• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Sculptra อยู่ได้ 2 ปี? อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด

Sculptra อยู่ได้ 2 ปี? อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด

Sculptra อยู่ได้ 2 ปี? อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด

ข้อมูลว่า Sculptra อยู่ได้เกิน 2 ปี จริงหรือ? เจาะหลักการและช่องว่างระหว่างผลคลินิกกับการคงผลจริง

 

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ

 

เช็คตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ

 

Q. ฉีด Sculptra ครั้งเดียว

จะอยู่ได้นานกว่า 2 ปีจริงไหมครับ?

A. ตัวเลข "2 ปี" ในงานวิจัยทางคลินิกนั้น

เป็นตัวเลขภายใต้เงื่อนไขเฉพาะเจาะจงครับ

ซึ่งในความเป็นจริง ระยะเวลาที่ผลลัพธ์จะคงอยู่จะขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีด, บริเวณที่ฉีด,

และการเผาผลาญ (Metabolism) ของแต่ละบุคคล ซึ่งมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากครับ

 

Q. แล้วในความเป็นจริงจะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

A. โดยเฉลี่ยแล้ว ระยะเวลาที่คนไข้จะรู้สึกได้จริง

จะอยู่ที่ประมาณ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งครับ

แต่ถ้าเราวางแผนทรีตเมนต์ (Protocol) เป็นอย่างดี

ก็สามารถยืดระยะเวลาให้อยู่ได้นานเกือบ 2 ปีเลยครับ

 

คีย์พอยท์สำคัญของบทความนี้

 

ความจริงเรื่องผลลัพธ์ของ Sculptra ที่ว่ากันว่าอยู่ได้นานกว่า 2 ปี

ความแตกต่างระหว่างผลลัพธ์ในงานวิจัยทางคลินิกกับระยะเวลาที่เห็นผลจริง

 

 









Sculptra คืออะไร?

 

Sculptra

(คือนวัตกรรม PLLA — Poly-L-Lactic Acid)

ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulator)

ที่เข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติใต้ชั้นผิวของตัวเองครับ

 

ซึ่งจะแตกต่างจากฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิก (HA Filler) ตรงที่ฉีดแล้ว

จะไม่คงรูปหรือเติมเต็มวอลลุ่มในทันที

แต่โมเลกุลขนาดเล็กของ PLLA จะค่อยๆ ย่อยสลายใต้ชั้นผิวแท้ (Dermis)

แล้วค่อยๆ กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาในกระบวนการนั้นครับ

 

ดังนั้น แม้จะเห็นผลลัพธ์ช้ากว่าฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิก

แต่จุดเด่นของเขาก็คือ

จะได้ "วอลลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติ ราวกับเป็นผิวของตัวเองจริงๆ" ครับ

 

เบื้องหลังของคำเคลมที่ว่า "อยู่ได้นานกว่า 2 ปี"

เมื่อลองเจาะลึกดูจริงๆ

เวลาที่เราค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาการเห็นผลของ Sculptra

ส่วนใหญ่เรามักจะเจอคำว่า "อยู่ได้นานกว่า 2 ปี" เสมอครับ

 

ซึ่งแหล่งที่มาของตัวเลขนี้มาจากข้อมูลการทดสอบทางคลินิก

ตอนที่ได้รับการรับรองจาก US FDA ในปี 2004 ครับ

 

แต่มีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจตรงนี้ครับ

 

งานวิจัยนั้นทำการทดสอบกับ "ผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันฝ่อตัวที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HIV"

และเกณฑ์การประเมินก็วัดจาก "การที่แพทย์ประเมินว่าการลดลงของวอลลุ่ม

ได้กลับคืนสู่สภาพเดิมเป๊ะๆ หรือไม่" เป็นหลักครับ

 

ถ้าพูดกันตามตรง ไม่ได้หมายความว่า "ผลลัพธ์ที่ได้จากการฉีดครั้งแรก

จะคงอยู่เป๊ะๆ แบบนั้นไปตลอดทั้ง 2 ปีเต็ม" ครับ

 

แม้ว่าจะมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาจริง แต่ในที่สุดแล้วคอลลาเจนเหล่านั้น

ก็จะค่อยๆ เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา

ผ่านกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติของร่างกายเราอยู่ดีครับ

 

[เปรียบเทียบ] ข้อมูลจากการวิจัย vs ผลลัพธ์ที่คนไข้รู้สึกได้จริง

หัวข้อเปรียบเทียบ

เกณฑ์ตามงานวิจัยทางคลินิก

ผลลัพธ์ที่รู้สึกได้จริงเมื่อทำเพื่อความงาม

กลุ่มเป้าหมาย

ผู้ป่วยภาวะเนื้อเยื่อไขมันฝ่อตัวจาก HIV

ผู้รับบริการทั่วไปเพื่อความงาม (เน้นเติมเต็มวอลลุ่ม เป็นต้น)

จำนวนครั้งที่ทำ

เฉลี่ย 4~5 ครั้งขึ้นไป

ปกติ 2~3 ครั้ง (ตามความเหมาะสมในการดูแลจริง)

เกณฑ์การวัดผล

การประเมินโดยแพทย์ (ปริมาณวอลลุ่มที่เหลืออยู่)

ระดับความพึงพอใจและความรู้สึกของผู้รับบริการเอง

ระยะเวลาคงผลลัพธ์

รายงานระบุว่าอยู่ได้สูงสุดมากกว่า 25 เดือน

เริ่มรู้สึกว่าผลลัพธ์ค่อยๆ ลดลงในช่วงประมาณ 12~18 เดือน

ช่วงที่เห็นผลดีที่สุด

3~6 เดือนหลังจากการฉีดครั้งสุดท้าย

เหมือนกัน (ที่ประมาณ 3~6 เดือน)

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

"ผลลัพธ์ของ Sculptra ที่อยู่ได้นาน 2 ปี" นั้น เป็นตัวเลขตัวช่วยที่เกิดจากปัจื่อนไขที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ

 

แต่ในความเป็นจริง ระยะเวลาที่คนไข้จะสัมผัสได้จริงๆ จะอยู่ที่ประมาณ 12 ถึง 18 เดือน

โดยขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ฉีด, บริเวณที่ฉีด และระบบเผาผลาญส่วนบุคคลครับ

 

และการปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัดคือตัวแปรที่ใหญ่ที่สุด

ในการกำหนดความยาวนานของชีวิตผลลัพธ์ครับ

 

แนวทางที่จะช่วยยืดอายุระยะเวลาผลลัพธ์ให้ได้ยาวนานที่สุด

หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ ครับว่า

Sculptra เป็นหัตถการประเภท "ฉีดครั้งเดียวแล้วจบกัน"

 

แต่ตามโปรโตคอลมาตรฐานทางการแพทย์นั้น

แนะนำให้ฉีดอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไป โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 4 ถึง 6 สัปดาห์ครับ

 

หากเราเปรียบเทียบการสร้างคอลลาเจนเสมือนกับการ "ก่ออิฐ"

การฉีดครั้งแรกก็เปรียบเสมือนแค่การวางฐานรากเท่านั้นครับ

 

ต้องทำซ้ำในครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เพื่อพูนอิฐขึ้นไป

โครงสร้างที่มั่นคงและแข็งแรงถึงจะเกิดขึ้นได้จริงครับ

 

สำหรับผู้ที่ฉีดครบ 3 ครั้งตามนัด

ปริมาณคอลลาเจนโดยรวมจะได้รับการสะสมอย่างมีนัยสำคัญ

และทำให้มีสัดส่วนความพึงพอใจต่อผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานเกิน 18 เดือนขึ้นไปสูงมากอย่างเห็นได้ชัดครับ

 

เปรียบเทียบระยะเวลาผลลัพธ์ของ Sculptra

กับหัตถการเพิ่มวอลลุ่มอื่นๆ

หัตถการ

หลักการทำงาน

การแสดงผลลัพธ์

ระยะเวลาที่รู้สึกเห็นผลจริง

Sculptra

กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว

ค่อยเป็นค่อยไปใน 3~6 เดือน

12~18 เดือน (ตามเกณฑ์ทำครบ 3 ครั้ง)

HA ฟิลเลอร์

เติมเต็มด้วยสารไฮยาลูโรนิก

เห็นผลทันที

6~12 เดือน

Ellansé

เติมเต็มพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน

เห็นผลทันที + ค่อยๆ เพิ่มขึ้น

12~24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้)

ฉีดไขมันตัวเอง

ย้ายเซลล์ไขมันของตัวเองมาเติมเต็ม

เห็นผลทันที (ขึ้นกับอัตราการรอดของเซลล์ไขมัน)

ส่วนที่ไขมันติดถาวรจะอยู่กึ่งถาวร

ประเด็นสำคัญคือ "คุณต้องการวอลลุ่มที่ดูสวยเป็นธรรมชาติอย่างค่อยเป็นค่อยไป

หรือต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีมากกว่ากัน"

หลังจากทราบความต้องการแล้วก็สามารถเลือกหัตถการที่ตอบโจทย์ได้เลยครับ

 

HA ฟิลเลอร์คือการอุ้มน้ำเพื่อทำให้ผิวฟูขึ้นทดแทนส่วนที่ขาดหาย

แต่ Sculptra คือการที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาเพื่อเติมเต็ม

ดังนั้นเรื่องของเนื้อสัมผัส (Texture) และความรู้สึกจึงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q1. หลังจากฉีด Sculptra แล้วสามารถออกกำลังกายได้เลยไหมคะ?

ในวันแรกที่ฉีด แนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ ก่อนนะครับ

และตั้งแต่วันรุ่งขึ้นก็สามารถเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้ตามปกติเลยครับ

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 วันแรกหลังทำ ขอแนะนำให้ทำการนวดคลึงเบาๆ บริเวณที่ฉีด

ตามกฎเหล็ก 5-5-5 คือ นวดครั้งละ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน นะครับ

 

Q2. ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ

และต้องฉีดทั้งหมดกี่ครั้ง?

ราคาเฉลี่ยในท้องตลาดโดยทั่วไปสำหรับ 1 ขวด (Vial)

จะอยู่ที่ประมาณ 300,000 ถึง 500,000 วอนครับ

และการเข้ามารับบริการหนึ่งครั้ง โดยปกติแล้วจะใช้ประมาณ 1 ถึง 2 ขวดครับ

 

เนื่องจากเราแนะนำให้เข้ารับการฉีดอย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ค่าใช้จ่ายโดยรวมจะคำนวณจากจำนวนยาประมาณ 3 ถึง 6 ขวดนั่นเองครับ

 

Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงของ Sculptra

มีอะไรที่ต้องระวังบ้างไหมคะ?

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดคืออาการบวมและรอยช้ำชั่วคราวครับ

ซึ่งอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะยุบและหายดีไปเองภายใน 1~2 สัปดาห์ครับ

 

สำหรับปัญหาเรื่องการเกิดตุ่มนูนหรือก้อนไต (Nodule) นั้น หากแพทย์มีเทคนิคส่วนผสมตัวยา

และเทคนิคการฉีดที่แม่นยำถูกต้อง โอกาสเกิดจะต่ำมากๆ ครับ

 

และตามหลักการของคลินิกเรา จะไม่นำไปฉีดในบริเวณผิวบอบบางและบางมากๆ

เช่น บริเวณใต้ตา หรือริมฝีปากอย่างเด็ดขาดครับ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามทาง LINE หรือโทรปรึกษาได้ตามสะดวกเลยนะครับ

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดีๆ จากหมอวี ยองจิน ครับ ขอบคุณครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยแก้รอยคล้ำใต้ตาได้... จริงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น? (หรือจริงๆ เป็นเรื่องเส้นเลือด?)

แก้มตอบ ขมับบุ๋ม ฟิลเลอร์ขมับช่วยได้จริงไหม? เจาะลึกเรื่องระยะเวลาผลลัพธ์และผลข้างเคียงของ Radiesse

หน้าส้ม หน้าแห้ง แก้มตอบ ฟิลเลอร์ขมับปุ่มเดียวช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือ? รีวิวจากใจจริง

ฟิลเลอร์ย่านฮงแด "ฝีมือผู้ฉีดสำคัญมากกว่าเรื่องราคา" (ความต่างที่ได้จากหมอลงมือต่อเคสเอง)

หากฉีด Sculptra บริเวณแก้มส้มแล้วหน้าดูบานเป็นทรงพัด แปลว่าฉีดผิดเทคนิคแล้วครับ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

ยกกระชับ

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ผิว

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ผิว

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

ยกกระชับ

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ผิว

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ยกกระชับ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1