ก่อนปรึกษาสคัลพทราที่ฮงแด เช็คความเข้มข้นและรอบฉีด ไวอัลเดียวกันได้ผลต่างกันตามการเจือจาง

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ
เช็คก่อนอ่านสักนิดนะครับ
Q. ยิ่งฉีด Sculptra หลายขวด (Vial)
ผลลัพธ์ก็จะยิ่งดีขึ้นจริงไหมครับ?
A. ความจริงแล้ว "ความเข้มข้นที่ผสม" และ "ช่วงเวลาระหว่างการฉีด"
เป็นตัวตัดสินผลลัพธ์มากกว่าจำนวนขวดครับ
เพราะแม้จะฉีด 1 ขวดเท่ากัน แต่อยู่ที่ว่าเราจะเซ็ตค่ายังไง
ผลลัพธ์ของ volume ที่ได้ก็จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ
Q. ถ้าอย่างนั้น เวลาไปปรึกษาตามคลินิกแถวย่านฮงแดหรือฮับจอง
ควรเปรียบเทียบจากเกณฑ์อะไรดีครับ?
A. ลองถามเรื่องอัตราส่วนการผสมดิลูชั่น (cc), ระยะห่างในแต่ละครั้ง,
และชั้นผิวที่จะทำการฉีด (Layer) ดูครับ
คลินิกที่ตอบคำถาม 3 ข้อนี้ได้อย่างชัดเจน
แสดงว่าเป็นที่ที่มีโปรโตคอลการรักษาที่ได้มาตรฐานครับ
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
เกณฑ์ความเข้มข้นและรอบการฉีดที่ต้องเช็ค
เมื่อไปปรึกษาเรื่อง Sculptra ที่คลินิกย่านฮงแดและฮับจอง

Sculptra คืออะไร?
Sculptra
(ส่วนประกอบหลักคือ PLLA — Poly-L-Lactic Acid) คือ
หัตถการเพิ่ม volume แบบฉีด
ที่จะช่วยเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังครับ
ซึ่งจะแตกต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก (HA filler) ที่ฉีดแล้วจะเติมเต็มทันที
แต่ Sculptra จะเป็นการค่อยๆ สร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมา
ในช่วงเวลา 4-6 สัปดาห์ แล้วค่อยๆ เติม volume ให้ผิวดูเต็มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
ดังนั้น ในช่วงแรกๆ หลายคนอาจจะรู้สึกว่า "หลังฉีดไปแล้วหน้าก็ยังเหมือนเดิมเลย"
แต่อยากบอกว่านี่เป็นเรื่องปกติมากๆ ครับ
ผลลัพธ์ของ Sculptra เป็นหัตถการที่ต้องอาศัย "การรอคอย" ครับ

ทำไมฉีด 1 ขวดเท่ากัน แต่ผลลัพธ์ถึงต่างกัน
— ความลับของความเข้มข้น
ตรงนี้แหละครับที่มีจุดสำคัญอยู่ข้อหนึ่ง
ปกติแล้ว Sculptra จะมาในรูปแบบผงแห้ง
และก่อนจะนำมาฉีด คุณหมอจะต้องนำมาผสมกับน้ำเกลือปลอดเชื้อ (Sterile Water) ก่อนครับ
ซึ่งเราจะเรียกอัตราส่วนนี้ว่า "ความเข้มข้น"
แม้จะเป็น Sculptra 1 ขวดเหมือนกัน แต่อยู่ที่ว่าจะผสมด้วยปริมาณ 5cc
หรือผสมที่ 8cc ซึ่งจะทำให้ค่าความหนาแน่นของ PLLA
ที่ฉีดเข้าไปในผิวของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ
ก็เหมือนกับการชงกาแฟ 1 ช้อน ถ้าใส่น้ำ 100ml รสชาติก็จะเข้มข้น
แต่ถ้าใส่น้ำ 300ml ก็จะเจือจางลงนั่นเองครับ
พูดกันตามตรง ถ้าความเข้มข้นต่ำ (ผสมน้ำเยอะ)
คุณหมอจะกระจายยาได้ในบริเวณกว้างและฉีดง่ายขึ้นก็จริง
แต่ผลลัพธ์ในการเพิ่ม volume อาจจะดันขึ้นมาได้ไม่ชัดเจนเท่าที่คาดหวังไว้ครับ
ในทางกลับกัน หากเน้นแบบความเข้มข้นสูง
พลังในการกระตุ้นคอลลาเจนย่อมแรงขึ้น
แต่ก็ต้องอาศัยเทคนิคการฉีดที่ประณีตและแม่นยำมากๆ ครับ
ไม่อย่างนั้นจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดก้อนนูน (Nodule) ใต้ผิวได้
ประเภท | ความเข้มข้นต่ำ (ผสมตั้งแต่ 8cc ขึ้นไป) | ความเข้มข้นปานกลาง (ผสม 5~7cc) | ความเข้มข้นสูง (ผสมน้อยกว่า 5cc) |
พลังในการกระตุ้นคอลลาเจน | กระจายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป | กระตุ้นอย่างสมดุล | กระตุ้นอย่างทรงพลัง |
ระยะเวลาเริ่มเห็น Volume | หลังสัปดาห์ที่ 6~8 | สัปดาห์ที่ 4~6 | สัปดาห์ที่ 3~5 |
ความเสี่ยงการเกิดก้อนนูน | ต่ำ | ปานกลาง | ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ |
บริเวณที่เหมาะสม | พื้นที่กว้าง (หน้าผาก, แก้ม) | แก้มตอบ, ขมับ, กรอบหน้า | บริเวณที่สูญเสีย volume ลึก |
สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
เวลาปรึกษาเรื่อง Sculptra ถ้าถามแค่ว่า "ฉีดกี่ขวด"
จะได้ข้อมูลไปแค่ครึ่งเดียวเองครับ
ความเข้มข้นที่ผสม (cc), ชั้นผิวที่ฉีด (ใต้ผิวหนัง VS เหนือเยื่อหุ้มกระดูก),
ระยะห่างในการฉีดแต่ละครั้ง (ปกติคือ 4~6 สัปดาห์)
— 3 สิ่งนี้ต่างหากที่เป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ที่แท้จริงครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากำลังเปรียบเทียบคลินิกหลายๆ แห่งในย่านฮงแดหรือฮับจอง
ลองเอาเกณฑ์เหล่านี้ไปตั้งคำถามดู จะรู้ได้ทันทีเลยครับว่า
คลินิกนั้นดีไซน์โปรแกรมการรักษาได้เป๊ะจริงไหม

สภาพผิวแบบไหนที่เหมาะ/ไม่เหมาะกับ Sculptra
มีหลายคนเข้าใจผิดเยอะมาก แต่ความจริงแล้ว
Sculptra ไม่ได้ช่วยตอบโจทย์ปัญหาเรื่องแก้มตอบหรือริ้วรอยได้ดีที่สุดสำหรับทุกสภาพผิวนะครับ
ผู้ที่เหมาะกับ Sculptra
ช่วงวัย 30~40 ปี ที่ไขมันแก้มลดลงจนดูตอบและเกิดเงาบนใบหน้า
คนที่มีปัญหาขมับตอบ จนทำให้ใบหน้าส่วนบนดูแคบและมีโหนกแก้มเด่น
คนที่ไม่ชอบความรู้สึกแบบ "เติมแต่งเกินไป" ของการฉีดฟิลเลอร์
คนที่มองหาหัตถการที่ให้ผลลัพธ์อยู่นานๆ
ผู้ที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ:
คนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์แบบเร่งด่วนในระยะสั้น
คนที่มีผิวหนังบางมากๆ (ต้องปรับและดีไซน์อย่างละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ)
คนที่มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นคีลอยด์ได้ง่าย

เกณฑ์ในการดีไซน์รอบการฉีดจริง เป็นอย่างไรบ้าง
ครั้งที่ 1
เซ็ตความเข้มข้นระดับปานกลาง ปริมาณยาเน้นแบบปลอดภัยไว้ก่อน
ในรอบนี้ วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อเช็คการตอบสนองของผิวมากกว่าการเน้นอัด volume ครับ
ครั้งที่ 2 (หลังผ่านไป 4~6 สัปดาห์)
ประเมินผลลัพธ์หลังจากครั้งแรก แล้วค่อยทำการปรับระดับความเข้มข้นและปริมาณยา
คนไข้ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่รอบนี้ครับ
ครั้งที่ 3 (แล้วแต่กรณี)
สำหรับเคสที่มีการสูญเสีย volume ใต้ชั้นผิวลึกมากๆ เท่านั้น
ซึ่งปกติแล้ว ราวๆ 60~70% ของคนไข้ทั้งหมด
ก็พึงพอใจกับผลลัพธ์หลังฉีดครบตัว 2 ครั้งแรกแล้วครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. หลังฉีด Sculptra ไปแล้ว
จำเป็นต้องนวดหน้าด้วยไหมคะ?
จำเป็นครับ ต้องนวดเบาๆ หลังเข้ารับการบริการ 5 วัน
วันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาทีครับ
วิธีนี้เรียกว่ากฎ '555' ซึ่งสำคัญมากในการป้องกันการเกิดก้อนบนแผลใต้ผิวหนัง
Q2. ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่คะ?
ปกติแล้วเรทจะแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก
โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200,000 - 400,000 วอนต่อ 1 ขวด (vial)
อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่ต้องใช้จะขึ้นอยู่กับการคำนวณสัดส่วนความเข้มข้นเฉพาะบุคคล
แนะนำให้เข้ามาปรึกษาก่อนเพื่อราคาที่แม่นยำที่สุดครับ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือสิ่งที่เราต้องพึงระวังอะไรบ้างไหมคะ?
อาการยอดฮิตอย่างการเกิดก้อนเนื้อเล็กๆ ใต้ผิว สามารถลดโอกาสเกิดได้
ด้วยการนวดและการกำหนดเลือกชั้นผิวระดับลึกในการฉีดที่แม่นยำครับ
โดยส่วนใหญ่ มีข้อห้ามสำคัญคือไม่ควรนำมาใช้กับผิวบริเวณที่บางจัด
เช่น บริเวณใต้ตา หรือ บริเวณริมฝีปาก ครับ
ก่อนเข้ามาปรึกษาที่คลินิก สามารถแชทคุยผ่าน KakaoTalk ก่อนได้เสมอนะครับ
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดีๆ จากหมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
▶สรุปครบในที่เดียว: ผลข้างเคียง ผลลัพธ์ และระยะเวลาคงตัวของฟิลเลอร์คาง
▶ไขข้อข้องใจผลดีและข้อระวังของฟิลเลอร์ไหล่ 3 กฎเหล็กสร้างไหล่และบ่าตั้งฉากสวยได้รูป
▶ฟิลเลอร์ย่านฮงแด "ความชำนาญของหมอนั้น สำคัญกว่าราคา" (ความต่างของการฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง)
▶หากฉีด Sculptra บริเวณแก้มหลังแล้วปูดพอง แสดงว่าสัดส่วนและวิธีการรักษาไม่ถูกต้องครับ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?
สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

ยกกระชับ
เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage
สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?
สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ผิว
skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?
เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

ผิว
รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?
เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

ยกกระชับ
ผลลัพธ์ของ Sofwave lifting จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่หลังทำ และจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
Sofwave เป็นการรักษาที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและยกระดับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มาเช็กกันให้ครบในที่เดียว ตั้งแต่ความรู้สึกทันทีหลังทำ ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ ระยะเวลาผลลัพธ์ ช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำ ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นกันค่ะ



