ผลข้างเคียง Xeomin: ปวดหัว หนังตาตก ความเสี่ยงแพ้ต่ำกว่า Botox พร้อมความถี่จริงและวิธีรับมือ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

"เลือก Xeomin เพราะได้ยินมาว่าไม่มีดื้อยา
แถมแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย จริงไหมคะ?"
มีคนไข้ถามกันเข้ามาเยอะมากๆ เลยครับ
วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ทีละประเด็นกันนะครับ

Xeomin กับคำว่า 'ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา'
มาเริ่มทำความเข้าใจกันก่อนครับ
ในบรรดาผลิตผลิตภัณฑ์ Botulinum Toxin Type A ทั้งหมดนั้น
Xeomin คือตัวที่ผ่านกระบวนการสกัดเอา
โปรตีนที่ซับซ้อน (Complexing Proteins) ออกไป
จนเหลือตัวยาบริสุทธิ์ (Pure Neurotoxin) เท่านั้นครับ
ต่างจาก Botox (Allergan) ตรงที่
Xeomin ไม่มีโปรตีนห่อหุ้ม
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดจึงเป็นการช่วยลดโอกาสการสร้างสารต้านอนุพันธ์หรืออาการดื้อยานั่นเองครับ
แต่เรื่องนี้หมายถึงเรื่อง 'การดื้อยา' เท่านั้นนะครับ
ไม่ได้แปลว่า 'ผลข้างเคียงเป็นศูนย์' แต่อย่างใดครับ

แล้วจริงๆ ผลข้างเคียงของ Xeomin
จากเคสคนไข้ในคลินิกพบบ่อยแค่ไหน?
ข้อมูลเจาะลึกจาก
หมอวี ยองจิน
แม้ Xeomin จะได้ชื่อว่าเป็น 'ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา'
แต่ก็ไม่ใช่ว่ามีผลข้างเคียงเป็น 0 นะครับ
อาการปวดหัวหลังฉีดทันทีพบได้ประมาณ 5~10%
อาการหนังตาตกพบได้น้อยกว่า 1%
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่มีโปรตีนเจือปน โอกาสเกิดอาการแพ้
จึงลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ Botox ทั่วไปครับ
จากประสบการณ์ที่หมอทำหัตถการ Xeomin ในคลินิก
ประมาณ 30~40 เคสต่อสัปดาห์
คนไข้ที่ติดต่อกลับมาสอบถามเรื่องผลข้างเคียง
เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 2~3 คนเท่านั้นครับ
ถ้าคิดเป็นสัดส่วน
ก็จะอยู่ที่ประมาณ 5~8% ครับ
ตัวเลขนี้สอดคล้องกับรายงานในงานวิจัยทางการแพทย์
ที่ระบุอัตราการเกิดอาการปวดศีรษะไว้ที่ 5~10% พอดีเลยครับ
หลายๆ คนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะ
แม้ Xeomin จะได้ชื่อว่าเป็น 'ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา'
แต่ไม่ได้แปลว่าผลข้างเคียงเป็น 0 นะครับ
มีรายงานอ้างอิงอาการปวดศีรษะหลังฉีดราวๆ 5~10%
และอาการหนังตาตก (Ptosis)
พบได้น้อยมากๆ คือไม่ถึง 1% ครับ
แต่ด้วยความที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอมอย่างคอมเพล็กซ์โปรตีน ปฏิกิริยาการแพ้ต่างๆ
จึงลดน้อยลงไปได้ครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ Botox แบบปกติครับ
หมอขอเล่าเรื่องของคนไข้เคสหนึ่งให้ฟังก่อนนะครับ
เมื่อเดือนก่อนมีคนไข้วัย 25 ปีเข้ามารับการฉีด Xeomin เพื่อลดริ้วรอยระหว่างคิ้วและหางตา
แล้วกลับมาหาหมออีกครั้งในวันที่ 3
ด้วยอาการปวดหัวตึงๆ ครับ
ตอนแรกคนไข้กังวลมากถามว่า "นี่คืออาการข้างเคียงหรือเปล่าคะ"
แต่จริงๆ แล้วนี่คือปฏิกิริยาชั่วคราวตามธรรมชาติ
ที่พบได้บ่อยที่สุดหลังการฉีดท็อกซินเลยครับ
หลังจากให้คนข้าทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการไปประมาณหนึ่งสัปดาห์
อาการปวดหัวก็หายสนิท
พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 กล้ามเนื้อก็คลายตัว แสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คนไข้ปลื้มและพึงพอใจกับผลลัพธ์มากๆ เลยครับ
ปวดหัวเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด
รองลงมาคือรอยช้ำและอาการบวมบริเวณที่ฉีดครับ
สิ่งที่เราต้องใส่ใจดูแลจริงๆ คือ
อาการหนังตาตก (Ptosis) ซึ่งพบได้น้อยกว่า 1%
หรืออธิบายง่ายๆ คือแทบไม่ถึง 1 ใน 100 คนด้วยซ้ำครับ
ส่วนใหญ่มักเกิดจากการฉีดบริเวณหน้าผากในตำแหน่งที่ต่ำจนเกินไป
หรือใช้ปริมาณยาสูงเกินไป
แต่ต่อให้เกิดขึ้น อาการมักจะค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้เองภายใน 4~8 สัปดาห์ครับ
ตรงนี้มีเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรรู้ครับ
ความเร็วในการออกฤทธิ์ของ Xeomin
จะแตกต่างจากท็อกซินตัวอื่นอยู่นิดหน่อยนะครับ
ปกติจะเริ่มรู้สึกตึงๆ ได้ในวันที่ 2~3 ที่ฉีด
และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 10~14 วันหลังฉีดครับ
ดังนั้น ช่วงแรกๆ หลังฉีดจึงมีคนไข้หลายคนทักเข้ามาถามว่า "ทำไมยังไม่ค่อยเห็นผลเลยปกติไหมคะ"
ซึ่งนี่ไม่ใช่ผลข้างเคียงหรือดื้อยานะครับ
แต่เป็นเพราะตัวยากำลังค่อยๆ เริ่มทำงานครับ
สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
หากจะอธิบายเรื่องผลข้างเคียงของ Xeomin ให้ถูกต้องที่สุดก็คือ 'เกิดขึ้นได้ แต่พบได้น้อยมาก และส่วนใหญ่เป็นแบบชั่วคราว' ครับ
อาการปวดหัว 5~10% บรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไป
อาการหนังตาตกน้อยกว่า 1% จะค่อยๆ หายดีขึ้นตามเวลา
จุดเด่นที่แตกต่างอย่างแท้จริงคือการไม่มีสิ่งเจือปนอย่างคอมเพล็กซ์โปรตีน
ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้และการดื้อยา
ลดลงไปได้กว่าครึ่งเลยครับ

คนไข้กลุ่มไหนบ้างที่มีความเสี่ยง
ที่จะเกิดผลข้างเคียงจาก Xeomin มากกว่าปกติ
มาดูตารางสรุปนี้เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นกันดีกว่าครับ
ประเภทคนไข้ | ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง | จุดป้องกัน/วิธีเลี่ยง |
ผู้ที่ฉีดท็อกซินครั้งแรก | ปวดหัว, รอยช้ำ | เริ่มจากปริมาณน้อย, งดกิจกรรมหนัก 24 ชม. |
ผู้ที่สงสัยว่าดื้อยา Botox | ประสิทธิภาพลดลง (ฉีดแล้วไม่ค่อยลง) | ปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินปริมาณ Xeomin ที่เหมาะสม |
เคสฉีดหน้าผากและตีนกา | หนังตาตก, คิ้วตก | ต้องฉีดเหนือแนวโหนกคิ้วอย่างน้อย 1.5 ซม. |
ผู้ที่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ง่าย | ผื่นแดง, อาการคัน | Xeomin จะปลอดภัยและมีข้อได้เปรียบกว่า Botox ทั่วไป |
หมอขออนุญาตเล่าเคสคนไข้อายุ 36 ปีเพิ่มอีกท่านนะครับ
คนไข้มีประวัติเคยฉีด Botox แบรนด์อื่นมาแล้ว 5~6 ครั้ง
ช่วงหลังรู้สึกว่าฤทธิ์ยาอยู่ได้สั้นลงเรื่อยๆ เลยตัดสินใจมาปรึกษาหมอครับ
พอหมอเปลี่ยนมาใช้ Xeomin ให้ในการฉีดครั้งแรก
ตอนแรกคนไข้บอกว่า "ยังไม่ค่อยเห็นความต่างเท่าไหร่"
แต่หลังจากการฉีดครั้งที่สอง
คนไข้แฮปปี้มากเพราะผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นเกือบเดือนเลยครับ
เคสแบบนี้ไม่ได้น่ากังวลเรื่องผลข้างเคียงเลยครับ
แต่ Xeomin ถือเป็น
'ทางเลือกที่ดีมากสำหรับกลุ่มที่เริ่มมีอาการดื้อยา' ครับ
วิธีการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันผลข้างเคียงก็ง่ายมากครับ
ห้ามนอนราบหลังฉีด 4 ชั่วโมง
งดนวดหรือถูแรงๆ บริเวณที่ฉีด
หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนักๆ ใน 24 ชั่วโมงแรกครับ
หากมีอาการปวดหัว สามารถทานยาพาราเซตามอลเพื่อช่วยได้ครับ
แต่หากสังเกตเห็นอาการหนังตาตก ควรเข้ามาให้คุณหมอตรวจดูทันที
เพื่อความรวดเร็วในการจ่ายยาหยอดตาหรือรักษาตามอาการต่อไปครับ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
น่าจะมีคำถามเหล่านี้ในใจแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ
Q1. ฉีด Xeomin ไปแล้วอาการปวดหัวอยู่นานมากเลย
แบบนี้ปกติไหมคะ?
A. สำหรับปัญหานี้ หมอเรียนแจ้งแบบนี้ครับ
ถ้าเป็นอาการปวดหน่วงๆ ที่หายไปใน 2~3 วันหลังฉีด
อันนี้ถือเป็นอาการปกติทั่วไปที่เกิดขึ้นได้และพบบ่อยมากครับ
สามารถทานยาแก้ปวดก็ดีขึ้นครับ
แต่หากปวดติดต่อกันนานกว่าหนึ่งสัปดาห์
หรือมีทีท่าว่าจะปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
แนะนำให้เข้ามาให้คุณหมอตรวจอาการอีกครั้งจะดีที่สุดครับ
แม้จะเกิดขึ้นได้ยาก แต่บางครั้งปฏิกิริยาการคลายตัวของกล้ามเนื้อที่ฉีด
อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนอื่นพยายามทำงานทดแทน
จนเกิดอาการเกร็งตึงในจุดใกล้เคียงขึ้นมา
ซึ่งเคสกลุ่มนี้การทานยาแก้ปวดปกติอาจไม่หายทันทีและอาจต้องใช้เวลาปรับตัวสักนิดนึงครับ
Q2. ได้ยินว่า Xeomin เห็นผลไวกว่า Botox ทั่วไป
แล้วผลข้างเคียงจะเกิดเร็วขึ้นด้วยไหมคะ?
A. เป็นคำถามที่ถามกันเข้ามาบ่อยมากๆ เลยครับ
โดยปกติ Xeomin จะเริ่มออกฤทธิ์เร็วขึ้นนิดหน่อย
จะอยู่ที่ประมาณ 2~3 วันหลังฉีด และอาการข้างเคียงต่างๆ ก็จะมาตามท่วงทำนองนี้เช่นกันครับ
เช่น อาการปวดหัวหรือรอยช้ำ
มักจะเริ่มปรากฏให้เห็นในวันแรกถึงวันที่ 3
ส่วนผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับการคลายกล้ามเนื้ออย่างหนังตาตก
คนไข้มักจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่อส่องกระจกในช่วงวันที่ 5~10 ครับ
มองในมุมดีข้อดีของการที่ยาออกฤทธิ์เร็ว
ก็ช่วยคุณหมอให้สามารถตรวจสอบและประเมินวิธีรับมือได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกันครับ
Q3. ผลข้างเคียงจากการฉีด Xeomin
จะคงอยู่ตลอดไปไหมคะ?
A. สำหรับข้อนี้ สบายใจได้เลยครับ
เนื่องจากฤทธิ์ของท็อกซินเป็นการบล็อกเส้นประสาทชั่วคราว
เมื่อยาหมดฤทธิ์ตามธรรมชาติ การทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทก็จะฟื้นตัวกลับมา 100% แน่นอนครับ
ถึงแม้จะเกิดผลข้างเคียงอย่างคิ้วตก ตาตก หรือหน้าไม่เท่ากัน
ประเมินเวลาคร่าวๆ อย่างมากที่สุดก็ไม่เกิน 4~8 สัปดาห์ และจะค่อยๆ ฟื้นพูกลับสู่สภาวะปกติอย่างเป็นธรรมชาติครับ
แทบจะไม่มีรายงานทางการแพทย์
ที่ระบุถึงกรณีการเกิดผลข้างเคียงถาวรเลยครับ
เข้าใจเลยว่าจุดนี้อาจทำให้หลายๆ คนแอบกังวลใจอยู่บ้าง
แต่เราย้ำให้มั่นใจอีกรอบว่ายาตัวนี้ไม่ได้เข้าไปทำลายโครงสร้างของเส้นประสาท
เป็นเพียงกระบวนการชะลอการส่งสัญญาณชั่วคราวเท่านั้นครับ
แต่อาจจะมีบางช่วงที่ใบหน้าดูไม่คุ้นประหม่าอยู่สักนิด
ซึ่งจุดนี้ต้องอาศัยเวลาให้ยาคลายตัวลงครับ
ถ้าให้หมอสรุปสั้นๆ ให้ฟังวันนี้
— แม้ Xeomin จะมีความเสี่ยงเรื่องอาการดื้อยาที่ต่ำมากๆ
แต่เรื่องอัตราส่วนที่อาจเกิดผลข้างเคียงก็ยังมีตัวเลขไม่ต่างกับแบรนด์อื่นๆ นะครับ
โดยอาการตึงหัวเบาๆ หรืออาการตึงค้างชั่วคราว
ก็ยังจัดอยู่ในกลุ่มอาการพบบ่อยสุดเช่นเคยครับ
ในบทความหน้า หมอจะมาขยายความเพิ่มในหัวข้อ 'เมื่อฉีด Xeomin แล้วดูไม่เห็นผล
เราจะแยกความดื้อยาสะสม กับการฉีดในโดสไม่พอออกจากกันได้อย่างไร' ดีไหมคะ
ทั้งหมดนี้ดูแลด้วยความห่วงใยจาก หมอวี ยองจิน ครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีด Xeomin แล้วปวดหัวนานมาก เป็นปกติไหม?
A. ถ้าเป็นอาการปวดหัวที่เป็นต่อเนื่องเกิน 1 สัปดาห์ หรือยิ่งเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรมาเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจดูสักครั้งครับ
Q. ได้ยินว่า Xeomin เห็นผลเร็วกว่า Botox แล้วผลข้างเคียงก็จะมาถึงเร็วขึ้นด้วยไหม?
A. Xeomin ออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว โดยเห็นผลภายในประมาณ 2–3 วัน แต่ผลข้างเคียงก็จะเกิดตามไทม์ไลน์เดียวกันครับ
Q. ผลข้างเคียงของ Xeomin อาจคงอยู่อย่างถาวรได้ไหม?
A. ตัวยาท็อกซินมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเส้นประสาทโดยตรง ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป การทำงานของเส้นประสาทจะฟื้นตัวกลับมา 100%
Q. เพื่อลดผลข้างเคียงของ Xeomin หลังทำหัตถการทันทีควรระวังเรื่องอะไรบ้างครับ?
A. อย่าเพิ่งนอนราบหลังทำ skin booster 4 ชั่วโมงนะครับ และหลีกเลี่ยงการนวดหรือถูบริเวณที่ทำด้วยครับ นอกจากนี้ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์และออกกำลังกายหนักๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง หากมีอาการปวดศีรษะสามารถทานยาแก้ปวดทั่วไปเพื่อบรรเทาอาการได้ครับ แต่ถ้าหากสงสัยว่ามีอาการหนังตาตก ควรรีบกลับมาพบคุณหมอที่คลินิกทันทีนะครับ
คอนเทนต์

ผิว
CO2 Fractional ทำไมพักหน้านานกว่าเลเซอร์แบบไม่ลอกผิว? เลือกยังไงดี

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากต้องใช้กี่ซีซี ทำไมราคาต่อซีซีถึงบอกราคารวมไม่ได้?

ผิว
หน้ามันแต่ยังตึง ช่วงเปลี่ยนฤดูควรแก้อะไรก่อนดี?

กำจัดขน
เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ราคาต่อครั้งถูก แต่รวมทั้งคอร์สต้องจ่ายเท่าไหร่?

ลบรอยสัก
จะสักทับ (Cover-up) ต้องเลเซอร์ให้รอยสักเดิมจางก่อนกี่ครั้ง?

ผิว
큐어젯 다운타임, 다음 날 출근과 화장은 언제부터 될까요?







