• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Pico vs Laser Toning: ดูแค่จำนวนช็อตอาจเสียเปรียบ

Pico vs Laser Toning: ดูแค่จำนวนช็อตอาจเสียเปรียบ

Pico vs Laser Toning: ดูแค่จำนวนช็อตอาจเสียเปรียบ

Pico vs เลเซอร์โทนนิ่ง เทียบแค่ช็อตอาจเสียเปรียบ จุดตื้นเหมาะพิโก ฝ้าลึกเหมาะ Q-switch

 









Pico Toning vs Laser Toning,

ทำไมดูแค่จำนวนช็อตถึงไม่คุ้ม (เสียดายเงินแย่เลย)

เช็กก่อนอ่านสักนิดนะคะ

 

Q. Pico ดีกว่าแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยหรือเปล่าคะ?

A. สำหรับรอยหมองคล้ำและจุดด่างดำตื้น ๆ Pico จะได้เปรียบกว่าค่ะ

แต่ถ้าเป็นฝ้าลึก ๆ Q-switched Toning จะได้ผลดีกว่านะคะ

 

Q. อ้าว แล้วทำไมการเปรียบเทียบจำนวนช็อตถึงไม่มีความหมายล่ะคะ?

A. เพราะผลลัพธ์ของพลังงานที่ลงไปต่อหนึ่งช็อตนั้น

แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ

 

สรุปในบรรทัดเดียว:

Pico Toning และ Laser Toning

เป็นบริการที่พลังงานในแต่ละช็อตมีคุณสมบัติแตกต่างกันค่ะ

 

เกณฑ์ในการเลือก:

ขึ้นอยู่กับความลึกค่ะว่าเม็ดสีนั้นอยู่ที่ชั้นหนังกำพร้าหรือชั้นหนังแท้

 

สิ่งที่เราจะมาดูกันวันนี้:

เกณฑ์การตัดสินใจว่าปัญหาเม็ดสีผิวของคุณเหมาะกับการรักษาแบบไหน

 

สิ่งที่จะได้รู้จากบทความนี้

  • ทำไมพลังงาน 1 ช็อตของ Pico Toning ถึงต่างจาก Laser Toning

  • ทำไมคุณสมบัติของพลังงานถึงสำคัญกว่าจำนวนช็อต

  • จุดด่างดำ · ฝ้า · ปานโอตะ — เกณฑ์การเลือกตามปัญหาเม็ดสีของคุณ

"피코가 무조건 더 좋나요?" 당신의 색소가 안 빠졌던 진짜 원인

 

 









Pico Toning กับ Laser Toning

แตกต่างกันอย่างไรคะ?

Pico Toning จะปล่อยพลังงานในระดับ Picosecond (หนึ่งในล้านล้านวินาที)

เพื่อเข้าไปสลายเม็ดสีให้แตกละเอียดเป็นผงค่ะ

 

แตกต่างจาก Laser Toning ทั่วไป (Q-switched Nd:YAG)

ตรงที่ความกว้างของลำแสงจะสั้นมากในระดับ 1 ในล้านล้านวินาที

 

จึงไม่ใช่การใช้ความร้อนในการละลายเม็ดสี

แต่เป็นการส่งคลื่นกระแทก (shockwave) เข้าไปทำให้เม็ดสีแตกตัวนั่นเองค่ะ

 

ส่วน Q-switched Toning จะอยู่ในระดับ Nanosecond

ซึ่งมีความกว้างของลำแสงยาวกว่าประมาณ 1,000 เท่าค่ะ

 

ทำให้ใน 1 ช็อตเกิดเอฟเฟกต์ความร้อน (Photothermal) ที่สูงกว่า

และช่วยกระตุ้นเมลานินในระดับที่ลึกกว่าได้ในครั้งเดียวค่ะ

토닝 10회 샷수의 배신: 왜 장비에 따라 '한 샷'의 무게가 다를까?

 

 









ทำไม Pico Toning ถึงยิงได้หลายช็อต

โดยไม่ต้องกังวลว่าผิวจะบางคะ?

 

เจาะลึกประเด็นสำคัญโดย

หมอวี ยองจิน

 

"Pico Toning มีเอฟเฟกต์ความร้อนน้อยมาก

ทำให้แม้จะยิงในจำนวนช็อตที่เยอะ ก็แทบไม่มีผลข้างเคียงกับผิวเลยครับ

ส่วน Q-switched Toning นั้น

พลังงานในแต่ละช็อตจะมีความเข้มข้นและแรงกว่า

 

สำหรับจุดด่างดำเล็ก ๆ แนะนำ Pico

ส่วนฝ้าลึก ๆ แนะนำ Q-switched ครับ —

ถ้าเทียบกันแค่จำนวนช็อต ก็อาจจะไม่ได้คำตอบที่ถูกต้องนะครับ"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮับจอง)

 

"ถ้าทำ Pico Toning บ่อย ๆ ผิวจะบางลงไหมคะ?"

คำถามนี้ เป็นคำถามที่หมอโดนถามในห้องตรวจ

อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเลยครับ

 

ความเป็นจริงแล้ว ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามเลยครับ

หัวใจสำคัญอยู่ที่ความกว้างของลำแสง (Pulse width) ครับ

 

เนื่องจาก Pico Toning ทำงานในระดับ Picosecond

ความร้อนจึงไม่มีเวลาที่จะแพร่กระจายไปทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างครับ

 

เพราะมันเป็นหัตถการที่มีเอฟเฟกต์จากความร้อน (Photothermal) น้อยมาก

แต่โดดเด่นในเรื่องของพลังงานกลและคลื่นกระแทก (Photoacoustic) แทนครับ

 

ในทางกลับกัน Q-switched Toning ทำงานในระดับ Nanosecond

พลังงานความร้อนที่ถูกกระตุ้นใน 1 ช็อตจึงมีความรุนแรงและชัดเจนกว่าครับ

 

ต่อให้ใช้พลังงานเท่ากัน

แต่ประสิทธิภาพการส่งพลังงานเพื่อข้ามผ่านจุดสลายเมลานินนั้นแตกต่างกัน

ดังนั้นการเปรียบเทียบแค่จำนวนช็อตจึงไม่มีประโยชน์เลยครับ

 

พออ่านแบบนี้อาจจะนึกภาพตามไม่ออก

ลองมาดูเคสจริงกันดีกว่าครับ จะเห็นภาพชัดเจนที่สุด

 

มีลูกค้าวัย 52 ปีท่านหนึ่ง เข้ามาปรึกษาเพื่อรับการรักษาซ้ำครับ

 

เมื่อ 2 ปีก่อน เธอเคยรักษาด้วย

Q-switched Toning มาแล้ว 6 ครั้งจากที่อื่นครับ

 

ผลลัพธ์คือฝ้าบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างจางลงไปหนึ่งระดับ

แต่จุดด่างดำเล็ก ๆ บริเวณสันจมูกแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยครับ

 

ที่เป็นแบบนี้เพราะจุดด่างดำเล็ก ๆ เป็นเม็ดสีตื้นที่อยู่ที่ฐานของหนังกำพร้า

พลังงานคลื่นกระแทกของ Pico จึงสลายได้ดีกว่า

ในขณะที่ฝ้าในชั้นหนังแท้ ความร้อนจาก Q-switched

จะผ่านขีดจำกัดในการทำลายเม็ดสีลึก ๆ ได้อย่างเสถียรกว่าครับ

 

สำหรับเคสนี้ หมอเลยเลือกใช้ Pico ในการจัดการจุดด่างดำตื้น ๆ

ควบคู่ไปกับการรักษาด้วย Q-switched พอทำไปได้ถึงครั้งที่ 4 ผิวก็เริ่มเรียบเนียนสม่ำเสมอกันครับ

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากจะเน้นย้ำไว้เสมอนะครับ

ถึงแม้ว่าจะเป็น Pico

ก็ใช่ว่าจะสามารถเร่งพลังงานให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ได้แบบไม่มีขีดจำกัดนะครับ

 

เพราะการเซ็ตค่าพลังงานที่เกิดรอยแดงขึ้นทันหลังทำทันทีนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไหน

ก็มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเม็ดสีเข้มขึ้นหลังอักเสบ (PIH) ได้สูงขึ้นทั้งนั้นครับ

 

บทสรุปสำคัญจากหมอวี ยองจิน

  • Pico โดดเด่นในเรื่องการทำลายเม็ดสีให้แตกละเอียด

    ส่วน Q-switched จะเด่นในเรื่องของการส่งพลังงานลงไปกระตุ้นในชั้นที่ลึกกว่าครับ

 

  • ถึงแม้จะเป็นการโทนนิ่งเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ของ 1 ช็อตนั้นต่างกัน

    ดังนั้น การเปรียบเทียบแค่จำนวนช็อตจึงไม่มีประโยชน์ครับ

피코토닝 샷수에 속지 마세요 — 내 기미 깊이에 맞는 장비는 따로 있습니다

 

 









แล้วรอยโรคแบบไหน เหมาะกับอะไรบ้าง?

รอยดำหรือจุดด่างดำในชั้นหนังกำพร้าเหมาะกับ Pico

ส่วนฝ้าลึกในชั้นหนังแท้หรือปานโอตะ

การเลือกใช้ Q-switched จะได้เปรียบมากกว่าค่ะ

ปัญหาผิว

ชั้นผิว

ตัวเลือกที่ได้เปรียบ

จุดด่างดำเล็ก ๆ · กระ

หนังกำพร้า

Pico Toning

รูขุมขน · ปรับโทนสีผิว

หนังกำพร้า ~ หนังแท้ส่วนบน

Pico Toning

ฝ้าลึก

หนังแท้

Q-switched Toning

ปานโอตะ · ปานโอตะเทียม

หนังแท้ชั้นลึก

Q-switched (พลังงานสูง)

กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis)

ฐานของหนังกำพร้า

ทำควบคู่กับ CO2 / Erbium:YAG

เคยมีลูกค้าท่านหนึ่งอายุ 32 ปี กังวลเรื่องกระมาก

และเธอได้รับการรักษาด้วย Q-switched Toning มาถึง 8 ครั้งจากที่อื่นค่ะ

 

เนื่องจากเม็ดสีที่อยู่ในระบบชั้นหนังกำพร้าจะเหมาะกับพลังงานคลื่นกระแทกของ Pico มากกว่า

หลังจากเปลี่ยนใจมาสลับใช้เป็นเครื่อง Pico

เมื่อทำไปเพียงครั้งที่ 3 รอยกระก็บางลงอย่างชัดเจนเลยค่ะ

 

กลับกัน หากท่านไหนมีปัญหาเฉพาะฝ้าในระดับลึก

การใช้บริการ Pico โดด ๆ เพียงอย่างเดียวอาจทำให้เห็นผลช้าจนรู้สึกอึดอัดได้ค่ะ

 

ในกรณีนี้ การใช้กลยุทธ์พลังงานต่ำของ Q-switched จะปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากกว่าค่ะ

 

หากพบปัญหาทั้งจุดด่างดำและฝ้าผสมปนเปกันอยู่

วิธีที่จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้ไวที่สุดและดีที่สุด

ก็คือการผสมผสานการรักษาโดยใช้ทั้งสองรอยโรคนี้ร่วมกันค่ะ

내 색소엔 피코? 레이저토닝? 깊이별 장비 선택 가이드

 

 









3 คำถามยอดฮิตที่พบบ่อย

 

Q1. ผลลัพธ์ระหว่าง Pico Toning กับ Laser Toning

แตกต่างกันมากแค่ไหนคะ?

สำหรับเม็ดสีชั้นนอก (กระ·จุดด่างดำ) Pico มักจะช่วยให้รอยจางลง

ได้เร็วกว่าเฉลี่ยประมาณ 1-2 ครั้ง

ส่วนปัญหาฝ้าลึกในชั้นหนังแท้ Q-switched จะทำได้เสถียรและปลอยภัยกว่าค่ะ

 

Q2. Pico Toning ราคาสูงกว่าพอสมควร

คุ้มค่าตัวไหมคะ?

หากปัญหาของคุรคือจุดด่างดำตื้น ๆ แม้ราคาต่อครั้งของ Pico จะค่อนข้างพรีเมียม

แต่มันช่วยลดจำนวนครั้งในการเข้ามารักษาโดยรวมลงได้

เมื่อเทียบผลลัพธ์แล้ว ส่วนใหญ่ถือว่าคุ้มค่าและไม่ขาดทุนแน่นอนค่ะ

 

ในทางกลับกัน ถ้ามีเพียงฝ้าที่ลึกอย่างเดียว การเลือกใช้ Q-switched

อาจจะคุ้มค่าและได้ประสิทธิภาพที่เข้าเป้ามากกว่า Pico ที่มีราคาสูงค่ะ

 

Q3. มีคนบอกว่ายิ่งทำ Toning บ่อย ๆ

จะยิ่งทำให้ฝ้าเด่นชัดขึ้นจริงไหมคะ?

จริงค่ะ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าพลังงานเป็นหลักเลยค่ะ

การส่งพลังงานแรงเกินไปจนทำให้หน้าแดงทันทีหลังรักษาเสร็จ ค่อนข้างอันตรายค่ะ

 

ดังนั้น ประสบการณ์ในการปรับค่าพลังงานและวิเคราะห์ของแพทย์จึงสำคัญยิ่งกว่าตัวเครื่อง

เราต้องปรับพลังงานและระยะเวลาในการทำแต่ละรอบให้เหมาะสมและพอดีกับแต่ละบุคคลค่ะ

 

ท้ายที่สุดแล้ว ทั้ง Pico และ Q-switched ไม่ใช่คู่แข่งกันหรอกนะคะ

แต่เป็นเสมือนเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการรักษาในระดับชั้นความลึกที่แตกต่างกันค่ะ

 

ในบทความหน้า

หมอจะมาพูดถึงหัวข้อ 'ทำ Toning มา 4-6 ครั้งแล้วไม่เห็นผล

เราจะสามารถตรวจเช็กการตั้งค่าพลังงานอย่างไรได้บ้าง' กันนะครับ

 

เพราะการที่ทำไปหลายครั้งแล้วรอยยังไม่สะกิดจางลงเลย

มันมีสาเหตุเฉพาะซ่อนอยู่ครับ

 

บทความนี้หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนนะครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

 









Pico Toning vs Laser Toning,

ทำไมดูแค่จำนวนช็อตถึงไม่คุ้ม (เสียดายเงินแย่เลย)

เช็กก่อนอ่านสักนิดนะคะ

 

Q. Pico ดีกว่าแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยหรือเปล่าคะ?

A. สำหรับรอยหมองคล้ำและจุดด่างดำตื้น ๆ Pico จะได้เปรียบกว่าค่ะ

แต่ถ้าเป็นฝ้าลึก ๆ Q-switched Toning จะได้ผลดีกว่านะคะ

 

Q. อ้าว แล้วทำไมการเปรียบเทียบจำนวนช็อตถึงไม่มีความหมายล่ะคะ?

A. เพราะผลลัพธ์ของพลังงานที่ลงไปต่อหนึ่งช็อตนั้น

แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ

 

สรุปในบรรทัดเดียว:

Pico Toning และ Laser Toning

เป็นบริการที่พลังงานในแต่ละช็อตมีคุณสมบัติแตกต่างกันค่ะ

 

เกณฑ์ในการเลือก:

ขึ้นอยู่กับความลึกค่ะว่าเม็ดสีนั้นอยู่ที่ชั้นหนังกำพร้าหรือชั้นหนังแท้

 

สิ่งที่เราจะมาดูกันวันนี้:

เกณฑ์การตัดสินใจว่าปัญหาเม็ดสีผิวของคุณเหมาะกับการรักษาแบบไหน

 

สิ่งที่จะได้รู้จากบทความนี้

  • ทำไมพลังงาน 1 ช็อตของ Pico Toning ถึงต่างจาก Laser Toning

  • ทำไมคุณสมบัติของพลังงานถึงสำคัญกว่าจำนวนช็อต

  • จุดด่างดำ · ฝ้า · ปานโอตะ — เกณฑ์การเลือกตามปัญหาเม็ดสีของคุณ

"피코가 무조건 더 좋나요?" 당신의 색소가 안 빠졌던 진짜 원인

 

 









Pico Toning กับ Laser Toning

แตกต่างกันอย่างไรคะ?

Pico Toning จะปล่อยพลังงานในระดับ Picosecond (หนึ่งในล้านล้านวินาที)

เพื่อเข้าไปสลายเม็ดสีให้แตกละเอียดเป็นผงค่ะ

 

แตกต่างจาก Laser Toning ทั่วไป (Q-switched Nd:YAG)

ตรงที่ความกว้างของลำแสงจะสั้นมากในระดับ 1 ในล้านล้านวินาที

 

จึงไม่ใช่การใช้ความร้อนในการละลายเม็ดสี

แต่เป็นการส่งคลื่นกระแทก (shockwave) เข้าไปทำให้เม็ดสีแตกตัวนั่นเองค่ะ

 

ส่วน Q-switched Toning จะอยู่ในระดับ Nanosecond

ซึ่งมีความกว้างของลำแสงยาวกว่าประมาณ 1,000 เท่าค่ะ

 

ทำให้ใน 1 ช็อตเกิดเอฟเฟกต์ความร้อน (Photothermal) ที่สูงกว่า

และช่วยกระตุ้นเมลานินในระดับที่ลึกกว่าได้ในครั้งเดียวค่ะ

토닝 10회 샷수의 배신: 왜 장비에 따라 '한 샷'의 무게가 다를까?

 

 









ทำไม Pico Toning ถึงยิงได้หลายช็อต

โดยไม่ต้องกังวลว่าผิวจะบางคะ?

 

เจาะลึกประเด็นสำคัญโดย

หมอวี ยองจิน

 

"Pico Toning มีเอฟเฟกต์ความร้อนน้อยมาก

ทำให้แม้จะยิงในจำนวนช็อตที่เยอะ ก็แทบไม่มีผลข้างเคียงกับผิวเลยครับ

ส่วน Q-switched Toning นั้น

พลังงานในแต่ละช็อตจะมีความเข้มข้นและแรงกว่า

 

สำหรับจุดด่างดำเล็ก ๆ แนะนำ Pico

ส่วนฝ้าลึก ๆ แนะนำ Q-switched ครับ —

ถ้าเทียบกันแค่จำนวนช็อต ก็อาจจะไม่ได้คำตอบที่ถูกต้องนะครับ"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮับจอง)

 

"ถ้าทำ Pico Toning บ่อย ๆ ผิวจะบางลงไหมคะ?"

คำถามนี้ เป็นคำถามที่หมอโดนถามในห้องตรวจ

อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเลยครับ

 

ความเป็นจริงแล้ว ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามเลยครับ

หัวใจสำคัญอยู่ที่ความกว้างของลำแสง (Pulse width) ครับ

 

เนื่องจาก Pico Toning ทำงานในระดับ Picosecond

ความร้อนจึงไม่มีเวลาที่จะแพร่กระจายไปทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างครับ

 

เพราะมันเป็นหัตถการที่มีเอฟเฟกต์จากความร้อน (Photothermal) น้อยมาก

แต่โดดเด่นในเรื่องของพลังงานกลและคลื่นกระแทก (Photoacoustic) แทนครับ

 

ในทางกลับกัน Q-switched Toning ทำงานในระดับ Nanosecond

พลังงานความร้อนที่ถูกกระตุ้นใน 1 ช็อตจึงมีความรุนแรงและชัดเจนกว่าครับ

 

ต่อให้ใช้พลังงานเท่ากัน

แต่ประสิทธิภาพการส่งพลังงานเพื่อข้ามผ่านจุดสลายเมลานินนั้นแตกต่างกัน

ดังนั้นการเปรียบเทียบแค่จำนวนช็อตจึงไม่มีประโยชน์เลยครับ

 

พออ่านแบบนี้อาจจะนึกภาพตามไม่ออก

ลองมาดูเคสจริงกันดีกว่าครับ จะเห็นภาพชัดเจนที่สุด

 

มีลูกค้าวัย 52 ปีท่านหนึ่ง เข้ามาปรึกษาเพื่อรับการรักษาซ้ำครับ

 

เมื่อ 2 ปีก่อน เธอเคยรักษาด้วย

Q-switched Toning มาแล้ว 6 ครั้งจากที่อื่นครับ

 

ผลลัพธ์คือฝ้าบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างจางลงไปหนึ่งระดับ

แต่จุดด่างดำเล็ก ๆ บริเวณสันจมูกแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยครับ

 

ที่เป็นแบบนี้เพราะจุดด่างดำเล็ก ๆ เป็นเม็ดสีตื้นที่อยู่ที่ฐานของหนังกำพร้า

พลังงานคลื่นกระแทกของ Pico จึงสลายได้ดีกว่า

ในขณะที่ฝ้าในชั้นหนังแท้ ความร้อนจาก Q-switched

จะผ่านขีดจำกัดในการทำลายเม็ดสีลึก ๆ ได้อย่างเสถียรกว่าครับ

 

สำหรับเคสนี้ หมอเลยเลือกใช้ Pico ในการจัดการจุดด่างดำตื้น ๆ

ควบคู่ไปกับการรักษาด้วย Q-switched พอทำไปได้ถึงครั้งที่ 4 ผิวก็เริ่มเรียบเนียนสม่ำเสมอกันครับ

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากจะเน้นย้ำไว้เสมอนะครับ

ถึงแม้ว่าจะเป็น Pico

ก็ใช่ว่าจะสามารถเร่งพลังงานให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ได้แบบไม่มีขีดจำกัดนะครับ

 

เพราะการเซ็ตค่าพลังงานที่เกิดรอยแดงขึ้นทันหลังทำทันทีนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไหน

ก็มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเม็ดสีเข้มขึ้นหลังอักเสบ (PIH) ได้สูงขึ้นทั้งนั้นครับ

 

บทสรุปสำคัญจากหมอวี ยองจิน

  • Pico โดดเด่นในเรื่องการทำลายเม็ดสีให้แตกละเอียด

    ส่วน Q-switched จะเด่นในเรื่องของการส่งพลังงานลงไปกระตุ้นในชั้นที่ลึกกว่าครับ

 

  • ถึงแม้จะเป็นการโทนนิ่งเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ของ 1 ช็อตนั้นต่างกัน

    ดังนั้น การเปรียบเทียบแค่จำนวนช็อตจึงไม่มีประโยชน์ครับ

피코토닝 샷수에 속지 마세요 — 내 기미 깊이에 맞는 장비는 따로 있습니다

 

 









แล้วรอยโรคแบบไหน เหมาะกับอะไรบ้าง?

รอยดำหรือจุดด่างดำในชั้นหนังกำพร้าเหมาะกับ Pico

ส่วนฝ้าลึกในชั้นหนังแท้หรือปานโอตะ

การเลือกใช้ Q-switched จะได้เปรียบมากกว่าค่ะ

ปัญหาผิว

ชั้นผิว

ตัวเลือกที่ได้เปรียบ

จุดด่างดำเล็ก ๆ · กระ

หนังกำพร้า

Pico Toning

รูขุมขน · ปรับโทนสีผิว

หนังกำพร้า ~ หนังแท้ส่วนบน

Pico Toning

ฝ้าลึก

หนังแท้

Q-switched Toning

ปานโอตะ · ปานโอตะเทียม

หนังแท้ชั้นลึก

Q-switched (พลังงานสูง)

กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis)

ฐานของหนังกำพร้า

ทำควบคู่กับ CO2 / Erbium:YAG

เคยมีลูกค้าท่านหนึ่งอายุ 32 ปี กังวลเรื่องกระมาก

และเธอได้รับการรักษาด้วย Q-switched Toning มาถึง 8 ครั้งจากที่อื่นค่ะ

 

เนื่องจากเม็ดสีที่อยู่ในระบบชั้นหนังกำพร้าจะเหมาะกับพลังงานคลื่นกระแทกของ Pico มากกว่า

หลังจากเปลี่ยนใจมาสลับใช้เป็นเครื่อง Pico

เมื่อทำไปเพียงครั้งที่ 3 รอยกระก็บางลงอย่างชัดเจนเลยค่ะ

 

กลับกัน หากท่านไหนมีปัญหาเฉพาะฝ้าในระดับลึก

การใช้บริการ Pico โดด ๆ เพียงอย่างเดียวอาจทำให้เห็นผลช้าจนรู้สึกอึดอัดได้ค่ะ

 

ในกรณีนี้ การใช้กลยุทธ์พลังงานต่ำของ Q-switched จะปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากกว่าค่ะ

 

หากพบปัญหาทั้งจุดด่างดำและฝ้าผสมปนเปกันอยู่

วิธีที่จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้ไวที่สุดและดีที่สุด

ก็คือการผสมผสานการรักษาโดยใช้ทั้งสองรอยโรคนี้ร่วมกันค่ะ

내 색소엔 피코? 레이저토닝? 깊이별 장비 선택 가이드

 

 









3 คำถามยอดฮิตที่พบบ่อย

 

Q1. ผลลัพธ์ระหว่าง Pico Toning กับ Laser Toning

แตกต่างกันมากแค่ไหนคะ?

สำหรับเม็ดสีชั้นนอก (กระ·จุดด่างดำ) Pico มักจะช่วยให้รอยจางลง

ได้เร็วกว่าเฉลี่ยประมาณ 1-2 ครั้ง

ส่วนปัญหาฝ้าลึกในชั้นหนังแท้ Q-switched จะทำได้เสถียรและปลอยภัยกว่าค่ะ

 

Q2. Pico Toning ราคาสูงกว่าพอสมควร

คุ้มค่าตัวไหมคะ?

หากปัญหาของคุรคือจุดด่างดำตื้น ๆ แม้ราคาต่อครั้งของ Pico จะค่อนข้างพรีเมียม

แต่มันช่วยลดจำนวนครั้งในการเข้ามารักษาโดยรวมลงได้

เมื่อเทียบผลลัพธ์แล้ว ส่วนใหญ่ถือว่าคุ้มค่าและไม่ขาดทุนแน่นอนค่ะ

 

ในทางกลับกัน ถ้ามีเพียงฝ้าที่ลึกอย่างเดียว การเลือกใช้ Q-switched

อาจจะคุ้มค่าและได้ประสิทธิภาพที่เข้าเป้ามากกว่า Pico ที่มีราคาสูงค่ะ

 

Q3. มีคนบอกว่ายิ่งทำ Toning บ่อย ๆ

จะยิ่งทำให้ฝ้าเด่นชัดขึ้นจริงไหมคะ?

จริงค่ะ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าพลังงานเป็นหลักเลยค่ะ

การส่งพลังงานแรงเกินไปจนทำให้หน้าแดงทันทีหลังรักษาเสร็จ ค่อนข้างอันตรายค่ะ

 

ดังนั้น ประสบการณ์ในการปรับค่าพลังงานและวิเคราะห์ของแพทย์จึงสำคัญยิ่งกว่าตัวเครื่อง

เราต้องปรับพลังงานและระยะเวลาในการทำแต่ละรอบให้เหมาะสมและพอดีกับแต่ละบุคคลค่ะ

 

ท้ายที่สุดแล้ว ทั้ง Pico และ Q-switched ไม่ใช่คู่แข่งกันหรอกนะคะ

แต่เป็นเสมือนเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการรักษาในระดับชั้นความลึกที่แตกต่างกันค่ะ

 

ในบทความหน้า

หมอจะมาพูดถึงหัวข้อ 'ทำ Toning มา 4-6 ครั้งแล้วไม่เห็นผล

เราจะสามารถตรวจเช็กการตั้งค่าพลังงานอย่างไรได้บ้าง' กันนะครับ

 

เพราะการที่ทำไปหลายครั้งแล้วรอยยังไม่สะกิดจางลงเลย

มันมีสาเหตุเฉพาะซ่อนอยู่ครับ

 

บทความนี้หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนนะครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หลังทำ Thermage แล้วใบหน้าชาและซ่าอยู่หลายวัน เป็นปฏิกิริยาปกติไหม

ผิว

หลัง Thermage หน้าชาซ่าหลายวัน ปกติไหม

อาการชาซ่าหลัง Thermage มักเป็นความรู้สึกเปลี่ยนชั่วคราว สรุปว่าแค่ไหนปกติ เมื่อไรควรแจ้งคลินิก

หลังฉีด Sculptra ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นเมื่อไร และคงอยู่นานแค่ไหน

ผิว

ฉีด Sculptra ผลเริ่มเห็นเมื่อไร อยู่นานแค่ไหน

Sculptra กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ผลค่อย ๆ ขึ้นใน 2-3 เดือน สรุปแนวเปลี่ยนและระยะคงอยู่

วอลุ่มจากฟิลเลอร์สะโพกมักคงอยู่นานแค่ไหน และเมื่อไรควรคิดเรื่องเติมเสริม

โครงหน้า&วอลลุ่ม

วอลุ่มฟิลเลอร์สะโพกอยู่นานแค่ไหน เมื่อไรควรเติม

ฟิลเลอร์สะโพกมีระยะคงอยู่ต่างกันตามปริมาณและไลฟ์สไตล์ สรุปแนววอลุ่มจางลงและจังหวะเติมเสริม

หลังลบฝ้า·กระด้วย PicoWay ดูแลสะเก็ดอย่างไรจึงกันรอยดำคล้ำ

ผิว

หลัง PicoWay ลบฝ้ากระ ดูแลสะเก็ดยังไงกันรอยคล้ำ

หลัง PicoWay ลบเม็ดสี การไม่แตะสะเก็ดและกันแดดคือหัวใจกันรอยดำคล้ำ สรุปปฏิกิริยาปกติและวิธีดูแล

หลังทำหัตถการผิว แต่งหน้าได้อีกครั้งเมื่อไรจึงจะปลอดภัยจริง ๆ

ผิว

หลังทำหัตถการผิว แต่งหน้าได้เมื่อไรจึงปลอดภัย

จังหวะแต่งหน้าหลังหัตถการต่างกันตั้งแต่วันเดียวถึง 2 สัปดาห์ ตามระดับกระตุ้นพื้นผิว สรุปเส้นประเมิน

Sofwave เหมาะกับผิวและรูปหน้าแบบไหน และเมื่อไหร่ที่ตัวเลือกอื่นจะดีกว่า

ผิว

Sofwave เหมาะผิว-รูปหน้าแบบไหน เมื่อไหร่เลือกอื่น

Sofwave ร้อนกว้างชั้นกลางหนังแท้ เหมาะผิวกระชับลดลง ส่วนหย่อนใหญ่ควรเลือกอื่น เช็กว่าเหมาะคุณไหม

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1