ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ผลัดเซลล์ผิวและทำ 딥클렌징 (deep cleansing) บ่อยแค่ไหนตามสภาพผิวของแต่ละคน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ

ผลัดเซลล์ผิวและทำ 딥클렌징 (deep cleansing) บ่อยแค่ไหนตามสภาพผิวของแต่ละคน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ

ผลัดเซลล์ผิวและทำ 딥클렌징 (deep cleansing) บ่อยแค่ไหนตามสภาพผิวของแต่ละคน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ

เวลาผิวเป็นขุยหลายคนมักคิดว่าต้องยิ่งขัดออก แต่จริงๆ แล้วมักมีสาเหตุมาจากการขาดความชุ่มชื้นค่ะ เราได้รวบรวมสัญญาณเตือนและพฤติกรรมของผิวแต่ละประเภทมาให้แล้วค่ะ

เวลาที่มองกระจกแล้วเห็น "เซลล์ผิวที่ตายแล้ว* (dead skin)" ลอกออกมา หลายคนมักจะคิดว่า "ต้องขัดผิวบ่อยขึ้นดีไหมนะ?" แต่ขอสรุปให้ฟังตรงนี้เลยค่ะว่า ความถี่ในการทำ 딥클렌징 (Deep Cleansing) ของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาพผิวและคอนดิชันของผิวในสัปดาห์นั้น ๆ และการทำบ่อยเกินไปก็ไม่ได้แปลว่าจะดีเสมอไปค่ะ

 

การคลีนซิ่งปกติประจำวันกับการทำ Deep Cleansing มีบทบาทที่ต่างกันค่ะ

จุดประสงค์ของการคลีนซิ่งทุกเช้า-เย็น คือการล้างน้ำมัน สิ่งสกปรก และเมคอัพบนผิวหน้าให้สะอาด โดยต้องเช็ดล้างอย่างอ่อนโยนที่สุด ไม่ถูแรง และไม่ใช้สารทำความสะอาดที่รุนแรงเกินไป เพื่อไม่ให้เกราะป้องกันผิว (skin barrier) พังลง ซึ่งในแนวทางของ AAD ก็ได้แนะนำให้ใช้เพียงปลายนิ้วสัมผัสร่วมกับน้ำอุ่นล้างประมาณ 2 ครั้ง และหากมีเหงื่อออกมาก ก็สามารถล้างเบา ๆ เพิ่มเติมได้ค่ะ

แต่การทำ Deep Cleansing นั้นต่างออกไปค่ะ เพราะเป็นการทำความสะอาดลึกถึงในรูขุมขน เพื่อเคลียร์น้ำมันส่วนเกินที่อุดตันและเซลล์ผิวเก่าที่พร้อมจะหลุดลอก หากทำทุกวันอาจทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงได้ค่ะ * dead skin: คือชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งอยู่ชั้นนอกสุดของหนังกำพร้า ชั้นนี้จริงๆ แล้วทำหน้าที่เป็นเกาะป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ดังนั้น การพยายามขัดลอกออกไปทั้งหมดจึงไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไปค่ะ

매일 하는 일반 클렌징과 딥클렌징은 역할이 달라요

 

 

สำหรับผิวหมองคล้ำและผิวผสม ความถี่ที่เหมาะสมโดยทั่วไปคือ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ

สำหรับท่านที่มีการหลั่งน้ำมันส่วนเกินมาก รูขุมขนจะอุดตันได้ง่าย จึงสามารถเพิ่มความถี่ในการทำ Deep Cleansing ได้นิดหน่อยค่ะ แต่จำเป็นต้องแบ่งตามเกณฑ์ดังนี้:

การแบ่งประเภท

คำอธิบาย

ช่วงที่เป็นสิวอักเสบ (มีปัญหาสิวอักเสบกำลังเห่อ)

ควรงดการทำ Deep Cleansing ไปก่อน เพราะการระคายเคืองอาจทำให้สิวแย่ลงได้ค่ะ

ช่วงสิวสงบ + หน้ามันเฉพาะช่วงจมูกและหน้าผาก (T-Zone)

ใช้เอนไซม์คลีนเซอร์ หรือโทนเนอร์ BHA อ่อน ๆ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

ขั้นที่เริ่มเห็นรูขุมขนเป็นจุดดำ ๆ (สิวเสี้ยนหัวดำ)

พิจารณาการใช้มาส์กโคลนช่วยดูดซับสิ่งสกปรกเพิ่มเติม สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

หากเริ่มรู้สึกว่าผิวแห้งตึงให้หยุดทันที

ให้ความสำคัญกับสัญญาณจากผิวมากกว่าความถี่ที่กำหนดไว้ค่ะ

หากรักษาแพทเทิร์นนี้ไว้ จะช่วยรักษาสมดุลระหว่างการเคลียร์น้ำมันส่วนเกินและการปกป้องเกราะป้องกันผิวได้ดีเลยค่ะ

지성·복합성 피부는 주 1~2회가 보통 적당해요

 

 

สำหรับผิวแห้งและบอบบางแพ้ง่าย แนะนำ 2-3 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้งจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

ผู้ที่มีการผลิตน้ำมันน้อยและมีเกราะป้องกันผิวที่บาง หากทำ Deep Cleansing บ่อยเกินไปจะส่งผลเสียมากกว่าค่ะ แม้จะเห็นผิวลอกเป็นขุย แต่จริงๆ แล้วอาจเกิดจากการที่ผิวขาดน้ำจนลอก ไม่ใช่เพราะเซลล์ผิวหนาตัวขึ้นจริงๆ ในกรณีนี้:

  • ใช้โทนเนอร์ PHA อ่อนๆ เพียง 1 ครั้ง ทุกๆ 2-3 สัปดาห์ก็เพียงพอแล้วค่ะ

     

  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ประเภทสครับ (Scrub) หรือเจลขัดขี้ไคล (Gommage)

  • หลังจากทำเสร็จแล้ว ให้เติมความชุ่มชื้นทันที (โทนเนอร์ไฮยาลูโรนิก + ครีมบำรุง)

  • หากมีอาการแสบหรือรอยแดงนานเกิน 30 นาที ให้เลื่อนการทำครั้งต่อไปออกไปอีกค่ะ

     

เมื่อเกราะป้องกันผิวได้รับการฟื้นฟูแล้ว อาการผิวลอกเป็นขุยก็จะลดลงไปเองค่ะ แทนที่จะคิดว่า "ต้องขัดผิวบ่อยขึ้น" ลองเปลี่ยนแนวทางเป็น "เน้นเติมความชุ่มชื้นให้มากขึ้น" ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้ผิวดูใสและสะอาดสุขภาพดีกว่าค่ะ

건성·민감성 피부는 2~3주에 1회 정도가 안전해요

 

 

สรุปความถี่แยกตามประเภทผิวในตารางเดียว

ประเภทผิว

ความถี่ที่แนะนำ

วิธีที่แนะนำ

สัญญาณที่ต้องระวัง

ผิวมัน (เน้นปัญหารูขุมขน/หน้าเยิ้ม)

1-2 ครั้ง / สัปดาห์

โทนเนอร์ BHA, มาส์กโคลน

ผิวแห้งตึง, รู้สึกแสบร้อน

ผิวผสม (T-Zone มัน + U-Zone แห้ง)

1 ครั้ง / สัปดาห์

เน้นทำเฉพาะส่วนบริเวณ T-Zone

ผิวบริเวณแก้มสองข้างแห้งตึง

ผิวแห้ง

1 ครั้ง / 2-3 สัปดาห์

PHA, เอนไซม์คลีนเซอร์

รอยแดง, อาการคัน

ผิวแพ้ง่าย

1 ครั้ง / 3-4 สัปดาห์ หรือข้ามไปเลย

ใช้เฉพาะเอนไซม์ที่อ่อนโยนมากๆ

รู้สึกแสบร้อนแม้โดนสิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อย

ช่วงสิวอักเสบเห่อ

งดก่อน

เน้นปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเป็นอันดับแรก

สิวอักเสบเห่อรุนแรงขึ้น

* ตารางนี้เป็นเพียงเกณฑ์อ้างอิงทั่วไปนะคะ คำตอบที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนหรือพักผิวตามสภาพผิวของคุณในแต่ละสัปดาห์ค่ะ

피부 타입별 빈도 한눈에 정리

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ถ้าผิวลอกเป็นขุยบ่อย ๆ ต้องขยันทำ Deep Cleansing มากขึ้นไหมคะ?

A. ส่วนใหญ่แล้วจะกลับกันค่ะ การที่ผิวลอกเป็นขุยบ่อย ๆ มักเกิดจากผิวขาดน้ำจนทำให้ผิวชั้นนอกแห้งกร้าน แนะนำให้เน้นเติมความชุ่มชื้น และรักษาความถี่ในการคลีนผิวไว้เท่าเดิม หรือลองเว้นระยะห่างออกไปสักครั้ง แล้วลองสังเกตดูว่าอาการลอกลดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ไหม วิธีนี้จะช่วยเช็กสภาพผิวที่แท้จริงได้ค่ะ

Q. หลังจากทำเลเซอร์หรือทำหัตถการมา สัปดาห์ถัดไปสามารถทำ Deep Cleansing ได้เลยไหมคะ?

A. ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการค่ะ หากเป็นประเภทเลเซอร์หรือการผลัดเซลล์ผิว (Peeling) ทั่วไปควรงดเว้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มที่เป็นเข็มขนาดเล็ก (MTS/Microneedling) ควรพักผิวนานกว่านั้นเพื่อความปลอดภัยค่ะ คำแนะนำในการฟื้นฟูผิวจากคลินิกที่คุณเข้ารับบริการจะแม่นยำที่สุด แต่โดยทั่วไป แนะนำให้งดการกระตุ้นผิวทุกรูปแบบจนกว่าผิวบริเวณที่ทำหัตถการจะสงบลงอย่างเต็มที่ค่ะ

Q. ระหว่างสครับที่มีเม็ดบีดส์ กับเอนไซม์หรือผลิตภัณฑ์กลุ่มกรด (Acid) แบบไหนดีกว่ากันคะ?

A. โดยทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์กลุ่มเอนไซม์หรือกรดอ่อนๆ จะช่วยลดแรงเสียดทานและอ่อนโยนต่อผิวมากกว่าค่ะ ส่วนสครับที่มีเม็ดบีดส์ แรงขัดจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักมือของเราทำให้ควบคุมความระคายเคืองได้ยาก อย่างไรก็ตาม หากคุณใช้แบบสครับอยู่แล้วรู้สึกว่าเข้ากับผิวได้ดี ไม่มีอาการระคายเคืองหรือทำให้เกิดปัญหาผิว ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนค่ะ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปนะคะ สำหรับความถี่ที่เหมาะกับผิวของคุณที่สุด แนะนำให้ปรึกษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลผิวของคุณโดยตรงค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจ

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

กล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) ไม่ได้เค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ แต่ยังช่วยพยุงเปิดตาขึ้นด้วยค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

กล้ามเนื้อหน้าผากไม่ได้แค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ — แต่ยังช่วยพยุงลืมตาขึ้นด้วยค่ะ

ทำไมการฉีดในปริมาณเท่ากันและตำแหน่งเดียวกันกลับให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละคน? วันนี้เรามาสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับ 2 บทบาทหน้าที่ของกล้ามเนื้อหน้าผาก ทั้งการ ‘สร้างรอยย่น + ช่วยพยุงลืมตา’ รวมถึงความสัมพันธ์ของมันกับกล้ามเนื้อมัดอื่นๆ กันค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาตี่ลง ไม่ใช่เพราะโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (안검하수) นะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาดูเล็กลง ไม่ใช่เพราะอาการหนังตาตก (ptosis) เสมอไปนะคะ

อาการ 'ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาดูหนักๆ' เกิดจากอะไร? เจาะลึกกลไกเมื่อกล้ามเนื้อหน้าผากที่เคยช่วยประคองหายไป และทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงต่างกันตามระดับความจำเป็นในการใช้กล้ามเนื้อส่วนนี้

ก่อนฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก ลองแตะหน้าผากแล้วลืมตาขึ้นดูก่อนนะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ก่อนฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก ลองใช้นิ้วจับหน้าผากแล้วลืมตาขึ้นดูนะคะ

วิธีฉีดโบหน้าผากให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่การ 'ต้องลองฉีดดูก่อนถึงจะรู้' ค่ะ เราได้สรุปแนวทางมาตรฐานทางการแพทย์ในการประเมินรูปแบบการใช้กล้ามเนื้อด้วยการตรวจเช็กตัวเองง่ายๆ ใน 30 วินาที เพื่อช่วยในการปรับปริมาณยา ตำแหน่งที่ฉีด และระยะเวลาเว้นช่วงการฉีดให้เหมาะสมที่สุด

Dysport เห็นผลเร็วกว่าโบท็อกซ์ทั่วไป แต่ทำไมคนที่มีปัญหาดื้อยาถึงต้องระวังเป็นพิเศษ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมกลุ่มที่ดื้อโบง่ายถึงต้องใช้รักษาอย่างระมัดระวัง

แม้จะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวสามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ในการรักษาได้เลยนะคะ มาดูเกณฑ์การเลือก Botox vs Dysport ตามระดับการพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันค่ะ

skin botox ไม่ใช่โบท็อกซ์หน้าผากเวอร์ชันที่เบากว่านะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Skin botox ไม่ใช่โบท็อกซ์หน้าผากเวอร์ชันเบาๆ นะคะ

สำหรับคนที่ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากไม่ได้ ก็ยังสามารถทำ skin booster หรือโบท็อกซ์ลิฟติ้ง (Skin Botox) ได้อย่างสบายใจค่ะ ด้วยหลักการทำงานที่ใช้โบทูลินัม ท็อกซิน ตัวเดียวกัน แต่เป็นการกระจายตัวยาปริมาณเล็กน้อยลงในชั้นผิวแท้ (Dermis) เพื่อช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน ลดรอยแดง และปรับ skin texture ให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์เหมือนกัน แต่ทำไมฉีดที่หน้าผากกับกรามถึงใช้เทคนิคต่างกันคะ?

สรุปสั้นๆ สไตล์เพื่อนสาวมาให้แล้วค่ะ! ว่าทำไมราคา โบท็อกซ์ (Botox) แต่ละบริเวณถึงไม่เท่ากัน พร้อมแชร์ปริมาณยูนิต (Units) ที่เหมาะสมของแต่ละจุด และช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์มาฝากกันค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1