
ผลข้างเคียง Xeomin ตามความถี่ที่พบจริงใน 1 สัปดาห์
ผลข้างเคียง Xeomin ตามความถี่ที่พบจริงใน 1 สัปดาห์
ผลข้างเคียง Xeomin ตามความถี่ที่พบจริงใน 1 สัปดาห์
Xeomin ก็มีผลข้างเคียง ปวดหัว 5–10% หนังตาตก <1% ความเสี่ยงแพ้ต่ำกว่า Botox ครึ่งหนึ่ง

ผลข้างเคียงของ Xeomin,
ขอเขียนตามความถี่ที่เจอในห้องตรวจต่อสัปดาห์
แบบตรงไปตรงมาเลยนะคะ
“เลือก Xeomin เพราะบอกว่าไม่ดื้อยา แต่
ผลข้างเคียงก็แทบไม่มีจริงไหมคะ?”
มีคนถามแบบนี้เยอะมากเลยค่ะ
วันนี้จะค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังนะคะ

Xeomin, ขอเริ่มจากคำว่า “ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา”
กันก่อนนะคะ
Xeomin เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มโบทูลินัมท็อกซินชนิด A
ที่ตัดโปรตีนเชิงซ้อนออก
เหลือเพียงสารพิษต่อเส้นประสาทบริสุทธิ์
ต่างจาก Botox (Allergan)
Xeomin ไม่มีโปรตีนเคลือบ
จึงช่วยลดโอกาสการสร้างแอนติบอดีได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเรื่องของ “ภาวะดื้อยา”
ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีผลข้างเคียงเลย” แต่อย่างใด

แล้วผลข้างเคียงของ Xeomin
ความถี่ที่เห็นจริงในห้องตรวจล่ะ
อินไซต์สำคัญของ
หมอวี ยองจิน
แม้ Xeomin จะถูกเรียกว่า “ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา”
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลข้างเคียงค่ะ
หลังฉีดทันที ปวดหัวประมาณ 5~10%,
หนังตาตกน้อยกว่า 1% —
แต่เพราะไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน จึงเกิดอาการแพ้
น้อยกว่าบอท็อกซ์ประมาณครึ่งหนึ่งค่ะ
ในคลินิก ถ้าทำ Xeomin อย่างเดียวต่อสัปดาห์
จะอยู่ราว 30~40 เคสค่ะ
คนที่กลับมาปรึกษาเรื่องผลข้างเคียง
เฉลี่ยประมาณ 2~3 คนจากทั้งหมด
ถ้าคิดเป็นสัดส่วนก็
ประมาณ 5~8% ค่ะ
ตัวเลขนี้แทบจะตรงกับ
อัตราการเกิดปวดหัว 5~10% ที่รายงานในงานวิจัยเลยค่ะ
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ
Xeomin ถูกเรียกว่า “ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา” จริง
แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลข้างเคียงนะคะ
หลังฉีดทันที ปวดหัวประมาณ 5~10%,
หนังตาตก (ptosis)
พบได้น้อยกว่า 1%
แต่เพราะไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน อาการแพ้จึง
ลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับบอท็อกซ์ค่ะ
ขอเล่าเคสของคนไข้หนึ่งท่านก่อนนะคะ
เดือนที่แล้วมีคนไข้อายุ 25 ปี ฉีด Xeomin ที่
หว่างคิ้วและรอบดวงตา
แล้วกลับมาด้วยอาการปวดหัวในวันที่ 3 ค่ะ
ตอนแรกท่านบอกว่า “งั้นนี่คือผลข้างเคียงใช่ไหม”
และค่อนข้างไม่สบายใจมาก แต่จริงๆ แล้วนี่คือ
ปฏิกิริยาชั่วคราวที่พบบ่อยที่สุดหลังฉีดท็อกซินค่ะ
พอคุมอาการด้วยยาแก้ปวด ผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์
อาการปวดหัวก็หายไป
และสัปดาห์ที่ 2 พอสีหน้าดูเป็นธรรมชาติขึ้น
ความพึงพอใจก็เพิ่มขึ้นมากเลยค่ะ
อาการที่เจอบ่อยที่สุดคือปวดหัว
รองลงมาคือรอยช้ำและบวมบริเวณที่ฉีดค่ะ
สิ่งที่ต้องระวังจริงๆ คือ
หนังตาตก (ptosis) ซึ่งพบได้น้อยกว่า 1%
ดังนั้นจาก 100 คน จะมีไม่ถึง 1 คน
ที่เจออาการนี้ค่ะ
มักเกิดเมื่อฉีดท็อกซินหน้าผากต่ำเกินไป
หรือใช้ปริมาณมากเกินไป
แต่ถ้าเกิดขึ้น โดยมากจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 4~8 สัปดาห์ค่ะ
มีอีกอย่างที่สำคัญนะคะ
Xeomin ก็มีความเร็วในการออกฤทธิ์
ที่ต่างจากท็อกซินตัวอื่นเล็กน้อย
โดยทั่วไปจะเริ่มรู้สึกผลตั้งแต่วันที่ 2~3
และไปพีคที่ 10~14 วันค่ะ
ดังนั้นหลังฉีดทันทีหลายคนจะมาบอกว่า
“เหมือนไม่เห็นผลเลย”
แต่จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ผลข้างเคียง
แค่ตัวยายังไม่ออกฤทธิ์เท่านั้นเองค่ะ
สรุปสำคัญจากหมอวี ยองจิน
ผลข้างเคียงของ Xeomin คือ “มีอยู่จริง แต่ความถี่ต่ำ และ
ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราว” นี่แหละค่ะที่ถูกต้องที่สุด
ปวดหัว 5~10% มักคุมได้ด้วยยาแก้ปวด,
หนังตาตกน้อยกว่า 1% ก็อาศัยเวลาเป็นหลักค่ะ
จุดที่แตกต่างจริงๆ คือการที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน
ทำให้ความเสี่ยงต่อการแพ้และการสร้างแอนติบอดี
ลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่งค่ะ

Xeomin คนกลุ่มไหน
มีความเสี่ยงผลข้างเคียงมากกว่ากันนะคะ
ถ้ามองแบบตารางจะเข้าใจง่ายขึ้นค่ะ
ประเภท | ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง | จุดป้องกัน |
ฉีดท็อกซินครั้งแรก | ปวดหัว, ช้ำ | เริ่มจากปริมาณน้อย, พักนิ่ง 24 ชั่วโมง |
สงสัยดื้อบอท็อกซ์ | ประสิทธิภาพลดลง (ไม่ตอบสนอง) | เมื่อเปลี่ยนมา Xeomin ต้องวางขนาดยาให้พอเหมาะ |
ฉีดหน้าผาก·รอบดวงตา | หนังตาตก, คิ้วตก | ยึดแนวเหนือกระดูกคิ้ว 1.5 ซม. |
ผู้ที่มีประวัติแพ้ | ผื่น, คัน | Xeomin ได้เปรียบเมื่อเทียบกับบอท็อกซ์ |
ขอเล่าเคสของคนไข้อายุ 36 ปีสั้นๆ ด้วยนะคะ
ท่านเคยฉีดบอท็อกซ์จากที่อื่น 5~6 ครั้ง
แล้วบอกว่าฤทธิ์เริ่มสั้นลงเรื่อยๆ
พอเปลี่ยนมา Xeomin ครั้งแรก
ท่านบอกว่า “ยังไม่ค่อยรู้สึกต่าง”
แต่หลังฉีดครั้งที่สอง
ระยะคงอยู่ยาวขึ้นเกือบ 1 เดือน
ความพึงพอใจก็เพิ่มขึ้นค่ะ
เคสแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผลข้างเคียง
แต่ Xeomin จะมีความหมายมากในฐานะ
“ตัวเลือกสำหรับกลุ่มที่สงสัยดื้อยา” ค่ะ
แนวทางป้องกันก็ไม่ยากค่ะ
หลังฉีด 4 ชั่วโมงอย่านอนราบ,
ห้ามนวดหรือถูบริเวณที่ฉีด,
งดแอลกอฮอล์และออกกำลังกายหนัก 24 ชั่วโมงค่ะ
ถ้าปวดหัว สามารถคุมด้วยยาแก้ปวดทั่วไปได้ค่ะ
ถ้าสงสัยหนังตาตก ควรมาพบแพทย์ทันที
เพื่อพิจารณาการหยอดยาและการดูแลต่อไปค่ะ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้
น่าจะกำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่ใช่ไหมคะ
Q1. ฉีด Xeomin แล้วปวดหัวนานมาก
แบบนี้ปกติไหมคะ?
A. เรื่องนี้ต้องแยกดูเป็นเคสๆ ค่ะ
ถ้าปวดหัวหายภายใน 2~3 วันหลังฉีด
ถือเป็นอาการชั่วคราวที่พบบ่อยมากค่ะ
และมักคุมได้ด้วยยาแก้ปวด
แต่ถ้าเกิน 1 สัปดาห์แล้วยังเป็นต่อ
หรือปวดหัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูค่ะ
แม้จะพบไม่บ่อย แต่บางครั้งเมื่อกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว
กล้ามเนื้อส่วนอื่นอาจเกิดการชดเชยและ
ดึงรั้งได้ค่ะ
กรณีแบบนี้มักไม่หายด้วยยาแก้ปวดอย่างเดียว
และต้องใช้เวลาเพิ่มอีกหน่อยค่ะ
Q2. ได้ยินว่า Xeomin ออกฤทธิ์เร็วกว่าบอท็อกซ์
แล้วผลข้างเคียงก็มาด้วยเร็วขึ้นไหมคะ?
A. คำถามนี้เจอบ่อยมากจริงๆ ค่ะ
Xeomin เริ่มออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว
คือประมาณ 2~3 วันค่ะ
ดังนั้นผลข้างเคียงก็จะตามไทม์ไลน์เดียวกัน
อาการปวดหัวหรือรอยช้ำมักเกิด
ภายในวันเดียวกันจนถึง 3 วันแรกหลังฉีด
ส่วนผลข้างเคียงที่เกิดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่นหนังตาตก
มักสังเกตได้เองจากกระจกในช่วง 5~10 วันค่ะ
ความเร็วในการออกฤทธิ์ที่เร็วขึ้น
ก็เท่ากับเรารู้ผลข้างเคียงได้เร็วขึ้นด้วย ทำให้รับมือได้ไวค่ะ
Q3. ผลข้างเคียงของ Xeomin
อาจทิ้งไว้ถาวรได้ไหมคะ?
A. เรื่องนี้ต้องอธิบายกันนิดหนึ่งค่ะ
เพราะฤทธิ์ของท็อกซินคือการยับยั้งเส้นประสาทชั่วคราว
พอเวลาผ่านไป การทำงานของเส้นประสาทจะกลับมา 100% ค่ะ
ดังนั้นแม้จะเกิดหนังตาตกหรือใบหน้าไม่สมมาตร
โดยมากจะดีขึ้นเองภายใน 4~8 สัปดาห์ และส่วนใหญ่ก็ไม่เกินนั้นค่ะ
ผลข้างเคียงถาวร
แทบไม่พบรายงานค่ะ
อาจฟังดูน่ากังวลอยู่บ้าง
แต่เหตุผลคือยาไม่ได้ทำลายเส้นประสาท
เพียงแค่ปิดกั้นการส่งสัญญาณชั่วคราวเท่านั้นค่ะ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงพักฟื้น
คุณอาจต้องยอมรับว่าหน้าอาจดูแข็งหรือแปลกไปชั่วคราวค่ะ
ถ้าจะเอากลับไปอย่างเดียวจากวันนี้
— Xeomin แม้ความเสี่ยงดื้อยาจะต่ำ
แต่ความถี่ของผลข้างเคียงก็ใกล้เคียงกับท็อกซินอื่นๆ
และอาการปวดหัวกับหนังตาตกชั่วคราว
คือสิ่งที่เจอได้บ่อยที่สุดค่ะ
บทความถัดไปจะเล่าเรื่อง “เวลา Xeomin ดูเหมือนไม่เห็นผล
จะแยกยังไงว่าเป็นภาวะดื้อยา หรือเป็นปัญหาขนาดยา”
ให้ฟังค่ะ
วันนี้หมอวี ยองจินขอจบไว้เท่านี้ค่ะ
อ่านต่อด้วยกัน

ผลข้างเคียงของ Xeomin,
ขอเขียนตามความถี่ที่เจอในห้องตรวจต่อสัปดาห์
แบบตรงไปตรงมาเลยนะคะ
“เลือก Xeomin เพราะบอกว่าไม่ดื้อยา แต่
ผลข้างเคียงก็แทบไม่มีจริงไหมคะ?”
มีคนถามแบบนี้เยอะมากเลยค่ะ
วันนี้จะค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังนะคะ

Xeomin, ขอเริ่มจากคำว่า “ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา”
กันก่อนนะคะ
Xeomin เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มโบทูลินัมท็อกซินชนิด A
ที่ตัดโปรตีนเชิงซ้อนออก
เหลือเพียงสารพิษต่อเส้นประสาทบริสุทธิ์
ต่างจาก Botox (Allergan)
Xeomin ไม่มีโปรตีนเคลือบ
จึงช่วยลดโอกาสการสร้างแอนติบอดีได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเรื่องของ “ภาวะดื้อยา”
ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีผลข้างเคียงเลย” แต่อย่างใด

แล้วผลข้างเคียงของ Xeomin
ความถี่ที่เห็นจริงในห้องตรวจล่ะ
อินไซต์สำคัญของ
หมอวี ยองจิน
แม้ Xeomin จะถูกเรียกว่า “ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา”
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลข้างเคียงค่ะ
หลังฉีดทันที ปวดหัวประมาณ 5~10%,
หนังตาตกน้อยกว่า 1% —
แต่เพราะไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน จึงเกิดอาการแพ้
น้อยกว่าบอท็อกซ์ประมาณครึ่งหนึ่งค่ะ
ในคลินิก ถ้าทำ Xeomin อย่างเดียวต่อสัปดาห์
จะอยู่ราว 30~40 เคสค่ะ
คนที่กลับมาปรึกษาเรื่องผลข้างเคียง
เฉลี่ยประมาณ 2~3 คนจากทั้งหมด
ถ้าคิดเป็นสัดส่วนก็
ประมาณ 5~8% ค่ะ
ตัวเลขนี้แทบจะตรงกับ
อัตราการเกิดปวดหัว 5~10% ที่รายงานในงานวิจัยเลยค่ะ
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ
Xeomin ถูกเรียกว่า “ท็อกซินที่ไม่ดื้อยา” จริง
แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลข้างเคียงนะคะ
หลังฉีดทันที ปวดหัวประมาณ 5~10%,
หนังตาตก (ptosis)
พบได้น้อยกว่า 1%
แต่เพราะไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน อาการแพ้จึง
ลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับบอท็อกซ์ค่ะ
ขอเล่าเคสของคนไข้หนึ่งท่านก่อนนะคะ
เดือนที่แล้วมีคนไข้อายุ 25 ปี ฉีด Xeomin ที่
หว่างคิ้วและรอบดวงตา
แล้วกลับมาด้วยอาการปวดหัวในวันที่ 3 ค่ะ
ตอนแรกท่านบอกว่า “งั้นนี่คือผลข้างเคียงใช่ไหม”
และค่อนข้างไม่สบายใจมาก แต่จริงๆ แล้วนี่คือ
ปฏิกิริยาชั่วคราวที่พบบ่อยที่สุดหลังฉีดท็อกซินค่ะ
พอคุมอาการด้วยยาแก้ปวด ผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์
อาการปวดหัวก็หายไป
และสัปดาห์ที่ 2 พอสีหน้าดูเป็นธรรมชาติขึ้น
ความพึงพอใจก็เพิ่มขึ้นมากเลยค่ะ
อาการที่เจอบ่อยที่สุดคือปวดหัว
รองลงมาคือรอยช้ำและบวมบริเวณที่ฉีดค่ะ
สิ่งที่ต้องระวังจริงๆ คือ
หนังตาตก (ptosis) ซึ่งพบได้น้อยกว่า 1%
ดังนั้นจาก 100 คน จะมีไม่ถึง 1 คน
ที่เจออาการนี้ค่ะ
มักเกิดเมื่อฉีดท็อกซินหน้าผากต่ำเกินไป
หรือใช้ปริมาณมากเกินไป
แต่ถ้าเกิดขึ้น โดยมากจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 4~8 สัปดาห์ค่ะ
มีอีกอย่างที่สำคัญนะคะ
Xeomin ก็มีความเร็วในการออกฤทธิ์
ที่ต่างจากท็อกซินตัวอื่นเล็กน้อย
โดยทั่วไปจะเริ่มรู้สึกผลตั้งแต่วันที่ 2~3
และไปพีคที่ 10~14 วันค่ะ
ดังนั้นหลังฉีดทันทีหลายคนจะมาบอกว่า
“เหมือนไม่เห็นผลเลย”
แต่จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ผลข้างเคียง
แค่ตัวยายังไม่ออกฤทธิ์เท่านั้นเองค่ะ
สรุปสำคัญจากหมอวี ยองจิน
ผลข้างเคียงของ Xeomin คือ “มีอยู่จริง แต่ความถี่ต่ำ และ
ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราว” นี่แหละค่ะที่ถูกต้องที่สุด
ปวดหัว 5~10% มักคุมได้ด้วยยาแก้ปวด,
หนังตาตกน้อยกว่า 1% ก็อาศัยเวลาเป็นหลักค่ะ
จุดที่แตกต่างจริงๆ คือการที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน
ทำให้ความเสี่ยงต่อการแพ้และการสร้างแอนติบอดี
ลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่งค่ะ

Xeomin คนกลุ่มไหน
มีความเสี่ยงผลข้างเคียงมากกว่ากันนะคะ
ถ้ามองแบบตารางจะเข้าใจง่ายขึ้นค่ะ
ประเภท | ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง | จุดป้องกัน |
ฉีดท็อกซินครั้งแรก | ปวดหัว, ช้ำ | เริ่มจากปริมาณน้อย, พักนิ่ง 24 ชั่วโมง |
สงสัยดื้อบอท็อกซ์ | ประสิทธิภาพลดลง (ไม่ตอบสนอง) | เมื่อเปลี่ยนมา Xeomin ต้องวางขนาดยาให้พอเหมาะ |
ฉีดหน้าผาก·รอบดวงตา | หนังตาตก, คิ้วตก | ยึดแนวเหนือกระดูกคิ้ว 1.5 ซม. |
ผู้ที่มีประวัติแพ้ | ผื่น, คัน | Xeomin ได้เปรียบเมื่อเทียบกับบอท็อกซ์ |
ขอเล่าเคสของคนไข้อายุ 36 ปีสั้นๆ ด้วยนะคะ
ท่านเคยฉีดบอท็อกซ์จากที่อื่น 5~6 ครั้ง
แล้วบอกว่าฤทธิ์เริ่มสั้นลงเรื่อยๆ
พอเปลี่ยนมา Xeomin ครั้งแรก
ท่านบอกว่า “ยังไม่ค่อยรู้สึกต่าง”
แต่หลังฉีดครั้งที่สอง
ระยะคงอยู่ยาวขึ้นเกือบ 1 เดือน
ความพึงพอใจก็เพิ่มขึ้นค่ะ
เคสแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผลข้างเคียง
แต่ Xeomin จะมีความหมายมากในฐานะ
“ตัวเลือกสำหรับกลุ่มที่สงสัยดื้อยา” ค่ะ
แนวทางป้องกันก็ไม่ยากค่ะ
หลังฉีด 4 ชั่วโมงอย่านอนราบ,
ห้ามนวดหรือถูบริเวณที่ฉีด,
งดแอลกอฮอล์และออกกำลังกายหนัก 24 ชั่วโมงค่ะ
ถ้าปวดหัว สามารถคุมด้วยยาแก้ปวดทั่วไปได้ค่ะ
ถ้าสงสัยหนังตาตก ควรมาพบแพทย์ทันที
เพื่อพิจารณาการหยอดยาและการดูแลต่อไปค่ะ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้
น่าจะกำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่ใช่ไหมคะ
Q1. ฉีด Xeomin แล้วปวดหัวนานมาก
แบบนี้ปกติไหมคะ?
A. เรื่องนี้ต้องแยกดูเป็นเคสๆ ค่ะ
ถ้าปวดหัวหายภายใน 2~3 วันหลังฉีด
ถือเป็นอาการชั่วคราวที่พบบ่อยมากค่ะ
และมักคุมได้ด้วยยาแก้ปวด
แต่ถ้าเกิน 1 สัปดาห์แล้วยังเป็นต่อ
หรือปวดหัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูค่ะ
แม้จะพบไม่บ่อย แต่บางครั้งเมื่อกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว
กล้ามเนื้อส่วนอื่นอาจเกิดการชดเชยและ
ดึงรั้งได้ค่ะ
กรณีแบบนี้มักไม่หายด้วยยาแก้ปวดอย่างเดียว
และต้องใช้เวลาเพิ่มอีกหน่อยค่ะ
Q2. ได้ยินว่า Xeomin ออกฤทธิ์เร็วกว่าบอท็อกซ์
แล้วผลข้างเคียงก็มาด้วยเร็วขึ้นไหมคะ?
A. คำถามนี้เจอบ่อยมากจริงๆ ค่ะ
Xeomin เริ่มออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว
คือประมาณ 2~3 วันค่ะ
ดังนั้นผลข้างเคียงก็จะตามไทม์ไลน์เดียวกัน
อาการปวดหัวหรือรอยช้ำมักเกิด
ภายในวันเดียวกันจนถึง 3 วันแรกหลังฉีด
ส่วนผลข้างเคียงที่เกิดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่นหนังตาตก
มักสังเกตได้เองจากกระจกในช่วง 5~10 วันค่ะ
ความเร็วในการออกฤทธิ์ที่เร็วขึ้น
ก็เท่ากับเรารู้ผลข้างเคียงได้เร็วขึ้นด้วย ทำให้รับมือได้ไวค่ะ
Q3. ผลข้างเคียงของ Xeomin
อาจทิ้งไว้ถาวรได้ไหมคะ?
A. เรื่องนี้ต้องอธิบายกันนิดหนึ่งค่ะ
เพราะฤทธิ์ของท็อกซินคือการยับยั้งเส้นประสาทชั่วคราว
พอเวลาผ่านไป การทำงานของเส้นประสาทจะกลับมา 100% ค่ะ
ดังนั้นแม้จะเกิดหนังตาตกหรือใบหน้าไม่สมมาตร
โดยมากจะดีขึ้นเองภายใน 4~8 สัปดาห์ และส่วนใหญ่ก็ไม่เกินนั้นค่ะ
ผลข้างเคียงถาวร
แทบไม่พบรายงานค่ะ
อาจฟังดูน่ากังวลอยู่บ้าง
แต่เหตุผลคือยาไม่ได้ทำลายเส้นประสาท
เพียงแค่ปิดกั้นการส่งสัญญาณชั่วคราวเท่านั้นค่ะ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงพักฟื้น
คุณอาจต้องยอมรับว่าหน้าอาจดูแข็งหรือแปลกไปชั่วคราวค่ะ
ถ้าจะเอากลับไปอย่างเดียวจากวันนี้
— Xeomin แม้ความเสี่ยงดื้อยาจะต่ำ
แต่ความถี่ของผลข้างเคียงก็ใกล้เคียงกับท็อกซินอื่นๆ
และอาการปวดหัวกับหนังตาตกชั่วคราว
คือสิ่งที่เจอได้บ่อยที่สุดค่ะ
บทความถัดไปจะเล่าเรื่อง “เวลา Xeomin ดูเหมือนไม่เห็นผล
จะแยกยังไงว่าเป็นภาวะดื้อยา หรือเป็นปัญหาขนาดยา”
ให้ฟังค่ะ
วันนี้หมอวี ยองจินขอจบไว้เท่านี้ค่ะ
อ่านต่อด้วยกัน
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ยกกระชับ
ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้
ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

ผิว
รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?
เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

ผิว
เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'
คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ยกกระชับ
เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?
เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?
Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
