สรุประดับความเจ็บของ ซอฟเวฟ และยาชาว่าพอไหม จากงานวิจัย ต่างกันตามบริเวณและแต่ละคน
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เมื่อเรามองหาโปรแกรมยกกระชับหน้า หลายคนมักจะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า "ซอฟเวฟ เจ็บมากเลยนะ" จึงไม่แปลกเลยครับที่คุณจะเริ่มสงสัยว่า แค่ทายาชา* จะช่วยได้ระดับไหน หรือจำเป็นต้องใช้การระงับความรู้สึกขั้นกว่านี้หรือเปล่า
ยาชา*: ยาชาเฉพาะที่ชนิดทาลงบนผิวหนังเพื่อช่วยลดความรู้สึกบริเวณผิว โดยทั่วไปจะทาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก่อนเริ่มทำ แล้วเช็ดออกเพื่อทำการรักษาต่อไปครับ
ตอบสั้น ๆ เลยก็คือ โดยปกติแล้วก่อนทำ ซอฟเวฟ จะมีการทายาชาไว้ก่อน และคนไข้ส่วนใหญ่ก็สามารถทำในขณะที่บล็อกยาชาแบบทาได้สบาย ๆ ครับ แต่เนื่องจากความเจ็บของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ทำ ระดับพลังงาน และความไวต่อความรู้สึกของแต่ละบุคคล ดังนั้นแทนที่จะคิดว่า "ทายาชาครั้งเดียวก็เอาอยู่แน่นอน" แนะนำให้เลือกวิธีระงับความรู้สึกที่แมตช์กับระดับความเจ็บที่คุณรับได้จะดีที่สุดครับ
> บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้
ซอฟเวฟ ทำงานลึกถึงผิวชั้นไหน และออกฤทธิ์อย่างไร
ระดับความเจ็บเป็นอย่างไร และทำไมแต่ละคนถึงรู้สึกไม่เท่ากัน
กรณีไหนที่แค่ทายาชาก็เพียงพอ และกรณีไหนที่อาจจะไม่พอ
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนเลือกวิธีระงับความรู้สึกล่วงหน้าก่อนรับบริการ
ซอฟเวฟ เจาะลึกสร้างพลังงานความร้อนในชั้นผิวตื้น
จากงานวิจัยทางคลินิกของ ซอฟเวฟ พบว่า ตัวเครื่องใช้ Transducer เกรดพรีเมียมทำงานขนานกันหลายตัว เพื่อส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวแท้ (Dermis)* ที่ความลึกประมาณ 1-2 มม. ได้อย่างแม่นยำ โดยที่ไม่ทำลายผิวชั้นนอก (Epidermis) เลยครับ การปกป้องผิวชั้นบนไปพร้อม ๆ กับการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยความร้อนในชั้นผิวแท้ ถือเป็นคีย์หลักที่เป็นจุดเด่นของ ซอฟเวฟ เลยก็ว่าได้
นอกจากนี้ ในงานวิจัยเดียวกันยังระบุด้วยว่า หลังทำไม่พบผลข้างเคียงรุนแรงอย่างรอยบุ๋มจากการสูญเสียไขมันใต้ผิว, รอยแดงเรื้อรัง หรือรอยช้ำเฉียบพลัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทำ ซอฟเวฟ แล้วผิวถึงฟื้นตัวได้ไวมาก ๆ ครับ
ผิวแท้ (Dermis)*: ชั้นผิวที่อยู่ใต้ผิวหนังกำพร้า เป็นแหล่งรวมคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินหนาแน่น ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของบรรดาโปรแกรมยกกระชับผิวครับ
Transducer*: อุปกรณ์แปลงสัญญาณที่ทำหน้าที่ส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) โดย ซอฟเวฟ ตัวนี้จะดีไซน์ให้มี Transducer วางเรียงแถวเพื่อปล่อยพลังงานแบบขนานในการปรับระดับความลึกในการรักษาได้อย่างแม่นยำ


ความเจ็บขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและบริเวณที่ทำ
จาก ผลสำรวจความพึงพอใจของคนไข้ ที่เข้ารับบริการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ พบว่า อาการเจ็บและจี๊ด ๆ ระหว่างทำ คือความรู้สึกไม่สบายผิวที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุด รองลงมาคืออาการแดงและบวมเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเดียวกันระบุว่า อาการไม่สบายผิวเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลต่อระดับความพึงพอใจโดยรวมของผลลัพธ์หลังทำแต่อย่างใดครับ
นอกจากนี้ ระดับความเจ็บยังขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำด้วยนะครับ อย่างเช่น บริเวณใต้โหนกแก้มที่มีชั้นไขมันบางเป็นพิเศษ จะรู้สึกจี๊ดได้ง่ายกว่าบริเวณที่มีเนื้อแก้มเยอะ ๆ ซึ่งจะช่วยรองรับพลังงานได้ดีกว่า รวมถึงระดับพลังงานที่ใช้ในการทำก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญเช่นกันครับ
สุดท้ายแล้ว การที่แต่ละคนรู้สึกเจ็บไม่เท่ากันเกิดจากหลาย ๆ ปัจจัยร่วมกัน คำว่า "เจ็บน้อย" ไม่ได้แปลว่าจะ "ไม่รู้สึกเจ็บเลย" นะครับ แต่หมายถึงความเจ็บนั้นอยู่ในระดับที่เราสามารถทนได้และจัดการได้อย่างสบายใจครับ

กรณีที่ยาชาแบบทาเอาอยู่ VS กรณีที่อาจต้องมีตัวช่วยเพิ่ม
จากงานวิจัยทางคลินิกของ ซอฟเวฟ ที่กล่าวไปข้างต้น ผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้รับการทายาชา Lidocaine* ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเริ่มทำ ซึ่งการบล็อกความรู้สึกผิวชั้นบนไว้อย่างเพียงพอ ช่วยให้คนไข้ส่วนใหญ่สามารถผ่านขั้นตอนการทำไปได้ด้วยการทายาชาเพียงอย่างเดียวครับ
Lidocaine*: ส่วนประกอบหลักในยาชาประเภทครีม มีฤทธิ์บล็อกช่องโซเดียมบนผิวหนังเพื่อยับยั้งการส่งกระแสประสาทชั่วคราว ทำให้ทำหัตถการได้สบายขึ้นครับ
อย่างไรก็ดี ในบางเคสอาจรู้สึกว่าแค่ทายาชาอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ ซึ่งมักเกิดจากกรณีต่อไปนี้ครับ:
หากคุณเป็นคนที่ไวต่อความเจ็บง่ายมาก อาจจะต้องเพิ่มเวลาแปะยาชาให้นานกว่า 1 ชั่วโมง หรือพิจารณาวิธีบรรเทาความเจ็บอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่นเดียวกับเคสที่ต้องการผลลัพธ์แบบปัง ๆ จึงเลือกใช้พลังงานระดับสูง หรือในบริเวณที่กระดูกเด่นชัดและหน้าแก้มตอบจับแล้วเจอแต่กระดูกและมีชั้นไขมันบางมาก ๆ ก็อาจจะรู้สึกจี๊ดขึ้นมาได้ง่ายกว่าจุดอื่นเล็กน้อยครับ
ในทางกลับกัน หากคุณมีความอดทนต่อความเจ็บในระดับมาตรฐานทั่วไป และใช้พลังงานในระดับปกติ (Standard) การแปะยาชาในระยะเวลาที่เหมาะสมก็เพียงพอที่จะทำหัตถการได้อย่างราบรื่นแล้วครับ คีย์สำคัญคือการเลือกวิธีระงับความรู้สึกที่ตรงกับระดับความเซนซิทีฟลึก ๆ ของคุณนั่นเอง


ทำไมต้องเลือกทำที่ Beautystone สาขาฮับจอง?
ที่ Beautystone ฮับจอง เราไม่ได้คิดว่า "ซอฟเวฟ จะใช้พลังงานเท่ากันหรือทายาชาแบบเดียวกันหมดกับทุกเคส" แต่เราใส่ใจที่จะประเมินระดับความไวต่อความรู้สึก รวมถึงตำแหน่งที่กังวลก่อน เพื่อดีไซน์ทั้งระดับพลังงานและวิธีระงับความรู้สึกร่วมกันแบบ Tailor-made เหมาะกับสภาพผิวเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง นอกจากนี้ คลินิกของเรายังเป็นคลินิกส่วนตัวขนาดอบอุ่น เดินทางสะดวกใกล้สถานีฮับจอง ในวันนัดหมายคุณสามารถแวะเข้ามาเพื่อเช็กระดับความกังวลเรื่องความเจ็บและตั้งค่าพลังงานที่เหมาะสมไว้ล่วงหน้าก่อนได้เลยครับ
เนื้อหาในหน้านี้เขียนขึ้นเพื่อแนะนำข้อมูลสัญญะของการดูแลผิวที่ Beautystone สาขาฮับจอง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำเพื่อเลือกวิธีระงับความเจ็บและระดับพลังงานที่ถูกต้องเหมาะสมกับตัวคุณที่สุดนะครับ

สิ่งที่ควรเตรียมตัวและเช็กก่อนรับบริการ
ก่อนเริ่มขั้นตอน แนะนำบอกระดับความเซนซิทีฟกับความเจ็บของคุณให้คุณหมอทราบตรง ๆ ได้เลยครับ วิธีนี้จะช่วยให้คุณหมอคำนวณระยะเวลาทายาชาและปรับระดัยพลังงานให้คุณรู้สึกสบายที่สุดตลอดโปรแกรมการรักษา
หลังทำ ซอฟเวฟ อาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อยได้ ซึ่งเป็นปกติและจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน ความเร็วในการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับผิวของบุคคล รวมถึงหากใช้พลังงานสูงระยะเวลาฟื้นตัวอาจนานขึ้นเล็กน้อยครับ ในช่วงแรกหลังทำ แนะนำเลี่ยงการนวดหน้าแรง ๆ รวมถึงความร้อนจัด (เช่น ซาวน่า หรือสตรีม) ตราบใดที่ยังรู้สึกระคายเคืองผิวอยู่เพื่อความปลอดภัยครับ
ในแง่ของผลลัพธ์ หลังทำ ซอฟเวฟ อาจจะยังไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดทันที แต่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่ 8-12 จากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Remodeling) ใต้ผิว การฝืนใช้พลังงานสูงเกินไปไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเป็นทวีคูณเสมอไป แต่การสปีดความสวยด้วยระดับพลังงานที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณต่างหากคือสิ่งสำคัญที่สุดครับ บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การประเมินเพื่อรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุดควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงนะครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ทำ ซอฟเวฟ แค่ทายาชาอย่างเดียวเอาอยู่จริงไหม?
A. โดยส่วนใหญ่แล้วการทายาชาก็เพียงพอแล้วครับ จากการศึกษาทางคลินิกก็ใช้เพียงยาชาลีโดเคนทาทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนทำเช่นกัน แต่หากคุณเป็นคนกลัวเจ็บมาก ๆ สามารถแจ้งเพื่อให้เจ้าหน้าที่เพิ่มเวลาแปะยาชาหรือเลือกวิธีดูแลอื่น ๆ ควบคู่กันได้ครับ
Q. ซอฟเวฟ เจ็บน้อยกว่าอัลตราซาวด์ยกกระชับตัวอื่น ๆ ไหม?
A. เนื่องจาก ซอฟเวฟ เน้นส่งพลังงานลงลึกในชั้นผิวแท้ประมาณ 1-2 มม. จึงอาจเจ็บน้อยกว่ากลุ่มเครื่องตระกูล Ulthera ที่ส่งพลังงานลงไปลึกถึงชั้น SMAS (4-4.5 มม.) ครับ อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับตัวบุคคล พื้นที่ที่รักษา และระดับพลังงานที่ใช้ จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเจ็บน้อยกว่าสำหรับทุกคนครับ
Q. หลังทำซอฟเวฟ หน้าจะแดงกี่วัน?
A. โดยทั่วไปจะมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยประมาณ 1-2 วันครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความไวของผิวรายบุคคลและระดับพลังงานที่ใช้ แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังทำอย่างเคร่งครัดเพื่อการฟื้นตัวที่รวดเร็วครับ
Q. ยิ่งใช้พลังงานแรง ผลลัพธ์ยิ่งดีขึ้นจริงไหม?
A. การใช้พลังงานสูงขึ้นอาจช่วยเพิ่มความคาดหวังในผลลัพธ์ได้ แต่อาการเจ็บเสียวก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยครับ เนื่องจากผลลัพธ์ของ ซอฟเวฟ จะค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วง 8-12 สัปดาห์ การเลือกปรับพลังงานให้เข้ากับความไวและสภาพผิวของตัวเองจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอและปลอดภัยที่สุดครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม
เคยทำ Ulthera กับ ชูริงค์ มาแล้ว แล้ว ซอฟเวฟ มีความต่างอย่างไรบ้าง?
ชูริงค์ VS Ulthera ส่องข้อแตกต่างของพลังงาน HIFU คลื่นเดียวกัน แต่ให้ผลลัพธ์คนละแนว
ผลข้างเคียง ชูริงค์ 3 ข้อที่เจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ และระยะเวลาในการฟื้นตัวของผิว
เจาะลึกระยะเวลาผลลัพธ์ ชูริงค์ ทำไมบางคนอยู่ได้ 6 เดือน แต่บางคนอยู่ยาวได้ถึง 9 เดือน?

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



