Toning, Pico, IPL หลักการและเม็ดสีที่ตอบสนองต่างกัน คู่มือจำแนกจุดด่างดำ ฝ้า กระแดด และเกณฑ์เลือก
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ถ้าสังเกตเห็นรอยสีน้ำตาลบนโหนกแก้มจำศีลเริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ พอเสิร์ชหาก็จะเจอกับบริการ Toning, Pico, IPL ขึ้นคู่กันตลอดเลยใช่ไหมล่ะครับ? อาจจะชวนให้คิดว่า "ทำแค่อย่างเดียวก็จางลงหมดแล้วหรือเปล่า" แต่จริงๆ แล้ว ถึงจะเป็นรอยสีน้ำตาลเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นเม็ดสีคนละชนิดกัน วิธีการรักษาที่เห็นผลดีที่สุดก็จะมีความแตกต่างกันออกไปครับ
ตอบแบบสั้นๆ เลยก็คือ กระ ฝ้า และจุดด่างดำจากวัย (Lentigo) ในภาษาไทยเราอาจจะเรียกปนๆ กันไป แต่กลไกการเกิดของพวกมันนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ เม็ดสีบางชนิดอยู่ชั้นตื้น ขณะที่บางชนิดฝังตัวอยู่ในชั้นลึก แถมบางครั้งยังมีเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมาเป็นตัวกระตุ้นด้วย ทำให้การตอบสนองต่อการเลเซอร์ไม่เหมือนกัน ดังนั้น แทนที่จะเลือกโปรแกรมการรักษาก่อน การย้อนกลับมาดูว่าเม็ดสีของเราจัดอยู่ในกลุ่มไหน จะช่วยให้เลือกวิธีได้รวดเร็วและตรงจุดมากกว่าครับ
> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่เรียบเรียงข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง ครับ
เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะ
เข้าใจว่าทำไมกระ ฝ้า และจุดด่างดำจากวัย ถึงไม่ใช่เม็ดสีประเภทเดียวกัน
รู้ว่าเลเซอร์ Toning, Pico และ IPL เหมาะกับเม็ดสีประเภทไหนบ้าง
รู้วิธีคาดครับเนรูปแบบเม็ดสีผิวของตัวเองเบื้องต้น
รู้จุดสำคัญในการดูแลผิวเพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำหลังเลเซอร์
กระ ฝ้า และจุดด่างดำจากวัย ไม่ใช่เม็ดสีแบบเดียวกันทั้งหมดครับ
แม้จะถูกรวมๆ อยู่ในคำว่า "รอยดำ" แต่จุดเริ่มต้นต่างกันสิ้นเชิงเลยครับ กระจะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ ขอบชัดเจนที่มักจะมีมาตั้งแต่เด็ก ส่วน ฝ้า* คือโรคเม็ดสีที่มีลักษณะเข้มขึ้นแบบสมมาตรซ้ายขวาบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก และดั้งจมูก และสุดท้าย จุดด่างดำจากวัย (Lentigo) จะเป็นปื้นสีน้ำตาลเข้มที่เข้มขึ้นเรื่อยๆ จากการสะสมของรังสี UV หลังอายุ 30-40 ปีขึ้นไปครับ
ฝ้า*: โรคเม็ดสีสองข้างสมมาตรที่มีทั้งฮอร์โมนและรังสี UV เป็นตัวกระตุ้นร่วมกัน มักจะเข้มขึ้นบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน
มีข้อมูลระบุว่า ฝ้ามักจะเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังตั้งครรภ์หรือหลังจากทานยาคุมกำเนิด โดยมีแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นหลัก เช่นนี้เลยครับ ฝ้าเกิดจากการทำงานร่วมกันของฮอร์โมนและรังสี UV ในทางตรงกันข้าม จุดด่างดำจากวัยไม่ได้เกิดจากฮอร์โมน แต่มีสาเหตุหลักมาจากการเผชิญแสงแดดสะสมมาเป็นเวลานาน จุดเริ่มจึงต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อจุดประสงค์และต้นเหตุต่างกัน จะหวังให้เลเซอร์เครื่อเดียวกันตอบสนองได้ผลลัพธ์เหมือนกันก็คงเป็นเรื่องยากครับ
นอกจากนี้ การจัดวางตัวของเม็ดสีว่าอยู่แค่ชั้นหนังกำพร้า (ชั้นตื้น) หรือเจาะลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ (ชั้นลึก) ก็ทำให้ผลลัพธ์การรักษาแตกต่างกัน ยิ่งเห็นภาพตัดขวางความลึกนี่จะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเลยครับ


Toning, Pico, IPL เลเซอร์ตัวไหนเหมาะกับเม็ดสีประเภทใดบ้าง?
ทั้ง 3 วิธีนี้มีระบบการทำงานและเหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกัน ลองเปรียบเทียบในตารางนี้ดูครับ
จากคำอธิบายที่ว่า IPL เป็นวิธีการรักษาแบบไม่ลอกผิว (Non-ablative) โดยพลังงานแสงจะถูกดูดซับโดยเป้าหมายเม็ดสีอย่างเมลานินและเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ซึ่งทำงานกับชั้นใต้หนังกำพร้าเป็นหลัก ทำให้ IPL เหมาะกับรอยประเภทตื้นหรือรอยที่มาพร้อมกับอาการหน้าแดงครับ ส่วนจุดด่างดำจากวัยปื้นเข้มๆ เลเซอร์ Pico จะตอบโจทย์ แต่ถ้าเป็นฝ้าที่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง การทำ Toning พลังงานต่ำแบบต่อเนื่องหลายๆ ครั้งมักจะเป็นวิธีที่นำมาใช้บ่อยกว่า ด้วยเหตุนี้ทำให้จำนวนครั้งที่แนะนำในการทำแต่ละหัตถการจึงต่างกันออกไปครับ
ลองมาดูจำนวนครั้งที่แนะนำเพื่อเปรียบเทียบว่าจะแตกต่างกันแค่ไหนนะครับ


จะรู้ได้อย่างไรว่าเม็ดสีของตัวเองจัดอยู่ในประเภทไหน?
หากยังสับสนว่ารอยบนหน้าเป็นแบบใด ลองบีบกลุ่มตามเบาะแสด้านล่างนี้ดูนะครับ
กระ — จุดสีน้ำตาลขนาดเล็กที่มีมาตั้งแต่เด็ก ขอบเขตชัดเจน และมักพบบ่อยบริเวณที่โดนแดด
ฝ้า — แผ่กระจายตัวเป็นคู่ซ้ายขวาบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก หรือดั้งจมูก และมักจะเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากช่วงตั้งครรภ์หรือเริ่มทานยาคุมกำเนิด
จุดด่างดำจากวัย (Lentigo) — รอยสีน้ำตาลเข้มขึ้นหลังจากอายุ 30-40 ปี บางครั้งผิวบริเวณนั้นอาจมีความหยาบกร้านร่วมด้วยเล็กน้อย
ผลการรายงานพบว่า ฝ้าสัมพันธ์กับประวัติทางพันธุกรรมประมาณ 60% และเป็นกลุ่มอาการเรื้อรังที่เกิดร่วมกันระหว่างรังสี UV, ฮอร์โมน และส่วนผสมในเครื่องสำอางบางชนิด ด้วยเหตุนี้ ฝ้าจึงไม่ใช่โรคที่รักษาให้หายขาดปุ๊บปั๊บในครั้งเดียว แต่เป็นสิ่งที่ต้องดูแลรักษากันในระยะยาว ทว่า การดูด้วยตาเปล่าเพื่อวิเคราะห์ให้แม่นยำว่าเม็ดสีนั้นเกาะติดอยู่แค่ชั้นตื้นหรือลึกลงไปถึงชั้นในนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ เนื่องจากการแบ่งแยกระหว่างประเภทชั้นหนังกำพร้า (Epidermal type) และชั้นหนังแท้ (Dermal type) อาจใช้เป็นกรอบระบุแนวทางการรักษาได้ แต่การฟันธงความลึกรอยโรคผ่านการตรวจภายนอกแบบประเมินทั่วไปนั้นทำได้ยาก แพทย์จึงมักประเมินอาการร่วมกับการตรวจด้วยอุปกรณ์ Wood's lamp หรือพิจารณาจากภาพรวมทางคลินิกครับ ดังนั้น ให้ใช้เบาะแสด้านบนเพื่อคาดเดาประเภทเฉยๆ แล้วไปรับการวินิจขาจและประเมินความลึกที่ถูกต้องในขั้นตอนการปรึกษากับหมอจะดีที่สุดนะครับ

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง?
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ก่อนที่จะแนะนำหัตถการใดๆ เรามักจะแนะนำตามมาตรฐานก่อนว่าเม็ดสีของคุณกระจายตัวอยู่ในผิวชั้นไหนเป็นหลัก เราจะประเมินอัตราส่วนระหว่างชั้นผิวตื้นและลึกผ่านการตรวจวินิจฉัย ดูโทนสีผิวของคนไข้ร่วมกับประวัติการกลับมาเป็นซ้ำ แล้วถึงเสนอบริการ Toning, Pico, IPL แบบเดี่ยวหรือแบบผสมผสานครับ ตัวอย่างเช่น หากเม็ดสีในชั้นลึกมีความเข้มมาก เราจะเริ่มสลายเม็ดสีด้วย Toning พลังงานต่ำอย่างสม่ำเสมอก่อน แต่หากเป็นจุดด่างดำแบบตื้นเดี่ยวๆ ที่โดดออกมา เราก็จะพิจารณาทำ Pico แบบเซสชันเดี่ยวครับ ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดอบอุ่นไม่ไกลจากสถานีฮับจอง จึงทำให้เราสามารถใส่ใจรายละเอียดและร่วมประเมินรูปแบบเม็ดสีร่วมกับคนไข้ไปทีละเคสได้เป็นอย่างดีครับ

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนและหลังทำหัตถการ
ก่อนทำเลเซอร์ประมาณ 1 สัปดาห์ แนะนำให้งดการทำเซลฟ์แทนนิ่ง งดการสครับผิว หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่มีกรดรุนแรงครับ เพราะหากผิวอยู่ในภาวะที่แพ้ง่ายหรืออ่อนแอจากการโดนกระตุ้น แล้วมารับการยิงเลเซอร์ อาจทำให้กระบวนการฟื้นตัวของผิวยาวนานขึ้นกว่าเดิมได้ครับ
ส่วนการดูลหลังเลเซอร์ การกันแดดคือตัวแปรหลักที่จะตัดสินผลลัพธ์เลยครับ ซึ่งในการรักษาฝ้านั้น หัวใจสำคัญคือการปกป้องผิวจากแสงแดดและการทายารักษา ส่วนเลเซอร์จะทำหน้าที่เสริมความงามให้ดีขึ้นเท่านั้น หากในชีวิตประจำวันละเลยการทาครีมกันแดด เม็ดสีก็พร้อมจะกลับขึ้นมาเข้มใหม่ได้เสมอครับ นอกจากนี้ หลังทำทันทีอาจเกิดรอยคล้ำชั่วคราวหรือที่เรียกว่าอาการ PIH* ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อยในผิวคนเอเชีย โดยทั่วไปจะจางลงตามกาลเวลาแต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวส่วนบุคคลด้วยครับ ปกติมักจะดูแลควบคู่ไปกับยากลุ่มไวท์เทนนิ่งอย่าง Tranexamic acid หรือ Azelaic acid และการสกินแคร์ในชีวิตประจำวันระหว่างการเลเซอร์แต่ละรอบก็ส่งผลต่อผลลัพธ์สุดท้ายเป็นอย่างมากเลยครับ เนื่องจากบทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเพื่อเป็นแนวทางเฉยๆ ความปลอดภัยสูงสุดจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาโดยตรงเพื่อเลือกหัตถการและจังหวะเวลาที่เหมาะกับเม็ดสีของคุณที่สุดครับ
PIH*: รอยดำชั่วคราวที่อาจเกิดขึ้นได้หลังได้รับความร้อนจากหัตถการหรืออาการอักเสบ มักพบได้บ่อยตามธรรมชาติของผิวชาวเอเชียครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. การทำเลเซอร์ครั้งเดียวสามารถลบรอยดำออกหมดได้เลยไหมคะ?
A. เนื่องจากถึงจะเป็นรอยสีน้ำตาลเหมือนกัน แต่ความลึกกับต้นตอสามารถต่างกันได้ค่อนข้างมาก จึงยากที่จะจัดการให้หมดจดได้ในครั้งเดียวครับ หากเป็นพวกกระตื้นๆ เล็กน้อย อาจจางลงได้หลังจากทำ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าเป็นฝ้า มักจำเป็นต้องรับการทำเลเซอร์ด้วยพลังงานต่ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำนวนครั้งจะขึ้นอยู่กับเฉดสีและการกระจายตัวของเม็ดสีของแต่ละบุคคลครับ
Q. หลังทำเลเซอร์ไปแล้ว กี่วันถึงจะใช้ชีวิตได้ตามปกติ?
A. สำหรับ Toning และ IPL หลังทำอาจมีรอยแดงจางๆ ซึ่งมักจะยุบหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงวันรุ่งขึ้น ส่วนเลเซอร์ Pico อาจจะมีสะเก็ดบางๆ หรือรอยแดงละเอียดอยู่ประมาณ 2-3 วัน ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่แพทย์ใช้และการฟื้นตัวของผิวแต่ละบุคคลด้วยครับ
Q. ช่วงตั้งครรภ์สามารถทำเลเซอร์ได้ไหม?
A. ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร ไม่แนะนำให้ทำสีผิวหรือเลเซอร์เม็ดสีใดๆ ครับ เนื่องจากเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงขึ้นลงค่อนข้างรวดเร็ว จึงยากที่จะคาดเดาผลลัพธ์การรักษาได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งหลังคลอดแล้วฮอร์โมนกลับสู่ภาวะปกติ รอยดำหรือฝ้าอาจจะจางลงเองตามธรรมชาติได้ด้วย แนะนำให้เลื่อนการทำไปก่อนจะดีที่สุดครับ
Q. ทำไมหลังทำเลเซอร์ไปแล้ว รอยเม็ดสีถึงดูเหมือนกลับมาเข้มขึ้นอีก?
A. การเผชิญแสงแดด (รังสี UV) และการเหวี่ยงของระดับฮอร์โมนคือตัวกระตุ้นหลักเลยครับ หากละเลยการทากันแดด หรืออยู่ในช่วงที่เริ่มทานยาคุม/ตั้งครรภ์ เม็ดสีก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย การทายารักษาและการดูแลปกป้องผิวจากแสงแดดหลังทำหัตถการจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะคงผลลัพธ์ที่ดีได้ยาวนานที่สุดครับ
บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม
ทำไมต่อให้เลเซอร์จุดตกกระ (Toning·Pico·IPL) ไปตั้ง 10 ครั้งแล้วก็ยังไม่หายรักษายังไงก็ไม่จาง
เอาตรงๆ นะครับ เมื่อ 5 ปีก่อนผมก็ไม่ได้รักษาฝ้าด้วย Toning แบบนี้หรอกครับ
ราคาเลเซอร์ฝ้า ทำไมการเข้าโปรแกรม Toning ราคาถูกหลักพัน อาจทำให้หน้าพังและเสียเงินหนักกว่าเดิม
สารภาพตามตรง เมื่อ 5 ปีก่อนผมยังไม่ได้ใช้เลเซอร์ 1064nm ในแบบทุกวันนี้เลยครับ

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



