ความเสียใจฟิลเลอร์สะโพกเกิดจากปริมาณ ชั้นความลึก และความสมดุลซ้าย-ขวา สรุป 5 สาเหตุ พร้อมเกณฑ์เช็ก
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

พอลองค้นหาคำว่า “ฟิลเลอร์สะโพก” จะเจอรีวิวที่บอกว่าเสียใจภายหลังบ่อยเป็นพิเศษ แต่เมื่อลองพิจารณาให้ละเอียด กรณีที่ปัญหาอยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์จริงๆ กลับมีน้อยกว่าที่คิด
ฉีดปริมาณเท่าไร ลงชั้นไหน และปรับความสมดุลซ้าย-ขวาอย่างไร — ผลลัพธ์ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการออกแบบตรงนี้ ดังนั้นคลินิกที่ทำดีจริงๆ จึงไม่ควรตัดสินจากชื่อคลินิก แต่ควรดูจากสิ่งที่ตรวจสอบได้ตอนปรึกษา ถึงจะแม่นยำ
คำว่า “เสียใจหลังฉีดฟิลเลอร์สะโพก” มาจากไหนกันแน่?
ความเสียใจส่วนใหญ่รวมอยู่ใน 5 สาเหตุหลักด้านล่างนี้ หากรู้ไว้ล่วงหน้าก่อนเข้าปรึกษา ความคาดหวังก็จะตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น
ฉีดปริมาณมากเกินไป — พยายามเติมให้เต็มในครั้งเดียวจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
เลือกชั้นผิดพลาด — ฉีดตื้นเกินไปจนวอลุ่มไม่ขึ้นรูป
ความไม่สมดุล — แบ่งปริมาณเท่ากันทั้งสองข้างโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างซ้าย-ขวา
ความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม — คลำเจอก้อนหรือรู้สึกจับตัวเป็นก้อน
เข้าใจผิดเรื่องระยะเวลาคงอยู่ — คิดว่าจะอยู่ได้นานแต่กลับผิดหวัง

ทำไมการฉีดปริมาณมากในครั้งเดียวถึงนำไปสู่ความเสียใจ?
เพราะวอลุ่มไม่ได้เกิดจากปริมาณที่ฉีด แต่เกิดจากการฉีดลงชั้นไหนและปริมาณเท่าไรในชั้นนั้น แม้จะฉีดจำนวน cc เท่ากัน แต่ถ้าชั้นต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกันมาก
บอดี้ฟิลเลอร์ต้องฉีดลงชั้นไขมันใต้ผิวหนังส่วนลึก ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ความลึกประมาณ 5-15 มม. ตามแต่ละบริเวณ วอลุ่มถึงจะขึ้นรูปได้ดี สำหรับฮิปดิป (Hip Dip) หรือแนวไหปลาร้า ตำแหน่งที่ถูกต้องคือชั้นไขมันลึกที่อยู่เหนือพังผืดกล้ามเนื้อ (fascia) โดยตรง หากฉีดตื้นเกินไป ต่อให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีแค่ไหนก็มักจะไม่เห็นผลชัดเจน
การพยายามเติมให้เต็มในครั้งเดียวก็เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่พบบ่อยเช่นกัน โดยทั่วไปจะฉีดเพียง 70% ของปริมาณเป้าหมายก่อน แล้วปรับแต่งอีกครั้งหลังผ่านไป 4-6 สัปดาห์ หรือแบ่งทำเป็น 2 ครั้ง

ทำไมถึงรู้สึกว่าซ้าย-ขวาไม่เท่ากัน หรือคลำแล้วรู้สึกผิดปกติ?
โดยธรรมชาติแล้วระดับความยุบตัว รวมถึงความหนาของไขมันและกล้ามเนื้อทั้งสองข้างมักไม่เท่ากันอยู่แล้ว หากแบ่งปริมาณฉีดเท่ากันทั้งสองข้าง ก็มีแนวโน้มที่จะดูไม่สมดุล ส่วนความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมก็มักเกิดขึ้นเมื่อฉีดค้างอยู่ในชั้นที่ตื้นกว่าที่ควรจะเป็น
ด้วยเหตุนี้ Beautystone (ฮงแด·ฮับจอง) จึงไม่กำหนดปริมาณฉีดจากการมองด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว แต่ใช้เครื่องอัลตราซาวด์วินิจฉัยความละเอียดสูง 2 เครื่องในการออกแบบหัตถการ เครื่องหนึ่งใช้ตรวจชั้นลึก เช่น ชั้นไขมันและ SMAS ส่วนอีกเครื่องใช้ตรวจชั้นตื้นในบริเวณกว้าง หลังจากตรวจสอบบริเวณที่ยุบตัวและความหนาของกล้ามเนื้อแล้วทำการมาร์กจุด จึงค่อยกำหนดปริมาณและชั้นที่จะฉีด
ฟิลเลอร์คือหัตถการที่เติมเต็มส่วนที่ยุบตัว ไม่ใช่หัตถการที่ยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อย หากเป็นบริเวณที่หย่อนคล้อย การทำร้อยไหมยกกระชับไว้ก่อนเล็กน้อยจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า เหมือนการออมไว้ล่วงหน้า ส่วนบริเวณที่ยุบตัวนั้นฟิลเลอร์คือตัวเลือกที่เหมาะสม
ควรรู้เรื่องผลข้างเคียงไว้ล่วงหน้าด้วย โดยทั่วไปรอยฟกช้ำจะหายภายใน 5-10 วัน และอาการบวมจะยุบภายใน 2-3 สัปดาห์ แม้จะพบได้น้อย แต่ก็อาจเกิดก้อนตะปุ่มตะป่ำ ความไม่สมดุล หรือภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดได้ ดังนั้นการเข้ารับบริการในสถานที่ที่พร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ทำไมการเข้าใจผิดเรื่องระยะเวลาคงอยู่ถึงทำให้ความเสียใจยิ่งมากขึ้น?
บอดี้ฟิลเลอร์ไม่ใช่หัตถการถาวร หากเริ่มทำโดยไม่รู้ระยะเวลาคงอยู่ ก็มีแนวโน้มที่จะผิดหวังได้ง่าย เพราะแต่ละบริเวณจะใช้สารต่างชนิด ปริมาณ และมีระยะเวลาคงอยู่ที่แตกต่างกัน
บริเวณ | สารที่ใช้เป็นหลัก | ปริมาณเฉลี่ย | ระยะเวลาคงอยู่ |
|---|---|---|---|
ฮิปดิป | HA แบบครอสลิงก์ / PLLA | ข้างละ 10-20cc | 1-2 ปี |
แนวไหปลาร้า | HA | 2-4cc | 10-14 เดือน |
หลังมือ | HA / PCL | 1-2cc | 8-12 เดือน |
น่องยุบ | PLLA / PCL | จุดละ 5-10cc | 1-2 ปี |
ค่าใช้จ่ายก็อยู่ในบริบทเดียวกัน บริเวณเล็กๆ อย่างหลังมือหรือไหปลาร้าจะอยู่ที่ประมาณ 500,000-1,500,000 วอน ส่วนฮิปดิปหรือน่องจะเริ่มต้นตั้งแต่ระดับ 2,000,000 วอนขึ้นไป เมื่อพิจารณาร่วมกับระยะเวลาคงอยู่แล้ว จะไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายครั้งเดียว แต่เป็นแผนระยะยาวหลายปี
แล้วจะแยกแยะคลินิกที่ทำบอดี้ฟิลเลอร์ได้ดีได้อย่างไร?
ชื่อคลินิกไม่ได้เป็นคำตอบ แต่ให้ลองถามคำถามด้านล่างนี้ตอนปรึกษา แล้วดูว่าคำตอบที่ได้รับนั้นเจาะจงและชัดเจนแค่ไหน
จุดที่ยุบตัวของฉันเป็นปัญหาที่ชั้นไหน และตรวจสอบด้วยวิธีอะไร?
วางแผนจะฉีดกี่ cc และแบ่งฉีดที่ความลึกเท่าไร?
จะปรับแก้ความแตกต่างของซ้าย-ขวาอย่างไร?
จะเติมให้เต็มในครั้งเดียว หรือแบ่งทำหลายครั้ง?
หากเกิดก้อนตะปุ่มตะป่ำหรือความไม่สมดุลขึ้นมา จะรับมืออย่างไร?
Beautystone เริ่มต้นขั้นตอนนี้ด้วยการวินิจฉัยก่อนเสมอ โดยใช้อัลตราซาวด์ตรวจสอบชั้นที่หย่อนคล้อยและบริเวณที่ยุบตัว ทำการมาร์กจุด แล้วจึงกำหนดปริมาณและชั้นที่จะฉีด และหากฟิลเลอร์ไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสม ทางคลินิกก็จะแจ้งตามความเป็นจริง
คำถามที่พบบ่อย
เห็นรีวิวที่บอกว่าเสียใจหลังฉีดฟิลเลอร์สะโพกเยอะมากเลยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นกรณีแบบไหนคะ?
ส่วนใหญ่มักเป็นกรณีที่ฉีดปริมาณมากเกินไปในครั้งเดียว หรือฉีดกระจายตื้นกว่าชั้นที่ควรจะเป็นครับ นอกจากนี้หากไม่พิจารณาความแตกต่างซ้าย-ขวาแยกกัน แล้วแบ่งฉีดปริมาณเท่ากัน ก็อาจดูไม่สมดุลได้เช่นกันครับ
ผลข้างเคียงของฟิลเลอร์สะโพกมีอะไรบ้างคะ?
ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาชั่วคราว เช่น รอยฟกช้ำและอาการบวมครับ รอยฟกช้ำจะหายภายใน 5-10 วัน ส่วนอาการบวมจะยุบภายใน 2-3 สัปดาห์ครับ แต่ในบางกรณีที่พบได้น้อย อาจเกิดก้อนตะปุ่มตะป่ำ ความไม่สมดุล หรือภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดได้ครับ
ควรเลือกคลินิกที่ทำบอดี้ฟิลเลอร์ดีโดยดูจากเกณฑ์อะไรคะ?
คลินิกที่อธิบายได้ชัดเจนว่าจุดที่ยุบตัวเป็นปัญหาที่ชั้นไหน ตรวจสอบด้วยวิธีอะไร จะฉีดกี่ cc ที่ความลึกเท่าไร และจะปรับแก้ความแตกต่างซ้าย-ขวาอย่างไร ถือเป็นเกณฑ์ที่ควรใช้พิจารณาครับ
ฟิลเลอร์สะโพกอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
บริเวณที่ใช้ HA แบบครอสลิงก์หรือ PLLA อย่างฮิปดิป โดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปีครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด ชนิดของสาร และปริมาณที่ใช้ครับ

กำจัดขน
레이저 제모 1회에도 남는 몫이 있어요 — 밀도를 모자이크로 보는 법

ลบรอยสัก
ลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ทำไมต้องใช้เวลานานกว่าที่อื่น?

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก ราคาต่างกันได้แค่ไหน? เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ลบรอยสัก
จ่ายครบ 10 ครั้งแล้ว ถ้ารอยสักหายก่อน เงินที่เหลือจะหายไปด้วยไหม?

ยกกระชับ
ร้อยไหมหน้าผาก ยกได้แค่ไหน เปลี่ยนแนวทางเมื่อไหร่

ผิว
สกินบูสเตอร์ราคาต่างกันทุกคลินิก เช็กอะไรก่อน?



