิดก่อนค่ะ


ฝ้าที่เกิดระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

จัดอยู่ในกลุ่ม melasma

แบบ chloasma ค่ะ


เป็นชนิดที่ฮอร์โมนไปกระตุ้นเซลล์เมลานิน

โดยตรง


ประเด็นคือ พอต้นเหตุเป็นฮอร์โมน

แม้จะเลเซอร์ให้จางลง

แต่ถ้าฮอร์โมนยังเท่าเดิม ก็มีโอกาสกลับมาอีกค่ะ

ภาวะ

ความถี่ที่แนะนำ

แนวทางผสมผสาน

ฝ้าชั้นผิวตื้นทั่วไป

ทุก 2~3 สัปดาห์

toning + peeling

ฝ้าแบบผสม

ทุก 3~4 สัปดาห์

toning + tranexamic acid

ฝ้าจากการตั้งครรภ์/ฮอร์โมน

มากกว่า 4 สัปดาห์

เริ่มหลังคลอดและหลังหยุดยา

ผิวแพ้ง่าย/กลับมาเป็นซ้ำบ่อย

พัก 4 สัปดาห์ขึ้นไป

ลดพลังงานลงหนึ่งระดับ

ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร

หมอไม่แนะนำให้ทำ toning ค่ะ


หลังคลอด และหลังหยุดให้นม ควรค่อย ๆ ทำ

โดยเว้นอย่างน้อย 4 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อให้ผลนิ่งและปลอดภัยกว่า


ถ้าเป็นเคสที่เกี่ยวกับฮอร์โมน การใช้ tranexamic acid ร่วมด้วย

จะช่วยให้เรายืดระยะห่างของเลเซอร์ให้นานขึ้นได้



위영진 원장이 5년간 겪은 기미 케이스: "기미는 치료가 아니라 진정입니다"


3 คำถามเรื่องเลเซอร์ฝ้า

ที่เจอบ่อยในห้องตรวจ


Q1. ทำ toning ฝ้า

ทุก 1 สัปดาห์ไม่ได้เหรอคะ?

คำตอบค่อนข้างชัดเลยค่ะ คือไม่ได้

การเว้นทุก 1 สัปดาห์หมายถึง

ยังไม่ทันที่เซลล์เมลานินจะสงบ ก็ถูกกระตุ้นซ้ำอีก


แทนที่สีจะจางลง กลับเห็น PIH แทรกได้บ่อยกว่า

ค่ะ


Q2. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผล?

ฝ้าชั้นผิวตื้นทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 4~6 ครั้ง

ส่วนฝ้าแบบผสมมักต้องไปถึง 8~10 ครั้งจึงจะนิ่ง


ถ้าผ่านไป 6 ครั้งแล้วยังเห็นผลน้อย

ไม่ใช่ว่าต้องเพิ่มจำนวนครั้งอย่างเดียว

แต่ควรกลับไปเช็กการตั้งค่าด้วยค่ะ


Q3. เห็นรีวิวว่าทำ toning ฝ้าแล้ว

ยิ่งเข้มขึ้น จริงไหมคะ?

จริงค่ะ มีเคสแบบนั้นอยู่

มักเป็นคนที่ทำทุกสัปดาห์ หรือใช้พลังงานแรงเกินไป อย่างใดอย่างหนึ่ง


แพตเทิร์นที่เจอบ่อยคือ

"ทำทุกสัปดาห์ 8 ครั้งแล้วเข้มขึ้น"

ซึ่งโอกาสสูงมากที่จะเป็น PIH (รอยดำหลังการอักเสบ) ค่ะ


ฝ้าไม่ใช่หัตถการที่เน้นเอาออกให้เร็ว

แต่เป็นการดูแลให้ผิวสงบลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปค่ะ



บทความถัดไป หมอจะเล่าเรื่อง

"ถ้าทำครบจำนวนครั้งของ toning แล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น

ควรเช็กอะไรก่อน" ให้ต่อค่ะ


มีจุดที่ต้องตัดสินใจว่า

จะปรับการตั้งค่าหรือเพิ่มยา

ค่ะ



ขอบคุณค่ะ หมอวี ยองจิน





อ่านต่อบทความที่เกี่ยวข้อง

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

"ต้องยิงแรง ๆ ถึงจะเห็นผลดีใช่ไหม?" — ความเข้าใจผิดอันตรายที่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากเลเซอร์โทนนิ่ง

ผิว

ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่ง: ทำไมต้องหยุดทันทีหากผิวแดงขึ้นทันที

ผิวแดงทันทีหลังเลเซอร์โทนนิ่ง เป็นสัญญาณว่าใช้พลังงานมากเกินไป ระดับที่เหมาะสมคือมีรอยแดงจางๆ หลังประมาณ 5–10 นาที และถ้าแดงทันที ความเสี่ยงของภาวะเม็ดสีคล้ำกลับมา (rebound hyperpigmentation) จะสูงขึ้น

โทนนิ่งฝ้า 1 ครั้ง 50,000 วอน? ความลับของ 'energy threshold' ที่ทำให้คุณไม่เห็นผล

ผิว

ราคาค่ารักษาฝ้าด้วยเลเซอร์: ทำไมการทำโทนนิ่ง 50,000 วอนถึงอาจไม่คุ้ม

ราคาเลเซอร์ฝ้า 1 ครั้งประมาณ 50,000~150,000 วอน เหตุผลที่ 600 ช็อตราคา 120,000 วอนให้ผลลัพธ์ดีกว่า 1500 ช็อตราคา 50,000 วอน รวมถึงกับดักของการทำ toning ราคาถูกแบบไม่จำกัดครั้ง สรุปให้แบบมุมมองในห้องตรวจค่ะ

ทำเลเซอร์ toning รักษาฝ้ามากกว่า 10 ครั้งแล้วยังเหมือนเดิมอยู่ไหม? (เพราะพลาดเรื่องการอักเสบ)

ผิว

การรักษาฝ้า ก่อนจะลบเม็ดสี ต้องควบคุมการอักเสบให้ได้ก่อน

วิธีรักษาฝ้า ถ้าทำแต่เลเซอร์โทนนิ่งซ้ำ ๆ แล้วยังไม่จาง อาจต้องจัดการเรื่องการอักเสบก่อน ไม่ใช่แค่เม็ดสี โดยดูตามเกณฑ์สะสมทุก 4 สัปดาห์

ถ้าเลเซอร์โทนนิ่งทุกสัปดาห์ จะจางไวขึ้นไหม? (ทำไมถึงยิ่งคล้ำขึ้นได้)

ผิว

รอบการทำเลเซอร์โทนนิ่ง: ความเข้าใจผิดว่าการทำทุกสัปดาห์จะเห็นผลเร็วกว่า

เลเซอร์โทนนิ่งทำทุกสัปดาห์จะถี่ไปไหมคะ? การเว้นระยะ 2–3 สัปดาห์จะเหมาะกับการผลัดเปลี่ยนของเมลานินมากกว่า และถ้ายิงทุกสัปดาห์ ความเสี่ยงของภาวะเม็ดสีเข้มสะสมจะเพิ่มขึ้น

เลเซอร์ฝ้า: วิธีผ่านช่วงยากของครั้งที่ 6

ผิว

พูดตรงๆ นะครับ เมื่อ 5 ปีก่อนผมเองก็ไม่ได้ทำเลเซอร์โทนนิ่งฝ้าลักษณะนี้

ผลลัพธ์ของการทำ toning รักษาฝ้า ไม่ได้แปลว่าทำสัปดาห์ละครั้งแล้วจะดีที่สุด ระยะห่าง 2–3 สัปดาห์ และการลดพลังงานลงอีกหนึ่งระดับ คือเหตุผลที่ช่วยให้เม็ดสีคงตัวและนิ่งขึ้นมากกว่า

Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมการเปรียบเทียบแค่จำนวนช็อตถึงอาจทำให้คุณเสียเปรียบ

ผิว

Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมดูแค่จำนวนช็อตถึงอาจเสียเปรียบ

พิโกโทนนิ่ง vs เลเซอร์โทนนิ่ง ถ้าเทียบกันแค่จำนวนช็อต คุณอาจเสียเปรียบได้ จุดด่างดำตื้น ๆ เหมาะกับพิโก ส่วนฝ้าเข้มลึกเหมาะกับ Q-switch — เราสรุปให้แล้วว่ามีเกณฑ์อะไรข้อเดียวที่ทำให้เลือกต่างกัน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1