เติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาว แต่เยอะครั้งเดียวอาจไม่ธรรมชาติ เรื่องประเมินปริมาณและแบ่งครั้ง Sculptra
เคยไหมคะ? เวลาส่องกระจกดูสัดส่วนด้านข้างแล้วสังเกตเห็นรอยบุ๋มตรงข้างสะโพกเล็กน้อย พอไปลองค้นหาข้อมูลดูก็มักจะเจอคำว่า "Sculptra สะโพก (Hip Dip Sculptra)" อยู่บ่อย ๆ หลายคนมาปรึกษาด้วยความคิดที่ว่า "ฉีดเติมทีเดียวให้เต็มเลยไม่ได้เหรอคะ?" แต่จริง ๆ แล้วบริเวณนี้ไม่แนะนำให้ใส่เข้าไปทีละมาก ๆ ตั้งแต่แรกค่ะ การเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ แบ่งเติมประมาณ 2-3 ครั้ง จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูสวยเป็นธรรมชาติมากกว่า
นอกจากนี้ หลายคนยังเลือกทำเพราะช่วยให้ขาดูยาวขึ้นด้วย แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้น ขึ้นอยู่กับ "การออกแบบจัดรูปทรงไลน์สะโพก" มากกว่า "ปริมาณที่อัดเข้าไป" ค่ะ ซึ่งนี่เป็นจุดสำคัญที่สุดที่อยากให้ผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลในเบื้องต้นเข้าใจก่อนเป็นอันดับแรก
> บทความนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลการรักษาจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)
เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะได้รู้เกี่ยวกับ:
ทำความเข้าใจว่ารอยบุ๋มข้างสะโพก (Hip Dip) เป็นโครงสร้างกระดูกตามธรรมชาติ
หลักการที่ว่าทำไมเติมเต็มสะโพกแล้วช่วยให้ขาดูยาวขึ้น
เหตุผลที่เลือกใช้ Sculptra สำหรับบริเวณนี้ และทำไมช่วงแรกต้องฉีดในปริมาณน้อยก่อน
ขั้นตอนการแบ่งฉีดเป็นรอบ ๆ รวมถึงการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันหลังทำ
รอยบุ๋มข้างสะโพก (Hip Dip) เกิดจากอะไร
รอยส่วนเว้าที่บุ๋มเข้าไปบริเวณข้างสะโพกนั้น เป็นลักษณะตามธรรมชาติที่อยู่ระหว่างขอบกระดูกเชิงกรานกับปุ่มกระดูกต้นขา ทางการแพทย์จะเรียกว่า Trochanteric Depression* ซึ่งเกิดจากการที่ขอบกระดูกเชิงกรานด้านล่างเว้าเข้าไป และเว้ากลับออกมาอีกครั้งตรงปุ่มกระดูกต้นขาด้านนอก ทำให้พื้นที่ตรงกลางดูเกือบจะเหมือนรอยบุ๋มลงไป
*Trochanteric Depression: รอยบุ๋มตามธรรมชาติด้านข้างสะโพกที่เกิดขึ้นระหว่างใต้ขอบกระดูกเชิงกรานกับปุ่มกระดูกต้นขาด้านนอก มักเรียกกันทั่วไปว่า "Hip Dip"
สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ โครงสร้างกระดูกมีบทบาทสำคัญมากกับเรื่องนี้ ในงานวิจัยทางกายวิภาคชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับ Hip Dip ก็ได้อธิบายไว้ว่า รอยบุ๋มนี้เป็นโครงสร้างที่ประกอบด้วยปุ่มกระดูกขนาดใหญ่และจุดเกาะของกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกหลายมัด ซึ่งเป็นลักษณะปกติที่มีอยู่ในทุกคนอยู่แล้ว แม้ว่าการกระจายตัวของกล้ามเนื้อและไขมันจะมีผลอยู่บ้าง แต่การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวก็ค่อนข้างยากที่จะเติมเต็มส่วนนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระดับความชัดเจนของรอยบุ๋มนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลเท่านั้น ดังนั้นคำพูดที่ว่า "การมี Hip Dip คือสิ่งผิดปกติ" จึงไม่ถูกต้องค่ะ


ทำไมเติมเต็มแล้วขาถึงดูยาวขึ้น
เมื่อรอยบุ๋มข้างสะโพก (Hip Dip) ถูกเติมเต็ม เส้นโค้งด้านข้างที่ลาดเทจากกระดูกเชิงกรานลงไปยังต้นขาก็จะเชื่อมต่อกันอย่างเรียบเนียน ไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยสร้างมิติทางสายตาให้รู้สึกเหมือนว่าจุดเริ่มต้นของช่วงขาอยู่สูงขึ้น ทำให้ขาดูยาวเรียวขึ้นแม้จะมีส่วนสูงเท่าเดิมก็ตาม โดยไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าก้นดูใหญ่ขึ้น แต่ให้ความรู้สึกของทรวดทรงที่ดูเรียบร้อยและได้รูปสวยงามค่ะ
เนื่องจากเส้นโค้งจากกระดูกเชิงกรานไปตลับต้นขาด้านข้างไม่ขาดตอน ภาพรวมของสัดส่วนจึงดูสูงโปร่งขึ้นด้วย หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าใส่เสื้อผ้าแล้วหุ่นเปลี่ยนไปเลย ดังนั้น ความต่อเนื่องของไลน์ด้านข้างจึงเป็นกุญแจสำคัญมากกว่าความยาวของขาจริง ๆ ค่ะ

ทำไมต้องเป็น Sculptra และทำไมแรกเริ่มต้องใส่ในปริมาณน้อย ๆ
บริเวณที่ต้องการปริมาณการเติมเต็มมาก ๆ เช่น สะโพก หากเลือกใช้วัสดุเสริมหมุนเวียน (implants) หรือฟิลเลอร์เข้าไปปริมาณมาก ๆ ในคราวเดียว รูปทรงอาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ง่ายค่ะ ดังนั้นจึงนิยมเลือกใช้ตระกูลสกินบูสเตอร์ (skin booster) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเองตามธรรมชาติอย่าง Sculptra ที่มีสารสำคัญชนิด PLLA* ออกฤทธิ์ให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาเติมเต็มแนวสะโพกอย่างเป็นธรรมชาติ ในผลการรีวิวการใช้ PLLA กับร่างกายส่วนต่าง ๆ ก็ให้คำแนะนำว่า สำหรับบริเวณอย่างสะโพก แนะนำให้ใช้วิธีทำทีละขั้นตอน โดยแบ่งการรักษาออกเป็น 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก ๆ 4-6 สัปดาห์
*PLLA (Poly-L-Lactic Acid): เป็นสารกลุ่มกรดแลกติกที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ซึ่งจะสลายตัวไปเองตามกาลเวลา โดยในระหว่างกระบวนการนั้นจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถูกใช้ในตัวยา Sculptra
แต่มันมีจุดที่ต้องระวังอยู่ค่ะ หลังทำทันทีคุณแทบจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเลย เนื่องจาก PLLA เป็นสารประเภทกระตุ้นที่ต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา คนไข้จึงมักจะขอกับหมอว่า "ช่วยเติมให้อีกหน่อยได้ไหมคะ" หลังจากเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ ซึ่งหากเติมเผื่อไว้เยอะเกินไป เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นมาจนเต็มที่แล้ว ก็อาจจะเกิดภาวะเติมเกิน (Overcorrection) จนทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ ดังนั้น ในรอบแรกจึงแนะนำให้เริ่มแบบ Conservative (ปลอดภัยไว้ก่อน) ด้วยปริมาณที่น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จากนั้นค่อยดูการตอบสนองของผิวแล้วค่อยเติมซ่อมแซมเพิ่มจะดีที่สุด หากคำนวณการเต็มขึ้นของแนวสะโพกตามระยะเวลาแล้ว จะค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นมาช้า ๆ เหมือนเส้นโค้งด้านล่างนี้ค่ะ

ตัวเลขบนสเกลกราฟนี้เป็นเพียงภาพแสดงขั้นตอนเพื่อให้เข้าใจทิศทางการสร้างคอลลาเจน ซึ่งผลลัพธ์จริงจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน และอีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องแบ่งการทำเป็นรอบ ๆ ก็เพื่อคาดคะเนปริมาณยาที่เหมาะสม การไม่กำหนดทิศทางตายตัวตั้งแต่แรก แต่ค่อย ๆ สังเกตการเติบโตของคอลลาเจนแล้วเติมเฉพาะจุดที่ขาด จะช่วยสร้างแนวสะโพกที่ดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติที่สุดในท้ายที่สุดค่ะ

การใช้ชีวิตประจำวันหลังทำเป็นอย่างไร
คำถามที่คนไข้ที่มาครั้งแรกถามบ่อยที่สุดคือเรื่องของอาการเจ็บและการฟื้นตัวกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ก่อนเริ่มรักษาจะมีการทายาชาและฉีดยาชาเฉพาะจุด ร่วมกับการใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) ในการเดินตัวยาเข้าไป ดังนั้น อาการบวมหรือเขียวช้ำจึงเกิดขึ้นได้น้อยมาก และมักจะจบลงด้วยความรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ เล็กน้อยเท่านั้นค่ะ
หลังทำทันทีอาจจะมีอาการบวมขึ้นมาเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปจะยุบลงภายใน 1 ถึง 2 วัน คุณสามารถไปทำงานหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น แต่อาจมีความรู้สึกตึงซึม ๆ บ้างเล็กน้อยเวลาเดินหรือนั่งในช่วง 2-3 วันแรก แต่ไม่ถึงกับส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันค่ะ
แนะนำให้ลวดบริเวณที่ทำเบา ๆ วันละหลาย ๆ ครั้ง เป็นเวลาไม่กี่วันนับจากวันรุ่งขึ้นหลังทำ เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ แต่อย่างไรก็ตาม กรุณางดการเข้าซาวน่า, สปาร้อน, การออกกำลังกายหนัก ๆ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อลดการระคายเคืองในจุดที่คอลลาเจนกำลังฟื้นฟูตัวค่ะ
กรณีต่อไปนี้ควรเลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อน:
อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีอาการอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ
มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นนูนง่าย (Keloid) (เคยมีประสบการณ์แผลเป็นเก่าปูดนูนขึ้นมา)
โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune Disease) อยู่ในช่วงกำเริบ (ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการ)
เพิ่งผ่านการทำหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกันมาไม่นาน
หากตรงกับข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น กรุณาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดระยะเวลาในการทำหัตถการที่เหมาะสม

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป แล้วค่อยเติมเสริมแต่งทีหลัง
อย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้นว่า Hip Dip เป็นส่วนเว้าลึกตามโครงสร้างกระดูกที่ยากจะเติมเต็มได้ด้วยการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว การทำหัตถการเติมเต็มจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด แต่หากใจร้อนอยากใส่เข้าไปเยอะ ๆ ตั้งแต่แรก เมื่อเนื้อเต็มขึ้นมาแล้วมันอาจจะดูขัดตาและไม่เป็นธรรมชาติได้
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราจะให้คำแนะนำในการเริ่มต้นรักษาแบบ Conservative ในรอบแรกก่อน เพื่อเฝ้าดูการสร้างคอลลาเจนใหม่ของผิว แล้วค่อยเติมเสริมแต่งเฉพาะจุดที่ยังขาดในรอบถัดไป การเริ่มต้นด้วยปริมาณน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ ปรับหาเส้นแนวไลน์ที่ใช่ในแต่ละรอบ จะช่วยให้ได้แนวสะโพกที่รับกับช่วงขาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ความปลอดภัยที่ดูตามการตอบสนองของผิวดีกว่าความอยากให้เสร็จในครั้งเดียวค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. หลังทำแล้ววันรุ่งขึ้นสามารถไปทำงานได้เลยไหมคะ?
A. โดยปกติแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้นเลยค่ะ อาการบวมหรือแดงเล็กน้อยหลังทำเสร็จจะยุบลงภายใน 1-2 วัน ไม่มีปัญหาต่อการนั่งหรือก้าวเดิน แต่แนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ, ซาวน่า และการดื่มสุราประมาณ 1 สัปดาห์จะดีที่สุดค่ะ
Q. ทำครั้งเดียวให้เสร็จเลยไม่ได้จริง ๆ เหรอคะ?
A. แม้ว่าการอัดปริมาณยามาก ๆ จะดูเหมือนสามารถจบลงได้ในครั้งเดียว แต่การทยอยประเมินผลและสัดส่วนของคอลลาเจนที่ฟื้นฟูขึ้นมาในแต่ละรอบ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนเป็นธรรมชาติตามจริงกว่าค่ะ โดยทั่วไปมักจะเป็นการแบ่งทำ 2-3 ครั้ง ห่างกันรอบละไม่กี่สัปดาห์ หากโลภเติมเยอะเกินไปในครั้งแรก เมื่อผิวสร้างเนื้อขึ้นมาเสร็จอาจจะเกิดการเติมล้นจนดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ
Q. เจ็บมากไหมคะ?
A. ก่อนเริ่มทำจะมีการทายาชาและบล็อกยาชาเฉพาะจุด จากนั้นจะใช้ก้านเข็มปลายทู่ในการส่งตัวยาเข้าไป ความรู้สึกจะแค่เจ็บจี๊ด ๆ เล็กน้อยเป็นบางจุดเท่านั้นค่ะ หลังทำเสร็จ 2-3 วันอาจจะรู้สึกตึง ๆ หน่วง ๆ เล็กน้อยเวลานั่ง แต่ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด การเริ่มจากการใส่ปริมาณน้อย ๆ ในรอบแรกจะช่วยลดความรู้สึกกังวลจากการทำหัตถการลงไปได้มากเลยค่ะ
Q. ออกกำลังกายเพื่อลด Hip Dip ไม่ได้เลยเหรอคะ?
A. เนื่องจาก Hip Dip เป็นเรื่องของโครงสร้างกระดูกเป็นหลัก การออกกำลังกายอย่างเดียวจึงยากที่จะเติมรอยบุ๋มนี้ให้เต็มได้อย่างสมบูรณ์ แต่การสร้างกล้ามเนื้อสะโพกจะช่วยพรางให้อาการบุ๋มดูเด่นชัดน้อยลงได้บ้าง เนื่องจากโครงสร้างกระดูกและการกระจายตัวของกล้ามเนื้อแต่ละคนไม่เหมือนกัน แนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินความเหมาะสมในการออกกำลังกายร่วมกันจะดีที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
ทำไมหลังทำหัตถการ อาการบวมตอนเช้าดูหนักกว่าตอนกลางคืน?
ทำไมตื่นเช้ามาหน้าบวมกว่าตอนกลางคืนหลังทำหัตถการ พร้อมวิธีดูแลและสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

ยกกระชับ
หลังทำ Ulthera Prime ล้างหน้าแต่งหน้าออกกำลังกายได้เมื่อไหร่
หลังทำ Ulthera Prime ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวกันค่ะ

ผู้ชาย
Onda Lifting ควรเว้นระยะกี่สัปดาห์ก่อนทำครั้งต่อไปดี?
อยากทำ Onda Lifting ซ้ำ ควรเว้นระยะนานแค่ไหน? อ่านเกณฑ์วางแผนเว้นระยะก่อนตัดสินใจนะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าตอบจริงไหม? แยกข่าวลือกับความจริง
Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าซูบจริงไหม แยกข่าวลือกับกลไกจริงและสิ่งที่ควรเช็กก่อนทำ

ผิว
Potenza ทำแล้วหน้าแดงกี่วัน ดาวน์ไทม์นานไหม?
หลังทำ Potenza รอยแดงและดาวน์ไทม์มักอยู่กี่วัน สรุปกลไกการฟื้นตัว ความต่างของอาการ และวิธีดูแล

ยกกระชับ
Onda Lifting เจ็บไหม? ไม่ทาครีมชาก็ทนได้จริงไหม
Onda Lifting เจ็บน้อยกว่า HIFU จริงไหม? ทำครีมชาจำเป็นไหม? อ่านก่อนตัดสินใจนะคะ



