• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ทำเทอร์มาจบ่อย ผิวบางจริงไหม? คำถามที่เจอทุกวัน

ทำเทอร์มาจบ่อย ผิวบางจริงไหม? คำถามที่เจอทุกวัน

ทำเทอร์มาจบ่อย ผิวบางจริงไหม? คำถามที่เจอทุกวัน

ความเข้าใจผิดว่าเทอร์มาจบ่อยทำให้ผิวบาง อธิบายผ่านความต่าง FLX/CPT และกลไก RF·HIFU

ขอสรุปให้ฟังสั้นๆ ตรงนี้ก่อนเลยนะครับ

การทำ Thermage ซ้ำๆ ไม่ได้ทำให้ผิวบางลงเลยครับ

แต่ในทางกลับกัน จะยิ่งช่วยให้ผิวชั้นหนังแท้ (dermis) ของเราแน่นและกระชับขึ้นต่างหาก

ส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น เดี๋ยวหมอจะมาเล่าให้ฟังในบทความนี้ครับ

써마지 피부 얇아짐 오해

 

 

Thermage ก็เป็นคลื่นวิทยุ (RF) แล้วมันแตกต่างกับคลื่นอัลตราซาวด์ยังไงนะ?

Thermage เป็นเครื่องมือปล่อยคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF)

ซึ่งจะส่งผ่านพลังงานความร้อนลงไปแบบกระจายตัวเป็นบริเวณกว้างทั่วทั้งชั้นหนังแท้

เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวและสร้างตัวขึ้นมาใหม่ครับ

ซึ่งจะแตกต่างกับคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) อย่าง Ulthera หรือ Shurink

ตรงที่ Thermage จะส่งพลังงานลงไปแบบกระจายตัว ไม่ได้ลงไปเป็นจุดๆ

โดย HIFU จะยิงพลังงานความร้อนประมาณ 65 องศาลงไปเป็นจุดเล็กๆ เสมือนการเย็บผิว

ในชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (SMAS) และชั้นหนังแท้ส่วนลึกเพื่อดึงกระชับผิว

ส่วน RF (Thermage) จะเน้นการส่งผ่านความร้อนสม่ำเสมอที่ประมาณ 40-45 องศา

ครอบคลุมทั่วทุกอณูของชั้นหนังแท้ เพื่อยกกระชับผิวให้แน่นขึ้นนั่นเองครับ

ดังนั้น ถึงแม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องมือ 'ยกกระชับ' เหมือนกัน

แต่ Thermage จะโดดเด่นในเรื่อง 'งานผิว เรียบเนียน และความยืดหยุ่น'

ส่วน HIFU จะเก่งในเรื่อง 'การปรับรูปหน้าและดึงหน้าที่หย่อนคล้อย' ให้ดูยกขึ้นกระชับขึ้น

เวลาคนไข้เข้ามาปรึกษา หมอก็จะประเมินจากปัญหาที่คนไข้กังวลเป็นหลัก

เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่ตรงจุดตั้งแต่ก้าวแรกครับ

 

ทำไมยิ่งทำซ้ำ ผิวชั้นหนังแท้ยิ่งแน่นและกระชับขึ้น?

"ทำ Thermage บ่อยๆ แล้วผิวจะบางลงจริงไหม? เปล่าเลยครับ ยิ่งทำผิวยิ่งแน่นขึ้นต่างหาก"

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)

จริงๆ แล้วคำถามนี้ หมอได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเลยครับ

อย่างเมื่อเดือนก่อน มีคนไข้ผู้หญิงอายุ 44 ปีท่านหนึ่งเข้ามาปรึกษา

เธอเล่าว่า "ทำ Thermage ต่อเนื่องมา 5 ปีแล้วค่ะ ทำปีละครั้ง

แต่ช่วงนี้เห็นรีวิวเกี่ยวกับคลินิกผิวหนังบ่อยๆ

บอกว่าถ้าทำบ่อยเกินไปผิวจะบางลง รอบนี้เลยคิดว่าจะเว้นไปก่อนดีไหมคะ?"

หลังจากหมอตรวจดูประวัติและเช็คความหนาของผิวเธอแล้ว

หมอก็บอกคนไข้ไปตามตรงว่า "รอบนี้ยังไม่ต้องทำ Thermage ดีกว่าครับ"

แต่เหตุผลไม่ใช่เพราะ 'ผิวบางลง' นะครับ

แต่เป็นเพราะผิวของเธอในตอนนี้ยังแน่นและสุขภาพดีมากๆ

จนสามารถเว้นระยะไปอีกปีได้สบายๆ เลยต่างหาก

หมอเลยแนะนำให้ทำโปรแกรมทรีตเมนต์เบาๆ อย่าง LDM แทน เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวชั้นบนให้เรียบเนียน

ทีนี้เรามาเจาะลึกที่ตัวเทคโนโลยีพระเอกของเรากันครับ

Thermage FLX ซึ่งเป็นนวัตกรรมเจเนอเรชันที่ 4

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่างเซต CPT แล้ว

มีขนาดหัวทิป (Tip) ใหญ่ขึ้นถึง 33% (ขนาด 4.0 ตารางเซนติเมตร)

มาพร้อมกับระบบการสั่นสะเทือน (Vibration) และระบบปล่อยความเย็นรักษาอุณหภูมิที่ทำงานควบคู่กัน

써마지 FLX CPT 차이

ระบบสั่นและปล่อยความเย็นนี้สำคัญยังไง?

เพราะในขณะที่พลังงาน RF เดินทางเข้าสู่ชั้นหนังแท้

ระบบจะคอยปล่อยความเย็นปกป้องผิวชั้นบนสุด (epidermis) ไว้ไม่ให้ร้อนเกินไป

แต่จะปล่อยให้ความร้อนค่อยๆ สะสมในชั้นผิวส่วนลึก (ประมาณ 2.5 - 4.3 มิลลิเมตร) แทน

พูดง่ายๆ คือเป็นการส่งความร้อนไปฟื้นฟูชั้นหนังแท้ได้อย่างแม่นยำ โดยที่ไม่ทำร้ายผิวชั้นนอกเลยครับ

เมื่อผิวชั้นหนังแท้ได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะสม คอลลาเจนสามเกลียว (Triple Helix)

จะเกิดการหดตัวทันที (immediate contraction)

และหลังจากนั้นในอีก 3-6 เดือน ร่างกายจะค่อยๆ สร้างคอลลาเจนใหม่เข้ามาเติมเต็มอย่างต่อเนื่อง

และเมื่อครบ 1 ปี หากเรากลับมาทำ Thermage ซ้ำอีกครั้ง

พลังงานความร้อนก็จะเข้าไปช่วยเสริมสร้างและเติมเต็ม

สแต็กคอลลาเจนใหม่บนฐานของคอลลาเจนเดิมที่มีอยู่แล้วให้ทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีกครับ

진피 콜라겐 재생 원리

ความเข้าใจผิดที่ว่าผิวบางลงนั้น

ส่วนใหญ่มักเกิดจากการตีความที่สับสนระหว่าง

'การสูญเสียไขมันใต้ผิวหนังทำให้ใบหน้าดูตอบลง' กับคำว่า 'ผิวบางลง' ครับ

แม้คลื่น RF จะส่งผลต่อไขมันใต้ผิวหนังบ้างในบางกรณี

แต่สำหรับชั้นหนังแท้ (dermis) เองแล้ว ความหนาไม่ได้ลดลงเลยครับ

ตรงกันข้าม จากการศึกษาทางคลินิกพบว่าความหนาของชั้นหนังแท้กลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

Thermage คือนวัตกรรมการส่งความร้อนไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้

ยิ่งทำบ่อย ผิวชั้นหนังแท้จะยิ่งแน่นขึ้น ไม่ใช่บางลง

อย่างไรก็ตาม การลดลงของไขมันแก้ม (ไขมันใต้ผิวหนัง) กับการเปลี่ยนแปลงของความหนาของผิวนั้นเป็นคนละเรื่องกัน

หากไม่แยกแยะสองส่วนนี้ออกจากกัน ก็อาจจะเข้าใจผิดไปตลอดได้ครับ

 

แล้วสำหรับตัวเรา ควรทำ Thermage หรือโปรแกรมอื่นดีนะ?

ลองมาเช็คกันดูดีกว่าครับว่าสภาพผิวของคุณเหมาะกับแบบไหน

สภาพผิว

โปรแกรมแนะนำ

คำแนะนำเพิ่มเติม

เน้นงานผิว รูขุมขนกระชับ และความยืดหยุ่น

Thermage FLX

ปรับโครงสร้างคอลลาเจนทั่วชั้นหนังแท้

แก้มห้อย เหนียงหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับชั้น SMAS

HIFU (Ulthera / Shurink)

เน้นการยกกระชับแบบลายจุดกระตุ้นเนื้อเยื่อ

คนที่มีปัญหาแก้มตอบหรือไขมันบนใบหน้าน้อย

ไม่แนะนำ RF หรือ HIFU

แนะนำให้ทำโปรแกรมเติมเต็มวอลลุ่ม (filler, skin booster) ก่อน

ต้องการปรับผิวเรียบเนียนร่วมกับการดึงกระชับ

ทำ HIFU ก่อน แล้วทำ RF ตามหลัง 6 เดือน

ลำดับขั้นตอนในการทำสำคัญมาก

มีเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งที่หมออยากจะย้ำมากๆ เลยครับ

สำหรับท่านที่มีปัญหาใบหน้าตอบหรือสูญเสียไขมันแก้มไปเยอะแล้ว

หากไปทำ Thermage หรือ HIFU ทันที

ก็อาจจะยิ่งทำให้ใบหน้าดูตอบและดูโทรมลงได้ครับ

คนไข้กลุ่มนี้ หมอแนะนำให้ปรึกษาเรื่องการฉีดคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) หรือโปรแกรมเติมเต็มวอลลุ่มให้ใบหน้าดูอิ่มฟูก่อน

แล้วหลังจากนั้นค่อยมาเก็บรายละเอียดงานผิวด้วย Thermage ทีหลัง จะเป็นขั้นตอนที่ได้ผลลัพธ์สวยงามที่สุดครับ

써마지 적합 유형

 

 

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะกำลังสงสัยข้อนี้อยู่ใช่ไหมครับ?

 

Q1. ที่รีวิวกันว่าทำ Thermage แล้วหน้าดูตอบลง สรุปคือผิวบางลงจริงไหมคะ?

A. จริงๆ แล้วเรื่องนี้เกิดจากพลังงานความร้อนส่งผลกระทบต่อไขมันใต้ผิวหนังบางส่วนครับ

โดยเฉพาะบริเวณที่มีไขมันน้อยอยู่แล้ว เช่น แก้มส้ม หรือขมับ

หากคุณหมอใช้จำนวนช็อตเยอะเกินไปในบริเวณดังกล่าว ก็อาจทำให้หน้าดูตอบลงได้

แต่สำหรับเฉพาะความหนาของชั้นหนังแท้ (dermis) นั้นไม่ได้บางลงเลยนะครับ อ้างอิงได้จากผลการวัดความหนาของผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ครับ

และพอคุยเรื่องนี้เสร็จ ก็มักจะมีอีกคำถามตามมาเสมอครับ

 

Q2. ถ้าอย่างนั้น สามารถทำปีละครั้งไปได้ตลอดชีวิตเลยไหมคะ? เพราะค่าใช้จ่ายก็ค่อนข้างสูงด้วย

A. โดยส่วนใหญ่สำหรับช่วงอายุปลาย 30 ถึงต้น 50 ปี แนะนำทำปีละ 1 ครั้งครับ

แต่หลังจากนั้น สามารถยืดระยะเวลาออกไปเป็นทุกๆ 18 เดือน หรือ 2 ปีครั้ง

ก็เพียงพอต่อการคงผลลัพธ์แล้วครับ

เหมือนคนไข้วัย 44 ปีที่หมอเล่าให้ฟังข้างต้น

รอบนี้หมอก็แนะนำให้เว้นไปก่อนได้เลย

เพราะถ้าเราไปสะสมความร้อนซ้ำบนผิวที่คอลลาเจนยังแน่นมากๆ อยู่

ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่จ่ายไปครับ

ก่อนจะจบบทความ หมอขอฝากอีกคำถามยอดฮิตไว้ตรงนี้หน่อยนะครับ

 

Q3. หลังทำ Thermage แล้วหน้าดูบวมอยู่ 2-3 วัน แบบนี้ปกติไหมคะ?

  1. อาการบวมเล็กน้อยหรือผิวออกสีอมชมพูในช่วง 1-3 วันแรก ถือเป็นเรื่องปกติมากๆ ครับ

เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของผิวเมื่อได้รับความร้อนสะสมในชั้นหนังแท้

ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1 สัปดาห์ครับ

อย่างไรก็ตาม หากผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วยังมีอาการเจ็บระบม

หรือรู้สึกผิวบุ๋มลงไปข้างใดข้างหนึ่ง

ให้รีบติดต่อกลับไปยังคลินิกที่ทำทันทีนะครับ

เพราะแม้จะพบน้อยมาก แต่อาจเกิดภาวะเนื้อเยื่อไขมันฝ่อตัว (Fat atrophy) ได้

ซึ่งหากดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยแก้ปัญหาได้ง่ายกว่าครับ

ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ สาระสำคัญเพียงเรื่องเดียวสำหรับวันนี้ก็คือ — Thermage ไม่ได้ทำให้ผิวหน้าของคุณบางลง แต่คือทางลัดที่ช่วยเติมเต็มชั้นผิวหนังแท้ให้แน่น อิ่มฟู และดูสุขภาพดีต่างหากครับ


ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์เกี่ยวกับ 'วิธีเลือกจำนวนช็อต Thermage ที่เหมาะสม ระหว่าง 600 ช็อต กับ 900 ช็อต มีเกณฑ์เลือกอย่างไร' รวมถึงจะนำเคสเปรียบเทียบในแต่ละตำแหน่งบนใบหน้ามาแชร์ให้ดูกันด้วยครับ แล้วเจอกันใหม่กับ หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความน่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

สำหรับแก้มห้อยย้อยบริเวณข้างโหนกแก้ม ตัวโปรแกรม Arte RF จะทำงานอย่างไร และเหมาะกับใครบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Altite RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มหรือแก้มส้มบริเวณใบหน้าส่วนกลางที่หย่อนคล้อย และเหมาะกับใครบ้างคะกับใครบ้าง?

สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการดูแลความยืดหยุ่นบริเวณใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน รวมถึงข้อแตกต่างระหว่างโปรแกรมนี้กับหัตถการยกกระชับอื่นๆ และ filler ค่ะ

การทำ Ulthera และ Thermage ร่วมกันเพื่อการยกกระชับแบบผสมผสาน ควรเลือกคลินิกอย่างไรดีนะ?

ยกกระชับ

การทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage ควรเลือกคลินิกอย่างไรดีนะ?

เราได้สรุปความแตกต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน (복합 리프팅) ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ และการออกแบบการรักษามาให้แล้วค่ะ

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มหย่อนคล้อยได้ดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Inmode FX ได้ผลดีจริงๆ กับปัญหาเหนียงและแก้มหย่อนคล้อย แล้วจะเหมาะกับใครบ้างนะ?

สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ ขีดจำกัด และความแตกต่างของ Inmode FX ในการยกกระชับกรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย เมื่อเทียบกับหัตถการอื่นๆ ไว้ให้แล้วค่ะ

ควรเริ่มทำคอลลา겐 บูสเตอร์ (collagen booster) ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี และผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

ผิว

ควรเริ่มทำ skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

เราสรุปหลักการทำงานของ collagen booster ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาให้แล้วค่ะ

รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกเลือกเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?

ผิว

รอยดำ ฝ้า หรือกระ มีชนิดของเม็ดสีที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้ต้องใช้เลเซอร์ที่เหมาะสมต่างกันไปด้วย แล้วเราจะมีวิธีเลือกอย่างไรดีนะ?

เราสรุปเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์ที่แตกต่างกันไปตามประเภทของเม็ดสีและความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า และกระ มาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1