• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ผลข้างเคียง Xeomin ตามความถี่ที่พบจริงใน 1 สัปดาห์

ผลข้างเคียง Xeomin ตามความถี่ที่พบจริงใน 1 สัปดาห์

ผลข้างเคียง Xeomin ตามความถี่ที่พบจริงใน 1 สัปดาห์

ผลข้างเคียง Xeomin: ปวดหัว หนังตาตก ความเสี่ยงแพ้ต่ำกว่า Botox พร้อมความถี่จริงและวิธีรับมือ

"บอกว่าไม่ดื้อยาแต่ทำไมปวดหัว" ความถี่อาการปวดหัวหลังฉีดเซโอมินและวิธีรับมือ

 

"เลือก Xeomin เพราะได้ยินมาว่าไม่มีดื้อยา

แถมแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย จริงไหมคะ?"

มีคนไข้ถามกันเข้ามาเยอะมากๆ เลยครับ

 

วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ทีละประเด็นกันนะครับ

การไม่ดื้อยากับการไม่มีผลข้างเคียงเป็นคนละเรื่องกันสำหรับเซโอมิน (สรุปอาการปวดหัว หย่อนคล้อย รอยช้ำ)

 

 












Xeomin กับคำว่า 'ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา'

มาเริ่มทำความเข้าใจกันก่อนครับ

ในบรรดาผลิตผลิตภัณฑ์ Botulinum Toxin Type A ทั้งหมดนั้น

Xeomin คือตัวที่ผ่านกระบวนการสกัดเอา

โปรตีนที่ซับซ้อน (Complexing Proteins) ออกไป

จนเหลือตัวยาบริสุทธิ์ (Pure Neurotoxin) เท่านั้นครับ

 

ต่างจาก Botox (Allergan) ตรงที่

Xeomin ไม่มีโปรตีนห่อหุ้ม

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดจึงเป็นการช่วยลดโอกาสการสร้างสารต้านอนุพันธ์หรืออาการดื้อยานั่นเองครับ

 

แต่เรื่องนี้หมายถึงเรื่อง 'การดื้อยา' เท่านั้นนะครับ

ไม่ได้แปลว่า 'ผลข้างเคียงเป็นศูนย์' แต่อย่างใดครับ

เซโอมินที่ไม่ดื้อยา ผลข้างเคียงจะหายไปตามเวลา

 

 












แล้วจริงๆ ผลข้างเคียงของ Xeomin

จากเคสคนไข้ในคลินิกพบบ่อยแค่ไหน?

 

ข้อมูลเจาะลึกจาก

หมอวี ยองจิน

แม้ Xeomin จะได้ชื่อว่าเป็น 'ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา'

แต่ก็ไม่ใช่ว่ามีผลข้างเคียงเป็น 0 นะครับ

 

อาการปวดหัวหลังฉีดทันทีพบได้ประมาณ 5~10%

อาการหนังตาตกพบได้น้อยกว่า 1%

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่มีโปรตีนเจือปน โอกาสเกิดอาการแพ้

จึงลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ Botox ทั่วไปครับ

 

จากประสบการณ์ที่หมอทำหัตถการ Xeomin ในคลินิก

ประมาณ 30~40 เคสต่อสัปดาห์

คนไข้ที่ติดต่อกลับมาสอบถามเรื่องผลข้างเคียง

เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 2~3 คนเท่านั้นครับ

 

ถ้าคิดเป็นสัดส่วน

ก็จะอยู่ที่ประมาณ 5~8% ครับ

 

ตัวเลขนี้สอดคล้องกับรายงานในงานวิจัยทางการแพทย์

ที่ระบุอัตราการเกิดอาการปวดศีรษะไว้ที่ 5~10% พอดีเลยครับ

 

หลายๆ คนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะ

แม้ Xeomin จะได้ชื่อว่าเป็น 'ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา'

แต่ไม่ได้แปลว่าผลข้างเคียงเป็น 0 นะครับ

 

มีรายงานอ้างอิงอาการปวดศีรษะหลังฉีดราวๆ 5~10%

และอาการหนังตาตก (Ptosis)

พบได้น้อยมากๆ คือไม่ถึง 1% ครับ

 

แต่ด้วยความที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอมอย่างคอมเพล็กซ์โปรตีน ปฏิกิริยาการแพ้ต่างๆ

จึงลดน้อยลงไปได้ครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ Botox แบบปกติครับ

 

หมอขอเล่าเรื่องของคนไข้เคสหนึ่งให้ฟังก่อนนะครับ

 

เมื่อเดือนก่อนมีคนไข้วัย 25 ปีเข้ามารับการฉีด Xeomin เพื่อลดริ้วรอยระหว่างคิ้วและหางตา

แล้วกลับมาหาหมออีกครั้งในวันที่ 3

ด้วยอาการปวดหัวตึงๆ ครับ

 

ตอนแรกคนไข้กังวลมากถามว่า "นี่คืออาการข้างเคียงหรือเปล่าคะ"

แต่จริงๆ แล้วนี่คือปฏิกิริยาชั่วคราวตามธรรมชาติ

ที่พบได้บ่อยที่สุดหลังการฉีดท็อกซินเลยครับ

 

หลังจากให้คนข้าทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการไปประมาณหนึ่งสัปดาห์

อาการปวดหัวก็หายสนิท

พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 กล้ามเนื้อก็คลายตัว แสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

คนไข้ปลื้มและพึงพอใจกับผลลัพธ์มากๆ เลยครับ

 

ปวดหัวเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด

รองลงมาคือรอยช้ำและอาการบวมบริเวณที่ฉีดครับ

 

สิ่งที่เราต้องใส่ใจดูแลจริงๆ คือ

อาการหนังตาตก (Ptosis) ซึ่งพบได้น้อยกว่า 1%

หรืออธิบายง่ายๆ คือแทบไม่ถึง 1 ใน 100 คนด้วยซ้ำครับ

 

ส่วนใหญ่มักเกิดจากการฉีดบริเวณหน้าผากในตำแหน่งที่ต่ำจนเกินไป

หรือใช้ปริมาณยาสูงเกินไป

แต่ต่อให้เกิดขึ้น อาการมักจะค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้เองภายใน 4~8 สัปดาห์ครับ

 

ตรงนี้มีเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรรู้ครับ

 

ความเร็วในการออกฤทธิ์ของ Xeomin

จะแตกต่างจากท็อกซินตัวอื่นอยู่นิดหน่อยนะครับ

ปกติจะเริ่มรู้สึกตึงๆ ได้ในวันที่ 2~3 ที่ฉีด

และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 10~14 วันหลังฉีดครับ

 

ดังนั้น ช่วงแรกๆ หลังฉีดจึงมีคนไข้หลายคนทักเข้ามาถามว่า "ทำไมยังไม่ค่อยเห็นผลเลยปกติไหมคะ"

ซึ่งนี่ไม่ใช่ผลข้างเคียงหรือดื้อยานะครับ

แต่เป็นเพราะตัวยากำลังค่อยๆ เริ่มทำงานครับ

 

สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน

หากจะอธิบายเรื่องผลข้างเคียงของ Xeomin ให้ถูกต้องที่สุดก็คือ 'เกิดขึ้นได้ แต่พบได้น้อยมาก และส่วนใหญ่เป็นแบบชั่วคราว' ครับ

 

อาการปวดหัว 5~10% บรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไป

อาการหนังตาตกน้อยกว่า 1% จะค่อยๆ หายดีขึ้นตามเวลา

 

จุดเด่นที่แตกต่างอย่างแท้จริงคือการไม่มีสิ่งเจือปนอย่างคอมเพล็กซ์โปรตีน

ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้และการดื้อยา

ลดลงไปได้กว่าครึ่งเลยครับ

"นี่คือผลข้างเคียงหรือเปล่า" 3 อาการที่พบบ่อยที่สุดหลังฉีดเซโอมิน

 

 












คนไข้กลุ่มไหนบ้างที่มีความเสี่ยง

ที่จะเกิดผลข้างเคียงจาก Xeomin มากกว่าปกติ

มาดูตารางสรุปนี้เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นกันดีกว่าครับ

ประเภทคนไข้

ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง

จุดป้องกัน/วิธีเลี่ยง

ผู้ที่ฉีดท็อกซินครั้งแรก

ปวดหัว, รอยช้ำ

เริ่มจากปริมาณน้อย, งดกิจกรรมหนัก 24 ชม.

ผู้ที่สงสัยว่าดื้อยา Botox

ประสิทธิภาพลดลง (ฉีดแล้วไม่ค่อยลง)

ปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินปริมาณ Xeomin ที่เหมาะสม

เคสฉีดหน้าผากและตีนกา

หนังตาตก, คิ้วตก

ต้องฉีดเหนือแนวโหนกคิ้วอย่างน้อย 1.5 ซม.

ผู้ที่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ง่าย

ผื่นแดง, อาการคัน

Xeomin จะปลอดภัยและมีข้อได้เปรียบกว่า Botox ทั่วไป

หมอขออนุญาตเล่าเคสคนไข้อายุ 36 ปีเพิ่มอีกท่านนะครับ

คนไข้มีประวัติเคยฉีด Botox แบรนด์อื่นมาแล้ว 5~6 ครั้ง

ช่วงหลังรู้สึกว่าฤทธิ์ยาอยู่ได้สั้นลงเรื่อยๆ เลยตัดสินใจมาปรึกษาหมอครับ

 

พอหมอเปลี่ยนมาใช้ Xeomin ให้ในการฉีดครั้งแรก

ตอนแรกคนไข้บอกว่า "ยังไม่ค่อยเห็นความต่างเท่าไหร่"

แต่หลังจากการฉีดครั้งที่สอง

คนไข้แฮปปี้มากเพราะผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นเกือบเดือนเลยครับ

 

เคสแบบนี้ไม่ได้น่ากังวลเรื่องผลข้างเคียงเลยครับ

แต่ Xeomin ถือเป็น

'ทางเลือกที่ดีมากสำหรับกลุ่มที่เริ่มมีอาการดื้อยา' ครับ

 

วิธีการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันผลข้างเคียงก็ง่ายมากครับ

 

ห้ามนอนราบหลังฉีด 4 ชั่วโมง

งดนวดหรือถูแรงๆ บริเวณที่ฉีด

หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนักๆ ใน 24 ชั่วโมงแรกครับ

 

หากมีอาการปวดหัว สามารถทานยาพาราเซตามอลเพื่อช่วยได้ครับ

 

แต่หากสังเกตเห็นอาการหนังตาตก ควรเข้ามาให้คุณหมอตรวจดูทันที

เพื่อความรวดเร็วในการจ่ายยาหยอดตาหรือรักษาตามอาการต่อไปครับ

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว

น่าจะมีคำถามเหล่านี้ในใจแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ

 

Q1. ฉีด Xeomin ไปแล้วอาการปวดหัวอยู่นานมากเลย

แบบนี้ปกติไหมคะ?

A. สำหรับปัญหานี้ หมอเรียนแจ้งแบบนี้ครับ

 

ถ้าเป็นอาการปวดหน่วงๆ ที่หายไปใน 2~3 วันหลังฉีด

อันนี้ถือเป็นอาการปกติทั่วไปที่เกิดขึ้นได้และพบบ่อยมากครับ

สามารถทานยาแก้ปวดก็ดีขึ้นครับ

 

แต่หากปวดติดต่อกันนานกว่าหนึ่งสัปดาห์

หรือมีทีท่าว่าจะปวดมากขึ้นเรื่อยๆ

แนะนำให้เข้ามาให้คุณหมอตรวจอาการอีกครั้งจะดีที่สุดครับ

 

แม้จะเกิดขึ้นได้ยาก แต่บางครั้งปฏิกิริยาการคลายตัวของกล้ามเนื้อที่ฉีด

อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนอื่นพยายามทำงานทดแทน

จนเกิดอาการเกร็งตึงในจุดใกล้เคียงขึ้นมา

ซึ่งเคสกลุ่มนี้การทานยาแก้ปวดปกติอาจไม่หายทันทีและอาจต้องใช้เวลาปรับตัวสักนิดนึงครับ

 

Q2. ได้ยินว่า Xeomin เห็นผลไวกว่า Botox ทั่วไป

แล้วผลข้างเคียงจะเกิดเร็วขึ้นด้วยไหมคะ?

A. เป็นคำถามที่ถามกันเข้ามาบ่อยมากๆ เลยครับ

 

โดยปกติ Xeomin จะเริ่มออกฤทธิ์เร็วขึ้นนิดหน่อย

จะอยู่ที่ประมาณ 2~3 วันหลังฉีด และอาการข้างเคียงต่างๆ ก็จะมาตามท่วงทำนองนี้เช่นกันครับ

 

เช่น อาการปวดหัวหรือรอยช้ำ

มักจะเริ่มปรากฏให้เห็นในวันแรกถึงวันที่ 3

ส่วนผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับการคลายกล้ามเนื้ออย่างหนังตาตก

คนไข้มักจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่อส่องกระจกในช่วงวันที่ 5~10 ครับ

 

มองในมุมดีข้อดีของการที่ยาออกฤทธิ์เร็ว

ก็ช่วยคุณหมอให้สามารถตรวจสอบและประเมินวิธีรับมือได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกันครับ

 

Q3. ผลข้างเคียงจากการฉีด Xeomin

จะคงอยู่ตลอดไปไหมคะ?

A. สำหรับข้อนี้ สบายใจได้เลยครับ

เนื่องจากฤทธิ์ของท็อกซินเป็นการบล็อกเส้นประสาทชั่วคราว

เมื่อยาหมดฤทธิ์ตามธรรมชาติ การทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทก็จะฟื้นตัวกลับมา 100% แน่นอนครับ

 

ถึงแม้จะเกิดผลข้างเคียงอย่างคิ้วตก ตาตก หรือหน้าไม่เท่ากัน

ประเมินเวลาคร่าวๆ อย่างมากที่สุดก็ไม่เกิน 4~8 สัปดาห์ และจะค่อยๆ ฟื้นพูกลับสู่สภาวะปกติอย่างเป็นธรรมชาติครับ

 

แทบจะไม่มีรายงานทางการแพทย์

ที่ระบุถึงกรณีการเกิดผลข้างเคียงถาวรเลยครับ

 

เข้าใจเลยว่าจุดนี้อาจทำให้หลายๆ คนแอบกังวลใจอยู่บ้าง

แต่เราย้ำให้มั่นใจอีกรอบว่ายาตัวนี้ไม่ได้เข้าไปทำลายโครงสร้างของเส้นประสาท

เป็นเพียงกระบวนการชะลอการส่งสัญญาณชั่วคราวเท่านั้นครับ

 

แต่อาจจะมีบางช่วงที่ใบหน้าดูไม่คุ้นประหม่าอยู่สักนิด

ซึ่งจุดนี้ต้องอาศัยเวลาให้ยาคลายตัวลงครับ

 

ถ้าให้หมอสรุปสั้นๆ ให้ฟังวันนี้

— แม้ Xeomin จะมีความเสี่ยงเรื่องอาการดื้อยาที่ต่ำมากๆ

แต่เรื่องอัตราส่วนที่อาจเกิดผลข้างเคียงก็ยังมีตัวเลขไม่ต่างกับแบรนด์อื่นๆ นะครับ

โดยอาการตึงหัวเบาๆ หรืออาการตึงค้างชั่วคราว

ก็ยังจัดอยู่ในกลุ่มอาการพบบ่อยสุดเช่นเคยครับ

 

ในบทความหน้า หมอจะมาขยายความเพิ่มในหัวข้อ 'เมื่อฉีด Xeomin แล้วดูไม่เห็นผล

เราจะแยกความดื้อยาสะสม กับการฉีดในโดสไม่พอออกจากกันได้อย่างไร' ดีไหมคะ

 

ทั้งหมดนี้ดูแลด้วยความห่วงใยจาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความแนะนำที่น่าสนใจ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

포텐자 예약일이 잡혔다면 레티놀과 각질제거, 왁싱은 며칠 전부터 멈추는 게 좋을까요?

ยกกระชับ

จองคิว Potenza แล้ว ต้องหยุดเรตินอลกับแว็กซ์ก่อนกี่วัน

ก่อนทำ Potenza ควรวางมือจากเรตินอล กรดผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทาผิวสีแทนล่วงหน้ากี่วัน รวมกรอบเวลานับถอยหลังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนถึงคิว

명절이나 행사 사진 일정이 잡혔다면 올리지오 엑스는 언제쯤 미리 받아두는 게 좋을까요?

ยกกระชับ

มีงานสำคัญต้องถ่ายรูป ควรทำ Oligio X ล่วงหน้ากี่สัปดาห์?

วางแผนทำ Oligio X ก่อนวันงานหรือวันถ่ายรูป ควรนับถอยหลังกี่สัปดาห์ถึงจะพอดี ชวนดูไทม์ไลน์หลังทำแต่ละช่วง พร้อมข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요

ผิว

여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요

지금 피부가 회복 모드인지 자극 모드인지로 스킨부스터 시작 시점을 판단하는 방법과 상담 전 자가 점검 항목을 정리했어요.

샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요

ผิว

샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요

뜨거운 물이 피지막에 어떻게 작용하는지부터 손등으로 미온수를 가늠하는 방법까지, 매일 반복되는 씻기 습관을 순서대로 정리했어요.

중안면 팔자·입가 처짐, 소프웨이브로 어디까지 정리될까요?

ยกกระชับ

ร่องแก้มและมุมปากตก Sofwave ช่วยได้แค่ไหน เช็กก่อนตัดสินใจ

เงาร่องแก้มและมุมปากอาจมาจากผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลง บทความนี้อธิบายว่า Sofwave ลงลึกถึงชั้นไหน คาดหวังอะไรได้ที่กลางใบหน้า และเมื่อไหร่ควรเลือกฟิลเลอร์ค่ะ

관자 꺼짐 스컬트라, 회차는 어떻게 나누어 설계할까요?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ขมับยุบฉีด Sculptra ต้องแบ่งกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ถึงพอดี

ขมับยุบไม่ได้มาจากการผอมลงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายว่าทำไม Sculptra ถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง เว้นระยะกี่สัปดาห์ และระหว่างรอควรสังเกตอะไรก่อนตัดสินใจ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1