ผลข้างเคียงหลักของฟิลเลอร์รอยย่นคอคือผิวขรุขระ การเลือกฟิลเลอร์จึงสำคัญมาก: Belotero Soft / Volbella
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
*จำแค่ 2 ตัวนี้พอครับ Belotero Soft / Juvederm Volbella
สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone สาขาฮงแด ครับ
💡 ตรวจสอบข้อมูลตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ
Q. ฟิลเลอร์ก็เหมือนกันหมดไม่ใช่เหรอคะ?
ถ้าเป็นรุ่นที่ฮิตๆ ใช้กันทั่วไป
เอามาฉีดริ้วรอยที่คอได้ไหมคะ?
A. ก่อนอื่นเลย ฟิลเลอร์มีความหลากหลายมากเหมือนสีรุ้งเลยครับ
เนื่องจากบริเวณริ้วรอยที่คอนั้นเป็นจุดที่ต้องฉีดในชั้นที่ตื้นมากๆ
การเลือกฟิลเลอร์และเทคนิคการฉีดของแพทย์จึงสำคัญที่สุดครับ
ต้องเช็กให้ชัวร์ด้วยนะครับว่าทางคลินิกใช้ Belotero Soft หรือ Juvederm Volbella หรือเปล่า!
คอนเฟิร์มเลยครับ ~ !
ถ้าเราไปใช้ฟิลเลอร์รุ่นอื่นฉีดจุดนี้!
!!
อาจทำให้เกิดปุ่มปมตะปุ่มตะป่ำที่คอได้ครับ
เพราะจริงๆ แล้วมีฟิลเลอร์เนื้อนุ่มพิเศษสำหรับฉีดริ้วรอยโดยเฉพาะแยกต่างหากครับ
Q. ฉีดฟิลเลอร์ริ้วรอยที่คอครั้งเดียว จะอยู่ได้นานไหมคะ?
A. จากที่หมอคอยติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ริ้วรอยจะไม่กลับไปลึกเหมือนก่อนฉีดร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ
แนะนำให้กลับมาเติม touch up อีกทีหลังจากฉีดไปแล้ว 1-2 ปีครับ!
เป็นหนึ่งในหัตถการที่คนไข้ทำแล้วพึงพอใจและเลิฟผลลัพธ์มากๆ เลยครับ
(แต่อาจจะมีข้อเสียนิดนึงตรงที่มีรอยช้ำได้ง่าย.. แนะนำให้มาทำช่วงฤดูใบไม้ร่วง
หรือช่วงที่สามารถใส่ผ้าพันคอเก๋ๆ อำพรางได้จะดีมากเลยครับ)
📌 คีย์พอยต์สำคัญของบทความนี้
ริ้วรอยที่คอแนวนอน ต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อนุ่มพิเศษสำหรับริ้วรอยโดยเฉพาะ
(Belotero Soft / Juvederm Volbella) เติมเข้าไปในชั้นผิวที่บางและตื้นอย่างประณีต
เพื่อป้องกันการเกิดปุ่มปมนูนหนาบนผิวหนังครับ

ทำไมต้องใช้ฟิลเลอร์เฉพาะ
สำหรับผิวบริเวณคอ?
— ขนาดของโมเลกุลคือคำตอบทั้งหมดครับ
บอกตามตรงเลยครับ คนไข้ที่เข้ามาปรึกษาเรื่องริ้วรอยที่คอหลายคน
มักจะถามว่า "ก็แค่ฉีดฟิลเลอร์อะไรเข้าไปก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ?"
ถามแบบนี้กันเยอะมากจริงๆ ครับ
ซึ่งก็ไม่ได้ผิดไปซะทีเดียวครับ
เพราะมันคือสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เหมือนกัน
แต่จริงๆ แล้วมีจุดสำคัญจุดหนึ่งที่ต้องรู้นะครับ
ฟิลเลอร์จะมีระดับความเหนียวข้น (Viscosity)
ที่แตกต่างกันไปตามขนาดของโมเลกุลครับ
ยิ่งโมเลกุลใหญ่ พลังการเติมวอลลุ่มก็จะยิ่งสูงและอยู่นานขึ้นก็จริง,
แต่ถ้าเอามาฉีดบริเวณที่ใกล้กับผิวชั้นบนสุด
ก็อาจจะจับตัวเป็นก้อนหรือนูนขึ้นมาดูไม่เป็นธรรมชาติได้ครับ
ในทางตรงกันข้าม ฟิลเลอร์ที่โมเลกุลละเอียดมากๆ
จะมีคุณสมบัติกระจายตัวใต้ผิวที่บางเบาได้อย่างสม่ำเสมอ
ช่วยให้ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ
ยิ่งบริเวณคอเนี่ย บอกเลยว่าปราบเซียนและต้องละเอียดอ่อนมากครับ
เพราะผิวตรงนั้นบางมาก แถมในวันหนึ่งๆ
เป็นจุดที่เราต้องขยับเขยื้อนเป็นร้อยๆ พันๆ ครั้ง
ไม่ว่าจะตอนพูด, ตอนหันหัว, ตอนกลืนอาหาร...
ฟิลเลอร์จะถูกเคลื่อนย้ายไปตามการเคลื่อนไหวเหล่านั้นตลอดเวลา
ดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้ หากเราฉีดฟิลเลอร์โมเลกุลใหญ่เข้าไป
เมื่อเวลาผ่านไป มันอาจจะเคลื่อนไปกองรวมกันข้างใดข้างหนึ่ง
หรือทำให้รู้สึกสะดุดมือเวลาลูบ
จนกลายเป็นปุ่มนูนตะปุ่มตะป่ำได้นั่นเองครับ
ซึ่งหลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมาก
คิดว่าเป็นเพราะเทคนิคการฉีดของหมอหรือเปล่า?
แต่มักจะเกิดจากการเลือกใช้ชนิดของฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมตั้งแต่แรกมากกว่าครับ
ด้วยเหตุนี้ บริเวณริ้วรอยที่คอ
เราจึงจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อนุ่มอย่าง Belotero Soft
ที่โมเลกุลเล็กละเอียดมากและเนียนกลืนไปกับชั้นผิวได้เป็นอย่างดี
นี่แหละครับซอฟต์ฟิลเลอร์สำหรับเฉพาะจุดที่จำเป็น
เรื่องนี้อาจจะดูสังเกตยากหน่อย เพราะว่า
ตอนแรกหลังฉีดเสร็จทันที ทาสีผิวภายนอกจะยังดูไม่ค่อยออกครับ
ช่วงแรกหลังทำเสร็จใหม่ๆ
ฉีดตัวไหนออกมาก็อาจจะดูสวยคล้ายๆ กันหมด
แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะเริ่มต่างกันอย่างชัดเจนหลังจาก 2-4 สัปดาห์ไปแล้วต่างหากครับ
👨⚕️ สรุปเนื้อหาสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
การฉีดฟิลเลอร์ริ้วรอยที่คอ
'สิ่งที่เราฉีดเข้าไป' คือตัวกำหนดผลลัพธ์เลยครับ
ผิวตรงคอทั้งบางและขยับบ่อยมาก
ต้องใช้ฟิลเลอร์เฉพาะทางที่มีโมเลกุลนุ่มนวลเป็นพิเศษ
(เช่น Belotero Soft) ค่อยๆ เติมอย่างประณีตและตื้นที่สุด
เพื่อรับประกันว่าจะได้ผิวคอที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ
สวยเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นปุ่มก้อนครับ
ถึงจะเป็นสารไฮยาลูโรนิกเหมือนกัน แต่ถ้าเลือกแบรนด์หรือรุ่นต่างกัน
ผลลัพธ์ที่ได้ก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ

ริ้วรอยคอแบบไหนที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์
และแบบไหน
ที่ควรเลือกวิธีอื่นสู้มากกว่ากัน?
ถึงแม้แต่ละเคสจะมีความแตกต่างกันไป
แต่โดยส่วนใหญ่แล้วหมอจะประเมินแบบนี้ครับ
ริ้วรอยที่คอจะแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ ครับ
แบบแรกคือ ริ้วรอยลึกแนวขวาง (แนวนอน)
เคสแบบนี้ ซอฟต์ฟิลเลอร์ช่วยแก้ปัญหาได้โดยตรงเลยครับ
จะเป็นการเติมฟิลเลอร์อย่างเบามือ
เข้าไปในชั้นผิวที่อยู่ใต้เส้นริ้วรอยนั้นพอดีครับ
แบบที่สองคือ ผิวคอหย่อนคล้อยและสูญเสียความยืดหยุ่นในวงกว้าง
เคสนี้มีสาเหตุมาจากการสูญเสียคอลลาเจนและความกระชับของผิวมากกว่าเส้นริ้วรอยเดี่ยวๆ
การฉีดฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวจึงมีข้อจำกัดครับ
สำหรับเคสนี้ การทำทรีตเมนต์ยกกระชับ (lifting)
หรือการฉีดโบร่วมด้วย จะตอบโจทย์ได้ตรงจุดมากกว่าครับ
แต่จุดที่คนไข้ต้องยอมรับก่อนทำเลยก็คือ
ฟิลเลอร์ริ้วรอยคอจะมีระยะเวลาคงตัวที่สั้นกว่าจุดอื่นครับ
หากฉีดบริเวณร่องแก้มหรือแก้มตอบ
อาจอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือนในหลายๆ เคส
แต่บริเวณคอที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลานั้น
ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนโดยประมาณครับ
อย่างไรก็ตาม ถ้าเราเริ่มใช้วัสดุที่ถูกต้องตรงจุดตั้งแต่แรก
เราก็สามารถกลับมาดูแลรักษากันได้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ
โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงเรื่องปุ่มก้อนเลยครับ
ดังนั้นในระยะยาว วิธีนี้จึงปลอดภัยและให้ความพึงพอใจได้ดีกว่ามากครับ
และมีอีกเรื่องหนึ่งที่หมออยากจะเน้นย้ำมากๆ
เนื่องจากบริเวณคอมีเส้นเลือดสำคัญอยู่ใกล้ชิดกับจุดที่ฉีด
แนะนำให้เข้ารับการรักษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงและเชี่ยวชาญจริงๆ เท่านั้นครับ
เทคนิคการฉีดให้ตื้นพอดี และปริมาณที่เหมาะสมในระดับไมโคร
คือหัวใจที่ตัดสินทั้งความสวยงามและความปลอดภัยไปพร้อมๆ กันเลยครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. หลังฉีดฟิลเลอร์ริ้วรอยที่คอ
จะมีรอยช้ำหรือบวมนานแค่ไหนครับ?
A. เนื่องจากผิวบริเวณคอค่อนข้างบางมากครับ
หลังฉีดทันทีอาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรอยเข็มรอยช้ำเกิดขึ้นได้บ้าง
ซึ่งส่วนใหญ่จะยุบและหายไปเองภายใน 3-5 วันครับ
หรือต่อให้มีรอยช้ำชัดหน่อย ก็จะหายสนิทภายในประมาณ 1 สัปดาห์
ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแน่นอนครับ
แต่แนะนำว่าในช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีด
ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ หรือการเข้าซาวน่า
รวมถึงควรงดการนวด กด หรือคลึงแรงๆ
บริเวณลำคอด้วยนะครับ
เพื่อป้องกันการเลื่อนตัวของฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองในช่วงแรกสำคัญกว่าที่คิดเยอะเลยครับ
Q2. ฉีดฟิลเลอร์ริ้วรอยคอและโบท็อกซ์พร้อมกันได้ไหมคะ?
A. แนะนำให้ทำคู่กันเลยครับ!
เพราะโบท็อกซ์จะช่วยจำกัดการทำงานของกล้ามเนื้อคอชั่วคราว
ทำให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวกับชั้นผิวได้ดียิ่งขึ้นครับ
-โบท็อกซ์ริ้วรอยคอ-
สำหรับกล้ามเนื้อบริเวณคอที่ชื่อว่า Platysma
ซึ่งมีหน้าที่ดึงผิวในแนวตั้งลงด้านล่าง
ถ้าเราใช้โบท็อกซ์ช่วยคลายกล้ามเนื้อมัดนี้เบาๆ
จะช่วยยืดอายุของฟิลเลอร์ให้ยาวนานขึ้น
และส่งผลให้กรอบหน้าและลำคอดูเป๊ะเรียบเนียนยิ่งขึ้นครับ
และเนื่องจากสามารถทำพร้อมกันได้ในวันเดียว
ก็ช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องเดินทางมาคลินิกบ่อยๆ ด้วยครับ
ปรึกษาทาง LINE
หากอยากรู้ว่าผิวของคุณเหมาะกับการรักษาแบบไหน คุณหมอจะเป็นผู้ประเมินให้โดยตรงครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ จากหมอวี ยองจิน ครับ
บทความแนะนำให้อ่านร่วมกัน
▶[ไม่ใช่ AI เขียน] เจ็บไหมตอนเลเซอร์ขนหนวดเครา? ถ้าทำแบบนี้ทนได้สบายมากครับ—ประเภทของยาชา
▶5 ข้อควรรู้ก่อนทำ Exosome ที่ฮงแด
▶ควรทำ ชูริงค์ บ่อยแค่ไหน? แนะนำรอบการทำตามตรงแบบไม่กั๊ก
▶[Beautystone Clinic] หมอวี ยองจิน แนะนำเคล็ดลับการดูแลผิวตัวด้วย จูวีลุค Volume (จูวีลุค Lenisna)

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



