• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ฟิลเลอร์ขมับ: ทำไม 1cc ทำให้กรอบหน้าเปลี่ยน

ฟิลเลอร์ขมับ: ทำไม 1cc ทำให้กรอบหน้าเปลี่ยน

ฟิลเลอร์ขมับ: ทำไม 1cc ทำให้กรอบหน้าเปลี่ยน

ฟิลเลอร์ขมับแค่ 1–2cc ก็เปลี่ยนภาพรวมแนวกรามได้ สรุปอาการบวมช่วง 72 ชม. และเกณฑ์ระยะเวลาคงผล

턱 리프팅 고민하세요? 문제는 턱이 아니라 '관자'에 있을 수 있습니다








ฟิลเลอร์ขมับ ผลลัพธ์ดีไหม,

ทำไมแค่ 1cc ถึงทำให้กรอบหน้าเปลี่ยนไปเลย

 

ก่อนอื่นขอสรุปให้ฟังตรงนี้เลยนะครับ

 

ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ขมับไม่ใช่แค่การเติมเต็มบริเวณขมับให้ดูเต็มขึ้นเท่านั้น

แต่เป็นการช่วยพยุงและปรับ

โครงสร้างกรอบหน้าด้านข้างให้กลับมาคมชัดอีกครั้งครับ

 

ในบทความนี้ ผมจะมาอธิบายเหตุผลให้ฟังกันแบบเจาะลึกครับ

 

สรุปสั้นๆ ในบรรทัดเดียว

ฟิลเลอร์ขมับใช้ปริมาณเพียง 1~2cc

ก็สามารถช่วยพยุงและยกกระชับกรอบหน้าด้านข้างได้ดีเลยครับ

 

เกณฑ์ความแตกต่าง

ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน cc แต่ขึ้นอยู่กับระดับความลึกในการฉีดฟิลเลอร์ครับ

 

สิ่งที่เราจะมาเจาะลึกกันวันนี้

เราจะมาดูเรื่องของอาการบวมในช่วง 72 ชั่วโมงแรก และระยะเวลาการคงตัวของฟิลเลอร์กันครับ

 

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้

  • ทำไมฟิลเลอร์ขมับถึงส่งผลดีไปถึงแนวกรามและกรอบหน้า

  • Timeline การฟื้นตัว และความรู้สึกที่แตกต่างของจริงระหว่าง 1cc กับ 2cc

  • คำตอบจากใจหมอเกี่ยวกับระยะเวลาคงตัว, อาการบวม และคำถามยอดฮิตเรื่องการฉีดซ้ำ

 

ฟิลเลอร์ขมับช่วยให้

กรอบหน้าและแนวกรามดูชัดขึ้นจริงไหม?

จริงครับ กรอบหน้าจะดูเป๊ะและเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย

 

ฟิลเลอร์ขมับคือการเติมฟิลเลอร์เข้าไปเพื่อเติมเต็มขมับที่ตอบและยุบตัวลง

ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างการพยุง

ของกรอบหน้าด้านข้างครับ

 

แทนที่จะคิดว่าเป็นการฉีดเพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้หนาเตอะ

จริงๆ แล้วมันคือการไปเชื่อมต่อแนวโหนกแก้มด้านบนที่เคยดูหักเพราะขมับตอบ

ให้กลับมาโค้งมน เรียบเนียน ไร้รอยต่อมากกว่าครับ

 

ดังนั้น เวลาถ่ายรูปคนไข้หลายท่านมักจะบอกว่า

จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงจากมุมเฉียง 45 องศา

ได้ชัดเจนกว่ามุมหน้าตรงเสียอีกครับ

 

ซึ่งต่างจากการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มร่องริ้วรอยทั่วไป

เพราะฟิลเลอร์ขมับคือการปรับไลน์กรอบหน้าด้านนอกทั้งหมดครับ

 

ถ้าฉีดถูกตำแหน่ง ขมับ โหนกแก้ม และแนวกรามจะดูเชื่อมต่อกันเป็นเส้นใบหน้าที่ละมุน

แต่ถ้าฉีดตื้นเกินไปหรืออัดปริมาณมากเกินไป

ก็อาจจะทำให้โหนกแก้มข้างๆ ดูใหญ่และหนักหนาเกินไปได้ครับ

 

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า แม้ขมับจะตอบตัวลงไปแล้ว

แต่กลับไปรู้สึกว่าปัญหาของตัวเองคือแก้มหรือเหนียงข้างล่างที่หย่อนคล้อยแทน

 

แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เพราะเหนียงย้อยลงมาทันทีหรอกครับ

แต่เพราะจุดพยุงด้านบนมันหายไป

เลยทำให้ไลน์หน้าส่วนล่างดูคล้อยและหนักขึ้นต่างหาก

 

เวลาหมอตรวจประเมินหน้าคนไข้ หมอไม่ได้มองแค่ขมับจุดเดียวนะครับ

 

แต่จะต้องดูตั้งแต่หน้าตรง, มุม 45 องศา ไปจนถึงมุมเงยจากด้านล่างขึ้นมาด้วย

 

เพราะถึงแม้ขมับจะเป็นพื้นที่เล็กๆ

แต่มันเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญซึ่งส่งผลต่อมิติและสัดส่วนใบหน้าทั้งหมดเลยครับ

 

เวกเตอร์ ขมับ→โหนกแก้ม→แนวกราม

คือกุญแจสำคัญของผลลัพธ์ฟิลเลอร์

 

"พอขมับตอบ หน้าส่วนล่างก็จะดูคล้อยลงทันทีครับ

นั่นเป็นเพราะไลน์ 'ขมับ→โหนกแก้ม→แนวกราม'

เชื่อมต่อเป็นเวกเตอร์เดียวกัน

 

การเติมฟิลเลอร์ขมับเพียง 1~2cc แล้วทำให้กรอบหน้าดูยกกระชับขึ้นได้

ก็เพราะพื้นที่เหนือกล้ามเนื้อขมับ (Temporalis)

ทำหน้าที่เหมือนเสาหลักที่ค้ำยันใบหน้าไว้ครับ"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮับจอง)

 

ถ้าเกิดว่าคุณกำลังเสิร์ชหาข้อมูลเรื่องผลลัพธ์ฟิลเลอร์ขมับอยู่

น่าจะกำลังมีความกังวลใจเรื่องนี้อยู่ใช่ไหมครับ

 

“ขมับบุ๋มลงไปแค่นิดเดียวเอง แต่ทำไมหน้าดูเหนื่อยล้า

แถมกรอบหน้าด้านล่างก็ดูคล้อยๆ ลงไปด้วยนะ?”

 

แต่จุดสำคัญที่ต้องรู้ไว้เลยก็คือ

ขมับ ไม่ใช่จุดที่อยู่โดดๆ แบบเดี่ยวๆ ครับ

 

ขมับ, โหนกแก้มด้านนอก และกรอบหน้าด้านล่าง ล้วนเชื่อมต่อกัน

เป็นแนวเวกเตอร์เฉียงเดียวกันที่ข้างแก้ม

 

เมื่อขมับเกิดการตอบตัวลง จุดเริ่มต้นด้านบนสุดของเวกเตอร์นี้ก็จะบุบเข้าไปด้วย

 

ส่งผลทำให้เกิดเงาใต้โหนกแก้มที่ลึกขึ้น

และทำให้กรอบส่วนล่างดูหย่อนคล้อยสะดุดตาขึ้นมาทันที

 

ด้วยเหตุนี้ แค่เราเติมฟิลเลอร์ขมับเข้าไป 1~2cc

ก็อาจช่วยทำให้กรอบหน้าและแนวกรามดูยกกระชับขึ้นได้

อย่างน่าทึ่งในคนไข้บางเคสครับ

 

ในมุมมองทางการแพทย์ วิธีการประเมินพื้นที่เหนือกล้ามเนื้อขมับ

และบริเวณเนื้อเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อขมับชั้นลึก (Deep Temporalis Fascia)

ที่ขาดหายไปนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ

 

หมอมักจะเปรียบเทียบส่วนนี้เหมือนกับเสาค้ำเต็นท์ครับ

 

ถ้าเสาค้ำด้านบนเตี้ยลง ผ้าใบด้านข้างเต็นท์

ก็จะดูหย่อนและย้วยลงตามไปด้วยนั่นเอง

 

พอฟังแบบนี้แล้วอาจจะรู้สึกแปลกใจกันใช่ไหมครับ

 

เมื่อสัปดาห์ก่อน มีคนไข้วัย 35 ปีท่านหนึ่ง

เข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิก

 

คนไข้ถามหมอว่า “รู้สึกเหมือนแก้มและกรอบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย

ควรไปทำโปรแกรมยกกระชับพวกอัลเทอร่าดีไหมคะ?”

แต่พอนั่งประเมินใบหน้ากันจริงๆ สิ่งแรกที่หมอเห็นพ้องคือปัญหาขมับตอบครับ

 

พอลองใช้นิ้วดึงพยุงผิวบริเวณเหนือขมับขึ้นเบาๆ หน้ากระจก

คนไข้เห็นทันทีเลยว่าเงาโครงหน้าข้างล่างดูจางลงและหน้ายกกระชับขึ้นทันตา

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวันนั้นคนไข้มีคิวถ่ายงานสำคัญรออยู่ไม่กี่วันถัดไป

หมอเลยแนะนำให้ผ่านช่วงถ่ายงานไปก่อน

แล้วค่อยกลับมาฉีดฟิลเลอร์จะดีที่สุดครับ

 

เพราะถึงแม้ว่าการทำหัตถการจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีชัดเจน

เรื่องอาการบวมและตารางเวลาของคนไข้ก็ต้องนำมาพิจารณาด้วย

การดึงดันตัดสินใจทำเลยในวันนั้นอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไปครับ

 

ฟิลเลอร์ขมับ ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมมากๆ

ในเรื่องของการเห็นผลลัพธ์

แต่เราจำเป็นต้องวางแผนร่วมกับระยะเวลาการฟื้นตัวด้วยครับ

관자 필러 전 필수 체크: 부기 72시간과 자연스러워지는 14일의 과정

 

 








Timeline การเห็นผลลัพธ์

หลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ

ทันทีหลังฉีดเสร็จในครั้งแรก คุณจะรู้สึกได้เลยว่าขมับดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

แต่ไลน์หน้าของวันแรกที่เห็น

จะยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้ายที่สมบูรณ์แบบนะครับ

 

เนื่องจากตอนนั้นยังมีความหยาบของตัวยาฟิลเลอร์, อาการบวมจากยาชา/เข็ม และความตึงของผิวปนเปอยู่

 

โดยปกติ ช่วง 24~72 ชั่วโมงแรก

จะเป็นช่วงที่ใบหน้ามีอาการบวมได้สูงสุด ซึ่งต้องระวังและดูแลตัวเองเป็นพิเศษครับ

 

บริเวณขมับเป็นจุดที่ผิวหน้าค่อนข้างบาง

ต่อให้อาการบวมเพียงนิดเดียว ก็อาจจะทำให้รู้สึกกังวลใจหรือสังเกตเห็นได้ง่าย

 

หลังจากผ่านไปประมาณ 7~10 วัน อาการบวมจะค่อยๆ ยุบลงอย่างรวดเร็ว

และโครงหน้าด้านข้างจะเริ่มดูเข้าที่ ละมุนเป็นธรรมชาติขึ้น

 

เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2

ฟิลเลอร์จะเริ่มผสานเข้ากับเนื้อเยื่อรอบๆ ได้ดีขึ้น

และตอนนี้แหละครับที่คุณจะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้ามุมเฉียง

ได้อย่างเป็นธรรมชาติและสวยงามที่สุด

 

หากจำแนกตามจำนวนครั้งการรักษาส่วนใหญ่จะมี 2 แพลนหลักๆ ครับ:

 

แบบที่ 1: วางโครงร่างหน้าหลักและเติมวอลลุ่มด้วยฟิลเลอร์ 1~2cc ในครั้งแรก

แบบที่ 2: เริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ ใส่ปริมาณน้อยๆ ก่อน

แล้วค่อยกลับมาแต่งเติมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ หลังผ่านไป 2~4 สัปดาห์

 

สำหรับคนที่มีปัญหาใบหน้าไม่สมมาตรค่อนข้างเยอะ การดูผลลัพธ์ทีละข้าง

แล้วค่อยๆ ทยอยปรับแก้ไปพร้อมๆ กันจะปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่สวยเนียนกว่าการรีบร้อนอัดในครั้งเดียวครับ

 

สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

  • ฟิลเลอร์ขมับ ไม่ใช่การอัดสารเติมเต็ม

    เข้าไปเพื่อบวมเป่งในจุดที่ลึกโบ๋เท่านั้นงับ

 

  • แต่เป็นการเข้าไปฟื้นความเต่งตึงของเส้นพยุงด้านข้างที่เริ่มต้นจากบริเวณขมับ

    ช่วยทำให้แนวโหนกแก้มและขากรรไกรล่าง

    ดูเพรียวกระชับ ไม่ห้อยคล้อยเบลอครับ

 

  • ดังนั้น ควรประเมินความพึงพอใจและผลลัพธ์

    หลังทำ 2 สัปดาห์เป็นต้นไปจะตรงตามความจริงที่สุดครับ

위영진 원장이 말하는 관자 필러 유지기간 9~18개월의 진실

 

 








ฟิลเลอร์ขมับ จะสามารถ

คงผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9~18 เดือนครับ

ซึ่งแน่นอนว่าระยะเวลาไม่ได้ขึ้นอยู่กับ

ชื่อแบรนด์หรือรุ่นฟิลเลอร์เพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น

 

แต่วิธีและระดับชั้นผิวที่แพทย์ฉีดลงไป

รวมถึงพฤติกรรมการแสดงอารมณ์บนใบหน้าของแต่ละคนก็ส่งผลอย่างยิ่งเช่นกันครับ

 

แม้ขมับจะไม่ได้มีการขยับเขยื้อนเยอะเท่าริมฝีปากหรือรอบดวงตา

แต่ผิวชั้นนอกบริเวณนั้นค่อนข้างบางมากครับ

 

ดังนั้น ความสมดุลระหว่างความทนทานยาวนาน

กับความรู้สึกเรียบเนียนกลมกลืนธรรมชาติจึงต้องสัมพันธ์กันอย่างพอเหมาะครับ

สภาวะผิว

ความรู้สึกถึงผลลัพธ์

คีย์เวิร์ดการฟื้นตัว

มาตรฐานเวลาคงอยู่

คนลองฉีดครั้งแรก

แก้ไขความลึกตอบเป็นหลัก

ดูอาการบวม 72 ชั่วโมง

9~12 เดือน

ขมับตอบระดับลึก

ภาพรวมแนวกรอบหน้าดูเป๊ะขึ้น

ประเมินผลลัพธ์ที่ 2 สัปดาห์

ราวๆ 12 เดือน

กลับมาฉีดซ้ำ

ปรับรูปทรงไลน์ขมับเล็กน้อย

เช็กปริมาณฟิลเลอร์เก่าที่เหลือ

12~18 เดือน

ฉีดในชั้นผิวตื้น

ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างทันใจ

ระวังการเกิดตะปุ่มตะป่ำ

อาจรู้สึกสลายเร็วกว่าปกติ

ปัจจัยที่ช่วยชี้ชะตาผลลัพธ์จะดีหรือบ้ง

อยู่ที่ความตื้นลึกที่แท้จริงของรอยตอบและชั้นผิวที่เลือกวางเนื้อฟิลเลอร์ครับ

 

สำหรับคนไข้บางท่านที่เกิดมาพร้อมกับลักษณะผิวพรรณที่บางมากๆ

หมอแนะนำให้ทยอยแบ่งฉีดในเคสนี้

ดีกว่าการอัดทีเดียวปริมาณเยอะๆ จนเห็นเป็นขอบชัดเจนครับ

 

นี่คือเหตุผลที่บางคนฉีดแล้วรู้สึกว่าได้ผลลัพธ์ต่างกันครับ

 

ผู้ที่มักถ่ายรูปและคอยตรวจเช็กแค่รูปหน้าพอร์เทรตมุมตรงอย่างเดียว อาจรู้สึกว่าหน้าเปลี่ยนนิดเดียว

ในขณะที่ผู้รวบผมหางม้าบ่อยๆ หรือมองกระจกจากมุมเฉียงด้านข้างเป็นประจำ

จะรู้สึกและเลิฟความละมุนที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนมากๆ ครับ

 

แน่นอนว่าหากฉีดปริมาณที่ล้นเกินไป ก็อาจเสี่ยงจะทำให้ใบหน้าดูบานและกว้างขึ้นได้

ดังนั้นจึงต้องทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญ

แต่รับรองว่าฟิลเลอร์ขมับคือหัตถการที่ดีมากในการบอกลารูปหน้าโทรมๆ และทำให้ดูสดใสขึ้นครับ

실제 질문 베스트 3: 관자 필러 효과 시기, 유지기간, 잔통의 모든 것

 

 








Q&A ยอดฮิตรวมคำถามจากห้องตรวจ หมอสัญญากลางแก้ให้หายสงสัย

 

Q1. หลังฉีด ฟิลเลอร์ขมับ จะเริ่มเห็นผลลัพธ์สวยงามเมื่อไหร่คะ?

จะมองเห็นความตื้นเปลี่ยนแปลงทันทีหลังเสร็จสิ้นหัตถการเลยครับ แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะสวยงามเป๊ะสุดหลังทำ 2 สัปดาห์

เนื่องจากช่วง 24~72 ชั่วโมงแรก จะยังมีส่วนผสมของอาการบวมน้ำยาชาและเข็มอยู่ปะปนค่อนข้างหน้าตาขัดเขินนิดหน่อยครับ

 

ในทุกๆ สัปดาห์จะมีคนไข้ประมาณสองถึงสามท่านชอบทักหาหมอว่า

“วันแรกๆ ฮึบกลัวว่ามองดูหน้ากว้างเกินไปและแอบหนาเตอะหรือเปล่า

พอครบ 10 วันปุ๊บ สวยเป็นธรรมชาติลงตัวชอบเลยค่ะ”

 

Q2. ฟิลเลอร์ขมับสามารถอยู่ยาวรักษาระยะเวลากี่เดือน?

ตามสถิติของคลินิกเรา

อยู่ที่ช่วงประมาณ 9 ถึง 18 เดือนถือเป็นความจริงที่ดีที่สุดในชีวิตประจำวันครับ

 

และขอบอกเลยว่าปริมาณยาคงเหลือเดิมกับการดีไซน์จัดปรับ

แนวสโลปกรอบรูปหน้าอย่างเหมาะสมสำคัญกว่ายี่ห้อรุ่นฟิลเลอร์อย่างเดียวครับ

 

Q3. มีอาการบวมนานไหม กี่วันเริ่มดีขึ้น?

อาการบวมเต่งหลักๆ จะยุบและหายสนิทภายใน 2~5 วันครับ

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอาการบวมบริเวณนั้นอาจจะสร้างแสงกระทบและเงาใบหน้า

จึงทำให้อาจจะมองหน้าเฉียงดูแปลกตาและเด่นชัดชั่วคราวได้ครับ

 

หากคนไข้ท่านใดมีกำหนดการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ถ่ายแบบสำคัญ หรือสัมภาษณ์งานใหญ่

หมอแนะนำให้เผื่อเวลาล่วงหน้าอย่างน้อย 1~2 สัปดาห์จะสบายใจและเซฟสุดๆ ครับ

 

ถ้าอยากให้ทุกคนจำข้อคิดไปใช้วันนี้แค่ข้อเดียว

— กรุณามองขมับในฐานะเป็นจุดเริ่มต้นโครงด้านข้าง

อย่ามองว่ามันเป็นแค่โซนช่องว่างเหงาๆ ที่ขบถุ๋มลงไปตรงนั้นนะครับ

 

ในบทความถัดไปหมอจะมาวิเคราะห์รายละเอียดวิธีว่าควรสลักมุมหน้าเริ่มที่ 1cc ก่อน

หรือก้าวกระโดดขมับสวยอิ่มตัวเลือกจัดเต็มถึง 2cc ไปเลยดีกว่ากันครับ

 

รวมถึงการเปิดแชร์เคสรีวิวของชั้นว่างมิติหน้า

ที่เหมาะสมกับแต่ละสเต็ปอย่างละเอียดกันครับ

 

ขอลาไปก่อน หมอวี ยองจิน สวัสดีครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกันเพิ่มเติม

턱 리프팅 고민하세요? 문제는 턱이 아니라 '관자'에 있을 수 있습니다








ฟิลเลอร์ขมับ ผลลัพธ์ดีไหม,

ทำไมแค่ 1cc ถึงทำให้กรอบหน้าเปลี่ยนไปเลย

 

ก่อนอื่นขอสรุปให้ฟังตรงนี้เลยนะครับ

 

ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ขมับไม่ใช่แค่การเติมเต็มบริเวณขมับให้ดูเต็มขึ้นเท่านั้น

แต่เป็นการช่วยพยุงและปรับ

โครงสร้างกรอบหน้าด้านข้างให้กลับมาคมชัดอีกครั้งครับ

 

ในบทความนี้ ผมจะมาอธิบายเหตุผลให้ฟังกันแบบเจาะลึกครับ

 

สรุปสั้นๆ ในบรรทัดเดียว

ฟิลเลอร์ขมับใช้ปริมาณเพียง 1~2cc

ก็สามารถช่วยพยุงและยกกระชับกรอบหน้าด้านข้างได้ดีเลยครับ

 

เกณฑ์ความแตกต่าง

ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน cc แต่ขึ้นอยู่กับระดับความลึกในการฉีดฟิลเลอร์ครับ

 

สิ่งที่เราจะมาเจาะลึกกันวันนี้

เราจะมาดูเรื่องของอาการบวมในช่วง 72 ชั่วโมงแรก และระยะเวลาการคงตัวของฟิลเลอร์กันครับ

 

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้

  • ทำไมฟิลเลอร์ขมับถึงส่งผลดีไปถึงแนวกรามและกรอบหน้า

  • Timeline การฟื้นตัว และความรู้สึกที่แตกต่างของจริงระหว่าง 1cc กับ 2cc

  • คำตอบจากใจหมอเกี่ยวกับระยะเวลาคงตัว, อาการบวม และคำถามยอดฮิตเรื่องการฉีดซ้ำ

 

ฟิลเลอร์ขมับช่วยให้

กรอบหน้าและแนวกรามดูชัดขึ้นจริงไหม?

จริงครับ กรอบหน้าจะดูเป๊ะและเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย

 

ฟิลเลอร์ขมับคือการเติมฟิลเลอร์เข้าไปเพื่อเติมเต็มขมับที่ตอบและยุบตัวลง

ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างการพยุง

ของกรอบหน้าด้านข้างครับ

 

แทนที่จะคิดว่าเป็นการฉีดเพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้หนาเตอะ

จริงๆ แล้วมันคือการไปเชื่อมต่อแนวโหนกแก้มด้านบนที่เคยดูหักเพราะขมับตอบ

ให้กลับมาโค้งมน เรียบเนียน ไร้รอยต่อมากกว่าครับ

 

ดังนั้น เวลาถ่ายรูปคนไข้หลายท่านมักจะบอกว่า

จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงจากมุมเฉียง 45 องศา

ได้ชัดเจนกว่ามุมหน้าตรงเสียอีกครับ

 

ซึ่งต่างจากการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มร่องริ้วรอยทั่วไป

เพราะฟิลเลอร์ขมับคือการปรับไลน์กรอบหน้าด้านนอกทั้งหมดครับ

 

ถ้าฉีดถูกตำแหน่ง ขมับ โหนกแก้ม และแนวกรามจะดูเชื่อมต่อกันเป็นเส้นใบหน้าที่ละมุน

แต่ถ้าฉีดตื้นเกินไปหรืออัดปริมาณมากเกินไป

ก็อาจจะทำให้โหนกแก้มข้างๆ ดูใหญ่และหนักหนาเกินไปได้ครับ

 

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า แม้ขมับจะตอบตัวลงไปแล้ว

แต่กลับไปรู้สึกว่าปัญหาของตัวเองคือแก้มหรือเหนียงข้างล่างที่หย่อนคล้อยแทน

 

แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เพราะเหนียงย้อยลงมาทันทีหรอกครับ

แต่เพราะจุดพยุงด้านบนมันหายไป

เลยทำให้ไลน์หน้าส่วนล่างดูคล้อยและหนักขึ้นต่างหาก

 

เวลาหมอตรวจประเมินหน้าคนไข้ หมอไม่ได้มองแค่ขมับจุดเดียวนะครับ

 

แต่จะต้องดูตั้งแต่หน้าตรง, มุม 45 องศา ไปจนถึงมุมเงยจากด้านล่างขึ้นมาด้วย

 

เพราะถึงแม้ขมับจะเป็นพื้นที่เล็กๆ

แต่มันเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญซึ่งส่งผลต่อมิติและสัดส่วนใบหน้าทั้งหมดเลยครับ

 

เวกเตอร์ ขมับ→โหนกแก้ม→แนวกราม

คือกุญแจสำคัญของผลลัพธ์ฟิลเลอร์

 

"พอขมับตอบ หน้าส่วนล่างก็จะดูคล้อยลงทันทีครับ

นั่นเป็นเพราะไลน์ 'ขมับ→โหนกแก้ม→แนวกราม'

เชื่อมต่อเป็นเวกเตอร์เดียวกัน

 

การเติมฟิลเลอร์ขมับเพียง 1~2cc แล้วทำให้กรอบหน้าดูยกกระชับขึ้นได้

ก็เพราะพื้นที่เหนือกล้ามเนื้อขมับ (Temporalis)

ทำหน้าที่เหมือนเสาหลักที่ค้ำยันใบหน้าไว้ครับ"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮับจอง)

 

ถ้าเกิดว่าคุณกำลังเสิร์ชหาข้อมูลเรื่องผลลัพธ์ฟิลเลอร์ขมับอยู่

น่าจะกำลังมีความกังวลใจเรื่องนี้อยู่ใช่ไหมครับ

 

“ขมับบุ๋มลงไปแค่นิดเดียวเอง แต่ทำไมหน้าดูเหนื่อยล้า

แถมกรอบหน้าด้านล่างก็ดูคล้อยๆ ลงไปด้วยนะ?”

 

แต่จุดสำคัญที่ต้องรู้ไว้เลยก็คือ

ขมับ ไม่ใช่จุดที่อยู่โดดๆ แบบเดี่ยวๆ ครับ

 

ขมับ, โหนกแก้มด้านนอก และกรอบหน้าด้านล่าง ล้วนเชื่อมต่อกัน

เป็นแนวเวกเตอร์เฉียงเดียวกันที่ข้างแก้ม

 

เมื่อขมับเกิดการตอบตัวลง จุดเริ่มต้นด้านบนสุดของเวกเตอร์นี้ก็จะบุบเข้าไปด้วย

 

ส่งผลทำให้เกิดเงาใต้โหนกแก้มที่ลึกขึ้น

และทำให้กรอบส่วนล่างดูหย่อนคล้อยสะดุดตาขึ้นมาทันที

 

ด้วยเหตุนี้ แค่เราเติมฟิลเลอร์ขมับเข้าไป 1~2cc

ก็อาจช่วยทำให้กรอบหน้าและแนวกรามดูยกกระชับขึ้นได้

อย่างน่าทึ่งในคนไข้บางเคสครับ

 

ในมุมมองทางการแพทย์ วิธีการประเมินพื้นที่เหนือกล้ามเนื้อขมับ

และบริเวณเนื้อเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อขมับชั้นลึก (Deep Temporalis Fascia)

ที่ขาดหายไปนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ

 

หมอมักจะเปรียบเทียบส่วนนี้เหมือนกับเสาค้ำเต็นท์ครับ

 

ถ้าเสาค้ำด้านบนเตี้ยลง ผ้าใบด้านข้างเต็นท์

ก็จะดูหย่อนและย้วยลงตามไปด้วยนั่นเอง

 

พอฟังแบบนี้แล้วอาจจะรู้สึกแปลกใจกันใช่ไหมครับ

 

เมื่อสัปดาห์ก่อน มีคนไข้วัย 35 ปีท่านหนึ่ง

เข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิก

 

คนไข้ถามหมอว่า “รู้สึกเหมือนแก้มและกรอบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย

ควรไปทำโปรแกรมยกกระชับพวกอัลเทอร่าดีไหมคะ?”

แต่พอนั่งประเมินใบหน้ากันจริงๆ สิ่งแรกที่หมอเห็นพ้องคือปัญหาขมับตอบครับ

 

พอลองใช้นิ้วดึงพยุงผิวบริเวณเหนือขมับขึ้นเบาๆ หน้ากระจก

คนไข้เห็นทันทีเลยว่าเงาโครงหน้าข้างล่างดูจางลงและหน้ายกกระชับขึ้นทันตา

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวันนั้นคนไข้มีคิวถ่ายงานสำคัญรออยู่ไม่กี่วันถัดไป

หมอเลยแนะนำให้ผ่านช่วงถ่ายงานไปก่อน

แล้วค่อยกลับมาฉีดฟิลเลอร์จะดีที่สุดครับ

 

เพราะถึงแม้ว่าการทำหัตถการจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีชัดเจน

เรื่องอาการบวมและตารางเวลาของคนไข้ก็ต้องนำมาพิจารณาด้วย

การดึงดันตัดสินใจทำเลยในวันนั้นอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไปครับ

 

ฟิลเลอร์ขมับ ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมมากๆ

ในเรื่องของการเห็นผลลัพธ์

แต่เราจำเป็นต้องวางแผนร่วมกับระยะเวลาการฟื้นตัวด้วยครับ

관자 필러 전 필수 체크: 부기 72시간과 자연스러워지는 14일의 과정

 

 








Timeline การเห็นผลลัพธ์

หลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ

ทันทีหลังฉีดเสร็จในครั้งแรก คุณจะรู้สึกได้เลยว่าขมับดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

แต่ไลน์หน้าของวันแรกที่เห็น

จะยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้ายที่สมบูรณ์แบบนะครับ

 

เนื่องจากตอนนั้นยังมีความหยาบของตัวยาฟิลเลอร์, อาการบวมจากยาชา/เข็ม และความตึงของผิวปนเปอยู่

 

โดยปกติ ช่วง 24~72 ชั่วโมงแรก

จะเป็นช่วงที่ใบหน้ามีอาการบวมได้สูงสุด ซึ่งต้องระวังและดูแลตัวเองเป็นพิเศษครับ

 

บริเวณขมับเป็นจุดที่ผิวหน้าค่อนข้างบาง

ต่อให้อาการบวมเพียงนิดเดียว ก็อาจจะทำให้รู้สึกกังวลใจหรือสังเกตเห็นได้ง่าย

 

หลังจากผ่านไปประมาณ 7~10 วัน อาการบวมจะค่อยๆ ยุบลงอย่างรวดเร็ว

และโครงหน้าด้านข้างจะเริ่มดูเข้าที่ ละมุนเป็นธรรมชาติขึ้น

 

เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2

ฟิลเลอร์จะเริ่มผสานเข้ากับเนื้อเยื่อรอบๆ ได้ดีขึ้น

และตอนนี้แหละครับที่คุณจะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้ามุมเฉียง

ได้อย่างเป็นธรรมชาติและสวยงามที่สุด

 

หากจำแนกตามจำนวนครั้งการรักษาส่วนใหญ่จะมี 2 แพลนหลักๆ ครับ:

 

แบบที่ 1: วางโครงร่างหน้าหลักและเติมวอลลุ่มด้วยฟิลเลอร์ 1~2cc ในครั้งแรก

แบบที่ 2: เริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ ใส่ปริมาณน้อยๆ ก่อน

แล้วค่อยกลับมาแต่งเติมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ หลังผ่านไป 2~4 สัปดาห์

 

สำหรับคนที่มีปัญหาใบหน้าไม่สมมาตรค่อนข้างเยอะ การดูผลลัพธ์ทีละข้าง

แล้วค่อยๆ ทยอยปรับแก้ไปพร้อมๆ กันจะปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่สวยเนียนกว่าการรีบร้อนอัดในครั้งเดียวครับ

 

สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

  • ฟิลเลอร์ขมับ ไม่ใช่การอัดสารเติมเต็ม

    เข้าไปเพื่อบวมเป่งในจุดที่ลึกโบ๋เท่านั้นงับ

 

  • แต่เป็นการเข้าไปฟื้นความเต่งตึงของเส้นพยุงด้านข้างที่เริ่มต้นจากบริเวณขมับ

    ช่วยทำให้แนวโหนกแก้มและขากรรไกรล่าง

    ดูเพรียวกระชับ ไม่ห้อยคล้อยเบลอครับ

 

  • ดังนั้น ควรประเมินความพึงพอใจและผลลัพธ์

    หลังทำ 2 สัปดาห์เป็นต้นไปจะตรงตามความจริงที่สุดครับ

위영진 원장이 말하는 관자 필러 유지기간 9~18개월의 진실

 

 








ฟิลเลอร์ขมับ จะสามารถ

คงผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9~18 เดือนครับ

ซึ่งแน่นอนว่าระยะเวลาไม่ได้ขึ้นอยู่กับ

ชื่อแบรนด์หรือรุ่นฟิลเลอร์เพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น

 

แต่วิธีและระดับชั้นผิวที่แพทย์ฉีดลงไป

รวมถึงพฤติกรรมการแสดงอารมณ์บนใบหน้าของแต่ละคนก็ส่งผลอย่างยิ่งเช่นกันครับ

 

แม้ขมับจะไม่ได้มีการขยับเขยื้อนเยอะเท่าริมฝีปากหรือรอบดวงตา

แต่ผิวชั้นนอกบริเวณนั้นค่อนข้างบางมากครับ

 

ดังนั้น ความสมดุลระหว่างความทนทานยาวนาน

กับความรู้สึกเรียบเนียนกลมกลืนธรรมชาติจึงต้องสัมพันธ์กันอย่างพอเหมาะครับ

สภาวะผิว

ความรู้สึกถึงผลลัพธ์

คีย์เวิร์ดการฟื้นตัว

มาตรฐานเวลาคงอยู่

คนลองฉีดครั้งแรก

แก้ไขความลึกตอบเป็นหลัก

ดูอาการบวม 72 ชั่วโมง

9~12 เดือน

ขมับตอบระดับลึก

ภาพรวมแนวกรอบหน้าดูเป๊ะขึ้น

ประเมินผลลัพธ์ที่ 2 สัปดาห์

ราวๆ 12 เดือน

กลับมาฉีดซ้ำ

ปรับรูปทรงไลน์ขมับเล็กน้อย

เช็กปริมาณฟิลเลอร์เก่าที่เหลือ

12~18 เดือน

ฉีดในชั้นผิวตื้น

ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างทันใจ

ระวังการเกิดตะปุ่มตะป่ำ

อาจรู้สึกสลายเร็วกว่าปกติ

ปัจจัยที่ช่วยชี้ชะตาผลลัพธ์จะดีหรือบ้ง

อยู่ที่ความตื้นลึกที่แท้จริงของรอยตอบและชั้นผิวที่เลือกวางเนื้อฟิลเลอร์ครับ

 

สำหรับคนไข้บางท่านที่เกิดมาพร้อมกับลักษณะผิวพรรณที่บางมากๆ

หมอแนะนำให้ทยอยแบ่งฉีดในเคสนี้

ดีกว่าการอัดทีเดียวปริมาณเยอะๆ จนเห็นเป็นขอบชัดเจนครับ

 

นี่คือเหตุผลที่บางคนฉีดแล้วรู้สึกว่าได้ผลลัพธ์ต่างกันครับ

 

ผู้ที่มักถ่ายรูปและคอยตรวจเช็กแค่รูปหน้าพอร์เทรตมุมตรงอย่างเดียว อาจรู้สึกว่าหน้าเปลี่ยนนิดเดียว

ในขณะที่ผู้รวบผมหางม้าบ่อยๆ หรือมองกระจกจากมุมเฉียงด้านข้างเป็นประจำ

จะรู้สึกและเลิฟความละมุนที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนมากๆ ครับ

 

แน่นอนว่าหากฉีดปริมาณที่ล้นเกินไป ก็อาจเสี่ยงจะทำให้ใบหน้าดูบานและกว้างขึ้นได้

ดังนั้นจึงต้องทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญ

แต่รับรองว่าฟิลเลอร์ขมับคือหัตถการที่ดีมากในการบอกลารูปหน้าโทรมๆ และทำให้ดูสดใสขึ้นครับ

실제 질문 베스트 3: 관자 필러 효과 시기, 유지기간, 잔통의 모든 것

 

 








Q&A ยอดฮิตรวมคำถามจากห้องตรวจ หมอสัญญากลางแก้ให้หายสงสัย

 

Q1. หลังฉีด ฟิลเลอร์ขมับ จะเริ่มเห็นผลลัพธ์สวยงามเมื่อไหร่คะ?

จะมองเห็นความตื้นเปลี่ยนแปลงทันทีหลังเสร็จสิ้นหัตถการเลยครับ แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะสวยงามเป๊ะสุดหลังทำ 2 สัปดาห์

เนื่องจากช่วง 24~72 ชั่วโมงแรก จะยังมีส่วนผสมของอาการบวมน้ำยาชาและเข็มอยู่ปะปนค่อนข้างหน้าตาขัดเขินนิดหน่อยครับ

 

ในทุกๆ สัปดาห์จะมีคนไข้ประมาณสองถึงสามท่านชอบทักหาหมอว่า

“วันแรกๆ ฮึบกลัวว่ามองดูหน้ากว้างเกินไปและแอบหนาเตอะหรือเปล่า

พอครบ 10 วันปุ๊บ สวยเป็นธรรมชาติลงตัวชอบเลยค่ะ”

 

Q2. ฟิลเลอร์ขมับสามารถอยู่ยาวรักษาระยะเวลากี่เดือน?

ตามสถิติของคลินิกเรา

อยู่ที่ช่วงประมาณ 9 ถึง 18 เดือนถือเป็นความจริงที่ดีที่สุดในชีวิตประจำวันครับ

 

และขอบอกเลยว่าปริมาณยาคงเหลือเดิมกับการดีไซน์จัดปรับ

แนวสโลปกรอบรูปหน้าอย่างเหมาะสมสำคัญกว่ายี่ห้อรุ่นฟิลเลอร์อย่างเดียวครับ

 

Q3. มีอาการบวมนานไหม กี่วันเริ่มดีขึ้น?

อาการบวมเต่งหลักๆ จะยุบและหายสนิทภายใน 2~5 วันครับ

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอาการบวมบริเวณนั้นอาจจะสร้างแสงกระทบและเงาใบหน้า

จึงทำให้อาจจะมองหน้าเฉียงดูแปลกตาและเด่นชัดชั่วคราวได้ครับ

 

หากคนไข้ท่านใดมีกำหนดการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ถ่ายแบบสำคัญ หรือสัมภาษณ์งานใหญ่

หมอแนะนำให้เผื่อเวลาล่วงหน้าอย่างน้อย 1~2 สัปดาห์จะสบายใจและเซฟสุดๆ ครับ

 

ถ้าอยากให้ทุกคนจำข้อคิดไปใช้วันนี้แค่ข้อเดียว

— กรุณามองขมับในฐานะเป็นจุดเริ่มต้นโครงด้านข้าง

อย่ามองว่ามันเป็นแค่โซนช่องว่างเหงาๆ ที่ขบถุ๋มลงไปตรงนั้นนะครับ

 

ในบทความถัดไปหมอจะมาวิเคราะห์รายละเอียดวิธีว่าควรสลักมุมหน้าเริ่มที่ 1cc ก่อน

หรือก้าวกระโดดขมับสวยอิ่มตัวเลือกจัดเต็มถึง 2cc ไปเลยดีกว่ากันครับ

 

รวมถึงการเปิดแชร์เคสรีวิวของชั้นว่างมิติหน้า

ที่เหมาะสมกับแต่ละสเต็ปอย่างละเอียดกันครับ

 

ขอลาไปก่อน หมอวี ยองจิน สวัสดีครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกันเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ฉีดสลายไขมัน ทำไมถึงไม่ควรเชื่อแค่คำว่า 'ช่วยละลายไขมัน'

ร่างกาย

ฉีดเมโสแฟตสลายไขมัน ทำไมถึงไม่ควรเชื่อแค่คำว่า 'ช่วยละลายไขมัน' อย่างเดียว

ฉีดปรับรูปหน้า (윤곽주사) กับ ฉีดสลายไขมัน (지방분해주사) ไม่เหมือนกันนะคะ! มาดูความแตกต่างระหว่างแบบลดขนาดที่อาจกลับมาใหญ่ใหม่ กับแบบทำลายเซลล์ไขมันให้หายไปเลย ตั้งแต่ยุคสเตียรอยด์จนถึงยุค Deoxycholic acid

มาตรฐานของเข็มฉลายไขมันเหนียง ทำไม Deoxycholic Acid ถึงเห็นผลดีที่สุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม

มาตรฐานใหม่ของการสลายไขมันใต้คาง ค้นพบเหตุผลที่ Deoxycholic Acid ให้ผลลัพธ์ที่ทรงพลัง

ส่วนผสมหลักของ V-Olet คือ Deoxycholic Acid ซึ่งเป็นสารสกัดเข้มข้นที่ช่วยสลายเซลล์ไขมันได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ โดยจะมีเอฟเฟกต์ข้างเคียง (Trade-off) อย่างอาการบวมหรือระคายเคืองตามมา พร้อมๆ กับผลลัพธ์ในการช่วยกระตุ้นคอลลาเจนค่ะ

ถ้าเคยเลื่อนการฉีดสลายไขมันออกไปเพราะกลัวบวม ตอนนี้เรามีทางเลือกใหม่ที่ต่างออกไปแล้วค่ะ

ร่างกาย

ถ้าคุณเคยเลื่อนนัดการฉีดสลายไขมันเพราะกลัวอาการบวม ตอนนี้เรามีทางเลือกใหม่ที่จะเปลี่ยนใจคุณแล้วค่ะ

Cholic Acid เป็นส่วนผสมใหม่ล่าสุดในนวัตกรรมยาระดับโลกที่มีการระคายเคืองต่ำและช่วยลดอาการบวมได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ โดยสลายไขมันตัวนี้จะใช้ร่วมกับเทคนิค Double Slim ที่จับคู่กับเข็มปลายทู่ (Cannula) เพื่อช่วยให้ได้รูปหน้าที่เรียบเนียนยิ่งขึ้น และบวมน้อยลงด้วยค่ะ

ฉีดสลายไขมัน (지방주사) แล้วมุมปากเบี้ยว จะเป็นแบบนี้ถาวรไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดสลายไขมัน (지방주사) แล้วมุมปากเบี้ยว จะเป็นแบบนี้ถาวรไหมคะ?

หากกังวลเรื่องเส้นประสาทเสียหายจาก การฉีดลดไขมัน (Fat Dissolving Injection) อยากให้ทราบก่อนว่าส่วนใหญ่แล้วเป็นเพียงอาการชั่วคราวเท่านั้นค่ะ มาฟังคำอธิบายสบายๆ เกี่ยวกับอาการ การฟื้นตัว และวิธีเข้ารับบริการอย่างปลอดภัยกันค่ะ

หลังจากฉีดเลเซอร์หรือยาฉีดสลายไขมัน (지방분해주사) แล้วมีอาการบวมอยู่ 2-3 วัน ถือว่าเป็นเรื่องปกติไหมคะ?

ร่างกาย

ฉีดเลเซอร์สลายไขมัน (지방분해주사) แล้วมีอาการบวมอยู่ 2-3 วัน แบบนี้ปกติไหมคะ?

อาการบวมหลังทำ skin booster ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปค่ะ แต่อาจมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่คุณควรสังเกตไว้ รวมถึงวิธีรับบริการอย่างปลอดภัยด้วยตัวยาที่ผ่าน อย. และเทคนิคที่แม่นยำตามหลักอนาโตมี ซึ่งเราจะมาอธิบายให้ฟังกันค่ะ

V-Olet, New Bijou, Double Slim... แบบไหนที่เหมาะกับใต้คางของเรานะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

V-Olet, New Bijou, Double Slim... แบบไหนที่ใช่สำหรับใต้คางของเรานะ?

เข็มฉีดสลายไขมัน (지방분해주사) ทั้ง 3 แบบนี้ ไม่มีคำตอบไหนที่เป็นคำตอบเดียวที่ถูกต้องนะคะ เราจะมาเปรียบเทียบ Deoxycholic acid, Cholic acid และ Double Slim ให้เห็นกันชัดๆ พร้อมอธิบายวิธีเลือกแบบที่เหมาะกับสภาพผิวและสัดส่วนของคุณค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1