ความเข้าใจผิดว่าเทอร์มาจบ่อยทำให้ผิวบาง อธิบายผ่านความต่าง FLX/CPT และกลไก RF·HIFU
ขอสรุปสั้นๆ ให้ฟังก่อนเลยนะครับ
การทำ Thermage ซ้ำๆ ไม่ได้ทำให้ผิวบางลงเลยครับ
ในทางกลับกัน มันยิ่งช่วยทำให้ชั้นผิวแท้ (Dermis) แน่นและกระชับขึ้นต่างหาก
ในบทความนี้ หมอจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังกันครับ

Thermage เป็นคลื่น RF แล้วมันแตกต่างจากคลื่นอัลตราซาวด์ยังไงนะ?
Thermage เป็นเครื่องกระชับผิวที่ใช้คลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF)
ซึ่งจะส่งผ่านความร้อนลงไปที่ชั้นผิวแท้ทั้งหมดในรูปแบบแผ่น (Area)
เพื่อกระตุ้นการหดตัวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ
ต่างจากคลื่นอัลตราซาวด์ (HIFU) อย่าง Ulthera หรือ ชูริงค์
เพราะ Thermage จะส่งพลังงานเป็นแบบพื้นที่แผ่นกว้าง ไม่ใช่แบบจุดโฟกัส
โดย HIFU จะส่งพลังงานความร้อนประมาณ 65 องศาเซลเซียส
ให้เกิดเป็นจุดคอร์กูเลชัน (coagulation points) ลึกถึงชั้น SMAS และชั้นผิวแท้เพื่อดึงกระชับ
ส่วนคลื่น RF จะช่วยทำให้อุณหภูมิในชั้นผิวแท้ทั้งหมด
ร้อนขึ้นสม่ำเสมออยู่ที่ประมาณ 40-45 องศาเซลเซียส เพื่อยกกระชับผิวครับ
ดังนั้น ถึงแม้จะถูกเรียกว่าเป็นโปรแกรม "Lifting" เหมือนกัน
แต่ Thermage จะโดดเด่นมากในเรื่อง "งานผิวสัมผัสและความยืดหยุ่นของผิว"
ขณะที่ HIFU จะเน้นแก้ปัญหา "ริ้วรอยความหย่อนคล้อยของกรอบหน้า" เป็นหลักครับ
ดังนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้กังวลเรื่องจุดไหนมากกว่ากัน
เราถึงจะเลือกโปรแกรมการรักษาที่ตอบโจทย์ตั้งแต่เริ่มต้นได้อย่างถูกต้องครับ
ทำไมยิ่งทำซ้ำ ผิวแท้ถึงยิ่งแน่นและหนาขึ้น?
"ทำ Thermage บ่อยๆ แล้วจะทำให้ผิวบางลงจริงไหม? เปล่าเลยค่ะ มันช่วยให้ผิวแน่นและกระชับขึ้นต่างหาก"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)
จริงๆ แล้วคำถามนี้ หมอได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเลยครับ
อย่างเมื่อเดือนก่อน มีคนไข้ผู้หญิงอายุ 44 ปีเข้ามาปรึกษา
เธอถามหมอว่า "ทำ Thermage ปีละครั้งติดต่อกันมา 5 ปีแล้วค่ะ
แต่ช่วงนี้เห็นรีวิวเกี่ยวกับคลินิกผิวหนังบอกว่า
ถ้าทำบ่อยเกินไปจะทำให้ผิวบางลง ครั้งนี้หนูควรเว้นไปก่อนดีไหมคะ?"
หลังจากดูประวัติและตรวจวัดความหนาของผิวเสร็จ
หมอก็บอกคนไข้รายนี้ไปตามตรงว่า ครั้งนี้ยังไม่ต้องทำ Thermage จะดีกว่าครับ
แต่เหตุผลไม่ใช่เพราะทำให้ "ผิวบางลง" หรอกนะครับ
เป็นเพราะสภาพผิวในชั้นผิวแท้ของคนไข้แน่นและสมบูรณ์ดีมากอยู่แล้ว
ทำให้สามารถเว้นระยะพักไปอีกปีนึงได้สบายๆ ครับ
หมอเลยแนะนำให้ทำทรีตเมนต์ LDM เบาๆ เพื่อฟื้นฟูผิวสัมผัสชั้นนอกแทนครับ
คราวนี้เราลองมาเจาะลึกที่ฟังก์ชันของเครื่องกันบ้างนะครับ
Thermage FLX เป็นเครื่องเจเนอเรชันที่ 4 แล้ว
ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนอย่าง CPT
หัวทิป (Tip) ของ FLX มีขนาด 4.0 ตารางเซนติเมตร ซึ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 33%
แถมยังมีระบบสั่นสะเทือน (Vibration) ควบคู่กับระบบทำความเย็นในขณะทำงานพร้อมกันด้วยครับ

ทำไมระบบสั่นและทำความเย็นนี้ถึงสำคัญมากๆ ล่ะ?
เพราะตอนที่พลังงาน RF เดินทางเข้าสู่ชั้นผิวแท้
ระบบทำความเย็นจะช่วยปกป้องผิวชั้นนอก (Epidermis) ให้เย็นตัวลง
ในขณะที่ความร้อนจะเข้าไปสะสมลึกในชั้นผิวแท้ (ลึกประมาณ 2.5~4.3 มม.)
สรุปสั้นๆ คือ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นความร้อนในชั้นผิวแท้ได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ทำให้ผิวชั้นนอกไหม้หรือเสียหายเลยครับ
เมื่อคอลลาเจนเกลียวสามสาย (Triple Helix) ในชั้นผิวแท้ได้รับความร้อนในระดับนี้
จะทำให้เกิดการหดตัวทันที (immediate contraction)
และหลังจากนั้น ในช่วงเวลา 3-6 เดือน ผิวจะค่อยๆ สร้างคอลลาเจนใหม่เข้ามาเติมเต็มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พอครบ 1 ปีแล้วเรากลับมาทำคลื่น RF ซ้ำที่เดิมอีกครั้ง
พลังงานความร้อนก็จะเติมคอลลาเจนทับลงไป
บนชั้นคอลลาเจนใหม่ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมานั่นเองครับ

ความเข้าใจผิดที่คิดว่าผิวบางลง
หลายคนมักนำเอาคำว่า 'ผิวแฟบลงเพราะไขมันลดลง'
ไปแปลความหมายผิดว่า 'ผิวบางลง' ครับ
ความจริงคือ แม้คลื่น RF จะสามารถส่งผลต่อไขมันใต้ผิวหนังได้บ้าง
แต่ความหนาของชั้นผิวแท้เองไม่ได้ลดลงเลยครับ
ผลการวิจัยทางคลินิกกลับชี้ให้เห็นว่า ความหนาของชั้นผิวแท้เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำไปครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
Thermage คือการทำทรีตเมนต์ที่ส่งความร้อนไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวแท้
ยิ่งทำซ้ำ ผิวชั้นแท้ก็จะยิ่งแน่นและกระชับขึ้น ไม่ใช่บางลงครับ
แต่ต้องทำความเข้าใจนะครับว่า การเปลี่ยนแปลงของไขมันบริเวณแก้ม กับความหนาของผิว เป็นคนละเรื่องกัน
หากแยกแยะสองส่วนนี้ไม่ออก ก็อาจจะเข้าใจผิดไปตลอดได้ครับ
แล้วสำหรับฉัน Thermage จะตอบโจทย์ไหม หรือเหมาะกับโปรแกรมอื่นมากกว่า?
ลองเช็กสภาพผิวของตัวเองกันดูดีกว่าครับว่าเหมาะกับแบบไหนกันแน่?
สภาพผิว | โปรแกรมแนะนำแรกๆ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
เน้นเรื่องผิวสัมผัส, รูขุมขนกว้าง, ต้องการความยืดหยุ่น | Thermage FLX | ช่วยปรับโครงสร้างชั้นผิวแท้ทั้งหมด |
แก้มหย่อนคล้อย, เน้นโครงหน้าบริเวณ SMAS | HIFU (Ulthera / ชูริงค์) | ดึงกระชับผิวด้วยการส่งพลังงานเป็นจุดความร้อนโฟกัส |
คนที่มีแก้มตอบ หรือมีโหนกแก้มสูง | ไม่ค่อยแนะนำ RF หรือ HIFU | แนะนำให้ทำโปรแกรมเติมเต็มวอลลุ่มผิวก่อน |
กังวลทั้งเรื่องผิวสัมผัสและแก้มหย่อนคล้อยพร้อมกัน | ทำ HIFU ก่อน แล้วเว้น 6 เดือนค่อยทำ RF | เรียงลำดับขั้นตอนก่อนหลังเป็นสิ่งสำคัญมาก |
สิ่งที่หมออยากจะย้ำให้ฟังอย่างหนึ่งก็คือ
สำหรับคนไข้ที่แก้มตอบหรือแก้มตอบน้ำหนกลดเยอะอยู่แล้ว
ถ้าหมอแนะนำให้ทำ Thermage หรือ HIFU ทันที
ก็อาจจะทำให้หน้าดูแห้งตอบหรือเห็นโหนกแก้มชัดขึ้นกว่าเดิมได้ครับ
คนไข้กลุ่มนี้หมอแนะนำให้ทำพวก skin booster กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือโปรแกรมเติมวอลลุ่มผิว
เพื่อปรับสภาพผิวโดยรวมให้ดีก่อน แล้วค่อยทำคลื่น RF ทับลงไปตามลำดับครับ

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณน่าจะกำลังสงสัยข้อนี้อยู่แน่ๆ
Q1. ที่มีรีวิวบอกว่าทำ Thermage มาแล้วหน้าดูซูบตอบลง นี่คือผิวบางลงจริงไหมคะ?
A. ในเคสนี้ เกิดจากไขมันใต้ผิวหนังบางส่วนได้รับผลกระทบจากความร้อนครับ
โดยเฉพาะบริเวณที่ไขมันค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว เช่น แก้ม หรือ ขมับ
หากคุณหมอยิงจำนวนช็อตเยอะเกินไป ก็อาจจะเกิดรูปหน้าตอบลงแบบนั้นได้
แต่สำหรับเรื่องความหนาของชั้นผิวแท้นั้น ผลลัพธ์คือเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนครับ
ซึ่งเรื่องนี้เราสามารถใช้เครื่องสแกนอัลตราซาวด์ผิวหนังตรวจวัดฟิสิกส์ยืนยันได้เลยครับ
เมื่อเข้าใจข้อแรกแล้ว ก็น่าจะสงสัยข้อต่อมากันใช่ไหมคะ
Q2. สรุปแล้วสามารถทำปีละครั้งไปได้ตลอดชีวิตเลยไหมคะ? แอบคิดเรื่องงบประมาณด้วยย
A. ปกติช่วงอายุปลาย 30 ถึงต้น 50 แนะนำให้ทำเฉลี่ยปีละครั้งครับ
หลังจากช่วงวัยนั้นไป สามารถขยับระยะเวลาห่างออกเป็น
ทุกๆ 18 เดือน หรือ 2 ปีครั้ง ก็เพียงพอแล้วครับ
เหมือนคนไข้วัย 44 ปีที่หมอเล่าให้ฟังข้างต้น
หมอก็แนะนำให้เว้นไปก่อนในรอบนี้
เพราะเมื่อชั้นผิวแท้มีความหนาแน่นและคอลลาเจนเต็มสมบูรณ์ดีอยู่แล้ว
การไปอัดความร้อนเพิ่มซ้ำอีกรอบก็อาจจะได้ประสิทธิภาพที่ไม่คุ้มค่าครับ
ก่อนจะจบเรื่องนี้ หมอขอแถมอีกหนึ่งข้อคำถามยอดฮิตนะครับ
Q3. หลังทำ Thermage แล้วหน้ารู้สึกบวมๆ ไปหลายวัน แบบนี้ปกติไหมคะ?
อาการบวมเบาๆ หรือมีรอยแดงประปรายประมาณ 1-3 วันแรก ถือเป็นเรื่องปกติมากๆ ครับ
เป็นปฏิกิริยาธรรมชาติที่เกิดจากพลังงานความร้อน RF สะสมในชั้นผิวแท้
ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ยุบและหายดีไปเองภายในหนึ่งสัปดาห์ครับ
แต่ถ้าผ่านไปเป็นสัปดาห์แล้วยังมีอาการระบมเจ็บอยู่
หรือรู้สึกว่าแก้มมีรอยบุ๋มลงไปข้างหนึ่งเหมือนไขมันหาย
ให้รีบติดต่อคลินิกที่ทำทันทีเลยนะครับ
เพราะแม้จะเกิดขึ้นได้ยาก แต่อาจเกิดภาวะสลายตัวของไขมันผิดปกติ ซึ่งรักษาดูแลเบื้องต้นได้ทันหากพบแพทย์เร็วครับ
หากคุณจะจำเพียงสิ่งเดียวจากบทความนี้ไป หมออยากให้อุ่นใจว่า — Thermage ไม่ใช่โปรแกรมที่ทำให้ผิวของคุณบางลงเลยครับ แต่เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเติมรากฐานผิวแท้ให้แน่น อิ่มฟู และแข็งแรงยิ่งขึ้นในระยะยาวต่างหากครับ
ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์เคล็ดลับเรื่อง 'เช็กจำนวนช็อตของ Thermage ว่าระหว่าง 600 ช็อต กับ 900 ช็อต แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่ากัน' หมอจะมาดีไซน์เปรียบเทียบช็อตแต่ละจุดของใบหน้าให้เห็นแบบชัดๆ กันเลยครับ แล้วพบกันใหม่กับหมอวี ยองจิน นะครับ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ยกกระชับ
หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ
อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ
สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม
ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน



