• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ไม่ใช่แค่ฉีดเพิ่มความชุ่มชื้น

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ไม่ใช่แค่ฉีดเพิ่มความชุ่มชื้น

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ไม่ใช่แค่ฉีดเพิ่มความชุ่มชื้น

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ทำงานอย่างไร? PN ฟื้นฟูเกราะผิวที่เสียหายและแก้ผิวแห้งตึง อธิบายโดยผู้อำนวยการ

ฉีดน้ำเลี้ยงผิว (มุลกวาง) vs รีจูรัน ฮีลเลอร์ แบบไหนได้ผลกับผิวคุณมากกว่ากัน











ถ้าคิดว่า รีจูรัน Healer

เป็นแค่การฉีดไฮดรา

เติมความชุ่มชื้นทั่วไป

คุณกำลังเข้าใจผิดไปครึ่งหนึ่งแล้วครับ

 

แฮนแด บิวตี้สโตน คลินิก (Beautystone)

หมอวี ยองจิน ครับ

 

💡 ก่อนอ่าน มาเช็กตรงนี้กันก่อนนะครับ

Q. สุดท้ายแล้ว รีจูรัน Healer ก็คือ

การฉีดเติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้นไม่ใช่เหรอคะ?

A. ไม่ใช่แค่การเติมน้ำเข้าไปชั่วคราวนะครับ

แต่มันคือการเข้าไปปรับโครงสร้าง

ให้ผิวฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาใหม่

หลักการทำงานเบื้องลึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

 

Q. รู้สึกผิวแห้งตึงลึกๆ (inner tightness) มาก ทาครีมบำรุงก็แล้ว

หรือดริปวิตามินผิวก็แล้ว ทำไมยังไม่หายครับ?

A. เพราะสาเหตุของผิวแห้งตึงลึกๆ ไม่ได้เกิดจากการขาดน้ำเพียงอย่างเดียว

แต่เกิดจากการที่เกราะป้องกันผิว (skin barrier) เสียหายนั่นเองครับ

 

"รีจูรัน Healer ซึ่งประกอบด้วย

สารตั้งต้น DNA อย่าง PN (Polynucleotide)

จะเข้าไปฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวที่เสียหายให้กลับมาแข็งแรง

และช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งตึงลึกๆ ได้อย่างดีเยี่ยมครับ"

 

— คุณหมอวี ยองจิน (Beautystone คลินิก สาขาฮงแด)

ทาเครื่องสำอางเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกตึง? ถึงเวลาซ่อมเกราะผิวด้วยรีจูรัน

 

 











ทำไมปัญหาผิวแห้งตึงลึกๆ

ทาครีมเท่าไหร่ก็เอาไม่อยู่

— ความจริงแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่อง

การขาดน้ำครับ

สำหรับใครที่ล้างหน้าเสร็จแล้วรู้สึกหน้าแห้งตึงเปรี๊ยะ

ต่อให้ประโคมทาครีมบำรุงไปกี่กระปุก ก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใช่ไหมครับ?

 

เรื่องนี้ค่อนข้างเข้าใจผิดกันง่าย เพราะหลายคนมักคิดว่า

"เป็นเพราะผิวขาดน้ำ ก็เลยแห้งตึง"

ซึ่งคิดแบบนั้น...

 

มันก็ไม่ได้ผิดไปเสียทีเดียวหรอกครับ

แต่มันยังไม่ใช่คำอธิบายที่เป็นจุดสำคัญที่สุด

 

ต้นเหตุที่แท้จริงของอาการผิวแห้งตึงลึกๆ ก็คือ

เกราะป้องกันผิว (skin barrier) ของคุณกำลังเสียหายต่างหากครับ

 

ถ้าอธิบายง่ายๆ เกราะป้องกันผิวก็คือ

ผิวชั้นนอกสุด (stratum corneum) ที่คอยช่วยกักเก็บ

ความชุ่มชื้นไว้ข้างใน และปกป้องผิว

จากสิ่งกระตุ้นหรือมลภาวะภายนอกนั่นเองครับ

 

หากโครงสร้างนี้พังทลายลง ต่อให้คุณพยายามเติมน้ำเข้าไปมากแค่ไหน

มันก็จะระเหยออกไปในเวลาอันรวดเร็วอยู่ดี

 

การทาครีมบำรุง, การดริปวิตามินผิว, หรือเซรั่มเติมน้ำต่างๆ

ล้วนเป็นวิธีแบบ "เติมเข้าไป" ทั้งนั้น

 

แต่ถ้าเกราะป้องกันผิวของคุณเป็นรูรั่วอยู่แล้ว

เติมเข้าไปเท่าไหร่ มันก็รั่วออกหมดครับ

 

และนี่คือจุดสำคัญหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ครับ

 

ส่วนประกอบสำคัญของ รีจูรัน Healer ก็คือ PN

หรือ Polynucleotide นั่นเองครับ

 

ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารตั้งต้น DNA ที่สกัดมาจากปลาแซลมอน

คำว่าสารตั้งต้น DNA หมายถึง วัตถุดิบที่จำเป็น

สำหรับการสร้าง DNA ของเซลล์ผิวใหม่ครับ

 

เพราะฉะนั้น เมื่อสารตัวนี้ถูกส่งตรงเข้าสู่ชั้นผิว

มันจะทำหน้าที่ป้อนวัตถุดิบตั้งแต่ระดับเซลล์

เพื่อกระตุ้นการแบ่งตัวและการฟื้นฟูของเซลล์ผิวตามธรรมชาติครับ

 

ไม่ใช่แค่การเติมน้ำเข้าไปเคลือบผิวเฉยๆ นะครับ

แต่มันคือการสร้างโครงสร้าง

เพื่อฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวที่เคยเสียหายขึ้นมาใหม่เลยล่ะครับ

 

เมื่อเกราะป้องกันผิวกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์อีกครั้ง

หลังจากนั้น ผิวก็จะสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้เองตามธรรมชาติ

 

และนั่นคือตอนที่ปัญหาผิวแห้งตึงลึกๆ จะได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริงครับ

 

สารภาพตามตรงเลยครับ ตอนแรกที่ผมเริ่มใช้ รีจูรัน

รักษาคนไข้ในหลากหลายเคส

ผมถึงได้สัมผัสด้วยตัวเองว่า "อ๋อ กลไกการทำงานของมัน

ต่างจากการเติมความชุ่มชื้นแบบธรรมดาโดยสิ้นเชิงเลยจริงๆ"

 

เพราะมันไม่ใช่แค่ทำให้ผิวดูชุ่มชื้นขึ้นทันทีหลังทำเท่านั้น

แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2-4 สัปดาห์

คุณจะเห็นเลยว่าเนื้อสัมผัสผิว (skin texture) ดีขึ้นแบบคนละเรื่องเลยครับ

 

👨‍⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

สาร PN ใน รีจูรัน Healer

ไม่ใช่การเติมน้ำให้ผิวโดยตรงครับ

 

แต่เป็นการส่งตรงตัวช่วยวัตถุดิบในการฟื้นฟูเซลล์ผิว

ลึกเข้าไปในชั้นผิว เพื่อกระตุ้น

ให้เกราะป้องกันผิวที่เคยเสียหาย ฟื้นตัวแข็งแรงขึ้นได้ด้วยตัวเองครับ

 

ดังนั้น มันจึงตอบโจทย์มากๆ สำหรับคนที่มีปัญหาผิวอ่อนแออย่าง

ผิวแห้งตึงลึกๆ, ผิวแห้งกร้าน และผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอครับ

รีจูรัน บทบาทที่แท้จริงของสารสกัดจากปลาแซลมอนในชั้นผิว

 

 











แล้วคนไข้กลุ่มไหนบ้างที่มีผลลัพธ์

ดีขึ้นอย่างชัดเจนจากการรักษาจริง

ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีนะครับ

แต่หลักๆ แล้ว ผมมักจะแนะนำแบบนี้ครับ

 

กลุ่มคนที่ทำ รีจูรัน Healer แล้วเห็นผลดีที่สุด

จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ครับ

 

กลุ่มแรก คือ คนที่เกราะป้องกันผิวโดนทำร้ายซ้ำๆ ครับ

 

เช่น คนที่ทำเลเซอร์หรือผลัดเซลล์ผิวบ่อยเกินไป,

ใช้สกินแคร์ที่เข้มข้นหรือแรงเกินไปเป็นเวลานาน

หรือต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แห้งจัดและมลภาวะบ่อยๆ

 

คนไข้กลุ่มนี้จะมีสภาพเกราะป้องกันผิวที่บางลงเรื่อยๆ จนเรื้อรัง

 

เมื่อได้รับสาร PN เข้าไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่

ผิวจึงตอบสนองและฟื้นตัวได้ดีมากๆ ครับ

 

จากเคสที่มาคลินิกของเรา หลายท่านเคยบอกว่า "เคยไปทำทรีตเมนต์เติมความชุ่มชื้น

จากที่อื่นมาหลายครั้งแต่ไม่ค่อยเห็นผลเลย" แต่พอได้ทำ รีจูรัน ไป 2-3 ครั้ง

ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อาการผิวแห้งตึงลึกๆ

ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

 

กลุ่มที่สอง คือ คนที่มีปัญหาโทนสีผิวและเนื้อผิวไม่สม่ำเสมอครับ

 

ไม่ใช่ปัญหาเรื่องฝ้ากระจุดด่างดำโดยตรงนะครับ แต่เป็นความรู้สึกที่ว่า

ทำไมผิวดูหมองคล้ำไม่มีออร่า,

ผิวดูสากๆ ไม่เรียบเนียน หรือรูขุมขนกว้าง

จนเห็นได้ชัดครับ

 

เนื่องจากสาร PN จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวใหม่

จึงช่วยปรับระดับผิวให้เรียบเนียนขึ้นได้อย่างดีเยี่ยมนั่นเองครับ

 

กลุ่มที่สาม คือ คนที่เริ่มมีความกังวลเรื่องริ้วรอยแรกเริ่ม (fine lines) ครับ

 

ตรงนี้เป็นส่วนที่หลายคนเข้าใจผิดค่อนข้างเยอะเลยครับ

รีจูรัน ไม่ใช่ฟิลเลอร์ (filler) ที่จะเข้าไปเติมเต็มร่องลึกทันทีนะครับ

 

แต่มันจะส่อยช่วยฟื้นฟูความหนาและยืดหยุ่นของชั้นผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

เพื่อสร้างสภาวะผิวที่แข็งแรงจนยากที่จะเกิดริ้วรอยใหม่ครับ

 

ด้วยเหตุนี้ คนในช่วงอายุ 30 ปีต้นๆ หลายคน

จึงนิยมเริ่มทำเพื่อป้องกันและชะลอวัยไว้ก่อนครับ

 

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่ามันจะดีไปหมดในทุกจุดนะครับ

 

หัตถการในกลุ่ม PN จะไม่ได้เห็นผลลัพธ์แบบปุบปับทันตาเห็นครับ

 

หากคุณคาดหวังความเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือทันทีหลังทำ

อาจจะรู้สึกผิดหวังได้ครับ

 

โดยทั่วไป จะเริ่มสัมผัสได้ว่าผิวสุขภาพดีขึ้นทีละนิด

หลังผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์แรก

และจะเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อทำสะสมไปแล้วประมาณ 3-4 ครั้งครับ

 

แต่ทว่า ผลลัพธ์ที่ได้นั้นถูกสร้างขึ้นมาจากเซลล์ผิวจริงของคุณเอง

ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์จึงค่อนข้างยาวนานกว่า

หัตถการประเภทเติมเต็มทั่วไปครับ

 

ดังนั้น หัตถการนี้จึงเหมาะกับท่านที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพผิวจากภายในมากกว่า

ท่านที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็วทันใจครับ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ฉีด รีจูรัน Healer แล้วจะบวมหรือมีรอยช้ำเยอะไหมคะ?

A. เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเฉพาะบุคคลครับ

เนื่องจาก รีจูรัน เป็นหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กมาก (micro-needle)

สะกิดกระจายให้ทั่วทั้งใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ

ดังนั้น รอยแดงหรือตุ่มนูนเล็กๆ หลังทำ

มักเกิดขึ้นเป็นปกติกับเกือบทุกคนครับ

 

โดยทั่วไป รอยเหล่านี้จะค่อยๆ ยุบและหายไปเอง

ภายในวันนั้นหรือวันถัดไปครับ

 

ส่วนรอยช้ำจะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคสครับ

ในบริเวณที่ระบบไหลเวียนเลือดดีมาก หรือบริเวณที่ผิวบอบบางมาก (เช่น ใต้ตา)

ก็อาจจะมีรอยช้ำเกิดขึ้นได้บ้างครับ

 

ปกติแล้วจะค่อยๆ จางหายไปเองภายในหนึ่งสัปดาห์

และหากหลีกเลี่ยงหรือหยุดทานอาหารเสริมกลุ่มที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า

เช่น แอสไพริน หรือ วิตามินอี

ล่วงหน้าก่อนทำสัก 2-3 วัน ก็จะช่วยได้มากครับ

 

หากคุณมีนัดสำคัญในวันรุ่งขึ้นหลังทำ

สามารถแจ้งทีมงานล่วงหน้าได้เลยนะครับ

เพราะการแพลนวันและจองล่วงหน้าให้เหมาะสมจะเป็นผลดีที่สุดครับ

 

Q2. รีจูรัน Healer กับ ฉีดผิวสกินบูสเตอร์ทั่วไป (mul-gwang) แตกต่างกันอย่างไรครับ?

A. สารภาพตามตรงเลยครับ

นี่เป็นเรื่องที่คนไข้หลายท่านสับสนกันบ่อยมากๆ ครับ

 

การฉีดสกินบูสเตอร์ทั่วไป (mul-gwang) จะเน้นไปที่การไฮโดรหรือเติมกรดไฮยาลูรอนิก

เข้าไปในชั้นผิวโดยตรงเพื่อกักเก็บน้ำ

 

ซึ่งทำให้ผิวดูนุ่ม ชุ่มชื้นฉ่ำวาวขึ้นทันทีหลังทำ

แต่เมื่อสารที่เติมเข้าไปสลายหมดตามเวลา

หน้าก็จะกลับมาสู้สภาพผิวเดิมครับ

 

ในขณะที่ รีจูรัน Healer จะเน้นใช้สาร PN เข้าไปฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้าง

เซลล์ผิวใหม่ด้วยตัวเองครับ

 

ผลลัพธ์หลังทำทันทีอาจจะไม่ดูฉ่ำวาวอลังการเท่าการฉีดสกินบูสเตอร์ธรรมดา

แต่เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างชั้นผิวของคุณจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ

 

สรุปง่ายๆ คือ หากมองหาผิวฉ่ำวาวด่วนจี๋ สกินบูสเตอร์ (mul-gwang) ตอบโจทย์ครับ

แต่หากต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้สุขภาพดี แข็งแรงจากรากฐาน รีจูรัน Healer คือคำตอบครับ

ซึ่งเป็นหัตถการที่ตอบสนองความต้องการที่ต่างกันอย่างมีประสิทธิภาพครับ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทัก LINE หรือโทรศัพท์มาสอบถาม

ปรึกษาเราได้แบบเป็นกันเองเลยนะครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ลบรอยสักครั้งละ 30,000 วอนจริงไหม? "ลองคำนวณราคาจริงทั้งหมดดู ไม่งั้นอาจเจอเซอร์ไพรส์ทีหลังครับ"

ลบรอยสักด้วยเครื่อง Picoway ต้องทำกี่ครั้ง? สรุปจำนวนครั้งแบ่งตามสีและตำแหน่งรอยสัก

หน้าตอบ ขมับบุ๋มเป็นรูปถั่วลิสง ฉีดฟิลเลอร์ขมับจุดเดียวเอาอยู่จริงไหม? รีวิวแบบเจาะลึก

"ทำไมคนอื่นลบ 5 ครั้งก็หมดแล้ว?" เหตุผลที่แท้จริงที่ค่าลบรอยสักของแต่ละคนไม่เท่ากัน

ฉีดสลายไขมันที่ฮงแด ทำไมบางคนทำแล้วไม่เห็นผล? (*ได้ผลเฉพาะสูตรสลายไขมัน DCA เท่านั้นนะ)

ฉีดน้ำเลี้ยงผิว (มุลกวาง) vs รีจูรัน ฮีลเลอร์ แบบไหนได้ผลกับผิวคุณมากกว่ากัน











ถ้าคิดว่า รีจูรัน Healer

เป็นแค่การฉีดไฮดรา

เติมความชุ่มชื้นทั่วไป

คุณกำลังเข้าใจผิดไปครึ่งหนึ่งแล้วครับ

 

แฮนแด บิวตี้สโตน คลินิก (Beautystone)

หมอวี ยองจิน ครับ

 

💡 ก่อนอ่าน มาเช็กตรงนี้กันก่อนนะครับ

Q. สุดท้ายแล้ว รีจูรัน Healer ก็คือ

การฉีดเติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้นไม่ใช่เหรอคะ?

A. ไม่ใช่แค่การเติมน้ำเข้าไปชั่วคราวนะครับ

แต่มันคือการเข้าไปปรับโครงสร้าง

ให้ผิวฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาใหม่

หลักการทำงานเบื้องลึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

 

Q. รู้สึกผิวแห้งตึงลึกๆ (inner tightness) มาก ทาครีมบำรุงก็แล้ว

หรือดริปวิตามินผิวก็แล้ว ทำไมยังไม่หายครับ?

A. เพราะสาเหตุของผิวแห้งตึงลึกๆ ไม่ได้เกิดจากการขาดน้ำเพียงอย่างเดียว

แต่เกิดจากการที่เกราะป้องกันผิว (skin barrier) เสียหายนั่นเองครับ

 

"รีจูรัน Healer ซึ่งประกอบด้วย

สารตั้งต้น DNA อย่าง PN (Polynucleotide)

จะเข้าไปฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวที่เสียหายให้กลับมาแข็งแรง

และช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งตึงลึกๆ ได้อย่างดีเยี่ยมครับ"

 

— คุณหมอวี ยองจิน (Beautystone คลินิก สาขาฮงแด)

ทาเครื่องสำอางเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกตึง? ถึงเวลาซ่อมเกราะผิวด้วยรีจูรัน

 

 











ทำไมปัญหาผิวแห้งตึงลึกๆ

ทาครีมเท่าไหร่ก็เอาไม่อยู่

— ความจริงแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่อง

การขาดน้ำครับ

สำหรับใครที่ล้างหน้าเสร็จแล้วรู้สึกหน้าแห้งตึงเปรี๊ยะ

ต่อให้ประโคมทาครีมบำรุงไปกี่กระปุก ก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใช่ไหมครับ?

 

เรื่องนี้ค่อนข้างเข้าใจผิดกันง่าย เพราะหลายคนมักคิดว่า

"เป็นเพราะผิวขาดน้ำ ก็เลยแห้งตึง"

ซึ่งคิดแบบนั้น...

 

มันก็ไม่ได้ผิดไปเสียทีเดียวหรอกครับ

แต่มันยังไม่ใช่คำอธิบายที่เป็นจุดสำคัญที่สุด

 

ต้นเหตุที่แท้จริงของอาการผิวแห้งตึงลึกๆ ก็คือ

เกราะป้องกันผิว (skin barrier) ของคุณกำลังเสียหายต่างหากครับ

 

ถ้าอธิบายง่ายๆ เกราะป้องกันผิวก็คือ

ผิวชั้นนอกสุด (stratum corneum) ที่คอยช่วยกักเก็บ

ความชุ่มชื้นไว้ข้างใน และปกป้องผิว

จากสิ่งกระตุ้นหรือมลภาวะภายนอกนั่นเองครับ

 

หากโครงสร้างนี้พังทลายลง ต่อให้คุณพยายามเติมน้ำเข้าไปมากแค่ไหน

มันก็จะระเหยออกไปในเวลาอันรวดเร็วอยู่ดี

 

การทาครีมบำรุง, การดริปวิตามินผิว, หรือเซรั่มเติมน้ำต่างๆ

ล้วนเป็นวิธีแบบ "เติมเข้าไป" ทั้งนั้น

 

แต่ถ้าเกราะป้องกันผิวของคุณเป็นรูรั่วอยู่แล้ว

เติมเข้าไปเท่าไหร่ มันก็รั่วออกหมดครับ

 

และนี่คือจุดสำคัญหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ครับ

 

ส่วนประกอบสำคัญของ รีจูรัน Healer ก็คือ PN

หรือ Polynucleotide นั่นเองครับ

 

ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารตั้งต้น DNA ที่สกัดมาจากปลาแซลมอน

คำว่าสารตั้งต้น DNA หมายถึง วัตถุดิบที่จำเป็น

สำหรับการสร้าง DNA ของเซลล์ผิวใหม่ครับ

 

เพราะฉะนั้น เมื่อสารตัวนี้ถูกส่งตรงเข้าสู่ชั้นผิว

มันจะทำหน้าที่ป้อนวัตถุดิบตั้งแต่ระดับเซลล์

เพื่อกระตุ้นการแบ่งตัวและการฟื้นฟูของเซลล์ผิวตามธรรมชาติครับ

 

ไม่ใช่แค่การเติมน้ำเข้าไปเคลือบผิวเฉยๆ นะครับ

แต่มันคือการสร้างโครงสร้าง

เพื่อฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวที่เคยเสียหายขึ้นมาใหม่เลยล่ะครับ

 

เมื่อเกราะป้องกันผิวกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์อีกครั้ง

หลังจากนั้น ผิวก็จะสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้เองตามธรรมชาติ

 

และนั่นคือตอนที่ปัญหาผิวแห้งตึงลึกๆ จะได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริงครับ

 

สารภาพตามตรงเลยครับ ตอนแรกที่ผมเริ่มใช้ รีจูรัน

รักษาคนไข้ในหลากหลายเคส

ผมถึงได้สัมผัสด้วยตัวเองว่า "อ๋อ กลไกการทำงานของมัน

ต่างจากการเติมความชุ่มชื้นแบบธรรมดาโดยสิ้นเชิงเลยจริงๆ"

 

เพราะมันไม่ใช่แค่ทำให้ผิวดูชุ่มชื้นขึ้นทันทีหลังทำเท่านั้น

แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2-4 สัปดาห์

คุณจะเห็นเลยว่าเนื้อสัมผัสผิว (skin texture) ดีขึ้นแบบคนละเรื่องเลยครับ

 

👨‍⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

สาร PN ใน รีจูรัน Healer

ไม่ใช่การเติมน้ำให้ผิวโดยตรงครับ

 

แต่เป็นการส่งตรงตัวช่วยวัตถุดิบในการฟื้นฟูเซลล์ผิว

ลึกเข้าไปในชั้นผิว เพื่อกระตุ้น

ให้เกราะป้องกันผิวที่เคยเสียหาย ฟื้นตัวแข็งแรงขึ้นได้ด้วยตัวเองครับ

 

ดังนั้น มันจึงตอบโจทย์มากๆ สำหรับคนที่มีปัญหาผิวอ่อนแออย่าง

ผิวแห้งตึงลึกๆ, ผิวแห้งกร้าน และผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอครับ

รีจูรัน บทบาทที่แท้จริงของสารสกัดจากปลาแซลมอนในชั้นผิว

 

 











แล้วคนไข้กลุ่มไหนบ้างที่มีผลลัพธ์

ดีขึ้นอย่างชัดเจนจากการรักษาจริง

ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีนะครับ

แต่หลักๆ แล้ว ผมมักจะแนะนำแบบนี้ครับ

 

กลุ่มคนที่ทำ รีจูรัน Healer แล้วเห็นผลดีที่สุด

จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ครับ

 

กลุ่มแรก คือ คนที่เกราะป้องกันผิวโดนทำร้ายซ้ำๆ ครับ

 

เช่น คนที่ทำเลเซอร์หรือผลัดเซลล์ผิวบ่อยเกินไป,

ใช้สกินแคร์ที่เข้มข้นหรือแรงเกินไปเป็นเวลานาน

หรือต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แห้งจัดและมลภาวะบ่อยๆ

 

คนไข้กลุ่มนี้จะมีสภาพเกราะป้องกันผิวที่บางลงเรื่อยๆ จนเรื้อรัง

 

เมื่อได้รับสาร PN เข้าไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่

ผิวจึงตอบสนองและฟื้นตัวได้ดีมากๆ ครับ

 

จากเคสที่มาคลินิกของเรา หลายท่านเคยบอกว่า "เคยไปทำทรีตเมนต์เติมความชุ่มชื้น

จากที่อื่นมาหลายครั้งแต่ไม่ค่อยเห็นผลเลย" แต่พอได้ทำ รีจูรัน ไป 2-3 ครั้ง

ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อาการผิวแห้งตึงลึกๆ

ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

 

กลุ่มที่สอง คือ คนที่มีปัญหาโทนสีผิวและเนื้อผิวไม่สม่ำเสมอครับ

 

ไม่ใช่ปัญหาเรื่องฝ้ากระจุดด่างดำโดยตรงนะครับ แต่เป็นความรู้สึกที่ว่า

ทำไมผิวดูหมองคล้ำไม่มีออร่า,

ผิวดูสากๆ ไม่เรียบเนียน หรือรูขุมขนกว้าง

จนเห็นได้ชัดครับ

 

เนื่องจากสาร PN จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวใหม่

จึงช่วยปรับระดับผิวให้เรียบเนียนขึ้นได้อย่างดีเยี่ยมนั่นเองครับ

 

กลุ่มที่สาม คือ คนที่เริ่มมีความกังวลเรื่องริ้วรอยแรกเริ่ม (fine lines) ครับ

 

ตรงนี้เป็นส่วนที่หลายคนเข้าใจผิดค่อนข้างเยอะเลยครับ

รีจูรัน ไม่ใช่ฟิลเลอร์ (filler) ที่จะเข้าไปเติมเต็มร่องลึกทันทีนะครับ

 

แต่มันจะส่อยช่วยฟื้นฟูความหนาและยืดหยุ่นของชั้นผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

เพื่อสร้างสภาวะผิวที่แข็งแรงจนยากที่จะเกิดริ้วรอยใหม่ครับ

 

ด้วยเหตุนี้ คนในช่วงอายุ 30 ปีต้นๆ หลายคน

จึงนิยมเริ่มทำเพื่อป้องกันและชะลอวัยไว้ก่อนครับ

 

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่ามันจะดีไปหมดในทุกจุดนะครับ

 

หัตถการในกลุ่ม PN จะไม่ได้เห็นผลลัพธ์แบบปุบปับทันตาเห็นครับ

 

หากคุณคาดหวังความเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือทันทีหลังทำ

อาจจะรู้สึกผิดหวังได้ครับ

 

โดยทั่วไป จะเริ่มสัมผัสได้ว่าผิวสุขภาพดีขึ้นทีละนิด

หลังผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์แรก

และจะเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อทำสะสมไปแล้วประมาณ 3-4 ครั้งครับ

 

แต่ทว่า ผลลัพธ์ที่ได้นั้นถูกสร้างขึ้นมาจากเซลล์ผิวจริงของคุณเอง

ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์จึงค่อนข้างยาวนานกว่า

หัตถการประเภทเติมเต็มทั่วไปครับ

 

ดังนั้น หัตถการนี้จึงเหมาะกับท่านที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพผิวจากภายในมากกว่า

ท่านที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็วทันใจครับ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ฉีด รีจูรัน Healer แล้วจะบวมหรือมีรอยช้ำเยอะไหมคะ?

A. เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเฉพาะบุคคลครับ

เนื่องจาก รีจูรัน เป็นหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กมาก (micro-needle)

สะกิดกระจายให้ทั่วทั้งใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ

ดังนั้น รอยแดงหรือตุ่มนูนเล็กๆ หลังทำ

มักเกิดขึ้นเป็นปกติกับเกือบทุกคนครับ

 

โดยทั่วไป รอยเหล่านี้จะค่อยๆ ยุบและหายไปเอง

ภายในวันนั้นหรือวันถัดไปครับ

 

ส่วนรอยช้ำจะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคสครับ

ในบริเวณที่ระบบไหลเวียนเลือดดีมาก หรือบริเวณที่ผิวบอบบางมาก (เช่น ใต้ตา)

ก็อาจจะมีรอยช้ำเกิดขึ้นได้บ้างครับ

 

ปกติแล้วจะค่อยๆ จางหายไปเองภายในหนึ่งสัปดาห์

และหากหลีกเลี่ยงหรือหยุดทานอาหารเสริมกลุ่มที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า

เช่น แอสไพริน หรือ วิตามินอี

ล่วงหน้าก่อนทำสัก 2-3 วัน ก็จะช่วยได้มากครับ

 

หากคุณมีนัดสำคัญในวันรุ่งขึ้นหลังทำ

สามารถแจ้งทีมงานล่วงหน้าได้เลยนะครับ

เพราะการแพลนวันและจองล่วงหน้าให้เหมาะสมจะเป็นผลดีที่สุดครับ

 

Q2. รีจูรัน Healer กับ ฉีดผิวสกินบูสเตอร์ทั่วไป (mul-gwang) แตกต่างกันอย่างไรครับ?

A. สารภาพตามตรงเลยครับ

นี่เป็นเรื่องที่คนไข้หลายท่านสับสนกันบ่อยมากๆ ครับ

 

การฉีดสกินบูสเตอร์ทั่วไป (mul-gwang) จะเน้นไปที่การไฮโดรหรือเติมกรดไฮยาลูรอนิก

เข้าไปในชั้นผิวโดยตรงเพื่อกักเก็บน้ำ

 

ซึ่งทำให้ผิวดูนุ่ม ชุ่มชื้นฉ่ำวาวขึ้นทันทีหลังทำ

แต่เมื่อสารที่เติมเข้าไปสลายหมดตามเวลา

หน้าก็จะกลับมาสู้สภาพผิวเดิมครับ

 

ในขณะที่ รีจูรัน Healer จะเน้นใช้สาร PN เข้าไปฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้าง

เซลล์ผิวใหม่ด้วยตัวเองครับ

 

ผลลัพธ์หลังทำทันทีอาจจะไม่ดูฉ่ำวาวอลังการเท่าการฉีดสกินบูสเตอร์ธรรมดา

แต่เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างชั้นผิวของคุณจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ

 

สรุปง่ายๆ คือ หากมองหาผิวฉ่ำวาวด่วนจี๋ สกินบูสเตอร์ (mul-gwang) ตอบโจทย์ครับ

แต่หากต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้สุขภาพดี แข็งแรงจากรากฐาน รีจูรัน Healer คือคำตอบครับ

ซึ่งเป็นหัตถการที่ตอบสนองความต้องการที่ต่างกันอย่างมีประสิทธิภาพครับ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทัก LINE หรือโทรศัพท์มาสอบถาม

ปรึกษาเราได้แบบเป็นกันเองเลยนะครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ลบรอยสักครั้งละ 30,000 วอนจริงไหม? "ลองคำนวณราคาจริงทั้งหมดดู ไม่งั้นอาจเจอเซอร์ไพรส์ทีหลังครับ"

ลบรอยสักด้วยเครื่อง Picoway ต้องทำกี่ครั้ง? สรุปจำนวนครั้งแบ่งตามสีและตำแหน่งรอยสัก

หน้าตอบ ขมับบุ๋มเป็นรูปถั่วลิสง ฉีดฟิลเลอร์ขมับจุดเดียวเอาอยู่จริงไหม? รีวิวแบบเจาะลึก

"ทำไมคนอื่นลบ 5 ครั้งก็หมดแล้ว?" เหตุผลที่แท้จริงที่ค่าลบรอยสักของแต่ละคนไม่เท่ากัน

ฉีดสลายไขมันที่ฮงแด ทำไมบางคนทำแล้วไม่เห็นผล? (*ได้ผลเฉพาะสูตรสลายไขมัน DCA เท่านั้นนะ)

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

Secret RF ไมโครนีดเดิลลิฟติ้ง ช่วยแก้ทั้งรอยแผลเป็นและรูขุมขนกว้างได้ในครั้งเดียวครับ

ยกกระชับ

Secret RF ลิฟติ้ง แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหมครับ

มาดูกันครับว่า Secret RF ใช้ไมโครนีดเดิลกับ RF อย่างไร และช่วยแผลเป็น รูขุมขน ความกระชับได้อย่างไร

จูเวลุค โวลุ่ม เติมเต็มแก้มตอบและร่องแก้มด้วยคอลลาเจนได้จริงหรือครับ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

จูเวลุค โวลุ่ม เติมแก้มตอบ-ร่องแก้มด้วยคอลลาเจนไหม

มาดูกันครับว่าจูเวลุค โวลุ่มต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร และคอลลาเจนช่วยแก้มตอบ-ร่องแก้มอย่างไร

RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ปัญหาร่องลึก ใต้ตาคล้ำ และริ้วรอยได้พร้อมกันจริงหรือครับ

ผิว

RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ร่องลึก-คล้ำ-ริ้วรอยครับ

มาดูกันครับว่าใต้ตาคล้ำมีสาเหตุอะไรบ้าง และ RE2O ช่วยเสริมผิวใต้ตาให้หนาขึ้นอย่างไร

ฝ้าและจุดด่างดำปนกัน เลเซอร์โทนนิ่ง พิโค และ IPL ต่างกันอย่างไรตามชนิดเม็ดสี

ผิว

ฝ้า-จุดด่างดำผสมกัน โทนิ่ง,พิโค,IPL ต่างกันยังไงคะ

มาดูกันครับว่าเลเซอร์โทนนิ่ง พิโค IPL จัดการเม็ดสีต่างกันอย่างไร เหมาะกับฝ้า-จุดด่างดำแบบไหน

ถ้าอายุ 40 ปีแล้วเริ่มมองหาการยกกระชับผิวเป็นครั้งแรก ควรเริ่มจาก HIFU หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงก่อนดี

ยกกระชับ

อายุ 40 ยกกระชับครั้งแรก เริ่ม HIFU หรือ RF ครับ

มาดูความต่างของ HIFU กับ RF ทั้งความลึก ความรู้สึก และการฟื้นตัว สำหรับวัย 40 ที่เริ่มยกกระชับครับ

Ultherapy PRIME ทำไมต้องลงลึกถึงชั้น SMAS ถึงจะยกกระชับได้จริง?

ยกกระชับ

Ultherapy PRIME ทำไมลงถึงชั้น SMAS ยกกระชับได้?

ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1