ผิวเป็นขุยหลายคนคิดว่าต้องขัดเพิ่ม แต่จริง ๆ มักมาจากขาดความชุ่มชื้น สรุปสัญญาณและความถี่ของแต่ละผิว
เวลาที่มองกระจกแล้วเห็น "เซลล์ผิวที่ตายแล้ว* (dead skin*)" ลอกออกมา หลายคนมักจะคิดว่า "ต้องขัดผิวบ่อยขึ้นดีไหมนะ?" แต่ขอสรุปให้ฟังตรงนี้เลยค่ะว่า ความถี่ในการทำดีพคลีนซิ่ง (Deep Cleansing) ของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาพผิวและคอนดิชันของผิวในสัปดาห์นั้น ๆ และการทำบ่อยเกินไปก็ไม่ได้แปลว่าจะดีเสมอไปค่ะ
การคลีนซิ่งปกติประจำวันกับการทำ Deep Cleansing มีบทบาทที่ต่างกันค่ะ
จุดประสงค์ของการคลีนซิ่งทุกเช้า-เย็น คือการล้างน้ำมัน สิ่งสกปรก และเมคอัพบนผิวหน้าให้สะอาด โดยต้องเช็ดล้างอย่างอ่อนโยนที่สุด ไม่ถูแรง และไม่ใช้สารทำความสะอาดที่รุนแรงเกินไป เพื่อไม่ให้เกราะป้องกันผิว (skin barrier) พังลง ซึ่งในแนวทางของ AAD ก็ได้แนะนำให้ใช้เพียงปลายนิ้วสัมผัสร่วมกับน้ำอุ่นล้างประมาณ 2 ครั้ง และหากมีเหงื่อออกมาก ก็สามารถล้างเบา ๆ เพิ่มเติมได้ค่ะ
แต่การทำ Deep Cleansing นั้นต่างออกไปค่ะ เพราะเป็นการทำความสะอาดลึกถึงในรูขุมขน เพื่อเคลียร์น้ำมันส่วนเกินที่อุดตันและเซลล์ผิวเก่าที่พร้อมจะหลุดลอก หากทำทุกวันอาจทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงได้ค่ะ *dead skin*: คือชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งอยู่ชั้นนอกสุดของหนังกำพร้า ชั้นนี้จริงๆ แล้วทำหน้าที่เป็นเกาะป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ดังนั้น การพยายามขัดลอกออกไปทั้งหมดจึงไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไปค่ะ

สำหรับผิวหมองคล้ำและผิวผสม ความถี่ที่เหมาะสมโดยทั่วไปคือ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ
สำหรับท่านที่มีการหลั่งน้ำมันส่วนเกินมาก รูขุมขนจะอุดตันได้ง่าย จึงสามารถเพิ่มความถี่ในการทำ Deep Cleansing ได้นิดหน่อยค่ะ แต่จำเป็นต้องแบ่งตามเกณฑ์ดังนี้:
การแบ่งประเภท | คำอธิบาย |
|---|---|
ช่วงที่เป็นสิวอักเสบ (มีปัญหาสิวอักเสบกำลังเห่อ) | ควรงดการทำ Deep Cleansing ไปก่อน เพราะการระคายเคืองอาจทำให้สิวแย่ลงได้ค่ะ |
ช่วงสิวสงบ + หน้ามันเฉพาะช่วงจมูกและหน้าผาก (T-Zone) | ใช้เอนไซม์คลีนเซอร์ หรือโทนเนอร์ BHA อ่อน ๆ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง |
ขั้นที่เริ่มเห็นรูขุมขนเป็นจุดดำ ๆ (สิวเสี้ยนหัวดำ) | พิจารณาการใช้มาส์กโคลนช่วยดูดซับสิ่งสกปรกเพิ่มเติม สัปดาห์ละ 1 ครั้ง |
หากเริ่มรู้สึกว่าผิวแห้งตึงให้หยุดทันที | ให้ความสำคัญกับสัญญาณจากผิวมากกว่าความถี่ที่กำหนดไว้ค่ะ |
หากรักษาแพทเทิร์นนี้ไว้ จะช่วยรักษาสมดุลระหว่างการเคลียร์น้ำมันส่วนเกินและการปกป้องเกราะป้องกันผิวได้ดีเลยค่ะ

สำหรับผิวแห้งและบอบบางแพ้ง่าย แนะนำ 2-3 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้งจะปลอดภัยที่สุดค่ะ
ผู้ที่มีการผลิตน้ำมันน้อยและมีเกราะป้องกันผิวที่บาง หากทำ Deep Cleansing บ่อยเกินไปจะส่งผลเสียมากกว่าค่ะ แม้จะเห็นผิวลอกเป็นขุย แต่จริงๆ แล้วอาจเกิดจากการที่ผิวขาดน้ำจนลอก ไม่ใช่เพราะเซลล์ผิวหนาตัวขึ้นจริงๆ ในกรณีนี้:
ใช้โทนเนอร์ PHA อ่อนๆ เพียง 1 ครั้ง ทุกๆ 2-3 สัปดาห์ก็เพียงพอแล้วค่ะ
หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ประเภทสครับ (Scrub) หรือเจลขัดขี้ไคล (Gommage)
หลังจากทำเสร็จแล้ว ให้เติมความชุ่มชื้นทันที (โทนเนอร์ไฮยาลูโรนิก + ครีมบำรุง)
หากมีอาการแสบหรือรอยแดงนานเกิน 30 นาที ให้เลื่อนการทำครั้งต่อไปออกไปอีกค่ะ
เมื่อเกราะป้องกันผิวได้รับการฟื้นฟูแล้ว อาการผิวลอกเป็นขุยก็จะลดลงไปเองค่ะ แทนที่จะคิดว่า "ต้องขัดผิวบ่อยขึ้น" ลองเปลี่ยนแนวทางเป็น "เน้นเติมความชุ่มชื้นให้มากขึ้น" ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้ผิวดูใสและสะอาดสุขภาพดีกว่าค่ะ

สรุปความถี่แยกตามประเภทผิวในตารางเดียว
ประเภทผิว | ความถี่ที่แนะนำ | วิธีที่แนะนำ | สัญญาณที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
ผิวมัน (เน้นปัญหารูขุมขน/หน้าเยิ้ม) | 1-2 ครั้ง / สัปดาห์ | โทนเนอร์ BHA, มาส์กโคลน | ผิวแห้งตึง, รู้สึกแสบร้อน |
ผิวผสม (T-Zone มัน + U-Zone แห้ง) | 1 ครั้ง / สัปดาห์ | เน้นทำเฉพาะส่วนบริเวณ T-Zone | ผิวบริเวณแก้มสองข้างแห้งตึง |
ผิวแห้ง | 1 ครั้ง / 2-3 สัปดาห์ | PHA, เอนไซม์คลีนเซอร์ | รอยแดง, อาการคัน |
ผิวแพ้ง่าย | 1 ครั้ง / 3-4 สัปดาห์ หรือข้ามไปเลย | ใช้เฉพาะเอนไซม์ที่อ่อนโยนมากๆ | รู้สึกแสบร้อนแม้โดนสิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อย |
ช่วงสิวอักเสบเห่อ | งดก่อน | เน้นปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเป็นอันดับแรก | สิวอักเสบเห่อรุนแรงขึ้น |
* ตารางนี้เป็นเพียงเกณฑ์อ้างอิงทั่วไปนะคะ คำตอบที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนหรือพักผิวตามสภาพผิวของคุณในแต่ละสัปดาห์ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ถ้าผิวลอกเป็นขุยบ่อย ๆ ต้องขยันทำ Deep Cleansing มากขึ้นไหมคะ?
A. ส่วนใหญ่แล้วจะกลับกันค่ะ การที่ผิวลอกเป็นขุยบ่อย ๆ มักเกิดจากผิวขาดน้ำจนทำให้ผิวชั้นนอกแห้งกร้าน แนะนำให้เน้นเติมความชุ่มชื้น และรักษาความถี่ในการคลีนผิวไว้เท่าเดิม หรือลองเว้นระยะห่างออกไปสักครั้ง แล้วลองสังเกตดูว่าอาการลอกลดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ไหม วิธีนี้จะช่วยเช็กสภาพผิวที่แท้จริงได้ค่ะ
Q. หลังจากทำเลเซอร์หรือทำหัตถการมา สัปดาห์ถัดไปสามารถทำ Deep Cleansing ได้เลยไหมคะ?
A. ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการค่ะ หากเป็นประเภทเลเซอร์หรือการผลัดเซลล์ผิว (Peeling) ทั่วไปควรงดเว้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มที่เป็นเข็มขนาดเล็ก (MTS/Microneedling) ควรพักผิวนานกว่านั้นเพื่อความปลอดภัยค่ะ คำแนะนำในการฟื้นฟูผิวจากคลินิกที่คุณเข้ารับบริการจะแม่นยำที่สุด แต่โดยทั่วไป แนะนำให้งดการกระตุ้นผิวทุกรูปแบบจนกว่าผิวบริเวณที่ทำหัตถการจะสงบลงอย่างเต็มที่ค่ะ
Q. ระหว่างสครับที่มีเม็ดบีดส์ กับเอนไซม์หรือผลิตภัณฑ์กลุ่มกรด (Acid) แบบไหนดีกว่ากันคะ?
A. โดยทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์กลุ่มเอนไซม์หรือกรดอ่อนๆ จะช่วยลดแรงเสียดทานและอ่อนโยนต่อผิวมากกว่าค่ะ ส่วนสครับที่มีเม็ดบีดส์ แรงขัดจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักมือของเราทำให้ควบคุมความระคายเคืองได้ยาก อย่างไรก็ตาม หากคุณใช้แบบสครับอยู่แล้วรู้สึกว่าเข้ากับผิวได้ดี ไม่มีอาการระคายเคืองหรือทำให้เกิดปัญหาผิว ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนค่ะ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปนะคะ สำหรับความถี่ที่เหมาะกับผิวของคุณที่สุด แนะนำให้ปรึกษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลผิวของคุณโดยตรงค่ะ
บทความที่น่าสนใจ

ยกกระชับ
Ultherapy PRIME ทำไมต้องลงลึกถึงชั้น SMAS ถึงจะยกกระชับได้จริง?
ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล

ยกกระชับ
Thermage FLX ร้อนขนาดนั้น ทำไมผิวชั้นบนถึงไม่ไหม้?
หัวทำความเย็นของ Thermage FLX ปกป้องผิวชั้นบนยังไงขณะส่งความร้อนลงชั้นหนังแท้ พร้อมแนวทางดูแลจากโซล

ผิว
Potenza มีหัวทิปหลายแบบ แต่ละหัวต่างกันยังไง แล้วผิวเราเหมาะกับหัวไหน?
หัวทิปแต่ละแบบของ Potenza ต่างกันยังไง เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ทั้งรูขุมขนและหลุมสิว พร้อมแนวทางดูแล

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Ellanse กับ Radiesse ต่างกันยังไง ทั้งที่ก็กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน?
Ellanse (PCL) กับ Radiesse (CaHA) ต่างกันที่ส่วนประกอบและวิธีกระตุ้นคอลลาเจน รวมถึงระยะเวลาอยู่ได้

ผิว
เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?
เลเซอร์โทนนิงหลังทำแล้วเห็นสีผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่าง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ พร้อมวิธีดูแลและข้อควรระวัง

ผิว
สกินบูสเตอร์สำหรับผิวมันหน้าร้อน เลือกตัวไหนดี?
หน้าร้อนผิวมันแต่ข้างในแห้ง เลือกสกินบูสเตอร์แบบไหนดี รวมชนิด จังหวะทำ และวิธีดูแลหลังทำ



