หน้าถั่วลิสงต้องทำควบคู่ ลดกระชับด้วย Double Slim, Ulthera + เติมด้วย Sculptra
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เวลาส่องกระจกแล้วเริ่มรู้สึกว่าโหนกแก้มดูเด่นออกด้านข้าง แถมขมับด้านบนยังดูตอบลงไปเล็กน้อย หลายคนคงจะนึกถึงคำว่า "ใบหน้ารูปทรงถั่วลิสง" (ใบหน้าทรงถั่วลิสง) ขึ้นมาเลยใช่ไหมคะ แม้ว่ากรอบหน้าด้านข้างจะดูเรียวดี แต่พอมองหน้าตรงกลับดูแบนและกว้าง ทำให้เราแอบคิดไปเองว่าแค่ลดโหนกแก้มลงก็น่าจะแก้ปัญหาได้แล้ว แต่ถ้าให้ตอบสั้นๆ ใบหน้ารูปทรงถั่วไม่ได้เกิดจากปัญหาโหนกแก้มเพียงอย่างเดียวครับ แต่เป็นโครงสร้างที่มิติบริเวณเหนือและใต้โหนกแก้มยุบตัวลงไปพร้อมกันด้วย ดังนั้นส่วนใหญ่จึงมักจะแนะนำให้ทำโปรแกรมลดขนาดควบคู่ไปกับโปรแกรมเติมเต็มครับ
เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะครับ เพราะถ้าเราลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว อาจจะยิ่งทำให้ปัญหาขมับยุบที่อยู่ด้านบนดูบุ๋มลึกและเด่นชัดขึ้นไปอีก ดังนั้น ก่อนเริ่มปรึกษาคุณหมอ เราลองมาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าจุดไหนควรลด และจุดไหนควรเติม จะได้ไม่งงเวลารับคำปรึกษาครับ
> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้
เข้าใจโครงสร้างที่ทำให้ใบหน้ารูปทรงถั่วลิสงดูเด่นชัดขึ้น
ข้อจำกัดของการลดโหนกแก้มเพียงอย่างเดียว
ความแตกต่างของบทบาทหน้าที่ระหว่าง Double Slim, Ulthera และ Sculptra
เช็กว่าคุณเหมาะกับโปรแกรมผสมผสานนี้หรือไม่
โครงสร้างที่ทำให้ใบหน้ารูปทรงถั่วลิสงดูเด่นชัด
ใบหน้ารูปทรงถั่วลิสงมักเกิดจาก 3 ปัจจัยร่วมกันครับ นั่นคือ กระดูกโหนกแก้มกางออกด้านข้าง ขมับด้านบนยุบตัวลงเล็กน้อย และแก้มตอบ (บริเวณหน้าใบหูหลังโหนกแก้ม) ยุบลงไปด้วย เมื่อเส้นโค้งที่ไล่จากบนลงล่างขาดตอนไป จึงทำให้โหนกแก้มตรงกลางดูโดดเด่นขึ้นมาเพียงจุดเดียวครับ
ใบหน้าลักษณะนี้ ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะกระดูกโหนกแก้มใหญ่มาตั้งแต่เกิดหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะมิตรรอบๆ โหนกแก้มมันหายไป เลยยิ่งเน้นให้โหนกแก้มดูเด่นขึ้นมาต่างหาก ดังนั้น หากลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว ก็มักจะยังเหลือความรู้สึกว่าหน้าตรงดูแบนและกว้างอยู่ดี ต้องเติมเต็มบริเวณขมับด้านบนและแก้มตอบด้านข้างควบคู่กันไปด้วย โหนกแก้มถึงจะดูกลมกลืนไปกับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติครับ ใครที่รู้สึกว่าไลน์หน้าด้านข้างก็ดูดีนะ แต่ทำไมถ่ายรูปหน้าตรงทีไรดูอึดอัดทุกที แสดงว่าคุณมีโครงสร้างใบหน้าใกล้เคียงกับแบบนี้เลยครับ

ข้อจำกัดเมื่อเลือก "ลดโหนกแก้ม" เพียงอย่างเดียว
หากทำเฉพาะหัตถการลดโหนกแก้มเพียงอย่างเดียว จะมีจุดที่น่าเสียดายอยู่อย่างหนึ่งครับ เพราะเมื่อกล้ามเนื้อขมับ (Temporalis)* เหนือโหนกแก้มลดขนาดลงไปด้วย ก็อาจจะยิ่งทำให้ขมับที่ตอบอยู่แล้วดูบุ๋มลึกยิ่งขึ้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนหลังทำเสร็จแล้วรู้สึกว่าหน้าแคบลงจริง แต่ช่วงบนกลับดูตอบลง จนทำให้ใบหน้าดูโทรมหรือเหนื่อยล้าครับ
กล้ามเนื้อขมับ (Temporalis)*: คือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวอยู่บริเวณเหนือขมับ หากใช้โบท็อกซ์ลดขนาดกล้ามเนื้อนี้ ความกว้างของขมับจะแคบลง แต่ก็อาจทำให้บริเวณนั้นดูตอบลงได้ จึงมักแนะนำให้ทำโปรแกรมเติมเต็มควบคู่กันไปครับ
ในทางกลับกัน ถ้าเลือกเฉพาะการเติมเต็มอย่างเดียว แม้ว่าขมับและแก้มตอบจะดูเต็มขึ้น แต่กระดูกโหนกแก้มที่ยังกางออกไปด้านข้างอยู่ดี ก็จะทำให้ความกว้างของหน้าตรงไม่ลดลงครับ ถึงหน้าจะมีมิติขึ้นแต่ก็ยังให้ความรู้สึกว่าหน้าตรงดูกว้างอยู่ ดังนั้น การจับคู่ดูแลแบบสองทิศทาง คือ "ลด" บริเวณโหนกแก้ม และ "เติม" บริเวณขมับกับแก้มตอบ จึงเป็นเซ็ตอัพที่ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดครับ ซึ่งโบท็อกซ์จะทำงานโดย ยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท Acetylcholine เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว นิยมนำมาใช้ในการช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อขมับและกล้ามเนื้อโหนกแก้มครับ


ความแตกต่างของบทบาทระหว่าง Double Slim, Ulthera และ Sculptra
ทั้งสามหัตถการนี้จัดอยู่ในหมวดการปรับรูปหน้า "Contouring" เหมือนกัน แต่ทำหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ โดย Double Slim และโหนกแก้ม Ulthera จะทำหน้าที่ฝั่ง "ลด" ส่วน Sculptra จะทำหน้าที่ฝั่ง "เติม" ลองดูตารางสรุปด้านล่างนี้จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นในพริบตาครับ
Double Slim คือการทำแบบดูอัล (Dual) ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ควบคู่กันทั้งบริเวณกล้ามเนื้อโหนกแก้มและกล้ามเนื้อขมับ ช่วยจัดกรอบหน้าส่วนบนให้เรียบเนียนขึ้น ไม่ใช่แค่ลดโหนกแก้มอย่างเดียวครับ ส่วนการทำ Ulthera บริเวณโหนกแก้มนั้นไม่ใช่การผ่าตัดเหลากระดูกนะครับ แต่เป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปกระตุ้นและยกกระชับชั้น SMAS* ที่หย่อนคล้อยใต้โหนกแก้ม เนื่องจากคลื่นความถี่สูงเฉพาะเจาะจงนี้จะเข้าไป กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินใหม่ในชั้นผิว ผลลัพธ์จึงไม่ได้เห็นทันที แต่จะค่อยๆ แสดงผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติตลอดช่วงเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนครับ
ชั้น SMAS*: คือชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่รองรับผิวหนัง (Superficial Musculoaponeurotic System) อยู่ลึกจากผิวหนังประมาณ 4.5 มม. ซึ่งเป็นชั้นเป้าหมายที่ Ulthera ส่งพลังงานความร้อนลงไปกระตุ้นครับ
สำหรับ Sculptra เป็นสาร Poly-L-Lactic Acid* ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Booster ที่จะช่วยเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายตนเองอย่างช้าๆ ช่วยฟื้นฟูมิติใบหน้าในจุดที่ตอบลงไปอย่างบริเวณขมับและแก้มตอบ โดยสารชนิดนี้ ได้รับการสรุปว่าเป็นสารเติมเต็มชนิดสลายตัวได้และกึ่งถาวร ที่ช่วยฟื้นฟูวอลลุ่มพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ครับ
Poly-L-Lactic Acid*: หรือเรียกสั้นๆ ว่า PLLA เป็นสารสังเคราะห์ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยจะสลายตัวในชั้นผิวหนังแท้และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน นิยมใช้ใน Collagen Booster อย่างเช่น Sculptra ครับ
ทั้งสามหัตถการนี้เริ่มเห็นผลในระยะเวลาที่แตกต่างกันครับ โบท็อกซ์จะเห็นผลค่อนข้างเร็ว ส่วน Ulthera และ Sculptra จะค่อยๆ เห็นผลอย่างช้าๆ ตลอดระยะเวลาหลายเดือนจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ แผนภาพด้านล่างนี้แอดมินสรุปขั้นตอนการผสานพลังของทั้ง 3 หัตถการ เพื่อร่วมสร้างกรอบหน้า V-Shape ที่ละมุนตามาให้ดูเป็นเรฟเฟอเรนซ์ครับ


ใครที่เหมาะกับโปรแกรมผสมผสานสูตรนี้บ้าง?
สูตรผสมนี้เหมาะมากๆ สำหรับท่านที่มีปัญหาโหนกแก้มกางออกด้านข้างร่วมกับขมับและแก้มตอบ แต่ในทางกลับกัน หากท่านมีลักษณะดังต่อไปนี้ แนะนำให้ใช้วิธีการรักษาแบบอื่นที่เหมาะสมกว่าครับ
กรณีที่กระดูกโหนกแก้มใหญ่และยื่นออกมามากจริงๆ — เคสนี้อาจจะเหมาะกับการผ่าตัดตัดแต่งกระดูกมากกว่าครับ เพราะการฉีดลดขนาดอย่างเดียวอาจเห็นผลได้จำกัด
กรณีที่ใบหน้าโดยรวมค่อนข้างอวบอิ่มอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเติมเต็ม — การเน้นเติมเต็มอาจไม่ใช่ทางออก แนะนำให้เลือกใช้วิธีอื่นแทนครับ
กำลังตั้งครรภ์, อยู่ในช่วงให้นมบุตร, มีประวัติเป็นแผลเป็นนูน (คีลอยด์ง่าย) หรือบริเวณที่ทำกำลังมีการอักเสบ — เพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำหัตถการเสมอนะครับ
นอกจากนี้ มี 3 จุดสำคัญที่คุณหมอวี ยองจินมักชวนพูดคุยตอนประเมินใบหน้า คือ การกำหนดปริมาณยูนิตของ Double Slim ตามความหนาของกล้ามเนื้อขมับ, การกำหนดปริมาณขวดของ Sculptra ว่าจะเติมเฉพาะขมับหรือรวมแก้มตอบด้วย และสุดท้ายคือหากมีงานสำคัญอย่างเช่น งานแต่งงาน ควรเผื่อเวลาให้ใบหน้าได้พักฟื้นและลดอาการบวมด้วยนะครับ

มุมมองของ Beautystone สาขาฮับจอง ต่อปัญหาใบหน้ารูปทรงถั่วลิสง
ปัญหาใบหน้ารูปถั่วลิสงนั้น การแก้ไขด้วยหัตถการเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอครับ แต่ต้องบาลานซ์ระหว่างฝั่ง "ลด" และฝั่ง "เติม" ไปพร้อมๆ กัน ผลลัพธ์ถึงจะออกมาดูละมุนและเป็นธรรมชาติที่สุด ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้มองแค่จุดโหนกแก้มเพียงอย่างเดียวแล้วเลือกโปรแกรมเลยนะครับ แต่คุณหมอวี ยองจิน จะให้ความสำคัญกับการประเมินมิติใบหน้าโดยรวม ไล่ตั้งแต่ขมับไปจนถึงแก้มตอบก่อน เพื่อเลือกคอมโบที่ดีที่สุดให้กับคนไข้แต่ละท่าน โดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจะตรวจเช็กความหนาของกล้ามเนื้อขมับและจุดที่ตอบโอนกแก้มด้วยตัวเอง จากนั้นจึงค่อยดีไซน์สัดส่วนการลดและเติมให้สมดุลกัน แถมคลินิกยังตั้งอยู่ใกล้สถานีฮับจอง (Hapjeong Station) ในระยะเดินถึง สะดวกต่อการเดินทางมาติดตามผลการรักษาตามนัดหมายมากๆ ครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. สามารถทำทั้ง 3 หัตถการในวันเดียวกันได้ไหมคะ?
A. โดยปกติแล้วมักจะทำพร้อมกันในวันเดียวเลยครับ ลำดับขั้นตอนทั่วไปจะเริ่มจากการฉีด Double Slim เพื่อคลายกล้ามเนื้อก่อน จากนั้นทำ Ulthera เพื่อยกกระชับความหย่อนคล้อยใต้โหนกแก้ม และปิดท้ายด้วยการเติม Sculptra บริเวณขมับและแก้มตอบครับ โปรแกรมนี้มี Downtime ค่อนข้างสั้น วันรุ่งขึ้นก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยครับ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล บางท่านอาจจะเหมาะกับการแบ่งทำเป็นรอบๆ มากกว่า แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะครับ
Q. จะเริ่มเห็นผลลัพธ์เมื่อไหร่ครับ?
A. ระยะเวลาการเห็นผลของแต่ละหัตถการจะต่างกันครับ โบท็อกซ์ (Double Slim) จะเริ่มเห็นผลหลังทำประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยกล้ามเนื้อจะค่อยๆ คลายตัวทำให้ความกว้างโหนกแก้มูลดลง ส่วน Ulthera จะค่อยๆ เห็นผลอย่างเป็นธรรมชาติตลอดช่วง 2-3 เดือนจากการฟื้นฟูคอลลาเจน และ Sculptra ก็จะค่อยๆ เติมเต็มผิวขึ้นในช่วง 1-3 เดือนเช่นกันครับ ดังนั้น ช่วงเดือนที่ 2-3 ที่ทั้งสามตัวเริ่มทำงานประสานกันอย่างเต็มที่ จะเป็นช่วงที่เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนที่สุดครับ ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลนะครับ
Q. เป็นคนโหนกแก้มใหญ่และกว้างมาก คอมโบนี้จะช่วยลดได้เยอะไหมคะ?
A. หากปัญหามีสาเหตุหลักมาจากตัวกระดูกโหนกแก้มที่กางและใหญ่มากๆ การทำหัตถการลดขนาดหรือฉีดลดกล้ามเนื้ออาจเห็นผลได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นครับ เนื่องจากโปรแกรมนี้เน้นจัดการกับกล้ามเนื้อโหนกแก้ม ความหย่อนคล้อย และการเติมเต็มส่วนที่ตอบรอบๆ ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูกโดยตรง หากความกังวลหลักของคุณคือเรื่องของกระดูก แนะนำให้เข้ามารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน เพื่อประเมินว่าควรเข้าสู่วิธีการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกโหนกแก้มหรือไม่ครับ
Q. ปกติแล้วช็อตการรักษาด้วย Sculptra ต้องใช้กี่ขวด (Vial) ดีครับ?
A. ปริมาณทีต้องใช้จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ต้องการเติมเต็มครับ หากต้องการเติมเฉพาะบริเวณขมับอย่างเดียว หรืออยากจะเติมบริเวณแก้มตอบควบคู่ไปด้วย ปริมาณโด้สที่ใช้ก็จะแตกต่างกันออกไป บางครั้งคุณหมออาจไม่ได้แนะนำให้เติมทั้งหมดในรอบเดียว แต่จะประเมินระดับความตอบแล้วค่อยๆ ทยอยเติมอย่างเหมาะสมครับ เพื่อความปลอดภัยและปริมาณที่พอดี แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินใบหน้าจริงดีที่สุดครับ
บทความแนะนำที่น่าสนใจ
ทำโหนกแก้ม Ulthera ต้องทำทั่วทั้งใบหน้าเลยไหม ถึงจะเห็นผลดีที่สุด?
ฉีดฟิลเลอร์ทั่วหน้า (Full Face Filler) ตรงไหน ปริมาณเท่าไหร่ ถึงจะแลดูเป็นธรรมชาติ?
Thermage vs Ulthera ทำความเข้าใจว่าทำไมวัย 30 กับ วัย 40 ถึงเหมาะกับโปรแกรมที่ต่างกัน
เจาะลึกราคาฉีด Double Slim เมื่อคิดคำนวณราคาเฉลี่ยต่อครั้ง จะทำให้ความคุ้มค่าเปลี่ยนไปอย่างไร?

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



