ทางเลือกแทนเรตินอล: บาคูชิออล ไนอะซินาไมด์ เปปไทด์ หลักการและความต่างจากแพทย์ผิวหนัง
![[คอลัมน์วีย็องจิน] คู่มือครบเครื่องสารทดแทนเรตินอล: ทางเลือกสำหรับผิวแพ้ง่ายและคุณแม่ตั้งครรภ์](https://framerusercontent.com/images/c71zsqGX2xMPq5AyjJvpvMjfwY.jpg)
หมอวี ยองจิน ผู้อำนวยการ Beautystone Clinic · ศิษย์เก่าแพทย์เฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล
เช็คตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ
Q. สุดท้ายแล้วสารทดแทนเรตินอล (Retinol)
ให้ผลลัพธ์น้อยกว่าเรตินอลหรือเปล่าคะ?
A. เส้นทางการทำงานของแต่ละส่วนผสมจะแตกต่างกันไปครับ
ถึงแม้จะไม่ได้กระตุ้นตัวรับ (Receptor) เดียวกัน แต่ก็สามารถช่วยสังเคราะห์คอลลาเจน
และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว (Turnover) ได้เหมือนกันครับ
ดังนั้น ไม่ใช่ว่าได้ผลลัพธ์ที่ 'เบา' กว่า แต่เป็น 'คนละวิธี' การทำงานต่างหากครับ
Q. ทำไมบางคนถึงใช้เรตินอลไม่ได้ครับ?
A. สำหรับคนที่มีเกราะป้องกันผิวบาง หรือมีโรคผิวหนังอักเสบ เช่น
โรคเซบเดิร์ม/ผิวแดงง่าย (Rosacea) หรือภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) การระคายเคืองจากเรตินอล
อาจจะยิ่งไปกระตุ้นให้อาการแย่ลงได้ครับ
และสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ก็มีข้อจำกัดในการใช้งานเช่นกันครับ
"ถ้าใช้เรตินอลไม่ได้
ลองใช้สารทดแทนเหล่านี้ที่ให้ผลลัพธ์คล้ายกัน แต่ระคายเคืองน้อยกว่าดูนะคะ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาย่านฮงแด)

ทำไมเรตินอลถึงระคายเคืองง่ายจัง?
สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับการทำงานของเรตินอลบนผิว
ได้ดังนี้เลยครับ
เมื่อซึมเข้าสู่เซลล์ผิวแล้ว
จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดเรติโนอิก (Retinoic Acid)
และกรดเรติโนอิกนี้จะเข้าไปจับกับตัวรับ RAR ในนิวเคลียสของเซลล์เพื่อเปลี่ยนการแสดงออกของยีนครับ
ช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน, เร่งการผลัดเซลล์ผิว และยับยั้งการส่งผ่านเมลานิน
แต่เนื่องจากกระบวนการนี้ทำงานอย่างทรงประสิทธิภาพมาก
ในมุมของผิวหนัง มันจึงกลายเป็น 'สัญญาณกระตุ้นการระคายเคือง' ที่รุนแรงเช่นกันครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อนุมูลอิสระและปฏิกิริยาการอักเสบที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเปลี่ยนรูป
มักจะทำให้เกิดอาการผิวลอก, หน้าแดง, ผิวแห้ง
และแสบร้อนในช่วงแรกๆ เกือบทุกรายครับ
ซึ่งเรามักจะเรียกช่วงนี้ว่า 'ช่วงปรับผิวเข้ากับเรตินอล'
พูดกันตามตรงก็คือ
มีผิวบางประเภทที่ไม่สามารถอดทนผ่านช่วงปรับผิวนี้ไปได้จริงๆ ครับ
ผู้ที่มีภาวะ Rosacea, มีประวัติผิวหนังอักเสบภูมิแพ้,
เกราะป้องกันผิวเสียหายเรื้อรัง หรือกำลังตั้งครรภ์/ให้นมบุตร
กรณีแบบนี้ไม่ใช่แค่ "ใช้ไม่ได้เพราะแพ้"
แต่จัดอยู่ในกลุ่มที่ "ไม่ควรใช้เลย" จะดีกว่าครับ

เป้าหมายเดียวกัน แต่คนละเส้นทาง
— หลักการทำงานของสารทดแทนเรตินอล
หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่า
สารทดแทนเรตินอลคือ
"สารที่มีกลไกเหมือนเรตินอลเป๊ะๆ แค่ระคายเคืองน้อยกว่า"
แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้นนะครับ
ให้พูดให้ถูกต้องคือ มันคือสารที่ช่วยสร้าง 'ผลลัพธ์สุดท้าย'
แบบเดียวกับที่เรตินอลทำได้ แต่ไปในเส้นทางอื่นแทนครับ
อย่าง บาคุชิอล (Bakuchiol) ซึ่งเป็นสารสกัดจากพืช
จากการทดลองในระดับเซลล์พบว่า ช่วยกระตุ้นการแสดงออกของยีน
ในการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ I, III และ IV ได้ใกล้เคียงกับเรตินอลเลยครับ
เนื่องจากไม่ได้เข้าไปกระตุ้นตัวรับ RAR โดยตรง
แต่ใช้วิธีเหนี่ยวนำการสังเคราะห์คอลลาเจนผ่านเส้นทางการส่งสัญญาณอื่น
จึงแทบไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองอันเป็นเอกลักษณ์ของเรตินอลเลยครับ
จากการศึกษาเปรียบเทียบระหว่าง Bakuchiol 0.5% กับ Retinol 0.5%
เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าการลดเลือนริ้วรอยและการปรับปรุงจุดด่างดำ
ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติครับ
สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน
สารทดแทนเรตินอลไม่ใช่ "เรตินอลเวอร์ชันที่อ่อนแอกว่า" นะครับ
แต่เป็นสารที่สร้างผลลัพธ์แบบเดียวกัน
ผ่านช่องทางการส่งสัญญาณอื่นต่างหากครับ
ในเมื่อไม่ต้องไปยุ่งกับตัวรับ RAR อาการระคายเคืองจึงลดลง
แต่ยังได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันนั่นเองครับ
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเรตินอลมีข้อมูลงานวิจัยระยะยาวที่น่าเชื่อถือมากกว่าอย่างล้นหลาม
จุดนี้เป็นสิ่งที่เราควรรู้ก่อนเลือกตัดสินใจใช้นะครับ

ตารางเปรียบเทียบสารทดแทนตามสภาพผิว
ส่วนผสม | การทำงานหลัก | ระดับการระคายเคือง | สภาพผิวที่แนะนำ | ข้อจำกัด |
Bakuchiol | สังเคราะห์คอลลาเจน, ต้านอนุมูลอิสระ | ต่ำมาก | ผิวแพ้ง่าย·ผิวแห้ง, สตรีมีครรภ์ | ข้อมูลการวิจัยระยะยาวมีจำกัด |
Niacinamide | เสริมเกราะป้องกันผิว, ควบคุมความมัน | แทบไม่มีเลย | ผิวมัน·ผิวผสม, กังวลเรื่องรอยดำ | ประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยค่อนข้างน้อย |
Peptide | ส่งสัญญาณสังเคราะห์คอลลาเจน | แทบไม่มีเลย | เริ่มมีริ้วรอยแรกเริ่ม, ผิวขาดความยืดหยุ่น | มีข้อจำกัดในการซึมเข้าสู่ผิว |
Azelaic Acid | ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้เป็นปกติ, ต้านการอักเสบ | ต่ำ~ปานกลาง | ผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิว, Rosacea | ผลลัพธ์ในการชะลอวัย (Anti-aging) มีจำกัด |
Vitamin C | ต้านอนุมูลอิสระ, ช่วยให้ผิวกระจ่างใส | ปานกลาง | ผิวมีริ้วรอยจากแสงแดด, ผิวหมองคล้ำ | เสื่อมประสิทธิภาพได้ง่ายเมื่อเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน |
จริงๆ แล้ว การจับคู่ผสมผสานสารให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าครับ
หากกังวลเรื่องรอยดำและจุดด่างดำเป็นหลัก
การจับคู่ระหว่าง Niacinamide และ Azelaic Acid จะตอบโจทย์มากครับ
แต่หากกังวลเรื่องผิวขาดความยืดหยุ่นและริ้วรอยเป็นหลัก
การจับคู่กันระหว่าง Bakuchiol และ Peptide
จะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับเรตินอลเดี่ยวๆ ได้มากที่สุดครับ

เมื่อการทำสกินแคร์ที่บ้าน (Homecare) เริ่มมาถึงทางตัน
ไม่ว่าจะเลือกใช้ส่วนผสมทดแทนที่ดีแค่ไหน
ก็ต้องยอมรับว่าเครื่องสำอางทั่วๆ ไปย่อมมีขีดจำกัดของมันครับ
เนื่องจากเครื่องสำอางถูกออกแบบมาให้ซึมซาบลงไปได้แค่ผิวหนังชั้นกำพร้า (Epidermis) เท่านั้น
แต่จุดที่คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ คือชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งอยู่ลึกลงไปด้านล่างครับ
หากริ้วรอยเริ่มลึกขึ้นแล้ว หรือผิวหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด
การจะหวังพึ่งพาสารบำรุงเพียงตัวเดียวในการแก้ไขปัญหา
พูดกันตรงๆ ก็อาจจะยากไปหน่อยครับ
ในกรณีนี้ วิธีการที่เห็นผลจริงและจับต้องได้มากที่สุด
คือการทำหัตถการควบคู่ไปกับการทำสกินแคร์บำรุงผิวที่บ้าน (Homecare) ครับ
โครงสร้างการดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คือการใช้เลเซอร์หรือกลุ่มคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)
เพื่อเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้โดยตรง
แล้วค่อยทาบำรุงด้วย Bakuchiol หรือ Peptide เพื่อช่วยประคับประคองและเสริมผลลัพธ์ความปังให้ยาวนานยิ่งขึ้นครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถใช้ Bakuchiol ได้ไหมคะ?
ได้ครับ เพราะไม่ใช่สารอนุพันธ์ของวิตามินเอ จึงไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความพิการต่อทารกในครรภ์
จัดอยู่ในกลุ่มที่ปลอดภัย และสามารถใช้ได้ในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตรครับ
อย่างไรก็ดี แนะนำให้ทำการทดสอบการแพ้ (Patch Test) ปริมาณเล็กน้อยก่อนการใช้งานจริงนะครับ
Q2. สารทดแทนเหล่านี้จำเป็นต้องมีช่วงเวลาปรับผิวเหมือนเรตินอลไหมคะ?
สำหรับ Bakuchiol, Niacinamide และ Peptide นั้น
ส่วนใหญ่สามารถเริ่มใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีช่วงปรับผิวครับ
ส่วน Azelaic Acid อาจมีอาการยิบๆ เล็กน้อยที่ผิวได้ในช่วงแรกๆ ของการใช้งานครับ
Q3. ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเริ่มเห็นผลครับ?
หากอิงเกณฑ์ตามสาร Bakuchiol แนะนำให้ใช้อย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 8-12 สัปดาห์ขึ้นไป
ถึงจะรู้สึกลงลึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นครับ
ซึ่งความเร็วในการเห็นผลลัพธ์อาจจะช้ากว่าเรตินอลเล็กน้อยครับ
ก่อนเข้ามาปรึกษาที่คลินิก สามารถแชทมาพูดคุยผ่านเบอร์ทาง LINE ก่อนได้นะครับ
ทั้งหมดข้างต้นคือเรื่องน่ารู้จากหมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าสนใจที่แนะนำให้อ่าน
▶ทำไมฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้ว สันจมูกถึงดูหนา/เขินขึ้นกันนะ?
▶ฉีดสลายไขมันเหนียง (DCA) vs Ulthera เลือกตัวใหนดี [ปัญหาจากไขมันส่วนเกิน หรือปัญหาจากความหย่อนคล้อย]

ยกกระชับ
หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ
อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ
สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม
ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน



