สรุปสั้น ๆ ว่าทำไมราคาโบท็อกซ์แต่ละบริเวณไม่เท่ากัน พร้อมยูนิตที่เหมาะแต่ละจุด และช่วงเริ่มเห็นผล
เวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับโบท็อกซ์ เรามักจะเห็นป้ายราคาประมาณว่า "หน้าผาก 40,000 วอน, กราม 300,000 วอน" อยู่บ่อยๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมชื่อหัตถการเหมือนกัน แต่ราคาถึงต่างกันขนาดนี้ และทำไมผลลัพธ์ของแต่ละตำแหน่งถึงไม่เหมือนกัน
แม้จะเป็นโบท็อกซ์* ตัวเดียวกัน แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ฉีดค่ะ หากฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อแสดงอารมณ์ ริ้วรอยก็จะเรียบตึงขึ้น แต่ถ้าฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อส่วนเสริมสร้างขนาดอย่างเช่น กล้ามเนื้อกราม กรอบหน้าก็จะดูเล็กลง ดังนั้น จำนวนยูนิต (unit), ความลึก และความถี่ในการฉีดของแต่ละตำแหน่งจึงถูกออกแบบมาแตกต่างกันค่ะ
โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin)*: เป็นโปรตีนที่ช่วยยับยั้งสัญญาณการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว หากใช้กับกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์ เช่น ระหว่างคิ้ว หรือหน้าผาก จะ ช่วยให้ริ้วรอยเรียบเนียนขึ้น และหากใช้กับกล้ามเนื้อที่มีขนาดใหญ่ เช่น กราม หรือน่อง จะช่วยลดขนาดลงได้
เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว คุณจะเข้าใจเกี่ยวกับ:
ความแตกต่างของจุดประสงค์ในการฉีดโบท็อกซ์ระหว่างกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์และกล้ามเนื้อส่วนเสริมสร้างขนาด
เหตุผลที่จำนวนยูนิต (unit) ของแต่ละตำแหน่งถึงแตกต่างกัน
รอบระยะเวลาที่เหมาะสมและการประเมินผลลัพธ์ในแต่ละตำแหน่ง
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย และข้อควรระวังภายใน 24 ชั่วโมง
กล้ามเนื้อแสดงอารมณ์และกล้ามเนื้อส่วนเสริมสร้างขนาด มีจุดประสงค์ต่างกัน
โบท็อกซ์บริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา มีจุดประสงค์เพื่อลดการเคลื่อนไหวโดย การยับยั้งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อชั่วคราว ริ้วรอยแนวตั้งที่เกิดจากการขมวดคิ้วบ่อยๆ, ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาเวลาหัวเราะ และริ้วรอยแนวนอนบนหน้าผากเวลาตกใจ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นร่องรอยที่เกิดจากการดึงรั้งซ้ำๆ ของกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์ค่ะ

ในทางกลับกัน โบท็อกซ์กรามและน่อง มีจุดประสงค์เพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อ สำหรับผู้ที่มีแรงบดเคี้ยวเยอะ (กล้ามเนื้อกราม) หรือผู้ที่ต้องยืนตลอดทั้งวัน (กล้ามเนื้อน่อง) กล้ามเนื้อเหล่านี้จะค่อยๆ แข็งขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ทำให้กรอบหน้าหรือสัดส่วนดูหนาและใหญ่ขึ้น
เนื่องจากเป็นตัวยาเดียวกันแต่จุดประสงค์ต่างกัน เกณฑ์การประเมินผลลัพธ์จึงแตกต่างกันไปด้วย สำหรับหน้าผากจะดูผลลัพธ์หลังจาก 2 สัปดาห์ว่าริ้วรอยตึงขึ้นแค่ไหน ส่วนกรามจะใช้เวลา 1-2 เดือนเพื่อดูว่ากรอบหน้าด้านข้างเรียวเล็กลงเท่าไหร่ค่ะ

จำนวนยูนิต (unit) คือหัวใจสำคัญของความแตกต่างของราคา
หลายคนถามว่าทำไมโบท็อกซ์เหมือนกัน แต่ราคาต่างกันจัง? คำตอบอยู่ที่จำนวนยูนิตค่ะ เพราะโบท็อกซ์ไม่ได้คำนวณเป็นขวด (vial) แต่คำนวณเป็น ยูนิต (unit) เนื่องจากขนาดของกล้ามเนื้อที่ต้องรักษานั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละตำแหน่ง จำนวนยูนิตจึงต้องแตกต่างกันเป็นธรรมดาค่ะ
เหตุผลที่ราคาของหน้าผากและกรามแตกต่างกันมาก นั่นเป็นเพราะจำนวนยูนิตต่างกันถึง 2-4 เท่า และน่องที่เป็นกล้ามเนื้อขนาดใหญ่กว่า บางครั้งอาจต้องใช้รวมกันทั้งสองข้างมากกว่า 100 ยูนิตเลยทีเดียว ดังนั้น ยิ่งตำแหน่งใหญ่ ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นเป็นเรื่องปกติค่ะ
จุดหนึ่งที่อยากให้ระวังคือ การโฆษณาโบท็อกซ์กรามหรือน่องที่ถูกจนเกินไป หากฉีดในปริมาณที่ไม่ถึงยูนิตที่เหมาะสม ผลลัพธ์จะอยู่ได้สั้นลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดใบหน้าไม่สมมาตร (เบี้ยว) ได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ


รอบการฉีดก็ต้องตั้งไว้แตกต่างกันตามแต่ละตำแหน่ง
คำกล่าวที่ว่าโบท็อกซ์ต้องฉีดทุกๆ 6 เดือนนั้น ไม่ได้ตรงกับทุกจุดเสมอไปค่ะ เนื่องจากกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์และกล้ามเนื้อส่วนเสริมสร้างขนาดมีความเร็วในการสลายตัวยาที่แตกต่างกัน และระยะเวลาของผลลัพธ์ในการฉีดแต่ละครั้งก็แตกต่างกันไปตามตำแหน่งด้วย
หน้าผาก • ระหว่างคิ้ว • หางตา — ปกติฉีดทุกๆ 3-4 เดือน (เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงอารมณ์บ่อย จึงฟื้นตัวเร็วค่ะ)
กราม — ปกติฉีดทุกๆ 4-6 เดือน (3 ครั้งแรกจะทิ้งช่วงสั้นหน่อย หลังจากนั้นระยะห่างจะค่อยๆ ยาวขึ้นค่ะ)
น่อง — ปกติฉีดทุกๆ 6-9 เดือน (เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ การฟื้นตัวจึงช้ากว่า)
โดยเฉพาะโบท็อกซ์กราม มักจะมีรีวิวหลังจากฉีดครั้งแรกบ่อยๆ ว่า "รู้สึกเหมือนหมดฤทธิ์หลังจากผ่านไปแค่เดือนเดียว" จริงๆ แล้วไม่ใช่หมดฤทธิ์นะคะ แต่เพราะกล้ามเนื้อต้องใช้เวลาในการลดขนาดลง โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าอย่างชัดเจนเมื่อผ่านไปประมาณ 2 เดือน ดังนั้น การประเมินผลที่แม่นยำที่สุดคือช่วง 1-2 เดือนหลังฉีดค่ะ


แนวทางการรักษาที่ Beautystone: วิเคราะห์ตำแหน่งและพฤติกรรมการแสดงสีหน้าก่อนแนะนำหัตถการ
ที่ Beautystone ฮับจอง เราไม่ได้รีบตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์ให้ทันที แต่เราจะประเมินก่อนว่ากล้ามเนื้อมัดไหนแข็งแรงเกินไป และพฤติกรรมการแสดงสีหน้าปกติเป็นอย่างไร เพื่อร่วมกันกำหนดจำนวนยูนิตที่เหมาะสม เพราะแม้จะเป็นกรามเหมือนกัน แต่ยูนิตที่เหมาะสมจะต่างกันตามแรงบดเคี้ยว และหน้าผากเหมือนกัน ก็ต้องดีไซน์จุดฉีดที่ต่างกันตามพฤติกรรมการเลิกคิ้วค่ะ ที่นี่ไม่ใช่วิธีการรักษาแบบฉีดครั้งเดียวจบ แต่เป็นการร่วมกันสังเกตการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง เพื่อปรับจำนวนยูนิตให้เหมาะสมในรอบถัดไป

ผลข้างเคียงที่ต้องระวังแตกต่างกันไปในแต่ละตำแหน่ง
แม้จะเป็นโบท็อกซ์เหมือนกัน แต่ผลข้างเคียงที่ต้องระวังในแต่ละตำแหน่งนั้นไม่เหมือนกัน หากรู้ไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้ประเมินได้ง่ายขึ้นว่าเป็น "อาการปกติ" หลังฉีดหรือไม่ค่ะ
ตำแหน่ง | ข้อควรระวัง |
|---|---|
หน้าผาก | คิ้วตก หากฉีดเฉพาะส่วนบนมากเกินไป กล้ามเนื้อที่ใช้ดึงคิ้วขึ้นจะอ่อนแรงลง ทำให้ตาดูปรือและหนักอึ้งได้ |
ระหว่างคิ้ว | หนังตาตก หากตัวยากระจายตัวออกจากตำแหน่งเดิมไปยังกล้ามเนื้อที่ช่วยเปิดตาด้านบน อาจทำให้ตาดูตกลงข้างหนึ่งชั่วคราวได้ |
กราม | มุมปากไม่เท่ากัน หากตัวยาไปโดนกล้ามเนื้อมัดอื่นนอกจากกล้ามเนื้อกราม (Masseter) อาจทำให้เวลายิ้มแล้วมุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นไม่เท่ากัน |
น่อง | เดินลำบากชั่วคราว เนื่องจากแรงกล้ามเนื้อลดลงชั่วคราว ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกอาจทำให้รู้สึกขาหนักๆ เวลาเดินขึ้นลงบันไดได้ |
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็น ปฏิกิริยาชั่วคราวที่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติภายใน 2-6 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการนอนราบหรือการนวดหน้าภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีด เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของตัวยาไปยังกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ตั้งใจค่ะ
การจดบันทึกจำนวนยูนิตและแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับเราได้ดีในแต่ละครั้ง จะช่วยให้การรับบริการครั้งต่อไปปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ หากจดบันทึกไว้ว่า เช่น ระหว่างคิ้ว 20 ยูนิต, กรามสองข้างรวม 60 ยูนิต เวลาที่รู้สึกว่าได้ผลน้อยไป ก็จะง่ายต่อการปรับในครั้งถัดไป ทั้งนี้ บทความนี้เป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น จำนวนยูนิตที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการแสดงสีหน้า และการพัฒนาการของกล้ามเนื้อของแต่ละคน ควรปรึกษาและวิเคราะห์ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ครั้งแรกที่ฉีดโบท็อกซ์ เริ่มต้นที่หน้าผากเลยดีไหมคะ?
A. สำหรับผู้ที่แสดงสีหน้าบ่อย โบท็อกซ์หน้าผากจะมีเวลากู้คืนและดูไม่เป็นธรรมชาติได้น้อยกว่าบริเวณระหว่างคิ้วหรือกรามค่ะ เพราะจำนวนยูนิตที่ใช้น้อย และถึงแม้จะหมดฤทธิ์ก็ไม่ค่อยดูขัดตาเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม โบท็อกซ์หน้าผากต้องการฝีมือแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงเพื่อหลีกเลี่ยงอาการคิ้วตก หากเป็นการฉีดครั้งแรก แนะนำให้มาประเมินร่วมกันในขั้นตอนพบแพทย์ที่สามารถสังเกตลักษณะการแสดงสีปกติของคุณได้ จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ
Q. รู้สึกเหมือนฤทธิ์โบท็อกซ์สลายไปหมดในหนึ่งเดือน ยาปลอมหรือเปล่าคะ?
A. ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดค่ะ บริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้วปกติฤทธิ์จะอยู่ได้ 3-4 เดือน แต่สำหรับกรามแล้ว ใน 1 เดือนแรกจะยังมองไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติค่ะ โดยสำหรับกรามจะประเมินผลได้แม่นยำที่สุดที่ระยะเวลา 2 เดือน หากได้รับการบันทึกจำนวนยูนิตที่เคยฉีดที่คลินิกเดิมอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้วิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้รู้สึกว่าได้ผลสั้นลงได้ง่ายขึ้นค่ะ
Q. มีแผนจะตั้งครรภ์ สามารถฉีดล่วงหน้าได้ไหมคะ?
A. ไม่แนะนำให้ฉีดระหว่างตั้งครรภ์ค่ะ หากมีความเป็นไปได้ที่จะตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยโปรดแจ้งแพทย์ล่วงก่อนรับบริการ และขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉีดโบท็อกซ์ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนเริ่มเตรียมตัวตั้งครรภ์ค่ะ แนะนำให้วางแผนตารางเวลาและจังหวะการทำหัตถการร่วมกันในขั้นตอนการปรึกษากับแพทย์จะดีที่สุดค่ะ
Q. เมื่อก่อนฉีดแล้วได้ผลดีมาก แต่ทำไมระยะหลังรู้สึกผลสั้นลงเรื่อยๆ เกิดอาการดื้อยาหรือเปล่าคะ?
A. แม้ว่าจะมีกรณีดื้อยาจากการสร้างแอนติบอดีที่ทำให้ผลลัพธ์สั้นลงได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากระยะห่างของการฉีดที่ถี่เกินไป หรือปริมาณยูนิตต้อยเกินไปค่ะ สำหรับกราม แนะนำให้รักษาช่วงเวลาในการฉีด 4-6 เดือนใน 3 ครั้งแรกก่อน และหากหลังจากนั้นผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น ค่อยๆ ขยายระยะห่างออกไปค่ะ หากรู้สึกว่าผลลัพธ์สั้นลงอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้นำประวัติข้อมูลการฉีดในแต่ละครั้งมาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง

ยกกระชับ
ทำไมหลังทำหัตถการ อาการบวมตอนเช้าดูหนักกว่าตอนกลางคืน?
ทำไมตื่นเช้ามาหน้าบวมกว่าตอนกลางคืนหลังทำหัตถการ พร้อมวิธีดูแลและสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

ยกกระชับ
หลังทำ Ulthera Prime ล้างหน้าแต่งหน้าออกกำลังกายได้เมื่อไหร่
หลังทำ Ulthera Prime ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวกันค่ะ

ผู้ชาย
Onda Lifting ควรเว้นระยะกี่สัปดาห์ก่อนทำครั้งต่อไปดี?
อยากทำ Onda Lifting ซ้ำ ควรเว้นระยะนานแค่ไหน? อ่านเกณฑ์วางแผนเว้นระยะก่อนตัดสินใจนะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าตอบจริงไหม? แยกข่าวลือกับความจริง
Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าซูบจริงไหม แยกข่าวลือกับกลไกจริงและสิ่งที่ควรเช็กก่อนทำ

ผิว
Potenza ทำแล้วหน้าแดงกี่วัน ดาวน์ไทม์นานไหม?
หลังทำ Potenza รอยแดงและดาวน์ไทม์มักอยู่กี่วัน สรุปกลไกการฟื้นตัว ความต่างของอาการ และวิธีดูแล

ยกกระชับ
Onda Lifting เจ็บไหม? ไม่ทาครีมชาก็ทนได้จริงไหม
Onda Lifting เจ็บน้อยกว่า HIFU จริงไหม? ทำครีมชาจำเป็นไหม? อ่านก่อนตัดสินใจนะคะ



