โอลิจิโอX เครื่อง RF ยกกระชับดูอัลโหมด กระตุ้นผิวลึก พร้อมหลักการและเคสจริงในคลินิกฮงแด
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
💡 เช็กก่อนอ่านสักนิดเพื่อประโยชน์ของคุณ
Q. Oligio X ก็เป็นแค่รุ่นอัปเกรดธรรมดา ๆ ของ Oligio หรือเปล่าคะ?
A. ไม่ใช่แค่การอัปเกรดเวอร์ชันธรรมดาอย่างแน่นอนครับ! เพราะวิธีการปล่อยพลังงานนั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ซึ่งความต่างนี้ช่วยให้สัมผัสได้ถึงผลลัพธ์ที่แน่นและกระตุ้นได้ลึกถึงชั้นผิวจริง ๆ ครับ
Q. อยากหน้าเด็ก กระชับผิว ทำแค่หัตถการเดียวพอไหมคะ?
A. เนื่องจากความหย่อนคล้อยของผิวมีระดับความลึกและสาเหตุที่หลากหลาย ดังนั้น ผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกกระตุ้นผิวชั้นไหนและใช้วิธีใดครับ
📌 ไฮไลท์สำคัญของบทความนี้
มาสัมผัสกับ Oligio X ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมได้แล้ววันนี้ที่ Beautystone ฮงแด
ด้วยโหมดการปล่อยพลังงานแบบ Dual Mode ที่ช่วยยกกระชับผิวได้ลึกและละเอียดแน่นยิ่งขึ้นกว่าที่เคย

Oligio X คืออะไร?
Oligio X คือนวัตกรรมยกกระชับและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวโดยใช้คลื่นวิทยุ (RF) แบบ Multipolar
ที่ทำงานด้วยระบบ Dual Mode เพื่อกระตุ้นชั้นหนังแท้ (Dermis) และเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไปพร้อม ๆ กัน
ถ้าให้เปรียบเทียบกับ Oligio รุ่นเดิมที่เป็นการปล่อยพลังงาน RF แบบ Single Mode แล้ว
Oligio X จะมีความพิเศษตรงที่มีรูปแบบการส่งพลังงานแบ่งเป็น 2 ทิศทาง
ทำให้การยิงเพียงครั้งเดียว สามารถครอบคลุมชั้นผิวได้กว้างและลึกขึ้นนั่นเองครับ
ถ้าไม่เข้าใจคำว่า Dual Mode ก็อาจจะอธิบายความต่างของผลลัพธ์ได้ยากครับ
หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยนะครับ
ว่าการทำเครื่อง RF นั้น "ยิ่งยิงแรง ยิ่งดี"
แต่จริง ๆ แล้ว หัวใจสำคัญคือการกระตุ้นได้ตรงจุดความลึกเท่าไหร่ และละเอียดถี่ถ้วนแค่ไหนต่างหากครับ
หากเรามาดูสาเหตุที่ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นกันก่อน
ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ส่วนกลางที่ลดลง
ร่วมกับการหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบริเวณชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มักจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันครับ
แต่ทว่าเครื่อง RF แบบ Single Mode ทั่วไป
จะมีโครงสร้างที่เน้นกระตุ้นไปที่ชั้นผิวชั้นเดียวต่อการยิงหนึ่งครั้ง
ดังนั้น ถ้าเลือกเน้นที่ชั้นหนังแท้ ก็อาจจะเข้าไม่ถึงชั้นใต้ผิวหนัง
หรือในทางกลับกัน ถ้าส่งพลังงานไปลึกเกินไป พลังงานที่กระตุ้นชั้นหนังแท้ก็อาจจะกระจายตัวและเจือจางลงได้ครับ
แต่ด้วยระบบ Dual Mode ของ Oligio X จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด
โดยจะแบ่งรูปแบบการส่งพลังงานออกเป็น 2 โหมด
ทำให้กระตุ้นชั้นที่ตื้น (ชั้นหนังแท้) และชั้นที่ลึก (เนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ผิวหนัง)
ได้อย่างต่อเนื่องและละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้นในไลน์การยิงรอบเดียวกันครับ
พูดกันตรง ๆ เลยนะครับ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ "ตัวเครื่องที่ดีขึ้น" เท่านั้น
แต่มันคือความลึกของชั้นผิวและระดับความหนาแน่นของพลังงานความร้อนที่ส่งไปถึงนั้นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ใช่แค่ดีเพราะว่าราคาแพงกว่า
แต่วิธีการยิงพลังงานที่ต่างกันต่างหากที่สร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างแบบนี้ครับ
ตอนแรกตัวหมอเองก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าคนไข้จะรู้สึกคิดว่าต่างกันแค่ไหน
แต่หลังจากที่คนไข้เข้ามาทำกันเยอะเคสขึ้นเรื่อย ๆ หมอถึงสว่างเลยครับ
เพราะคนไข้ชูนวัตกรรมยกกระชับนี้ว่า จากเดิมที่เคยทำ Oligio รุ่นเก่าไป 3-4 ครั้งแล้วรู้สึกว่ายังไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่
พอสลับมาทำ Oligio X เพียงแค่ 2 ครั้ง ก็เห็นไลน์กรอบหน้ายกกระชับชัดเจนขึ้นมากเลยครับ

แต่ช้าก่อนครับ เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน
เราไม่สามารถฟันธงได้ 100% ว่า Oligio X จะต้องดีกว่า Oligio รุ่นเดิมเสมอไปสำหรับทุกคนนะครับ
หากคนไข้มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย และมีสภาพผิวที่บอบบางแพ้ง่าย
การทำ Oligio รุ่นเดิม หรือวิธีการทำ RF แบบอ่อนโยนตัวอื่น ๆ อาจจะตอบโจทย์และเหมาะกับผิวมากกว่าครับ
แม้แต่ละเคสจะแตกต่างกันไป
แต่โดยปกติแล้ว หมอจะประเมินและวางแผนการรักษาแบบนี้ครับ
หมอจะเช็กความหนาของผิวและระดับชั้นผิวที่มีปัญหาหย่อนคล้อยก่อน
และในเคสที่จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาผิวตั้งแต่ 2 ชั้นผิวขึ้นไปพร้อม ๆ กัน
หมอจะแนะนำให้เลือกใช้ Oligio X ครับ

👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
เนื่องจาก Oligio X ใช้พลังงาน RF และยิงด้วยระบบ Dual Mode
จึงช่วยฟื้นฟูชั้นหนังแท้และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ผิวหนังได้อย่างละเอียด ทั่วถึง และครอบคลุมมากกว่าเดิมในการทำเพียงครั้งเดียว
แทนที่จะบอกว่า "เครื่องดีขึ้นเฉย ๆ" การอธิบายว่า "ช่วงระดับความลึกและระดับความแน่นของการกระตุ้นผิวถูกยกระดับขึ้น"
จะถือเป็นคำนิยามที่ถูกต้องที่สุด และความต่างตรงนี้เองครับที่เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ความสวยของคนไข้
สภาพผิวของเรา เหมาะกับ Oligio X หรือเปล่านะ?
แต่มีจุดหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่ต้องรู้นะครับ
Oligio X จะเห็นผลลัพธ์ได้ดีที่สุดกับสภาพผิวบางประเภทเท่านั้นครับ
ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้ จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นอย่างรวดเร็วเลยครับ
ประเภท | Oligio (รุ่นเดิม) | Oligio X |
|---|---|---|
รูปแบบการปล่อยพลังงาน | Single Mode RF | Dual Mode RF |
ชั้นผิวที่ได้รับการกระตุ้น | เน้นที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) | ชั้นหนังแท้ + เนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ผิวหนัง |
ระดับความแม่นยำ/หนาแน่น | ระดับมาตรฐาน | มีความละเอียดและแน่นกว่า |
เคสที่เหมาะสม | ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นเล็กน้อย, | ผิวหย่อนคล้อยในระดับปานกลางขึ้นไป, |
Downtime (ระยะเวลาพักฟื้น) | แทบไม่มี | อาจมีอาการแดงเล็กน้อย |
จำนวนครั้งที่แนะนำ | 4-6 ครั้ง | 3-4 ครั้ง |
จากตารางจะเห็นได้ชัดเจนนเลยใช่ไหมคะ
ว่า Oligio X ไม่ได้แปลว่าจะต้องแรงกว่าหรือดีกว่าสำหรับทุกคนเสมอไป
สำหรับใครที่มีปัญหาหย่อนคล้อยสะสมตั้งแต่ 2 ชั้นผิวขึ้นไป
หรือเคยทำหัตถการกลุ่ม RF ตัวอื่น ๆ มาแล้วยังรู้สึกไม่เห็นผลที่พึงพอใจ
Oligio X จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุดครับ
ในทางตรงกันข้าม หากคนไข้มีชั้นผิวที่ค่อนข้างบาง แพ้ง่าย
หรือผิวเพิ่งเริ่มหย่อนคล้อยในระยะเริ่มต้น
การทำ Oligio รุ่นเดิม หรือทำควบคู่ไปกับวิธีการรักษาแบบอื่น ๆ อาจจะเหมาะสมกว่าครับ
ซึ่งในจุดนี้ หมอแนะนำว่าควรเข้ามาให้คุณหมอช่วยตรวจประเมินความหนาของชั้นผิว
และตรวจสอบชั้นผิวที่หย่อนคล้อยตัวจริงเสียก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเลือกโปรแกรมที่ใช่ที่สุดร่วมกันนะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. แตกต่างจาก Ulthera หรือ Thermage อย่างไรบ้างครับ?
A. Ulthera จะใช้เทคโนโลยีเลเซอร์พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (HIFU) เพื่อลงไปกระตุ้นลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนบน) ในขณะที่ Thermage และ Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF) ที่ปล่อยความร้อนกระจายตัวสม่ำเสมอเป็นวงกว้างเพื่อกระชับผิวครับ
Q2. ควรทำบ่อยแค่ไหน และผลลัพธ์อยู่ได้นานเท่าไหร่ครับ?
A. โดยทั่วไป หมอแนะนำให้ทำสม่ำเสมอ 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก ๆ 3 เดือนครับ
Q3. มีข้อควรระวังหรือผลข้างเคียงหลังทำไหมคะ?
A. มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากจะชี้แจงให้ทราบล่วงหน้านะครับ
เนื่องด้วยลักษณะเฉพาะของการทำหัตถการกลุ่มคลื่นความถี่วิทยุ (RF)
หลังทำเสร็จทันที อาจมีอาการแดงหรือบวมชั่วคราวเกิดขึ้นได้เป็นปกติครับ
แต่ในขณะที่เครื่อง Oligio รุ่นเก่าอาจมีความเสี่ยงเรื่องรอยไหม้ (burn) เล็กน้อยในบางเคส
สำหรับเครื่อง Oligio X นี้ ปัญหาเหล่านั้นได้รับการพัฒนาแก้ไขและป้องกันได้อย่างดีเยี่ยมเรียบร้อยแล้วครับ
▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมสำหรับคุณ

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



