อุณหภูมิชั้นหนังแท้ สำคัญกว่าราคาเทอร์มาจ FLX
อุณหภูมิชั้นหนังแท้ สำคัญกว่าราคาเทอร์มาจ FLX
อุณหภูมิชั้นหนังแท้ สำคัญกว่าราคาเทอร์มาจ FLX
เทอร์มาจ คลื่นวิทยุกระตุ้นคอลลาเจนชั้นหนังแท้ ยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด วิธีส่งพลังงานสำคัญกว่ารุ่น

Thermage ถ้าคิดว่าเลือกแค่เครื่องดีๆ ก็พอ
อย่าไปเชื่อคำพูดนั้นนะครับ
Beautystone Doctor
ผมหมอวี ยองจิน (위영진) แห่ง Beautystone Clinic สาขาฮงแด ครับ
เช็กตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ
Q. Thermage ต้องเลือกคลินิกที่ใช้
เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดเท่านั้นถึงจะดีที่สุดจริงเหรอ?
A. ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องมากเท่ากับว่า
พลังงานจะส่งผ่านลงลึกไปถึง
ชั้นผิวแท้ (Dermis) ได้อย่างไรครับ
การตั้งค่าพลังงานและประสบการณ์ของแพทย์
มีความสำคัญมากกว่าตัวเครื่องเยอะเลยครับ
Q. Thermage ทำแค่ครั้งเดียวก็พอเลยไหม?
A. ปกติแล้วต้องใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน
กว่าที่การฟื้นฟูคอลลาเจนจะสมบูรณ์แบบ และเพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน
มักจะแนะนำให้ทำซ้ำทุกๆ 1-2 ปีครับ
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
Thermage เป็นโปรแกรมยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด (non-invasive)
ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นผิวแท้
ด้วยการส่งพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)

Thermage คืออะไร?
Thermage (Thermage FLX) คือ
เครื่องมือยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด
ที่จะส่งพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF, Radio Frequency)
ลงลึกถึงชั้นผิวแท้ (Dermis)
เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหดตัวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ
หากเปรียบเทียบกับ Ulthera ที่เน้นใช้คลื่นอัลตราซาวด์
เข้าไปกระตุ้นชั้น SMAS (ชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง) โดยตรง,
Thermage จะเน้นส่งพลังงานความร้อน RF
โดยมีเป้าหมายที่โครงสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ตอนกลางและตอนล่างครับ
ดังนั้น ระดับความลึกและเนื้อเยื่อเป้าหมายจึงมีความแตกต่างกันครับ

"พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ"
ถ้าอ่านข้ามไป มีแต่เสียดายทีหลังนะครับ
พูดกันตรงๆ เลยคือ เวลาได้ยินประโยคที่ว่า "ใช้คลื่นวิทยุกระตุ้นคอลลาเจน"
คนส่วนใหญ่มักจะอ่านผ่านๆ ไป
โดยไม่ได้คิดอะไรใช่ไหมครับ
แต่ว่าตรงนี้มีจุดสำคัญที่ห้ามมองข้ามอย่างหนึ่งครับ
วิธีการส่งผ่านความร้อนของ Thermage นั้น
ไม่ใช่ 'การทำให้ผิวชั้นนอกร้อนจัด' แต่อย่างใดครับ
เมื่อกระแสคลื่นวิทยุแล่นผ่านเนื้อเยื่อผิว
โมเลกุลของน้ำในเนื้อเยื่อจะเกิดการสั่นสะเทือน
จนเกิดเป็นพลังงานความร้อนจากแรงเสียดทานขึ้นมาครับ
ความร้อนนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นที่ผิวชั้นนอก (Epidermis)
แต่ถูกสร้างขึ้นในชั้นผิวแท้ (Dermis) ที่อยู่ลึกลงไปครับ
ความยากอยู่ตรงที่ เราจะต้องป้องกันผิวชั้นนอกด้วยหัวทำความเย็น (Cooling Tip)
ในขณะที่ต้องส่งความร้อนเข้าไปที่ชั้นผิวแท้ให้ได้อุณหภูมิที่พอดีอย่างแม่นยำ
(อยู่ที่ประมาณ 65-70℃)
ทำไมช่วงอุณหภูมินี้ถึงสำคัญน่ะเหรอครับ?
เพราะเส้นใยคอลลาเจนจะเกิดการหดตัวทันทีในช่วงอุณหภูมินี้
และการกระตุ้นนั้นจะทำหน้าที่เป็นสัญญาณส่งไป
เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาครับ
ถ้าใช้พลังงานต่ำเกินไป
อุณหภูมิก็จะไม่สูงพอที่จะทำให้คอลลาเจนหดตัวได้
แต่ถ้าสูงเกินไป ก็จะทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อได้ครับ
การควบคุมขอบเขตของพลังงานนี้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
นี่แหละครับคือหน้าที่หลักของแพทย์ผู้ทำหัตถการ
ตอนที่ผมปรึกษาคนไข้ครั้งแรก
ผมจะเช็กความหนาของผิวและการกระจายตัวของไขมันใต้ผิวหนังก่อน
แล้วค่อยดีไซน์ระดับพลังงานรวมถึงจำนวนช็อต (Pass) ให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละท่านครับ
เพราะถึงแม้จะใช้เครื่องเหมือนกัน แต่ถ้าตั้งค่าพลังงานต่างกัน
ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
หลักการทำงานของ Thermage คือปล่อยพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ
สร้างขึ้นในชั้นผิวแท้โดยตรงครับ
ไม่ใช่รุ่นของเครื่องที่จะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
แต่หัวใจสำคัญคือความแม่นยำในการส่งพลังงาน
ด้วยอุณหภูมิที่ถูกต้องลงลึกสู่ชั้นผิวแท้ต่างหากครับ
และอย่าลืมว่าการควบคุมส่วนนี้
ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการตัดสินใจของแพทย์ผู้ทำหัตถการเท่านั้นนะครับ

Ulthera vs Thermage
— เลือกแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ?
ประเภท | Thermage FLX | Ulthera |
ประเภทพลังงาน | คลื่นวิทยุ (RF) | คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสความเข้มข้นสูง (HIFU) |
เป้าหมายหลัก | คอลลาเจนในชั้นผิวแท้ตอนกลางและตอนล่าง | ชั้น SMAS (ชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง) |
ผลลัพธ์หลัก | เพิ่มความยืดหยุ่น ปรับสภาพและผิวสัมผัส | แก้ไขความหย่อนคล้อย ปรับรูปหน้าให้ยกกระชับ |
ระดับความเจ็บ | ค่อนข้างต่ำกว่า | ค่อนข้างสูงกว่า |
เหมาะสำหรับ | ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น รูขุมขนกว้าง | ผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยย้อย ร่องแก้มลึก |
สำหรับท่านที่ทำ Thermage แล้วจะเห็นผลดี
มักจะเป็นคนที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้างขึ้น
หรือกังวลเรื่องริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้าครับ
ในทางกลับกัน หากมีปัญหาแก้มหย่อนคล้อยลงมาอย่างชัดเจน
หรือกรอบหน้าเปลี่ยนไปแล้ว แนะนำให้ทำควบคู่กับ Ulthera
แทนที่จะเลือกทำ Thermage เพียงอย่างเดียว
หรือมองหาแนวทางการรักษาอื่นๆ ร่วมด้วยครับ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวิธีนี้เป็นการกระตุ้นให้เนื้อเยื่อผิวฟื้นฟูตามธรรมชาติ
จึงต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนประมาณ 3-6 เดือน
แนะนำว่าให้ทำใจร่มๆ แล้วค่อยๆ รอดูผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาตินะครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. Thermage, Inmode และ Potenza ต่างกันอย่างไร?
เครื่องมือเหล่านี้ใช้พลังงาน RF เหมือนกัน แต่มีระบบการส่งพลังงานที่แตกต่างกันครับ
Inmode จะทำงานลึกไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
ส่วน Potenza จะใช้หัวเข็ม Micro-needle ส่งพลังงานลงลึกเฉพาะจุดตามระดับความลึกที่ต้องการครับ
ขณะที่ Thermage จะเป็นแบบแนบสัมผัสกับผิวชั้นนอก
ซึ่งสามารถส่งพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอและครอบคลุมทั่วบริเวณกว้างครับ
Q2. ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่
และต้องทำบ่อยแค่ไหน?
ราคาจะมีความแตกต่างกันไปค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับประเภทของหัวทิปและบริเวณที่ทำการรักษาครับ
ปกติแล้ว Thermage มักจะทำปีละ 1 ครั้ง
เพื่อคงสภาพผิวที่ยกกระชับไว้ครับ
แต่ถ้าหากรู้สึกว่าทำไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
แนะนำให้ลองกลับไปเช็กการตั้งค่าระดับพลังงานตอนที่ทำให้ดีนะครับ
Q3. ผลข้างเคียงหลังทำ
หรือข้อควรระวังมีอะไรบ้างไหม?
ถึงจะเป็นการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผลข้างเคียงเลยร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ
อาจจะมีอาการบวมหรือรอยแดงเกิดขึ้นชั่วคราวได้
ดังนั้นการเลือกปรับระดับพลังงานอย่างเหมาะสมกับสภาพผิวจึงเป็นเรื่องสำคัญมากครับ
หลังทำเสร็จประมาณ 1-2 วัน ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัด
และเน้นทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างเพียงพอครับ
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจากหมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
▶ความจริงเรื่องความเจ็บของ Ulthera: "ไม่ใช่ว่ายอมทนเจ็บมากๆ แล้วหน้าจะยิ่งยกกระชับนะครับ"
▶อาการบวมหลังทำ Ulthermage กี่วันหาย? คู่มือการฟื้นฟูผิวสำหรับผู้ที่มีนัดสำคัญ
▶Shurink vs Ulthera Prime เทียบชัดๆ กับเกณฑ์การเลือกยกกระชับแบบช่วยเซฟเงินในกระเป๋า
▶"ทำ Thermage แล้วไม่เห็นผลจริงเหรอ?" เปิดอกคุยเรื่องการยกกระชับจากห้องตรวจแพทย์-ฮงแด Thermage
▶ถอดรหัสราคา Thermage 600 ช็อต เผย 3 เหตุผลสำคัญว่าทำไมการดีไซน์แบบ Custom ถึงสำคัญกว่าคลินิกราคาถูก

Thermage ถ้าคิดว่าเลือกแค่เครื่องดีๆ ก็พอ
อย่าไปเชื่อคำพูดนั้นนะครับ
Beautystone Doctor
ผมหมอวี ยองจิน (위영진) แห่ง Beautystone Clinic สาขาฮงแด ครับ
เช็กตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ
Q. Thermage ต้องเลือกคลินิกที่ใช้
เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดเท่านั้นถึงจะดีที่สุดจริงเหรอ?
A. ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องมากเท่ากับว่า
พลังงานจะส่งผ่านลงลึกไปถึง
ชั้นผิวแท้ (Dermis) ได้อย่างไรครับ
การตั้งค่าพลังงานและประสบการณ์ของแพทย์
มีความสำคัญมากกว่าตัวเครื่องเยอะเลยครับ
Q. Thermage ทำแค่ครั้งเดียวก็พอเลยไหม?
A. ปกติแล้วต้องใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน
กว่าที่การฟื้นฟูคอลลาเจนจะสมบูรณ์แบบ และเพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน
มักจะแนะนำให้ทำซ้ำทุกๆ 1-2 ปีครับ
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
Thermage เป็นโปรแกรมยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด (non-invasive)
ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นผิวแท้
ด้วยการส่งพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)

Thermage คืออะไร?
Thermage (Thermage FLX) คือ
เครื่องมือยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด
ที่จะส่งพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF, Radio Frequency)
ลงลึกถึงชั้นผิวแท้ (Dermis)
เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหดตัวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ
หากเปรียบเทียบกับ Ulthera ที่เน้นใช้คลื่นอัลตราซาวด์
เข้าไปกระตุ้นชั้น SMAS (ชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง) โดยตรง,
Thermage จะเน้นส่งพลังงานความร้อน RF
โดยมีเป้าหมายที่โครงสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ตอนกลางและตอนล่างครับ
ดังนั้น ระดับความลึกและเนื้อเยื่อเป้าหมายจึงมีความแตกต่างกันครับ

"พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ"
ถ้าอ่านข้ามไป มีแต่เสียดายทีหลังนะครับ
พูดกันตรงๆ เลยคือ เวลาได้ยินประโยคที่ว่า "ใช้คลื่นวิทยุกระตุ้นคอลลาเจน"
คนส่วนใหญ่มักจะอ่านผ่านๆ ไป
โดยไม่ได้คิดอะไรใช่ไหมครับ
แต่ว่าตรงนี้มีจุดสำคัญที่ห้ามมองข้ามอย่างหนึ่งครับ
วิธีการส่งผ่านความร้อนของ Thermage นั้น
ไม่ใช่ 'การทำให้ผิวชั้นนอกร้อนจัด' แต่อย่างใดครับ
เมื่อกระแสคลื่นวิทยุแล่นผ่านเนื้อเยื่อผิว
โมเลกุลของน้ำในเนื้อเยื่อจะเกิดการสั่นสะเทือน
จนเกิดเป็นพลังงานความร้อนจากแรงเสียดทานขึ้นมาครับ
ความร้อนนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นที่ผิวชั้นนอก (Epidermis)
แต่ถูกสร้างขึ้นในชั้นผิวแท้ (Dermis) ที่อยู่ลึกลงไปครับ
ความยากอยู่ตรงที่ เราจะต้องป้องกันผิวชั้นนอกด้วยหัวทำความเย็น (Cooling Tip)
ในขณะที่ต้องส่งความร้อนเข้าไปที่ชั้นผิวแท้ให้ได้อุณหภูมิที่พอดีอย่างแม่นยำ
(อยู่ที่ประมาณ 65-70℃)
ทำไมช่วงอุณหภูมินี้ถึงสำคัญน่ะเหรอครับ?
เพราะเส้นใยคอลลาเจนจะเกิดการหดตัวทันทีในช่วงอุณหภูมินี้
และการกระตุ้นนั้นจะทำหน้าที่เป็นสัญญาณส่งไป
เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาครับ
ถ้าใช้พลังงานต่ำเกินไป
อุณหภูมิก็จะไม่สูงพอที่จะทำให้คอลลาเจนหดตัวได้
แต่ถ้าสูงเกินไป ก็จะทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อได้ครับ
การควบคุมขอบเขตของพลังงานนี้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
นี่แหละครับคือหน้าที่หลักของแพทย์ผู้ทำหัตถการ
ตอนที่ผมปรึกษาคนไข้ครั้งแรก
ผมจะเช็กความหนาของผิวและการกระจายตัวของไขมันใต้ผิวหนังก่อน
แล้วค่อยดีไซน์ระดับพลังงานรวมถึงจำนวนช็อต (Pass) ให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละท่านครับ
เพราะถึงแม้จะใช้เครื่องเหมือนกัน แต่ถ้าตั้งค่าพลังงานต่างกัน
ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
หลักการทำงานของ Thermage คือปล่อยพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ
สร้างขึ้นในชั้นผิวแท้โดยตรงครับ
ไม่ใช่รุ่นของเครื่องที่จะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
แต่หัวใจสำคัญคือความแม่นยำในการส่งพลังงาน
ด้วยอุณหภูมิที่ถูกต้องลงลึกสู่ชั้นผิวแท้ต่างหากครับ
และอย่าลืมว่าการควบคุมส่วนนี้
ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการตัดสินใจของแพทย์ผู้ทำหัตถการเท่านั้นนะครับ

Ulthera vs Thermage
— เลือกแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ?
ประเภท | Thermage FLX | Ulthera |
ประเภทพลังงาน | คลื่นวิทยุ (RF) | คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสความเข้มข้นสูง (HIFU) |
เป้าหมายหลัก | คอลลาเจนในชั้นผิวแท้ตอนกลางและตอนล่าง | ชั้น SMAS (ชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง) |
ผลลัพธ์หลัก | เพิ่มความยืดหยุ่น ปรับสภาพและผิวสัมผัส | แก้ไขความหย่อนคล้อย ปรับรูปหน้าให้ยกกระชับ |
ระดับความเจ็บ | ค่อนข้างต่ำกว่า | ค่อนข้างสูงกว่า |
เหมาะสำหรับ | ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น รูขุมขนกว้าง | ผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยย้อย ร่องแก้มลึก |
สำหรับท่านที่ทำ Thermage แล้วจะเห็นผลดี
มักจะเป็นคนที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้างขึ้น
หรือกังวลเรื่องริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้าครับ
ในทางกลับกัน หากมีปัญหาแก้มหย่อนคล้อยลงมาอย่างชัดเจน
หรือกรอบหน้าเปลี่ยนไปแล้ว แนะนำให้ทำควบคู่กับ Ulthera
แทนที่จะเลือกทำ Thermage เพียงอย่างเดียว
หรือมองหาแนวทางการรักษาอื่นๆ ร่วมด้วยครับ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวิธีนี้เป็นการกระตุ้นให้เนื้อเยื่อผิวฟื้นฟูตามธรรมชาติ
จึงต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนประมาณ 3-6 เดือน
แนะนำว่าให้ทำใจร่มๆ แล้วค่อยๆ รอดูผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาตินะครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. Thermage, Inmode และ Potenza ต่างกันอย่างไร?
เครื่องมือเหล่านี้ใช้พลังงาน RF เหมือนกัน แต่มีระบบการส่งพลังงานที่แตกต่างกันครับ
Inmode จะทำงานลึกไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
ส่วน Potenza จะใช้หัวเข็ม Micro-needle ส่งพลังงานลงลึกเฉพาะจุดตามระดับความลึกที่ต้องการครับ
ขณะที่ Thermage จะเป็นแบบแนบสัมผัสกับผิวชั้นนอก
ซึ่งสามารถส่งพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอและครอบคลุมทั่วบริเวณกว้างครับ
Q2. ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่
และต้องทำบ่อยแค่ไหน?
ราคาจะมีความแตกต่างกันไปค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับประเภทของหัวทิปและบริเวณที่ทำการรักษาครับ
ปกติแล้ว Thermage มักจะทำปีละ 1 ครั้ง
เพื่อคงสภาพผิวที่ยกกระชับไว้ครับ
แต่ถ้าหากรู้สึกว่าทำไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
แนะนำให้ลองกลับไปเช็กการตั้งค่าระดับพลังงานตอนที่ทำให้ดีนะครับ
Q3. ผลข้างเคียงหลังทำ
หรือข้อควรระวังมีอะไรบ้างไหม?
ถึงจะเป็นการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผลข้างเคียงเลยร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ
อาจจะมีอาการบวมหรือรอยแดงเกิดขึ้นชั่วคราวได้
ดังนั้นการเลือกปรับระดับพลังงานอย่างเหมาะสมกับสภาพผิวจึงเป็นเรื่องสำคัญมากครับ
หลังทำเสร็จประมาณ 1-2 วัน ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัด
และเน้นทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างเพียงพอครับ
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจากหมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
▶ความจริงเรื่องความเจ็บของ Ulthera: "ไม่ใช่ว่ายอมทนเจ็บมากๆ แล้วหน้าจะยิ่งยกกระชับนะครับ"
▶อาการบวมหลังทำ Ulthermage กี่วันหาย? คู่มือการฟื้นฟูผิวสำหรับผู้ที่มีนัดสำคัญ
▶Shurink vs Ulthera Prime เทียบชัดๆ กับเกณฑ์การเลือกยกกระชับแบบช่วยเซฟเงินในกระเป๋า
▶"ทำ Thermage แล้วไม่เห็นผลจริงเหรอ?" เปิดอกคุยเรื่องการยกกระชับจากห้องตรวจแพทย์-ฮงแด Thermage
▶ถอดรหัสราคา Thermage 600 ช็อต เผย 3 เหตุผลสำคัญว่าทำไมการดีไซน์แบบ Custom ถึงสำคัญกว่าคลินิกราคาถูก
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมคนที่มีภาวะดื้อยา (ดื้อโบ) ถึงต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าจะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวก็ส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษาที่ได้ค่ะ มาดูเกณฑ์การเลือกเข้ารับบริการ Botox vs Dysport ตามระดับการใช้งานของกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันเลย

ผิว
จำเป็นต้องทาโทนเนอร์ (toner) ไหมคะ?
จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์ตามลำดับการดูแลผิว (skin booster) เสมอไปไหม? วันนี้เรามาแนะนำหน้าที่ของโทนเนอร์และวิธีประเมินตามสภาพผิวของคุณกันค่ะ

ยกกระชับ
หลังทำ Onda lifting แล้ว สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยไหมคะ?
ทำ ออนดา 리프팅 (Onda Lifting) แล้วสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีเลยไหม? มาดูคำแนะนำเกี่ยวกับรอยแดงหลังทำ ดาวน์ไทม์ (downtime) และวิธีการดูแลตัวเองกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วเมื่อไหร่จะเห็นผลลัพธ์แก้มดูมีวอลลุ่มขึ้นคะ?
ฉีด Sculptra แล้วเมื่อไหร่จะเห็นผลแก้มฟูล่ะ? มาดูการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ทันทีหลังทำไปจนถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมเหตุผลว่าทำไมถึงต้องแบ่งฉีดหลายๆ ครั้งกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์สะโพก (hip filler) เพิ่มวอลลุ่ม จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
ฟิลเลอร์สะโพกที่ฉีดเพื่อเพิ่มวอลลุ่มจะอยู่ได้นานแค่ไหน? มาดูการทำงานของคอลลาเจนสติมูเลเตอร์ จำนวนครั้งในการทำ และข้อควรรู้ก่อนรับบริการกันค่ะ

ผิว
เลเซอร์กำจัดขน GentleMax Pro เหมาะกับทุกสีผิวไหมคะ?
แนะนำการกำจัดขนด้วย GentleMax Pro ว่าเหมาะกับทุกสีผิวหรือไม่ พร้อมอธิบายความแตกต่างและจำนวนครั้งในการทำตามสีผิวและสีขนค่่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



