• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

โบท็อกซ์กราม: ปัญหาที่กระดูก ไม่ใช่กล้ามเนื้อ

โบท็อกซ์กราม: ปัญหาที่กระดูก ไม่ใช่กล้ามเนื้อ

โบท็อกซ์กราม: ปัญหาที่กระดูก ไม่ใช่กล้ามเนื้อ

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วหน้าเล็กลงจริงไหม สรุปหลักการกล้ามเนื้อบดเคี้ยวฝ่อและข้อจำกัดตามคลินิก

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

ทำไมผู้หญิงวัย 30 ฉีดโบท็อกซ์กรามไป 3 ครั้งแล้วยังกลับมาที่ Beautystone อีก

 

 













กว่าครึ่งของคนไข้ที่มาฉีดโบท็อกซ์กราม

มักเข้าใจผิดว่าหน้าใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ ทั้งที่ความจริงเป็นเพราะโครงกระดูก

โปรดเช็กข้อมูลเหล่านี้ก่อนตัดสินใจทำ

 

Q. ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้ว

หน้าจะเล็กลงจริงไหมคะ?

A. โบท็อกซ์ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) ให้ลีบเล็กลงเท่านั้นครับ

แต่ตัวโครงกระดูกเดิมจะยังคงเท่าเดิม

ดังนั้น ผลลัพธ์จึงแตกต่างกันในแต่ละบุคคลอย่างชัดเจน ตั้งแต่ก่อนเริ่มทำครับ

 

Q. ทำไมใช้ปริมาณยูนิตเท่ากัน

แต่ผลลัพธ์ของฉันถึงเห็นผลน้อยกว่าครับ?

A. ยิ่งเป็นคนที่มีมวลกล้ามเนื้อเคี้ยวหนา ก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและดูน่าทึ่งครับ

แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหามุมกระดูกกรามกว้าง

ต่อให้จะฉีดโบท็อกซ์บ่อยแค่ไหน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังคงมีขีดจำกัดอยู่ดีครับ

เช็กก่อนฉีดโบท็อกซ์กราม: ถ้ากัดฟันแน่นแล้วคลำกล้ามเนื้อไม่เจอ ก็มีข้อจำกัด

 

 













ภายนอกอาจดูคล้ายกัน

แต่หัวใจสำคัญนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

โบท็อกซ์กราม คือการฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin)

เข้าไปที่กล้ามเนื้อสำหรับเคี้ยว หรือกล้ามเนื้อแมสเซเตอร์ (masseter)

เพื่อช่วยค่อยๆ ลดขนาดและปริมาตรของกล้ามเนื้อมัดนั้นลง

 

จุดนี้จะแตกต่างจากการผ่าตัดตัดกระดูกกรามที่พูดถึงกันบ่อยๆ

เพราะไม่ใช่การขูดหรือตัดกระดูกออก

แต่เป็นเพียงการทำให้มัดกล้ามเนื้อบางลงเท่านั้นครับ

 

ดังนั้น คำเปรียบเปรยที่ว่า "ช่วยเค้นกรอบหน้าให้เรียวสวยขึ้น" นั้นถูกต้องเลยครับ

แต่หากบอกว่า "จะช่วยทำให้กระดูกหน้าเล็กลง"

ถ้าพูดตามหลักการแพทย์จริงๆ แล้ว ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนครับ

ความลับของมุมกรามที่กำหนดรูปหน้า ความจริงเรื่องกรามเหลี่ยมที่โบท็อกซ์เพียงอย่างเดียวแก้ไม่ได้

 

ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญโดย

หมอวี ยองจิน

 

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้ว หน้าจะเรียวเล็กลงจริงไหม?

คุณหมอมาร่วมอธิบายหลักการและข้อจำกัดให้ฟังกันครับ

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมา มีคนไข้ผู้หญิงอายุช่วง 30 ปีต้นๆ เข้ามาปรึกษาครับ

เธอเล่าว่าเคยไปฉีดโบท็อกซ์กรามจากคลินิกอื่นมาแล้วถึง 3 ครั้ง

แต่กลับไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงหรือเห็นผลเลยสักนิด

 

เมื่อผมได้ลองคลำตรวจดู พบว่าจริงๆ แล้วกล้ามเนื้อเคี้ยวของเธอค่อนข้างบางมาก

แต่ปัญหาหลักเกิดจากมุมกระดูกขากรรไกรล่าง (mandibular angle)

มีโครงสร้างที่กางออกด้านข้างค่อนข้างเยอะครับ

 

สำหรับท่านที่มีปัญหารูปร่างหน้าลักษณะนี้ ต่อให้จะอัดโบท็อกซ์เข้าไปมากเท่าไหร่

ก็แทบจะไม่ช่วยให้มุมกรามที่มองเห็นจากทางด้านหน้า

ดูเรียวลดลงได้อย่างเห็นได้ชัดสักเท่าไหร่ครับ

 

แต่ในประเด็นนี้ ยังมีเรื่องสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ควรรู้ครับ

 

กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) คือส่วนที่เราจะรู้สึกว่าปูดนูนออกข้างแก้มเวลาเรากัดฟันแน่นๆ

ซึ่งสำหรับใครที่มีกล้ามเนื้อส่วนนี้หนา จะใช้เวลาประมาณ 8 ถึง 12 สัปดาห์

ในการค่อยๆ เห็นผลลัพธ์ว่าขนาดของมันยุบและเล็กลงอย่างชัดเจนครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

การฉีดโบท็อกซ์กราม เป็นหัตถการที่ช่วยลด "ขนาดกล้ามเนื้อ"

ไม่ใช่การปรับขนาดของ "โครงกระดูก" ครับ

 

วิธีเช็กง่ายๆ คือลองส่องกระจกแล้วลองกัดฟันให้แน่นที่สุด

ถ้าสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแถวข้างแก้มที่เด้งสู้มือและจับได้เป็นก้อนแน่นๆ แปลว่าคุณคือกลุ่มที่จะเห็นเปลี่ยนชัดเจนครับ

แต่หากกัดฟันแล้วไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อเด้งสู้มือ แสดงว่าผลลัพธ์อาจจะค่อนข้างมีขีดจำกัดครับ

คู่มือป้องกันผลข้างเคียงของโบท็อกซ์กราม: กลยุทธ์การฉีดตามช่วงวัยที่ป้องกันแก้มตอบและหย่อนคล้อย

 

 

ผมมักจะแบ่งลักษณะคนไข้ในห้องตรวจออกเป็นดังนี้ครับ

ประเภท

ลักษณะเด่น

แนวทางการรักษา

กลุ่มกล้ามเนื้อหนา

พอกัดฟันแล้วกล้ามเนื้อปูดชัดเจน มักมาพร้อมอาการปวดข้อต่อขากรรไกร

โบท็อกซ์เห็นผลดีอย่างชัดเจน แนะนำฉีดซ้ำทุกๆ 4-6 เดือน

กลุ่มโครงกระดูกใหญ่

กล้ามเนื้อค่อนข้างบาง แต่มุมกระดูกกรามกาง หน้าจึงดูมีเหลี่ยมมุมชัดเจน

โบท็อกซ์เห็นผลได้จำกัด แนะนำทำร่วมกับฉีดแฟตสลายไขมัน หรือฟิลเลอร์

กลุ่มผสม

มีทั้งกล้ามเนื้อ + ไขมันส่วนเกิน + แก้มเริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อย

แนะนำให้ฉีดโบท็อกซ์ ควบคู่กับการทำเลเซอร์ยกกระชับหน้า

 

การฉีดโบท็อกซ์กรามเพียงแค่ครั้งเดียว

ไม่สามารถช่วยให้ใบหน้าเล็กลงอย่างถาวรได้ครับ

 

เนื่องจากเมื่อตัวยาโบท็อกซ์หมดฤทธิ์และสลายตัวไป

กล้ามเนื้อก็จะพยายามดึงตัวกลับมาทำงานและโตขึ้นตามเดิมครับ

 

แต่อย่างไรก็ตาม หากเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง

กล้ามเนื้อจะเริ่มชินกับสภาวะที่ "ไม่ได้ถูกใช้งานหนัก"

ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาผลลัพธ์ให้ยาวนานยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ครับ

 

3 คำถามยอดฮิตที่พบบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

 

Q1. มีคนบอกว่าจะเคี้ยวอาหารได้ยากขึ้น

มันจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันไหมคะ?

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อาจจะรู้สึกว่าไม่มีแรงเวลาเคี้ยวของเหนียวๆ ได้ครับ

 

แต่ถ้าไม่ใช่กรณีที่ได้รับปริมาณยูนิตโบท็อกซ์มากจนเกินไป

โดยทั่วไปแทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อการรับประทานอาหารไฟนชีวิตประจำวันเลยครับ

 

Q2. ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผล

และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน มักจะเกิดหลังจากรับการรักษาในครั้งที่สองครับ

ผลลัพธ์จะคงอยู่เฉลี่ยประมาณ 4-6 เดือน

และยิ่งทำซ้ำต่อเนื่อง ระยะเวลาคงอยู่ก็จะยิ่งยาวนานขึ้นเรื่อยๆ ครับ

 

Q3. มีข่าวลือว่าฉีดแล้วจะทำให้แก้มตอบหรือแก้มหย่อนคล้อย

จริงไหมคะ?

หากตำแหน่งที่ฉีดคลาดเคลื่อน หรือใช้ปริมาณยูนิตยาที่มากเกินความจำเป็น

อาจส่งผลทำให้เนื้อแก้มดูตอบหรือเว้าลงได้ในบางเคสครับ

 

โดยเฉพาะกลุ่มคนไข้อายุ 40 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีความยืดหยุ่นผิวลดลง

ผมมักจะแนะนำให้ทำควบคู่กับหัตถการยกกระชับร่วมด้วยก่อนเป็นอันดับแรกครับ

 

หากท่านใดไม่แน่ใจเกี่ยวกับรูปหน้าและกรามของตัวเอง

สามารถส่งหน้าตรงและรูปด้านข้างมาพิจารณาได้ทาง LINE นะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มตอบ เกิดจากสาเหตุใดแก้ไขอย่างไรได้บ้าง?

รีวิวตรงๆ หลังสั่งจ่ายยา Saxenda มาตลอด 6 เดือน ความจริงเป็นอย่างไรมาดูกัน

รวม 10 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ชูริงค์ Universe เคลียร์ชัดโดยคุณหมอ

รีวิวผลลัพธ์เลเซอร์ Pico Toning กี่ครั้งถึงช่วยให้ฝ้ากระดูจางลง สรุปขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงทั้ง 4 ระยะ

ไม่ใช่ AI เขียนแน่นอน [Cellre_dm vs Re2O] เปรียบเทียบสองผลิตภัณฑ์เพื่อเลือกตัวที่ใช่สำหรับเรา (เปรียบเทียบสรรพคุณและราคา)

ทำไมผู้หญิงวัย 30 ฉีดโบท็อกซ์กรามไป 3 ครั้งแล้วยังกลับมาที่ Beautystone อีก

 

 













กว่าครึ่งของคนไข้ที่มาฉีดโบท็อกซ์กราม

มักเข้าใจผิดว่าหน้าใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ ทั้งที่ความจริงเป็นเพราะโครงกระดูก

โปรดเช็กข้อมูลเหล่านี้ก่อนตัดสินใจทำ

 

Q. ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้ว

หน้าจะเล็กลงจริงไหมคะ?

A. โบท็อกซ์ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) ให้ลีบเล็กลงเท่านั้นครับ

แต่ตัวโครงกระดูกเดิมจะยังคงเท่าเดิม

ดังนั้น ผลลัพธ์จึงแตกต่างกันในแต่ละบุคคลอย่างชัดเจน ตั้งแต่ก่อนเริ่มทำครับ

 

Q. ทำไมใช้ปริมาณยูนิตเท่ากัน

แต่ผลลัพธ์ของฉันถึงเห็นผลน้อยกว่าครับ?

A. ยิ่งเป็นคนที่มีมวลกล้ามเนื้อเคี้ยวหนา ก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและดูน่าทึ่งครับ

แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหามุมกระดูกกรามกว้าง

ต่อให้จะฉีดโบท็อกซ์บ่อยแค่ไหน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังคงมีขีดจำกัดอยู่ดีครับ

เช็กก่อนฉีดโบท็อกซ์กราม: ถ้ากัดฟันแน่นแล้วคลำกล้ามเนื้อไม่เจอ ก็มีข้อจำกัด

 

 













ภายนอกอาจดูคล้ายกัน

แต่หัวใจสำคัญนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

โบท็อกซ์กราม คือการฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin)

เข้าไปที่กล้ามเนื้อสำหรับเคี้ยว หรือกล้ามเนื้อแมสเซเตอร์ (masseter)

เพื่อช่วยค่อยๆ ลดขนาดและปริมาตรของกล้ามเนื้อมัดนั้นลง

 

จุดนี้จะแตกต่างจากการผ่าตัดตัดกระดูกกรามที่พูดถึงกันบ่อยๆ

เพราะไม่ใช่การขูดหรือตัดกระดูกออก

แต่เป็นเพียงการทำให้มัดกล้ามเนื้อบางลงเท่านั้นครับ

 

ดังนั้น คำเปรียบเปรยที่ว่า "ช่วยเค้นกรอบหน้าให้เรียวสวยขึ้น" นั้นถูกต้องเลยครับ

แต่หากบอกว่า "จะช่วยทำให้กระดูกหน้าเล็กลง"

ถ้าพูดตามหลักการแพทย์จริงๆ แล้ว ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนครับ

ความลับของมุมกรามที่กำหนดรูปหน้า ความจริงเรื่องกรามเหลี่ยมที่โบท็อกซ์เพียงอย่างเดียวแก้ไม่ได้

 

ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญโดย

หมอวี ยองจิน

 

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้ว หน้าจะเรียวเล็กลงจริงไหม?

คุณหมอมาร่วมอธิบายหลักการและข้อจำกัดให้ฟังกันครับ

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมา มีคนไข้ผู้หญิงอายุช่วง 30 ปีต้นๆ เข้ามาปรึกษาครับ

เธอเล่าว่าเคยไปฉีดโบท็อกซ์กรามจากคลินิกอื่นมาแล้วถึง 3 ครั้ง

แต่กลับไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงหรือเห็นผลเลยสักนิด

 

เมื่อผมได้ลองคลำตรวจดู พบว่าจริงๆ แล้วกล้ามเนื้อเคี้ยวของเธอค่อนข้างบางมาก

แต่ปัญหาหลักเกิดจากมุมกระดูกขากรรไกรล่าง (mandibular angle)

มีโครงสร้างที่กางออกด้านข้างค่อนข้างเยอะครับ

 

สำหรับท่านที่มีปัญหารูปร่างหน้าลักษณะนี้ ต่อให้จะอัดโบท็อกซ์เข้าไปมากเท่าไหร่

ก็แทบจะไม่ช่วยให้มุมกรามที่มองเห็นจากทางด้านหน้า

ดูเรียวลดลงได้อย่างเห็นได้ชัดสักเท่าไหร่ครับ

 

แต่ในประเด็นนี้ ยังมีเรื่องสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ควรรู้ครับ

 

กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) คือส่วนที่เราจะรู้สึกว่าปูดนูนออกข้างแก้มเวลาเรากัดฟันแน่นๆ

ซึ่งสำหรับใครที่มีกล้ามเนื้อส่วนนี้หนา จะใช้เวลาประมาณ 8 ถึง 12 สัปดาห์

ในการค่อยๆ เห็นผลลัพธ์ว่าขนาดของมันยุบและเล็กลงอย่างชัดเจนครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

การฉีดโบท็อกซ์กราม เป็นหัตถการที่ช่วยลด "ขนาดกล้ามเนื้อ"

ไม่ใช่การปรับขนาดของ "โครงกระดูก" ครับ

 

วิธีเช็กง่ายๆ คือลองส่องกระจกแล้วลองกัดฟันให้แน่นที่สุด

ถ้าสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแถวข้างแก้มที่เด้งสู้มือและจับได้เป็นก้อนแน่นๆ แปลว่าคุณคือกลุ่มที่จะเห็นเปลี่ยนชัดเจนครับ

แต่หากกัดฟันแล้วไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อเด้งสู้มือ แสดงว่าผลลัพธ์อาจจะค่อนข้างมีขีดจำกัดครับ

คู่มือป้องกันผลข้างเคียงของโบท็อกซ์กราม: กลยุทธ์การฉีดตามช่วงวัยที่ป้องกันแก้มตอบและหย่อนคล้อย

 

 

ผมมักจะแบ่งลักษณะคนไข้ในห้องตรวจออกเป็นดังนี้ครับ

ประเภท

ลักษณะเด่น

แนวทางการรักษา

กลุ่มกล้ามเนื้อหนา

พอกัดฟันแล้วกล้ามเนื้อปูดชัดเจน มักมาพร้อมอาการปวดข้อต่อขากรรไกร

โบท็อกซ์เห็นผลดีอย่างชัดเจน แนะนำฉีดซ้ำทุกๆ 4-6 เดือน

กลุ่มโครงกระดูกใหญ่

กล้ามเนื้อค่อนข้างบาง แต่มุมกระดูกกรามกาง หน้าจึงดูมีเหลี่ยมมุมชัดเจน

โบท็อกซ์เห็นผลได้จำกัด แนะนำทำร่วมกับฉีดแฟตสลายไขมัน หรือฟิลเลอร์

กลุ่มผสม

มีทั้งกล้ามเนื้อ + ไขมันส่วนเกิน + แก้มเริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อย

แนะนำให้ฉีดโบท็อกซ์ ควบคู่กับการทำเลเซอร์ยกกระชับหน้า

 

การฉีดโบท็อกซ์กรามเพียงแค่ครั้งเดียว

ไม่สามารถช่วยให้ใบหน้าเล็กลงอย่างถาวรได้ครับ

 

เนื่องจากเมื่อตัวยาโบท็อกซ์หมดฤทธิ์และสลายตัวไป

กล้ามเนื้อก็จะพยายามดึงตัวกลับมาทำงานและโตขึ้นตามเดิมครับ

 

แต่อย่างไรก็ตาม หากเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง

กล้ามเนื้อจะเริ่มชินกับสภาวะที่ "ไม่ได้ถูกใช้งานหนัก"

ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาผลลัพธ์ให้ยาวนานยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ครับ

 

3 คำถามยอดฮิตที่พบบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

 

Q1. มีคนบอกว่าจะเคี้ยวอาหารได้ยากขึ้น

มันจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันไหมคะ?

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อาจจะรู้สึกว่าไม่มีแรงเวลาเคี้ยวของเหนียวๆ ได้ครับ

 

แต่ถ้าไม่ใช่กรณีที่ได้รับปริมาณยูนิตโบท็อกซ์มากจนเกินไป

โดยทั่วไปแทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อการรับประทานอาหารไฟนชีวิตประจำวันเลยครับ

 

Q2. ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผล

และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน มักจะเกิดหลังจากรับการรักษาในครั้งที่สองครับ

ผลลัพธ์จะคงอยู่เฉลี่ยประมาณ 4-6 เดือน

และยิ่งทำซ้ำต่อเนื่อง ระยะเวลาคงอยู่ก็จะยิ่งยาวนานขึ้นเรื่อยๆ ครับ

 

Q3. มีข่าวลือว่าฉีดแล้วจะทำให้แก้มตอบหรือแก้มหย่อนคล้อย

จริงไหมคะ?

หากตำแหน่งที่ฉีดคลาดเคลื่อน หรือใช้ปริมาณยูนิตยาที่มากเกินความจำเป็น

อาจส่งผลทำให้เนื้อแก้มดูตอบหรือเว้าลงได้ในบางเคสครับ

 

โดยเฉพาะกลุ่มคนไข้อายุ 40 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีความยืดหยุ่นผิวลดลง

ผมมักจะแนะนำให้ทำควบคู่กับหัตถการยกกระชับร่วมด้วยก่อนเป็นอันดับแรกครับ

 

หากท่านใดไม่แน่ใจเกี่ยวกับรูปหน้าและกรามของตัวเอง

สามารถส่งหน้าตรงและรูปด้านข้างมาพิจารณาได้ทาง LINE นะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มตอบ เกิดจากสาเหตุใดแก้ไขอย่างไรได้บ้าง?

รีวิวตรงๆ หลังสั่งจ่ายยา Saxenda มาตลอด 6 เดือน ความจริงเป็นอย่างไรมาดูกัน

รวม 10 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ชูริงค์ Universe เคลียร์ชัดโดยคุณหมอ

รีวิวผลลัพธ์เลเซอร์ Pico Toning กี่ครั้งถึงช่วยให้ฝ้ากระดูจางลง สรุปขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงทั้ง 4 ระยะ

ไม่ใช่ AI เขียนแน่นอน [Cellre_dm vs Re2O] เปรียบเทียบสองผลิตภัณฑ์เพื่อเลือกตัวที่ใช่สำหรับเรา (เปรียบเทียบสรรพคุณและราคา)

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1