• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เลือกคลินิก Sculptra ถามความเข้มข้นก่อนจำนวนไวอัล

เลือกคลินิก Sculptra ถามความเข้มข้นก่อนจำนวนไวอัล

เลือกคลินิก Sculptra ถามความเข้มข้นก่อนจำนวนไวอัล

Sculptra เป็นผงละลายน้ำ ความเข้มข้นกำหนดผลลัพธ์ เลือกคลินิกควรเช็กความเข้มข้นและรอบฉีด

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า 'ยิ่งฉีด Sculptra หลายไวอัลยิ่งดี' แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์ของ Sculptra ไม่ใช่จำนวนไวอัล แต่เป็นการที่ไวอัลหนึ่งขวดนั้นถูกละลายอย่างไรและฉีดเข้าชั้นไหนของผิวต่างหาก

 

ดังนั้นเวลาที่เปรียบเทียบคลินิก หากถามแค่ 'ใช้กี่ไวอัล' ก็อาจพลาดจุดสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งผลลัพธ์และค่าใช้จ่ายจริงๆ ไปได้ เพราะ Sculptra เป็นการฉีดที่ต้องนำผงยามาละลายในน้ำเกลือก่อนใช้ แม้จะเป็นไวอัลเดียวกัน แต่ความเข้มข้นก็เปลี่ยนไปตามปริมาณที่ใช้เจือจาง

 

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้

  • ทำไมการเปรียบเทียบคลินิก Sculptra ด้วยจำนวนไวอัลถึงคลาดเคลื่อน

  • ทำไมไวอัลเดียวกันแต่ผลลัพธ์และความเสี่ยงเกิดก้อนนูนต่างกันไปตามความเข้มข้นที่เจือจาง

  • 3 สิ่งที่ควรตรวจสอบเมื่อเลือกคลินิก (ความเข้มข้นที่เจือจาง ชั้นที่ฉีด และระยะห่างระหว่างครั้ง)

  • ทำไมการบันทึกปฏิกิริยาของผิวในแต่ละครั้งจึงสำคัญ

 

บทความที่อ่านคู่กันแล้วเข้าใจมากขึ้น



 

Sculptra เป็นการฉีดที่ต้องละลายผงยาก่อนใช้ ความเข้มข้นที่เจือจางจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์

Sculptra แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่บรรจุอยู่ในกระบอกฉีดพร้อมใช้งาน เพราะในตอนแรกจะอยู่ในรูปผงยา และต้องนำมาละลายในน้ำเกลือก่อนทำหัตถการ ข้อมูลทางคลินิกของสหรัฐฯ ก็อธิบายไว้เช่นกันว่าSculptra คือผงยาที่ผ่านการทำแห้งเยือกแข็ง (freeze-dried) นำมาละลายในน้ำสเตอไรล์จนกลายเป็นสารแขวนลอยก่อนฉีดเข้าสู่ผิว

 

ตรงนี้เองที่ 'ละลายในน้ำปริมาณเท่าไหร่' คือความเข้มข้น* แม้จะเป็นไวอัลเดียวกัน แต่ถ้าละลายในน้ำน้อยก็จะเข้มข้น ถ้าละลายในน้ำมากก็จะเจือจาง เหมือนกับกาแฟหนึ่งช้อนที่ชงกับน้ำ 100 มล. จะเข้มข้น แต่ถ้าชงกับน้ำ 300 มล. ก็จะจางลงนั่นเอง

ความเข้มข้น (การเจือจาง)*: หมายถึงการนำผงยา 1 ไวอัลไปละลายในน้ำเกลือปริมาณเท่าไหร่ ยิ่งละลายในน้ำน้อยยิ่งเข้มข้น ยิ่งละลายในน้ำมากยิ่งเจือจาง

 

ดังนั้น 'กี่ไวอัล' เป็นเพียงปริมาณวัตถุดิบเท่านั้น ส่วนความเข้มข้นที่ฉีดเข้าผิวจริงๆ ถูกกำหนดโดยความเข้มข้นที่เจือจาง ไวอัล 2 หลอดที่เจือจางมากอาจมีความเข้มข้นต่ำกว่าไวอัล 1 หลอดที่เจือจางน้อยก็เป็นได้ หากเปรียบเทียบคลินิกโดยดูแค่จำนวนไวอัล ก็เท่ากับมองข้ามส่วนนี้ไปทั้งหมด และกลายเป็นการเทียบหัตถการสองแบบที่แตกต่างกันด้วยมาตรฐานเดียวกัน


Sculptra เป็นการฉีดที่ต้องละลายผงยาก่อนใช้ ความเข้มข้นที่เจือจางจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์



 

ไวอัลเดียวกัน แต่ผลลัพธ์และความเสี่ยงเกิดก้อนนูนต่างกันไปตามความเข้มข้นที่เจือจาง

เหตุผลที่ความเข้มข้นที่เจือจางสำคัญ ก็เพราะส่งผลต่อทั้งสองเรื่องพร้อมกัน คือกระตุ้นคอลลาเจนได้มากน้อยแค่ไหน และความเสี่ยงในการเกิดก้อนนูน

 

วิธีที่ Sculptra สร้างโวลุ่มนั้นไม่เหมือนฟิลเลอร์ที่เติมสารเข้าไปโดยตรง แต่เป็นการกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ในผิวให้สร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 ขึ้นมาใหม่ จากงานวิจัยพบแนวโน้มว่ายิ่งความเข้มข้นของ PLLA* สูงขึ้น การสร้างคอลลาเจนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

PLLA (โพลี-แอล-แลคติกแอซิด)*: สารกลุ่มกรดแลคติกที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว เป็นส่วนประกอบหลักของ Sculptra

 

ในทางกลับกัน หากใช้ในความเข้มข้นสูงเกินไป อนุภาคจะรวมตัวกันหนาแน่นในจุดเดียว ทำให้มีโอกาสเกิดก้อนนูนมากขึ้น ในความเป็นจริงมีข้อมูลระบุว่าหากใช้ปริมาณน้ำเจือจางตั้งแต่ 7 มล. ขึ้นไป ความเสี่ยงในการเกิดก้อนนูนจะลดลง

ความเข้มข้นที่เจือจาง

การกระตุ้นคอลลาเจน

ความเสี่ยงเกิดก้อนนูน

เหมาะกับสถานการณ์ใด

เจือจาง (ผสมน้ำมาก)

ค่อยเป็นค่อยไป

ต่ำ

บริเวณกว้าง ฉีดตื้น

ปานกลาง

สมดุล

ปานกลาง

แก้มและขมับทั่วไป

เข้มข้น (ผสมน้ำน้อย)

รุนแรง

ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

บริเวณที่บุ๋มลึก

อย่างที่เห็นในตาราง ไม่ใช่ว่า 'ยิ่งเข้มข้นยิ่งดี' แต่มีความเข้มข้นที่เหมาะสมกับแต่ละบริเวณและสภาพผิวแตกต่างกันไป โดยเฉพาะถ้าใช้ความเข้มข้นสูงในบริเวณที่ผิวบาง ก็มักจะเห็นความผิดปกติที่พื้นผิวได้ง่าย ดังนั้นแม้จะเป็นบริเวณเดียวกัน แต่ความเข้มข้นที่เหมาะสมก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน ที่บิวตี้สโตน ฮับจอง ทีมแพทย์จะตรวจสอบก่อนว่าบริเวณที่บุ๋มนั้นกว้างหรือลึก ผิวบางหรือไม่ แล้วจึงกำหนดความเข้มข้นที่เจือจาง


ไวอัลเดียวกัน แต่ผลลัพธ์และความเสี่ยงเกิดก้อนนูนต่างกันไปตามความเข้มข้นที่เจือจาง



 

3 สิ่งที่ควรตรวจสอบตอนปรึกษา Sculptra — ความเข้มข้นที่เจือจาง ชั้นที่ฉีด และระยะห่างระหว่างครั้ง

ดังนั้นเวลาเปรียบเทียบคลินิก แทนที่จะถามแค่จำนวนไวอัล ลองถาม 3 ข้อต่อไปนี้ดู จะช่วยให้เห็นว่าคลินิกนั้นมีขั้นตอนที่เป็นระบบชัดเจนหรือไม่

  • ความเข้มข้นที่เจือจาง (ซีซี): ไวอัลเดียวกันนำไปละลายกี่ซีซี และปรับตามแต่ละบริเวณหรือไม่

  • ชั้นที่ฉีด*: ฉีดเหนือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง หรือชั้นลึกใกล้เยื่อหุ้มกระดูก และปรับต่างกันไปตามแต่ละบริเวณหรือไม่

  • ระยะห่างระหว่างครั้ง: โดยทั่วไปจะฉีดหลายครั้งโดยเว้นระยะห่างประมาณ 3-6 สัปดาห์ แต่ระยะห่างและจำนวนครั้งนั้นกำหนดจากเกณฑ์อะไร

ชั้นที่ฉีด*: หมายถึงความลึกของชั้นผิวที่ฉีดยาเข้าไป ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามว่าเป็นชั้นใต้ผิวหนังตื้นหรือชั้นลึก

 

ถ้าได้คำตอบว่า 'ต้องดูตามบริเวณก่อนถึงจะกำหนดได้' สำหรับทั้ง 3 ข้อนี้ แสดงว่าเป็นคลินิกที่ออกแบบการรักษาจากสภาพผิวจริงในวันนั้น ไม่ใช่ใช้สูตรตายตัวที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ในทางกลับกัน หากไม่ว่าบริเวณไหนก็ใช้ความเข้มข้นเดียวกัน ชั้นเดียวกัน และระยะห่างเดียวกันหมด ก็อาจเป็นสัญญาณว่าไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความแตกต่างของแต่ละบริเวณ สิ่งที่เราดูเป็นอันดับแรกในการปรึกษาก็คือ 3 ข้อนี้เช่นกัน โดยจะตรวจสอบตำแหน่งและความลึกของจุดที่บุ๋ม รวมถึงความหนาของผิว แล้วจึงกำหนดความเข้มข้น ชั้นที่ฉีด และระยะห่างไปพร้อมกัน


3 สิ่งที่ควรตรวจสอบตอนปรึกษา Sculptra — ความเข้มข้นที่เจือจาง ชั้นที่ฉีด และระยะห่างระหว่างครั้ง



 

ทำไมต้องบิวตี้สโตน ฮับจอง

บิวตี้สโตน ฮับจอง มักจะตรวจสอบก่อนว่าโวลุ่มของแต่ละคนบุ๋มลงตรงไหน มากน้อยแค่ไหน และผิวบางแค่ไหน ก่อนที่จะแนะนำการรักษา จากนั้นจึงกำหนดความเข้มข้นที่เจือจาง ชั้นที่ฉีด และระยะห่างระหว่างครั้งบนพื้นฐานนั้น โดยจะแบ่งเป็นหลายครั้งและสังเกตปฏิกิริยาของผิวไปทีละขั้น มากกว่าจะฉีดทีเดียวจนครบ เนื่องจากเป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินถึงได้จากสถานีฮับจอง เมเซนาโพลิส จึงสามารถดูอัตราการฟื้นตัวของแต่ละคนแล้วนัดหมายครั้งถัดไปร่วมกันได้


ทำไมต้องบิวตี้สโตน ฮับจอง



 

บันทึกปฏิกิริยาของผิวในแต่ละครั้ง เพื่อให้ครั้งถัดไปแม่นยำขึ้น

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ผลลัพธ์ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยจำนวนไวอัล แต่เป็นความเข้มข้น ชั้นที่ฉีด และระยะห่างระหว่างครั้ง ดังนั้นการบันทึกค่าเหล่านี้ไว้ในแต่ละครั้งจึงสำคัญมาก เพราะ Sculptra เป็นหัตถการที่ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นในช่วง 4-6 สัปดาห์ ไม่ใช่ทันทีหลังฉีด การดูผลลัพธ์จากครั้งก่อนแล้วปรับความเข้มข้นและปริมาณของครั้งถัดไปจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ

 

หากมีการบันทึกความเข้มข้นที่เจือจาง ชั้นที่ฉีด ปริมาณที่ฉีด และปฏิกิริยาของผิวในวันนั้นไว้ ครั้งถัดไปก็จะแม่นยำขึ้นมาก เพราะถ้าไม่รู้ว่าครั้งก่อนฉีดอย่างไร ครั้งถัดไปก็ต้องกลับไปกะเอาเองตั้งแต่ต้นอีกครั้ง

 

เวลาเลือกคลินิก ลองตรวจสอบว่า 'มีการบันทึกการตั้งค่าของครั้งก่อนและนำมาปรับใช้ในครั้งถัดไปหรือไม่' จะช่วยให้เห็นว่าคลินิกนั้นจะยิ่งมั่นคงขึ้นเมื่อทำไปหลายครั้งหรือไม่

 

การบันทึกนี้ยังเชื่อมโยงกับค่าใช้จ่ายด้วย เพราะถ้ามีข้อมูลการตั้งค่าของครั้งก่อนอยู่ ก็ไม่ต้องเริ่มกำหนดครั้งถัดไปใหม่ตั้งแต่ต้น ทำให้ลดโอกาสที่จะเพิ่มจำนวนครั้งหรือไวอัลโดยที่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน การดูว่า 'เมื่อทำหลายครั้งแล้วปริมาณรวมถูกบริหารจัดการอย่างไร' จะใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายจริงมากกว่าการดูแค่ 'กี่ไวอัลถึงจะถูก'

 

เวลาไปปรึกษา ลองถามตรงๆ ว่า 'บริเวณของฉันจะใช้ความเข้มข้นกี่ซีซี ฉีดชั้นไหน และเว้นระยะห่างกี่ครั้ง' คำตอบที่อ้างอิงจากบริเวณจริงของแต่ละคนคือสัญญาณแรกที่ควรสังเกต หากยังลังเลว่าจะเลือกคลินิก Sculptra ที่ไหนดี ที่บิวตี้สโตน ฮับจอง จะบันทึกการตั้งค่าทั้ง 3 ข้อนี้ไว้ในทุกครั้งและนำมาปรับใช้ในครั้งถัดไป บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ความเข้มข้นและจำนวนครั้งที่เหมาะสมจริงควรปรึกษากับแพทย์ที่ตรวจสภาพผิวและโวลุ่มของคุณโดยตรง


บันทึกปฏิกิริยาของผิวในแต่ละครั้ง เพื่อให้ครั้งถัดไปแม่นยำขึ้น



 

คำถามที่พบบ่อย

Q. คลินิก Sculptra ที่ฮงแดควรเลือกจากเกณฑ์อะไรดีคะ

 

A. แทนที่จะถามแค่จำนวนไวอัล ลองถาม 3 ข้อนี้ดูครับ คือปรับความเข้มข้นที่เจือจางตามแต่ละบริเวณหรือไม่ แบ่งชั้นที่ฉีดตามความลึกหรือไม่ และกำหนดระยะห่างกับจำนวนครั้งจากเกณฑ์อะไร ถ้าได้คำตอบว่า 'ต้องดูตามบริเวณ' สำหรับทั้ง 3 ข้อ แสดงว่าเป็นคลินิกที่มีขั้นตอนชัดเจน ที่บิวตี้สโตน ฮับจอง เราบันทึกการตั้งค่าทั้ง 3 ข้อนี้ในทุกครั้งและนำมาปรับใช้ในครั้งถัดไปครับ

 

Q. ต้องฉีด Sculptra กี่ไวอัลถึงจะเห็นผลคะ

 

A. ไม่ได้กำหนดจากจำนวนครับ เพราะไวอัลเดียวกันก็ให้โวลุ่มต่างกันไปตามความเข้มข้นที่เจือจางและชั้นที่ฉีด จำนวนไวอัลที่จำเป็นจึงต้องดูบริเวณและระดับความบุ๋มก่อนถึงจะกำหนดได้ แทนที่จะตัดสินใจจำนวนไว้ล่วงหน้า ควรออกแบบก่อนว่าจะฉีดบริเวณไหน ด้วยความเข้มข้นเท่าไหร่ ปริมาณเท่าไหร่ แล้วปริมาณรวมทั้งหมดค่อยตามมาทีหลัง จะเป็นลำดับที่เป็นธรรมชาติกว่าครับ

 

Q. Sculptra ยิ่งเข้มข้นยิ่งได้ผลดีกว่าไหมคะ

 

A. ไม่ใช่ว่ายิ่งเข้มข้นยิ่งดีนะครับ ความเข้มข้นสูงจะกระตุ้นคอลลาเจนได้มากขึ้นก็จริง แต่ความเสี่ยงในการเกิดก้อนนูนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยเพราะอนุภาครวมตัวกันในจุดเดียว ดังนั้นความเข้มข้นที่เหมาะสมจะต่างกันไปตามบริเวณ เช่น บริเวณกว้างที่ฉีดตื้นควรใช้แบบเจือจาง ส่วนบริเวณที่บุ๋มลึกควรใช้แบบเข้มข้น แทนที่จะขอแบบเข้มข้นอย่างเดียว ควรตรวจสอบว่าเป็นความเข้มข้นที่เหมาะกับบริเวณนั้นจริงหรือไม่ครับ

 

Q. โดยทั่วไป Sculptra ต้องฉีดกี่ครั้ง ห่างกันกี่วันคะ

 

A. โดยทั่วไปจะฉีดหลายครั้งโดยเว้นระยะห่างประมาณ 3-6 สัปดาห์ครับ เหตุผลที่ไม่ฉีดทีเดียวจนครบแต่เว้นระยะห่างไว้ ก็เพื่อดูการสร้างคอลลาเจนที่ค่อยๆ เกิดขึ้น แล้วปรับปริมาณของครั้งถัดไป จำนวนครั้งจะแตกต่างกันไปตามระดับความบุ๋ม ส่วนใหญ่มักจบที่ 2-3 ครั้ง แต่ถ้าบุ๋มลึกมากก็อาจเพิ่มจำนวนครั้งได้ครับ



 

อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1