สรุประดับความเจ็บของ Sofwave และยาชาว่าพอไหม จากงานวิจัย ต่างกันตามบริเวณและแต่ละคน
เมื่อเรามองหาโปรแกรมยกกระชับหน้า หลายคนมักจะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า "Sofwave เจ็บมากเลยนะ" จึงไม่แปลกเลยค่ะที่คุณจะเริ่มสงสัยว่า แค่ทายาชา* จะช่วยได้ระดับไหน หรือจำเป็นต้องใช้การระงับความรู้สึกขั้นกว่านี้หรือเปล่า
ยาชา*: ยาชาเฉพาะที่ชนิดทาลงบนผิวหนังเพื่อช่วยลดความรู้สึกบริเวณผิว โดยทั่วไปจะทาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก่อนเริ่มทำ แล้วเช็ดออกเพื่อทำการรักษาต่อไปค่ะ
ตอบสั้น ๆ เลยก็คือ โดยปกติแล้วก่อนทำ Sofwave จะมีการทายาชาไว้ก่อน และคนไข้ส่วนใหญ่ก็สามารถทำในขณะที่บล็อกยาชาแบบทาได้สบาย ๆ ค่ะ แต่เนื่องจากความเจ็บของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ทำ ระดับพลังงาน และความไวต่อความรู้สึกของแต่ละบุคคล ดังนั้นแทนที่จะคิดว่า "ทายาชาครั้งเดียวก็เอาอยู่แน่นอน" แนะนำให้เลือกวิธีระงับความรู้สึกที่แมตช์กับระดับความเจ็บที่คุณรับได้จะดีที่สุดค่ะ
> บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ค่ะ
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้
Sofwave ทำงานลึกถึงผิวชั้นไหน และออกฤทธิ์อย่างไร
ระดับความเจ็บเป็นอย่างไร และทำไมแต่ละคนถึงรู้สึกไม่เท่ากัน
กรณีไหนที่แค่ทายาชาก็เพียงพอ และกรณีไหนที่อาจจะไม่พอ
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนเลือกวิธีระงับความรู้สึกล่วงหน้าก่อนรับบริการ
Sofwave เจาะลึกสร้างพลังงานความร้อนในชั้นผิวตื้น
จากงานวิจัยทางคลินิกของ Sofwave พบว่า ตัวเครื่องใช้ Transducer เกรดพรีเมียมทำงานขนานกันหลายตัว เพื่อส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวแท้ (Dermis)* ที่ความลึกประมาณ 1-2 มม. ได้อย่างแม่นยำ โดยที่ไม่ทำลายผิวชั้นนอก (Epidermis) เลยค่ะ การปกป้องผิวชั้นบนไปพร้อม ๆ กับการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยความร้อนในชั้นผิวแท้ ถือเป็นคีย์หลักที่เป็นจุดเด่นของ Sofwave เลยก็ว่าได้
นอกจากนี้ ในงานวิจัยเดียวกันยังระบุด้วยว่า หลังทำไม่พบผลข้างเคียงรุนแรงอย่างรอยบุ๋มจากการสูญเสียไขมันใต้ผิว, รอยแดงเรื้อรัง หรือรอยช้ำเฉียบพลัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทำ Sofwave แล้วผิวถึงฟื้นตัวได้ไวมาก ๆ ค่ะ
ผิวแท้ (Dermis)*: ชั้นผิวที่อยู่ใต้ผิวหนังกำพร้า เป็นแหล่งรวมคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินหนาแน่น ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของบรรดาโปรแกรมยกกระชับผิวค่ะ
Transducer*: อุปกรณ์แปลงสัญญาณที่ทำหน้าที่ส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) โดย Sofwave ตัวนี้จะดีไซน์ให้มี Transducer วางเรียงแถวเพื่อปล่อยพลังงานแบบขนานในการปรับระดับความลึกในการรักษาได้อย่างแม่นยำ


ความเจ็บขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและบริเวณที่ทำ
จาก ผลสำรวจความพึงพอใจของคนไข้ ที่เข้ารับบริการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ พบว่า อาการเจ็บและจี๊ด ๆ ระหว่างทำ คือความรู้สึกไม่สบายผิวที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุด รองลงมาคืออาการแดงและบวมเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเดียวกันระบุว่า อาการไม่สบายผิวเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลต่อระดับความพึงพอใจโดยรวมของผลลัพธ์หลังทำแต่อย่างใดค่ะ
นอกจากนี้ ระดับความเจ็บยังขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำด้วยนะคะ อย่างเช่น บริเวณใต้โหนกแก้มที่มีชั้นไขมันบางเป็นพิเศษ จะรู้สึกจี๊ดได้ง่ายกว่าบริเวณที่มีเนื้อแก้มเยอะ ๆ ซึ่งจะช่วยรองรับพลังงานได้ดีกว่า รวมถึงระดับพลังงานที่ใช้ในการทำก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญเช่นกันค่ะ
สุดท้ายแล้ว การที่แต่ละคนรู้สึกเจ็บไม่เท่ากันเกิดจากหลาย ๆ ปัจจัยร่วมกัน คำว่า "เจ็บน้อย" ไม่ได้แปลว่าจะ "ไม่รู้สึกเจ็บเลย" นะคะ แต่หมายถึงความเจ็บนั้นอยู่ในระดับที่เราสามารถทนได้และจัดการได้อย่างสบายใจค่ะ

กรณีที่ยาชาแบบทาเอาอยู่ VS กรณีที่อาจต้องมีตัวช่วยเพิ่ม
จากงานวิจัยทางคลินิกของ Sofwave ที่กล่าวไปข้างต้น ผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้รับการทายาชา Lidocaine* ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเริ่มทำ ซึ่งการบล็อกความรู้สึกผิวชั้นบนไว้อย่างเพียงพอ ช่วยให้คนไข้ส่วนใหญ่สามารถผ่านขั้นตอนการทำไปได้ด้วยการทายาชาเพียงอย่างเดียวค่ะ
Lidocaine*: ส่วนประกอบหลักในยาชาประเภทครีม มีฤทธิ์บล็อกช่องโซเดียมบนผิวหนังเพื่อยับยั้งการส่งกระแสประสาทชั่วคราว ทำให้ทำหัตถการได้สบายขึ้นค่ะ
อย่างไรก็ดี ในบางเคสอาจรู้สึกว่าแค่ทายาชาอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ ซึ่งมักเกิดจากกรณีต่อไปนี้ค่ะ:
หากคุณเป็นคนที่ไวต่อความเจ็บง่ายมาก อาจจะต้องเพิ่มเวลาแปะยาชาให้นานกว่า 1 ชั่วโมง หรือพิจารณาวิธีบรรเทาความเจ็บอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่นเดียวกับเคสที่ต้องการผลลัพธ์แบบปัง ๆ จึงเลือกใช้พลังงานระดับสูง หรือในบริเวณที่กระดูกเด่นชัดและหน้าแก้มตอบจับแล้วเจอแต่กระดูกและมีชั้นไขมันบางมาก ๆ ก็อาจจะรู้สึกจี๊ดขึ้นมาได้ง่ายกว่าจุดอื่นเล็กน้อยค่ะ
ในทางกลับกัน หากคุณมีความอดทนต่อความเจ็บในระดับมาตรฐานทั่วไป และใช้พลังงานในระดับปกติ (Standard) การแปะยาชาในระยะเวลาที่เหมาะสมก็เพียงพอที่จะทำหัตถการได้อย่างราบรื่นแล้วค่ะ คีย์สำคัญคือการเลือกวิธีระงับความรู้สึกที่ตรงกับระดับความเซนซิทีฟลึก ๆ ของคุณนั่นเอง


ทำไมต้องเลือกทำที่ Beautystone สาขาฮับจอง?
ที่ Beautystone ฮับจอง เราไม่ได้คิดว่า "Sofwave จะใช้พลังงานเท่ากันหรือทายาชาแบบเดียวกันหมดกับทุกเคส" แต่เราใส่ใจที่จะประเมินระดับความไวต่อความรู้สึก รวมถึงตำแหน่งที่กังวลก่อน เพื่อดีไซน์ทั้งระดับพลังงานและวิธีระงับความรู้สึกร่วมกันแบบ Tailor-made เหมาะกับสภาพผิวเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง นอกจากนี้ คลินิกของเรายังเป็นคลินิกส่วนตัวขนาดอบอุ่น เดินทางสะดวกใกล้สถานีฮับจอง ในวันนัดหมายคุณสามารถแวะเข้ามาเพื่อเช็กระดับความกังวลเรื่องความเจ็บและตั้งค่าพลังงานที่เหมาะสมไว้ล่วงหน้าก่อนได้เลยค่ะ
เนื้อหาในหน้านี้เขียนขึ้นเพื่อแนะนำข้อมูลสัญญะของการดูแลผิวที่ Beautystone สาขาฮับจอง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำเพื่อเลือกวิธีระงับความเจ็บและระดับพลังงานที่ถูกต้องเหมาะสมกับตัวคุณที่สุดนะคะ

สิ่งที่ควรเตรียมตัวและเช็กก่อนรับบริการ
ก่อนเริ่มขั้นตอน แนะนำบอกระดับความเซนซิทีฟกับความเจ็บของคุณให้คุณหมอทราบตรง ๆ ได้เลยค่ะ วิธีนี้จะช่วยให้คุณหมอคำนวณระยะเวลาทายาชาและปรับระดัยพลังงานให้คุณรู้สึกสบายที่สุดตลอดโปรแกรมการรักษา
หลังทำ Sofwave อาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อยได้ ซึ่งเป็นปกติและจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน ความเร็วในการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับผิวของบุคคล รวมถึงหากใช้พลังงานสูงระยะเวลาฟื้นตัวอาจนานขึ้นเล็กน้อยค่ะ ในช่วงแรกหลังทำ แนะนำเลี่ยงการนวดหน้าแรง ๆ รวมถึงความร้อนจัด (เช่น ซาวน่า หรือสตรีม) ตราบใดที่ยังรู้สึกระคายเคืองผิวอยู่เพื่อความปลอดภัยค่ะ
ในแง่ของผลลัพธ์ หลังทำ Sofwave อาจจะยังไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดทันที แต่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่ 8-12 จากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Remodeling) ใต้ผิว การฝืนใช้พลังงานสูงเกินไปไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเป็นทวีคูณเสมอไป แต่การสปีดความสวยด้วยระดับพลังงานที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณต่างหากคือสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การประเมินเพื่อรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุดควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงนะคะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ทำ Sofwave แค่ทายาชาอย่างเดียวเอาอยู่จริงไหม?
A. โดยส่วนใหญ่แล้วการทายาชาก็เพียงพอแล้วค่ะ จากการศึกษาทางคลินิกก็ใช้เพียงยาชาลีโดเคนทาทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนทำเช่นกัน แต่หากคุณเป็นคนกลัวเจ็บมาก ๆ สามารถแจ้งเพื่อให้เจ้าหน้าที่เพิ่มเวลาแปะยาชาหรือเลือกวิธีดูแลอื่น ๆ ควบคู่กันได้ค่ะ
Q. Sofwave เจ็บน้อยกว่าอัลตราซาวด์ยกกระชับตัวอื่น ๆ ไหม?
A. เนื่องจาก Sofwave เน้นส่งพลังงานลงลึกในชั้นผิวแท้ประมาณ 1-2 มม. จึงอาจเจ็บน้อยกว่ากลุ่มเครื่องตระกูล Ulthera ที่ส่งพลังงานลงไปลึกถึงชั้น SMAS (4-4.5 มม.) ค่ะ อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับตัวบุคคล พื้นที่ที่รักษา และระดับพลังงานที่ใช้ จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเจ็บน้อยกว่าสำหรับทุกคนค่ะ
Q. หลังทำSofwave หน้าจะแดงกี่วัน?
A. โดยทั่วไปจะมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยประมาณ 1-2 วันค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความไวของผิวรายบุคคลและระดับพลังงานที่ใช้ แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังทำอย่างเคร่งครัดเพื่อการฟื้นตัวที่รวดเร็วค่ะ
Q. ยิ่งใช้พลังงานแรง ผลลัพธ์ยิ่งดีขึ้นจริงไหม?
A. การใช้พลังงานสูงขึ้นอาจช่วยเพิ่มความคาดหวังในผลลัพธ์ได้ แต่อาการเจ็บเสียวก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยค่ะ เนื่องจากผลลัพธ์ของ Sofwave จะค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วง 8-12 สัปดาห์ การเลือกปรับพลังงานให้เข้ากับความไวและสภาพผิวของตัวเองจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอและปลอดภัยที่สุดค่ะ
อ่านบทความเพิ่มเติม
เคยทำ Ulthera กับ Shurink มาแล้ว แล้ว Sofwave มีความต่างอย่างไรบ้าง?
Shurink VS Ulthera ส่องข้อแตกต่างของพลังงาน HIFU คลื่นเดียวกัน แต่ให้ผลลัพธ์คนละแนว
ผลข้างเคียง Shurink 3 ข้อที่เจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ และระยะเวลาในการฟื้นตัวของผิว
เจาะลึกระยะเวลาผลลัพธ์ Shurink ทำไมบางคนอยู่ได้ 6 เดือน แต่บางคนอยู่ยาวได้ถึง 9 เดือน?

ยกกระชับ
Sofwave กับ Onda เลือกจัดการผิวหย่อนหรือไขมันก่อนดี?
Sofwave เน้นกระชับชั้นผิว Onda เน้นลดไขมัน มาดูกันว่าหน้าหย่อนกับไขมันควรจัดการอันไหนก่อน

ผิว
รอบดวงตาริ้วรอยเล็ก ๆ หรือความหย่อน ควรดูแลอะไรก่อนดี
รอบดวงตาริ้วรอยเล็ก ๆ กับความหย่อนควรเริ่มดูแลตรงไหนก่อน Oligio X ช่วยด้านไหน มาดูกันค่ะ

กำจัดขน
ขนอ่อนบนหน้าทำเมคอัพลอย กำจัดด้วย GentleMax ช่วยไหม?
ขนอ่อนบนใบหน้าทำให้เมคอัพดูลอยเป็นขุย GentleMax ช่วยจัดการได้แค่ไหน และต่างจากขนหนายังไง มาดูกันค่ะ

ผู้ชาย
ทำเลเซอร์แล้วเกิดรอยดำ เพราะละเลยกันแดดจริงไหม?
หลังทำเลเซอร์ผิวไวต่อแสง ทำไมการกันแดดถึงช่วยลดรอยดำ (PIH) มาดูกลไกและวิธีดูแลช่วงแรกกัน

ผิว
ริ้วรอยตอนยิ้มกับริ้วรอยที่ฝังตามวัย ดูแลต่างกันไหม
ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้ากับริ้วรอยที่ฝังตัวตามวัย เกิดจากคนละสาเหตุ แนวทางดูแลจึงต่างกัน มาดูกันค่ะ

ยกกระชับ
ทำไมหลังทำหัตถการ อาการบวมตอนเช้าดูหนักกว่าตอนกลางคืน?
ทำไมตื่นเช้ามาหน้าบวมกว่าตอนกลางคืนหลังทำหัตถการ พร้อมวิธีดูแลและสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ



