ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ฟิลเลอร์คอเป็นก้อน? ทำไมห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ทั่วไป

ฟิลเลอร์คอเป็นก้อน? ทำไมห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ทั่วไป

ฟิลเลอร์คอเป็นก้อน? ทำไมห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ทั่วไป

ผลข้างเคียงหลักของฟิลเลอร์รอยย่นคอคือผิวขรุขระ การเลือกฟิลเลอร์จึงสำคัญมาก: Belotero Soft / Volbella





ฟิลเลอร์ริ้วรอยที่คอ,

ถ้าแค่เห็นว่าราคาถูกแล้วไปฉีดเลย บอกเลยว่าไม่ได้เด็ดขาดครับ

*จำแค่ 2 อย่างนี้พอครับ Belotero Soft / Juvederm Volbella

 

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone สาขาฮงแด ครับ

 

💡 สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน





Q. ฟิลเลอร์ชนิดไหนก็คล้ายๆ กันไม่ใช่เหรอ?

ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมที่ใช้กันทั่วไป

เอามาฉีดริ้วรอยที่คอได้ไหม?

A. อย่างแรกเลย ฟิลเลอร์มีความหลากหลายมากเหมือนสีรุ้งครับ

เนื่องจากริ้วรอยที่คอเป็นบริเวณที่ต้องฉีดในระดับที่ตื้นมากๆ

การเลือกฟิลเลอร์และเทคนิคการฉีดจึงมีความสำคัญอย่างที่สุดครับ

ต้องคอยเช็กให้มั่นใจนะครับว่าทางคลินิกใช้ Belotero Soft หรือ Juvederm Volbella จริงๆ ~ !

เพราะถ้าใช้ฟิลเลอร์รุ่นอื่นกระซิบเลยว่า!

!!

อาจเกิดปัญหาผิวเป็นคลื่นหรือเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำได้ครับ

เพราะมันมีฟิลเลอร์รุ่นนุ่มพิเศษที่ผลิตมาเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยร่องตื้นโดยเฉพาะครับ

 

Q. ฟิลเลอร์ริ้วรอยที่คอ ฉีดครั้งเดียวแล้วอยู่ได้นานไหม?

A. จากผลลัพธ์ที่หมอได้ติดตามคนไข้หลังจากฉีดอย่างต่อเนื่อง

ผิวจะไม่กลับไปเป็นเหมือนก่อนทำ 100% ครับ

แต่แนะนำให้มาเติมซ้ำ (Retouch) หลังฉีดไปแล้ว 1-2 ปีครับ!

จัดว่าเป็นหนึ่งในหัตถการที่คนไข้ทำแล้วพึงพอใจสูงมากครับ

(ข้อเสียคืออาจจะมีรอยช้ำนิดหน่อย.. แนะนำให้มาทำช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ

ใส่ผ้าพันคอเก๋ๆ พรางไว้ได้พอดีเลย)

 

📌 สรุปประเด็นสำคัญของบทความนี้

ริ้วรอยที่คอแนวขวาง ต้องใช้ฟิลเลอร์รุ่นนุ่มพิเศษสำหรับริ้วรอยโดยเฉพาะ

(Belotero Soft / Juvederm Volbella) โดยฉีดแบบบางๆ ลงในชั้นผิวตื้นๆ

เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเป็นคลื่นหรือเป็นก้อนครับ

목주름 필러, 주입 기술보다 중요한 '입자'의 차이

 

 





ทำไมฟิลเลอร์ที่ฉีดคอ

ถึงต้องเป็นรุ่นเฉพาะตัว

— คำตอบทั้งหมดอยู่ที่ "ขนาดโมเลกุล" ครับ

พูดตามตรงเลยนะครับ คนไข้ที่เข้ามาปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์หลายคน

มักจะถามหมอว่า "ใช้ฟิลเลอร์แบบไหนฉีดเข้าไปก็ได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ?"

ถามกันเยอะมากๆ เลยครับ

 

ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่คำถามที่ผิดซะทีเดียวครับ

เพราะมันคือสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เหมือนกัน

 

แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญจุดหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยครับ

 

ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นจะมีระดับความหนืด (Viscosity)

ที่แตกต่างกันไปตามขนาดของโมเลกุลครับ

 

ยิ่งโมเลกุลใหญ่ พลังการสร้างวอลลุ่มก็จะยิ่งสูงปรี๊ดและอยู่ได้นานขึ้นก็จริง

แต่ถ้าเอามาฉีดตรงบริเวณที่ใกล้กับผิวชั้นบน

ก็อาจจะทำให้ผิวจับตัวเป็นก้อนหรือนูนขึ้นมาได้ครับ

 

ในทางกลับกัน ฟิลเลอร์ที่โมเลกุลละเอียดและนุ่มมากๆ

จะมีคุณสมบัติกระจายตัวใต้ผิวได้อย่างบางเบาและสม่ำเสมอ

ช่วยให้ผิวสัมผัสเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติครับ

 

โดยเฉพาะผิวบริเวณคอเนี่ย บอกเลยปราบเซียนสุดๆ ครับ

เพราะเป็นบริเวณที่ผิวบอบบางมาก แถมนึกดูสิครับ

วันหนึ่งเราขยับคอกันเป็นร้อยเป็นพันครั้งเลยนะ

 

ไม่ว่าจะตอนพูด ตอนหันซ้ายหันขวา ตอนกลืนอาหาร...

ฟิลเลอร์จะถูกเคลื่อนย้ายตามแรงขยับเหล่านั้นตลอดเวลา

 

ดังนั้น ถ้าเราใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลใหญ่ฉีดเข้าไปในจุดนี้

พอนานวันเข้า มันก็จะถูกดันไปกองรวมกันด้านใดด้านหนึ่ง

หรือกลายเป็นก้อนแข็งๆ ตะปุ่มตะป่ำ

ที่มองเห็นหรือคลำเจอได้ง่ายมากครับ

 

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า

ปัญหานี้เกิดจากฝีมือของแพทย์ผู้ฉีดเพียงอย่างเดียว

แต่จริงๆ แล้วมักจะบ่อยครั้งเลยที่เกิดจากการเลือกชนิดของผลิตภัณฑ์ผิดตั้งแต่แรกครับ

 

นี่คือเหตุผลที่ริ้วรอยรอบลำคอ

จำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อนุ่มพิเศษอย่าง Belotero Soft

ที่มีโมเลกุลเล็กละเอียดมากและสามารถกลืนเข้ากับเนื้อผิวได้อย่างเนียนสนิทที่สุดครับ

 

ความน่ากังวลของเรื่องนี้ก็คือ

เราไม่สามารถมองออกทันทีหลังทำเสร็จว่าหมอใช้ฟิลเลอร์รุ่นไหนฉีดให้

 

ในตอนแรกหลังฉีดเสร็จทันที

ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ทั้งสองแบบอาจจะดูเรียบเนียนใกล้เคียงกัน

แต่ความแตกต่างจะเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนหลังจากผ่านไป 2-4 สัปดาห์ครับ

 

👨‍⚕️ สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ริ้วรอยคอ

ผลลัพธ์จะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่า "คุณฉีดสารตัวไหนเข้าไป" เป็นหลักเลยครับ

 

บริเวณคอที่ผิวบางและขยับบ่อยครั้ง

ต้องใช้ฟิลเลอร์เฉพาะทางเนื้อนุ่มละเอียดพิเศษ

(เช่น Belotero Soft) ค่อยๆ เติมลงในชั้นผิวที่ตื้นอย่างประณีตและสม่ำเสมอ

ถึงจะพรางริ้วรอยได้เรียบเนียนเป็นธรรมชาติ

โดยไม่มีปัญหาก้อนแข็งตะปุ่มตะป่ำกวนใจครับ

 

ถึงจะเป็นสาร Hyaluronic Acid เหมือนกัน แต่ถ้าเลือกผลิตภัณฑ์ผิดรุ่น

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาอาจจะแตกต่างกันคนละเรื่องเลยครับ

목주름 필러 유지 기간과 부작용 예방, 시술 전 꼭 체크하세요

 

 





ริ้วรอยที่คอแบบไหนที่เหมาะกับฟิลเลอร์,

และกรณีแบบไหน

ที่คุณควรเลือกวิธีการรักษาแบบอื่น

แม้ว่าผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

แต่ปกติแล้วหมอจะประเมินตามเกณฑ์ประมาณนี้ครับ

 

ริ้วรอยที่ลำคอแบ่งออกกว้างๆ ได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ครับ

 

ประเภทแรกคือ ริ้วรอยที่เป็นร่องลึกตามแนวขวาง

เคสประเภทนี้ การใช้ฟิลเลอร์เนื้อนุ่ม (soft filler) จะตอบโจทย์และแก้ฟิลเตอร์ได้ตรงจุดที่สุดครับ

โดยหมอจะใช้เทคนิคการเติมสารเติมเต็มบางๆ เข้าไป

ในชั้นผิวตรงบริเวณใต้เส้นริ้วรอยนั้นพอดีครับ

 

ประเภทที่สองคือ ผิวคอโดยรวมมีความหย่อนคล้อยและขาดความยืดหยุ่น

กรณีนี้มีสาเหตุหลักมาจากการสูญเสียความยืดหยุ่น (Loss of elasticity) มากกว่าตัวริ้วรอยเอง

ดังนั้นการใช้ฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวจะมีข้อจำกัดในการรักษาครับ

 

สำหรับคนไข้กลุ่มนี้ การทำหัตถการกลุ่มยกกระชับ (Lifting) หรือ

การฉีดโบท็อกซ์ร่วมด้วย จะเป็นแนวทางการรักษาที่ถูกต้องและเห็นผลกว่าครับ

 

อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์ไม่ได้หมายความว่าดีไปหมดทุกอย่างนะครับ

เพราะฟิลเลอร์ริ้วรอยที่คอจะมีระยะเวลาคงตัวที่สั้นกว่าจุดอื่นพอสมควรครับ

 

อย่างฟิลเลอร์ร่องแก้มหรือฟิลเลอร์แก้มตอบ

อาจจะอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน

แต่เนื่องจากคอเป็นส่วนที่เราขยับเขยื้อนบ่อยมาก

ความคาดหวังตามจริงจะอยู่ที่ประมาณ 6 เดือนบวกลบครับ

 

อย่างไรก็ตาม หากเราเริ่มต้นอย่างถูกต้องด้วยการใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่ถูกต้องสำหรับการฉีดคอยังไงก็คุ้มกว่า

เพราะคนไข้จะสามารถกลับมาฉีดเมนเทนได้เป็นระยะๆ

โดยไม่ต้องคอยกังวลกับเอฟเฟกต์หลังทำอย่างปุ่มนูนคอตะปุ่มตะป่ำ

ทำให้คนไข้รู้สึกปลอดภัยและพึงพอใจกับผลลัพธ์มากกว่าครับ

 

มีอีกหนึ่งสิ่งสำคัญมากที่หมอจำเป็นต้องขอย้ำเสมอคือ

ผิวรอบคอเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยเส้นเลือดสำคัญมากมาย

ดังนั้นต้องเลือกรับบริการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีชั่วโมงบินสูงและมีประสบการณ์ตรงเท่านั้นครับ

 

นี่เป็นงานฝีมือที่ความสวยงามและความปลอดภัยขึ้นอยู่กับ

การกะปริมาณว่าต้องฉีดตื้นแค่ไหน และค่อยๆ หยอดทีละนิดอย่างประณีตเพียงใดครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. หลังฉีดฟิลเลอร์ริ้วรอยคอแล้ว

รอยช้ำและอาการบวมจะคงอยู่กี่วัน?

A. เนื่องจากผิวหนังบริเวณลำคอค่อนข้างบางมาก

จึงอาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรอยช้ำเกิดขึ้นทันทีหลังทำได้เป็นปกติครับ

 

โดยทั่วไปรอยช้ำรอยบวมเหล่านี้จะยุบลงไปเองภายใน 3-5 วัน

และต่อให้เป็นเคสที่มีอาการบวมช้ำค่อนข้างเยอะ

ก็ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ก็หายเป็นปกติ ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแน่นอนครับ

 

แต่แนะนำว่าในช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ

รวมถึงการเข้าซาวน่า และ

ควรเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณรอบลำคอแรงๆ ด้วยครับ

 

เพราะการระมัดระวังและพักผิวในช่วงแรก

มีความสำคัญมากในการป้องกันไม่ให้ตัวฟิลเลอร์เคลื่อนตัวหรือจับเป็นก้อนครับ

 

Q2. ฉีดฟิลเลอร์ริ้วรอยคอพร้อมกับโบท็อกซ์ได้ไหมคะ?

A. แนะนำให้ทำร่วมกันเลยครับ!

เพราะโบท็อกซ์จะช่วยระงับการทำงานของกล้ามเนื้อที่ขยับเขยื้อนบ่อยๆ

ทำให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวในตำแหน่งที่ต้องการได้ดียิ่งขึ้นครับ

 

-โบท็อกซ์ริ้วรอยคอ-

บนคอของเราจะมีมัดกล้ามเนื้อพลาทิสมา (Platysma) ที่ทำหน้าที่

ดึงรั้งผิวลงไปในแนวตั้ง

การฉีดโบท็อกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อมัดนี้เบาๆ

จะช่วยอัปเกรดให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานยิ่งขึ้น

และช่วยปรับแนวเส้นคอโดยรวมให้ดูเรียบเรียนสง่างามขึ้นด้วยครับ

 

ยิ่งไปกว่านั้น เราสามารถทำทั้งสองหัตถการนี้เสร็จสรรพในวันเดียวกันได้เลย

ประหยัดเวลาการเดินทางมาคลินิกไปได้เยอะเลยครับ

 

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ จากหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

[ไม่ใช่ AI เขียน] เจ็บไหมสำหรับการเลเซอร์กำจัดขนหนวดเครา? ถ้ารู้ทริคนี้ก็ทนได้สบายๆ - รู้จักประเภทของยาชา

ความจริงของคลินิกผิวหนังที่เปิดวันอาทิตย์: "เช็กให้ดีว่าแพทย์เจ้าของไข้ลงมือทำหัตถการเองโดยตรง ไม่ใช่แค่เปิดร้านเฉยๆ"

5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำ Exosome ย่านฮงแด

ทำ Shurink กี่เดือนครั้งดี? แนะนำรอบระยะเวลาตามจริงแบบไม่อวย

[Beautystone] หมอวี ยองจิน แนะนำหัตถการดูแลผิวกายด้วย Juvelook Glam





ฟิลเลอร์ริ้วรอยที่คอ,

ถ้าแค่เห็นว่าราคาถูกแล้วไปฉีดเลย บอกเลยว่าไม่ได้เด็ดขาดครับ

*จำแค่ 2 อย่างนี้พอครับ Belotero Soft / Juvederm Volbella

 

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone สาขาฮงแด ครับ

 

💡 สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน





Q. ฟิลเลอร์ชนิดไหนก็คล้ายๆ กันไม่ใช่เหรอ?

ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมที่ใช้กันทั่วไป

เอามาฉีดริ้วรอยที่คอได้ไหม?

A. อย่างแรกเลย ฟิลเลอร์มีความหลากหลายมากเหมือนสีรุ้งครับ

เนื่องจากริ้วรอยที่คอเป็นบริเวณที่ต้องฉีดในระดับที่ตื้นมากๆ

การเลือกฟิลเลอร์และเทคนิคการฉีดจึงมีความสำคัญอย่างที่สุดครับ

ต้องคอยเช็กให้มั่นใจนะครับว่าทางคลินิกใช้ Belotero Soft หรือ Juvederm Volbella จริงๆ ~ !

เพราะถ้าใช้ฟิลเลอร์รุ่นอื่นกระซิบเลยว่า!

!!

อาจเกิดปัญหาผิวเป็นคลื่นหรือเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำได้ครับ

เพราะมันมีฟิลเลอร์รุ่นนุ่มพิเศษที่ผลิตมาเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยร่องตื้นโดยเฉพาะครับ

 

Q. ฟิลเลอร์ริ้วรอยที่คอ ฉีดครั้งเดียวแล้วอยู่ได้นานไหม?

A. จากผลลัพธ์ที่หมอได้ติดตามคนไข้หลังจากฉีดอย่างต่อเนื่อง

ผิวจะไม่กลับไปเป็นเหมือนก่อนทำ 100% ครับ

แต่แนะนำให้มาเติมซ้ำ (Retouch) หลังฉีดไปแล้ว 1-2 ปีครับ!

จัดว่าเป็นหนึ่งในหัตถการที่คนไข้ทำแล้วพึงพอใจสูงมากครับ

(ข้อเสียคืออาจจะมีรอยช้ำนิดหน่อย.. แนะนำให้มาทำช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ

ใส่ผ้าพันคอเก๋ๆ พรางไว้ได้พอดีเลย)

 

📌 สรุปประเด็นสำคัญของบทความนี้

ริ้วรอยที่คอแนวขวาง ต้องใช้ฟิลเลอร์รุ่นนุ่มพิเศษสำหรับริ้วรอยโดยเฉพาะ

(Belotero Soft / Juvederm Volbella) โดยฉีดแบบบางๆ ลงในชั้นผิวตื้นๆ

เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเป็นคลื่นหรือเป็นก้อนครับ

목주름 필러, 주입 기술보다 중요한 '입자'의 차이

 

 





ทำไมฟิลเลอร์ที่ฉีดคอ

ถึงต้องเป็นรุ่นเฉพาะตัว

— คำตอบทั้งหมดอยู่ที่ "ขนาดโมเลกุล" ครับ

พูดตามตรงเลยนะครับ คนไข้ที่เข้ามาปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์หลายคน

มักจะถามหมอว่า "ใช้ฟิลเลอร์แบบไหนฉีดเข้าไปก็ได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ?"

ถามกันเยอะมากๆ เลยครับ

 

ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่คำถามที่ผิดซะทีเดียวครับ

เพราะมันคือสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เหมือนกัน

 

แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญจุดหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยครับ

 

ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นจะมีระดับความหนืด (Viscosity)

ที่แตกต่างกันไปตามขนาดของโมเลกุลครับ

 

ยิ่งโมเลกุลใหญ่ พลังการสร้างวอลลุ่มก็จะยิ่งสูงปรี๊ดและอยู่ได้นานขึ้นก็จริง

แต่ถ้าเอามาฉีดตรงบริเวณที่ใกล้กับผิวชั้นบน

ก็อาจจะทำให้ผิวจับตัวเป็นก้อนหรือนูนขึ้นมาได้ครับ

 

ในทางกลับกัน ฟิลเลอร์ที่โมเลกุลละเอียดและนุ่มมากๆ

จะมีคุณสมบัติกระจายตัวใต้ผิวได้อย่างบางเบาและสม่ำเสมอ

ช่วยให้ผิวสัมผัสเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติครับ

 

โดยเฉพาะผิวบริเวณคอเนี่ย บอกเลยปราบเซียนสุดๆ ครับ

เพราะเป็นบริเวณที่ผิวบอบบางมาก แถมนึกดูสิครับ

วันหนึ่งเราขยับคอกันเป็นร้อยเป็นพันครั้งเลยนะ

 

ไม่ว่าจะตอนพูด ตอนหันซ้ายหันขวา ตอนกลืนอาหาร...

ฟิลเลอร์จะถูกเคลื่อนย้ายตามแรงขยับเหล่านั้นตลอดเวลา

 

ดังนั้น ถ้าเราใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลใหญ่ฉีดเข้าไปในจุดนี้

พอนานวันเข้า มันก็จะถูกดันไปกองรวมกันด้านใดด้านหนึ่ง

หรือกลายเป็นก้อนแข็งๆ ตะปุ่มตะป่ำ

ที่มองเห็นหรือคลำเจอได้ง่ายมากครับ

 

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า

ปัญหานี้เกิดจากฝีมือของแพทย์ผู้ฉีดเพียงอย่างเดียว

แต่จริงๆ แล้วมักจะบ่อยครั้งเลยที่เกิดจากการเลือกชนิดของผลิตภัณฑ์ผิดตั้งแต่แรกครับ

 

นี่คือเหตุผลที่ริ้วรอยรอบลำคอ

จำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อนุ่มพิเศษอย่าง Belotero Soft

ที่มีโมเลกุลเล็กละเอียดมากและสามารถกลืนเข้ากับเนื้อผิวได้อย่างเนียนสนิทที่สุดครับ

 

ความน่ากังวลของเรื่องนี้ก็คือ

เราไม่สามารถมองออกทันทีหลังทำเสร็จว่าหมอใช้ฟิลเลอร์รุ่นไหนฉีดให้

 

ในตอนแรกหลังฉีดเสร็จทันที

ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ทั้งสองแบบอาจจะดูเรียบเนียนใกล้เคียงกัน

แต่ความแตกต่างจะเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนหลังจากผ่านไป 2-4 สัปดาห์ครับ

 

👨‍⚕️ สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ริ้วรอยคอ

ผลลัพธ์จะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่า "คุณฉีดสารตัวไหนเข้าไป" เป็นหลักเลยครับ

 

บริเวณคอที่ผิวบางและขยับบ่อยครั้ง

ต้องใช้ฟิลเลอร์เฉพาะทางเนื้อนุ่มละเอียดพิเศษ

(เช่น Belotero Soft) ค่อยๆ เติมลงในชั้นผิวที่ตื้นอย่างประณีตและสม่ำเสมอ

ถึงจะพรางริ้วรอยได้เรียบเนียนเป็นธรรมชาติ

โดยไม่มีปัญหาก้อนแข็งตะปุ่มตะป่ำกวนใจครับ

 

ถึงจะเป็นสาร Hyaluronic Acid เหมือนกัน แต่ถ้าเลือกผลิตภัณฑ์ผิดรุ่น

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาอาจจะแตกต่างกันคนละเรื่องเลยครับ

목주름 필러 유지 기간과 부작용 예방, 시술 전 꼭 체크하세요

 

 





ริ้วรอยที่คอแบบไหนที่เหมาะกับฟิลเลอร์,

และกรณีแบบไหน

ที่คุณควรเลือกวิธีการรักษาแบบอื่น

แม้ว่าผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

แต่ปกติแล้วหมอจะประเมินตามเกณฑ์ประมาณนี้ครับ

 

ริ้วรอยที่ลำคอแบ่งออกกว้างๆ ได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ครับ

 

ประเภทแรกคือ ริ้วรอยที่เป็นร่องลึกตามแนวขวาง

เคสประเภทนี้ การใช้ฟิลเลอร์เนื้อนุ่ม (soft filler) จะตอบโจทย์และแก้ฟิลเตอร์ได้ตรงจุดที่สุดครับ

โดยหมอจะใช้เทคนิคการเติมสารเติมเต็มบางๆ เข้าไป

ในชั้นผิวตรงบริเวณใต้เส้นริ้วรอยนั้นพอดีครับ

 

ประเภทที่สองคือ ผิวคอโดยรวมมีความหย่อนคล้อยและขาดความยืดหยุ่น

กรณีนี้มีสาเหตุหลักมาจากการสูญเสียความยืดหยุ่น (Loss of elasticity) มากกว่าตัวริ้วรอยเอง

ดังนั้นการใช้ฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวจะมีข้อจำกัดในการรักษาครับ

 

สำหรับคนไข้กลุ่มนี้ การทำหัตถการกลุ่มยกกระชับ (Lifting) หรือ

การฉีดโบท็อกซ์ร่วมด้วย จะเป็นแนวทางการรักษาที่ถูกต้องและเห็นผลกว่าครับ

 

อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์ไม่ได้หมายความว่าดีไปหมดทุกอย่างนะครับ

เพราะฟิลเลอร์ริ้วรอยที่คอจะมีระยะเวลาคงตัวที่สั้นกว่าจุดอื่นพอสมควรครับ

 

อย่างฟิลเลอร์ร่องแก้มหรือฟิลเลอร์แก้มตอบ

อาจจะอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน

แต่เนื่องจากคอเป็นส่วนที่เราขยับเขยื้อนบ่อยมาก

ความคาดหวังตามจริงจะอยู่ที่ประมาณ 6 เดือนบวกลบครับ

 

อย่างไรก็ตาม หากเราเริ่มต้นอย่างถูกต้องด้วยการใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่ถูกต้องสำหรับการฉีดคอยังไงก็คุ้มกว่า

เพราะคนไข้จะสามารถกลับมาฉีดเมนเทนได้เป็นระยะๆ

โดยไม่ต้องคอยกังวลกับเอฟเฟกต์หลังทำอย่างปุ่มนูนคอตะปุ่มตะป่ำ

ทำให้คนไข้รู้สึกปลอดภัยและพึงพอใจกับผลลัพธ์มากกว่าครับ

 

มีอีกหนึ่งสิ่งสำคัญมากที่หมอจำเป็นต้องขอย้ำเสมอคือ

ผิวรอบคอเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยเส้นเลือดสำคัญมากมาย

ดังนั้นต้องเลือกรับบริการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีชั่วโมงบินสูงและมีประสบการณ์ตรงเท่านั้นครับ

 

นี่เป็นงานฝีมือที่ความสวยงามและความปลอดภัยขึ้นอยู่กับ

การกะปริมาณว่าต้องฉีดตื้นแค่ไหน และค่อยๆ หยอดทีละนิดอย่างประณีตเพียงใดครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. หลังฉีดฟิลเลอร์ริ้วรอยคอแล้ว

รอยช้ำและอาการบวมจะคงอยู่กี่วัน?

A. เนื่องจากผิวหนังบริเวณลำคอค่อนข้างบางมาก

จึงอาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรอยช้ำเกิดขึ้นทันทีหลังทำได้เป็นปกติครับ

 

โดยทั่วไปรอยช้ำรอยบวมเหล่านี้จะยุบลงไปเองภายใน 3-5 วัน

และต่อให้เป็นเคสที่มีอาการบวมช้ำค่อนข้างเยอะ

ก็ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ก็หายเป็นปกติ ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแน่นอนครับ

 

แต่แนะนำว่าในช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ

รวมถึงการเข้าซาวน่า และ

ควรเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณรอบลำคอแรงๆ ด้วยครับ

 

เพราะการระมัดระวังและพักผิวในช่วงแรก

มีความสำคัญมากในการป้องกันไม่ให้ตัวฟิลเลอร์เคลื่อนตัวหรือจับเป็นก้อนครับ

 

Q2. ฉีดฟิลเลอร์ริ้วรอยคอพร้อมกับโบท็อกซ์ได้ไหมคะ?

A. แนะนำให้ทำร่วมกันเลยครับ!

เพราะโบท็อกซ์จะช่วยระงับการทำงานของกล้ามเนื้อที่ขยับเขยื้อนบ่อยๆ

ทำให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวในตำแหน่งที่ต้องการได้ดียิ่งขึ้นครับ

 

-โบท็อกซ์ริ้วรอยคอ-

บนคอของเราจะมีมัดกล้ามเนื้อพลาทิสมา (Platysma) ที่ทำหน้าที่

ดึงรั้งผิวลงไปในแนวตั้ง

การฉีดโบท็อกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อมัดนี้เบาๆ

จะช่วยอัปเกรดให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานยิ่งขึ้น

และช่วยปรับแนวเส้นคอโดยรวมให้ดูเรียบเรียนสง่างามขึ้นด้วยครับ

 

ยิ่งไปกว่านั้น เราสามารถทำทั้งสองหัตถการนี้เสร็จสรรพในวันเดียวกันได้เลย

ประหยัดเวลาการเดินทางมาคลินิกไปได้เยอะเลยครับ

 

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ จากหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

[ไม่ใช่ AI เขียน] เจ็บไหมสำหรับการเลเซอร์กำจัดขนหนวดเครา? ถ้ารู้ทริคนี้ก็ทนได้สบายๆ - รู้จักประเภทของยาชา

ความจริงของคลินิกผิวหนังที่เปิดวันอาทิตย์: "เช็กให้ดีว่าแพทย์เจ้าของไข้ลงมือทำหัตถการเองโดยตรง ไม่ใช่แค่เปิดร้านเฉยๆ"

5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำ Exosome ย่านฮงแด

ทำ Shurink กี่เดือนครั้งดี? แนะนำรอบระยะเวลาตามจริงแบบไม่อวย

[Beautystone] หมอวี ยองจิน แนะนำหัตถการดูแลผิวกายด้วย Juvelook Glam

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หากอยากเติมเต็มโหนกแก้มหรือขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

อยู่ๆ ใบหน้าก็ดูตอบเป็นรูปถั่วลิสง (땅콩형)? มีสาเหตุจากอะไร?

ยกกระชับ

อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?

ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

ร่างกาย

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ถ้าสีรอยคล้ำใต้ตา (dark circles) เปลี่ยนไปในหนึ่งวัน วิธีการทำโปรแกรมดูแลผิวที่ต้องเลือกก็จะต่างกันออกไปด้วยนะคะ

ผิว

ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ

ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — ใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

ผิว

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — แบบไหนที่เหมาะกับคุณ และใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

Thermage FLX shot — เปรียบเทียบความต่างระหว่างคนที่ทำ 300 shot แล้วเพียงพอ กับคนที่จำเป็นต้องทำ 600 shot โดยวิเคราะห์ตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณของคุณค่ะ

Onda vs InMode — 가이드 เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ? เปรียบเทียบสองนวัตกรรมยกกระชับที่แตกต่างกันตั้งแต่กลไกการทำงาน

ยกกระชับ

Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน

เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1