• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Oligio X แตกต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร?

Oligio X แตกต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร?

Oligio X แตกต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร?

รู้จัก RF ขั้วเดียว 6.78MHz ของ Oligio X ระบบ G/X ดูอัลโหมด พร้อมฟังก์ชันทำความเย็นและวัดอิมพีแดนซ์

เผยแพร่

อัปเดต

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

→

 

💡 อ่านตรงนี้ก่อนนะคะ จะได้เข้าใจง่ายขึ้น


Q. OligioX เป็นแค่เวอร์ชันอัปเกรดของ Oligio ธรรมดาหรือเปล่าคะ?

A. OligioX เป็นเครื่องมือคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF) ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Oligio รุ่นเดิม โดยมีการเพิ่มเทคโนโลยี G/X Dual Mode เข้ามาค่ะ แต่เราจะตัดสินว่ามันเห็นผลต่างกันแค่เพราะจำนวนโหมดการทำงานอย่างเดียวไม่ได้นะคะ


Q. อยากกระชับผิว ทำหัตถการแค่ตัวเดียวพอไหมคะ?

A. เนื่องจากความลึกและสาเหตุของผิวหย่อนคล้อยในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกกระตุ้นผิวชั้นไหนและใช้วิธีการใดค่ะ

 

📌 ไฮไลต์สำคัญของบทความนี้

มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งผ่านพลังงานและฟังก์ชันหลักของ OligioX กันค่ะ

จุดเริ่มต้นคือการทำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่างคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF) และระบบ G/X Dual Mode

홍대 피부과 올리지오X 리프팅 시술

 

 

OligioX คืออะไร?

OligioX คือเครื่องมือที่ใช้คลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF) ความถี่ 6.78MHz ค่ะ

มาพร้อมกับระบบ Dual Mode ที่ประกอบด้วย G Mode และ X Mode

ในข้อมูลสเปกอย่างเป็นทางการระบุว่ามีระบบทำความเย็นด้วยแก๊ส (Gas Cooling) และระบบตรวจสอบแรงต้านทานของผิวแบบเรียลไทม์ (Real-time Impedance)

ซึ่งค่า Impedance นี้ก็คือค่าความต้านทานต่อการไหลของกระแสไฟฟ้าในผิวหนังนั่นเองค่ะ

 

G/X Dual Mode คืออะไร?

Dual Mode หมายถึงวิธีการควบคุมคลื่นความถี่วิทยุสองรูปแบบ คือ G Mode และ X Mode ค่ะ

แต่ไม่อยากให้เข้าใจผิดว่าจำนวนโหมดเท่ากับจำนวนชั้นผิวที่จะได้รับการรักษานะคะ

เพราะในข้อมูลสเปกอย่างเป็นทางการไม่ได้ระบุว่าแต่ละโหมดจะแยกกันดูแลเฉพาะชั้นหนังแท้หรือชั้นไขมันใต้ผิวหนังโดยเฉพาะค่ะ

 

ถ้าเรามาดูสาเหตุที่ทำให้ผิวสูญเสียความกระชับกันก่อน

ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ส่วนกลางลดลง

ร่วมกับการหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบริเวณชั้นไขมันใต้ผิวหนัง

ซึ่งสองปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันค่ะ

 

OligioX จะคอยตรวจสอบค่าความต้านทานของผิว (Impedance) และควบคุมระดับพลังงานอย่างเหมาะสมในระหว่างที่ปล่อยพลังงาน RF ลงสู่ผิว

 

ในขณะเดียวกัน ระบบทำความเย็นด้วยแก๊สก็จะช่วยปกป้องและระบายความร้อนที่ผิวชั้นนอกไปพร้อม ๆ กันค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม เราต้องแยกแยะระหว่างฟังก์ชันทางเทคนิคเหล่านี้กับผลลัพธ์ที่ได้จากการทำจริงนะคะ

เพราะแค่คำว่ามี "2 โหมด" ไม่ได้แปลว่าจะสามารถส่งพลังงานได้ลึกกว่า หรือการันตีว่าผลลัพธ์จะออกมาดีกว่าเสมอไปค่ะ

 

ตอนแรกหมอก็แอบสงสัยเหมือนกันค่ะว่าคนไข้จะรู้สึกถึงความต่างได้มากแค่ไหน

แต่พอได้เก็บเคสคนไข้มากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงได้คำตอบค่ะ

คนไข้หลายคนที่เคยทำ Oligio รุ่นเดิมไป 3-4 ครั้งแล้วยังรู้สึกว่าเห็นผลไม่ชัดเจน

พอสลับมาทำ OligioX แค่ 2 ครั้ง ก็เริ่มเห็นกรอบหน้ายกกระชับขึ้นอย่างชัดเจน

ซึ่งเคสแบบนี้มีเยอะพอสมควรเลยค่ะ

올리지오X 듀얼 모드 RF 에너지 조사 원리 설명

แต่เรื่องนี้ก็ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยนะคะ

เราไม่สามารถฟันธงได้ 100% ว่า OligioX จะต้องดีกว่า Oligio รุ่นเดิมสำหรับทุกคน

ในรายที่ผิวหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย หรือเป็นคนผิวแพ้ง่ายบอบบาง

การทำ Oligio รุ่นเดิม หรือการทำ RF แบบอื่นที่อ่อนโยนกว่า อาจจะตอบโจทย์และเหมาะกับผิวมากกว่าค่ะ

 

เพราะแต่ละเคสมีความเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน

เวลาคนไข้มาปรึกษา หมอถึงต้องประเมินอย่างละเอียดแบบนี้ค่ะ

การจะเลือกทำหัตถการใด ๆ ให้เหมาะสมที่สุด จำเป็นต้องพิจารณาทั้งสภาพผิวปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และประวัติการทำหัตถการก่อนหน้าควบคู่กันไปด้วยนะคะ

올리지오X와 올리지오 비교 피부 리프팅 결과

สรุปสเปกเด่นของ OligioX คือคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF) ความถี่ 6.78MHz, ระบบ G/X Dual Mode, ระบบทำความเย็นด้วยแก๊ส และการตรวจสอบค่าความต้านทานผิวแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ ไม่ควรตัดสินขอบเขตการทำงานบนชั้นผิวเพียงเพราะคำว่า Dual Mode เท่านั้นนะคะ

 

สภาพผิวแบบเรา เหมาะกับ OligioX ไหมนะ?

แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญที่ห้ามมองข้ามเลยค่ะ

เพราะ OligioX จะตอบโจทย์กับบางสภาพผิวเป็นพิเศษค่ะ

 

ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้ จะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

ประเภท

Oligio (รุ่นเดิม)

OligioX

รูปแบบการส่งพลังงาน


Single Mode RF

G/X Dual Mode Monopolar RF

Downtime (ระยะเวลาพักฟื้น)

แทบไม่มี

อาจมีรอยแดงเล็กน้อย

จำนวนครั้งที่แนะนำ

4~6 ครั้ง

3~4 ครั้ง

พอเห็นแบบนี้แล้วจะเข้าใจเลยใช่ไหมคะว่า

OligioX ไม่ได้แปลว่าจะต้องแรงกว่าหรือดีที่สุดสำหรับทุกคนเสมอไป

เราต้องเช็กสภาพผิว ความต้องการ และประวัติการทำสวยที่ผ่านมาประกอบกันก่อน เพื่อเลือกสิ่งที่ใช่และปลอดภัยที่สุดค่ะ

 

อย่าเพิ่งตัดสินใจเลือกหัตถการเพียงแค่เพราะชื่อเครื่องหรือจำนวนโหมดที่เขาโฆษณานะคะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1. เครื่องนี้ต่างจาก Ulthera หรือ Thermage ยังไงบ้างคะ?

A. Ulthera จะใช้เทคโนโลยี HIFU ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเนื้อเยื่อพังผืด) ส่วน Thermage และ Oligio จะใช้คลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF) เพื่อกระจายความร้อนอย่างสม่ำเสมอเป็นบริเวณกว้างเพื่อกระชับผิวค่ะ

 

Q2. ต้องทำกี่ครั้งคะ แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน?

A. โดยทั่วไปหมอแนะนำให้ทำประมาณ 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก ๆ 3 เดือนค่ะ

 

Q3. หลังทำมีข้อควรระวัง หรือผลข้างเคียงอะไรที่ต้องรู้ไหมคะ?

A. มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากชี้แจงให้เข้าใจตรงกันค่ะ

เนื่องจากเป็นหัตถการที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ (RF)

หลังทำเสร็จทันทีอาจมีอาการผิวแดงหรือบวมชั่วคราวได้เป็นปกติค่ะ

ในขณะที่ Oligio รุ่นก่อนอาจมีโอกาสเกิดรอยไหม้ (burn) ได้บ้างในบางเคส

แต่สำหรับ OligioX ตัวนี้ ได้มีการพัฒนาและแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นแล้วค่ะ สบายใจได้เลย

 

▶ บทความแนะนำที่น่าสนใจ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Meditox Bangkok Cadaver workshop 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1