
ผิวคล้ำทำเลเซอร์กำจัดขนไม่ได้? จริงแค่ครึ่ง
ผิวคล้ำทำเลเซอร์กำจัดขนไม่ได้? จริงแค่ครึ่ง
ผิวคล้ำทำเลเซอร์กำจัดขนไม่ได้? จริงแค่ครึ่ง
ผิวคล้ำก็ทำเลเซอร์กำจัดขนได้ อธิบายเหตุผลที่ปลอดภัยไร้แผลไหม้ ตามคลื่นและการตั้งค่าเครื่อง
ผิวคล้ำเลเซอร์ขนไม่ได้จริงหรือ? คำตอบคือ "ผิดครึ่งเดียว" ครับ
สวัสดีครับ ผมหมอวี ยองจิน จาก Beautystone คลินิก สาขาฮงแด (Beautys Doctors) ครับ
💡 ตรวจสอบข้อมูลก่อนอ่านสักนิดนะครับ
โดยทั่วไปแล้ว สำหรับผิวที่ผ่านการแทน (Tanning) มา
มักจะถูกสั่งห้ามไม่ให้เลเซอร์กำจัดขน
เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดผิวเบิร์นไหม้ได้ครับ
Q. ถ้าคนผิวคล้ำ แปลว่าจะไม่สามารถทำ 레이저 제모 (เลเซอร์กำจัดขน) ได้เลยใช่ไหม?
A. ไม่ใช่ครับ หากเราปรับความยาวคลื่นและการตั้งค่าของเครื่องให้เหมาะสมก็สามารถทำเลเซอร์ในคนผิวคล้ำได้อย่างปลอดภัยครับ
ปกติแล้วถ้าใช้เครื่อง Apogee กำจัดขนในคนผิวคล้ำ
ผิวจะเบิร์นไหม้ได้ง่ายมากครับ!
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทุกคนเข้าใจกันว่า "ห้ามทำ" ใช่ไหมครับ?!
แต่ที่คลินิกของเรา แม้แต่ลูกค้าผิวสีเข้ม (흑인) ก็ยังมาเลเซอร์ขนกันเป็นประจำเลยครับ (หัวเราะ)
Q. แล้วเราจะลดความเสี่ยงผิวเบิร์นได้อย่างไร?
A. ปัญหามักเกิดจากเครื่องเลเซอร์ที่ไม่สามารถแยกแยะสีผิวได้ดีพอแต่หากเป็นเครื่องที่มีความยาวคลื่นยาวขึ้น และมีระบบทำความเย็น (cooling function) ที่ดี
ก็จะสามารถลดความเสี่ยงนั้นลงได้มากครับ
📌 จุดสำคัญของบทความนี้
บริเวณผิวที่ผ่านการแทน, ผิวสีเข้ม หรือบริเวณที่มีรอยดำสะสม (เช่น บริเวณเลเซอร์ขนบราซิลเลียน)
จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดผิวเบิร์นสูงมากครับ
ดังนั้น จึงต้องเซ็ตค่าความยาวคลื่น
เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดผิวเบิร์นโดยเฉพาะครับ!

เครื่องเลเซอร์ที่ตอบโจทย์สมบูรณ์แบบ
สำหรับการกำจัดขนบนผิวแทน GentleMax Pro Plus คืออะไร?
GentleMax Pro Plus คือ
เครื่องเลเซอร์กำจัดขนระบบคลื่นคู่ (Dual Wavelength) ที่สามารถสลับใช้งาน
ระหว่างคลื่น Alexandrite 755nm และ Nd:YAG 1064nm
ได้ภายในเครื่องเดียวครับ
ต่างจากเครื่องเลเซอร์แบบคลื่นเดี่ยวรุ่นเก่า (เช่น คลื่น Alex 755nm)
ที่มักจะเหมาะกับคนผิวขาวเท่านั้น
จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือ GentleMax Pro Plus สามารถปรับเปลี่ยน
ตัวคลื่นเลเซอร์ตามโทนสีผิวของคนไข้แต่ละคนได้โดยตรงครับ
สาเหตุที่แท้จริงที่เลเซอร์ทำให้ผิวไหม้ อยู่ที่ "ความยาวคลื่น" ครับ
หลักการทำงานของเลเซอร์กำจัดขนนั้นเข้าใจง่ายมากครับ
คือการยิงพลังงานแสงเลเซอร์ไปจับกับเม็ดสีเมลานิน
เพื่อส่งผ่านความร้อนลงไปทำลายลึกถึงรากขน
แต่ปัญหาจะเริ่มจากตรงนี้ครับ
เมลานินไม่ได้อยู่แค่ที่รากขนเท่านั้นนะครับ
เพราะผิวหนังของเราเองก็มีเมลานินอยู่ด้วย
ยิ่งคนที่มีสีผิวคล้ำมากเท่าไหร่
ก็จะมีเม็ดสีเมลานินกระจายตัวหนาแน่นอยู่ที่ชั้นผิวหนังกำพร้ามากเท่านั้นครับ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเรายิงเลเซอร์เพื่อหวังจะทำลายรากขน
พลังงานเลเซอร์บางส่วนจึงถูกเมลานินบนผิวดูดซับไปด้วยพร้อมๆ กัน
และนี่ก็คือกลไกหลักที่ทำให้เกิดผิวเบิร์นหรือรอยไหม้ขึ้นมาครับ
จุดที่ต้องละเอียดอ่อนก็คือ
ยิ่งความยาวคลื่นสั้น อัตราการดูดซับเมลานินจะยิ่งสูงขึ้น
นั่นแปลว่าเมลานินที่ชั้นผิวก็จะยิ่งตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดีและพร้อมที่จะไหม้ได้ง่ายขึ้นครับ
คลื่น Alexandrite 755nm
จะทำงานได้ยอดเยี่ยมมากในคนผิวขาว
แต่หากนำมาใช้กับคนผิวคล้ำ ความเสี่ยงต่อการเบิร์นของผิวชั้นนอกจะสูงขึ้นทันที
ในทางกลับกัน คลื่น Nd:YAG 1064nm จะมีความยาวคลื่นที่ยาวกว่า
เมื่อคลื่นยาวขึ้น ผิวชั้นบนจะดูดซับเมลานินน้อยลง
เลเซอร์จึงสามารถทะลุทะลวงได้ลึกขึ้นและทำงานเฉพาะเจาะจงกับรากขนด้านล่างได้ดีกว่า
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงต้องเลือกใช้คลื่น Nd:YAG
กับคนไข้ที่มีสีผิวเข้มหรือผิวคล้ำครับ

แต่มีสิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ต้องรู้ไว้ครับ
เพราะการเปลี่ยนแค่คลื่นเลเซอร์อย่างเดียวอาจยังไม่พอ
ในระหว่างที่เลเซอร์กำลังส่งผ่านความร้อนไปยังรากขนนั้น
การระบายความร้อนที่ผิวชั้นบนได้อย่างรวดเร็วแค่ไหน
คือกุญแจสำคัญดอกที่สองในการป้องกันผิวเบิร์นครับ
ซึ่งในเครื่อง GentleMax Pro Plus
จะมีระบบ Dynamic Cooling Device (DCD) ติดตั้งมาด้วย
โดยจะทำการพ่นแก๊สเย็นออกมาปกป้องผิวก่อนที่แสงเลเซอร์จะสัมผัสผิวเพียงเสี้ยววินาที
จังหวะการทำงานที่ละเอียดและแม่นยำนี้เอง
ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบนไปพร้อมกับการส่งพลังงานความร้อนเข้าทำลายรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

การเปรียบเทียบ | 755nm Alexandrite | 1064nm Nd:YAG |
|---|---|---|
อัตราการดูดซับเมลานิน | สูง | ต่ำ |
ระดับความลึกในการทะลุทะลวง | ค่อนข้างตื้น | ลึก |
โทนสีผิวที่เหมาะสม | ผิวขาว | ผิวแทน / ผิวคล้ำ |
ความเสี่ยงผิวเบิร์น (เกณฑ์ผิวคล้ำ) | ค่อนข้างสูง | ค่อนข้างต่ำ |
ประสิทธิภาพการกำจัดขน | ดีเยี่ยมในผิวขาว | ได้ผลดีแม้ในผิวคล้ำ |
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน:
ยิ่งผิวมีสีเข้มหรือคล้ำ เม็ดสีเมลานินที่ผิวชั้นนอกจะยิ่งเยอะตามไปด้วย
เลเซอร์คลื่นสั้นจึงมักทำปฏิกิริยากับผิวชั้นบนก่อนที่จะลงลึกถึงรากขน
แต่คลื่น Nd:YAG (1064nm) จะช่วยเลี่ยงปัญหานี้ได้
และเมื่อทำงานร่วมกับระบบทำความเย็นที่ยอดเยี่ยม ความเสี่ยงต่อการเบิร์นของผิวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดครับ
ที่ปลอดภัยไม่ใช่เพราะแค่ตัวเครื่องดี แต่เพราะเป็นการรักษาด้วยหลักการที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ครับ
ผู้ที่มีสภาพผิวเข้ม/คล้ำ ในความจริงแล้วเราดูแลรักษาอย่างไร?
บอกตามตรงนะครับ
ถึงจะเป็นคนผิวเข้มเหมือนกัน
แต่เราก็ไม่ได้ใช้ค่าพลังงานที่เหมือนกันหมดในทุกคนครับ
ขั้นแรก เราจะประเมินโทนสีผิวตามระดับ Fitzpatrick Scale
ก่อนเสมอครับ
ซึ่งระดับนี้จะแบ่งสีผิวออกเป็นเลเวล 1 ถึง 6
ยิ่งตัวเลขสูง ก็แปลว่ามีเมลานินมากและมีสีผิวที่คล้ำขึ้นครับ
สำหรับคนไข้ที่มีระดับผิวประเภท 4 ขึ้นไป เราจะเลือกใช้คลื่น Nd:YAG เป็นอันดับแรก
โดยจะเริ่มจากค่าพลังงานที่ค่อนข้างต่ำก่อน
จากนั้นจึงค่อยๆ ปรับขึ้นตามการตอบสนองของผิวในแต่ละครั้งครับ
แม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส
แต่ปกติแล้วหมอจะใช้วิธีตามแนวทางนี้ครับ
คนไข้หลายท่านที่เคยถูกปฏิเสธจากคลินิกอื่นเพราะกังวลเรื่องผิวเบิร์น
พอมาทำที่ Beautystone ของเราประมาณ 2~3 ครั้ง
ก็สามารถจบคอร์สได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีอาการระคายเคืองหนักเลยครับ
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ก็มีข้อแลกเปลี่ยนเล็กน้อยครับ
เนื่องจากคลื่น Nd:YAG มีอัตราการดูดซับเมลานินที่น้อยกว่าคลื่น Alexandrite
หากใช้พลังงานเท่ากัน ประสิทธิภาพในการทำลายรากขนอาจจะลดลงเล็กน้อย
นั่นหมายความว่า อาจจะต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1~2 ครั้งครับ
แต่เมื่อเทียบกับความปลอดภัย ไร้รอยไหม้หรือผิวเบิร์นแล้ว
การเพิ่มจำนวนครั้งเล็กน้อยถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่ามาก
และเป็นแนวทางที่ถูกต้องสำหรับคนผิวคล้ำแน่นอนครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ถ้าเพิ่งไปทำผิวแทน (Tanning) มา สามารถทำเลเซอร์ขนได้ไหมคะ?
A. โดยทั่วไปแล้ว
หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ทันทีหลังทำผิวแทนมาใหม่ๆ ครับ
เนื่องจากการเลเซอร์กำจัดขนทั่วไปมักนิยมใช้คลื่น 755nm
แต่ที่ Beautystone เราสามารถใช้คลื่น 1064nm ในการดูแลผิวแทน
และผิวคล้ำได้ดี จึงไม่ค่อยมีปัญหาในส่วนนี้ครับ
Q2. คนผิวคล้ำต้องเข้ามารับบริการบ่อยกว่าคนผิวขาวไหม? และราคาแตกต่างกันอย่างไร?
A. อย่างที่หมอได้แจ้งไปข้างต้นครับ
ประสิทธิภาพของคลื่น Nd:YAG อาจต่ำกว่า Alexandrite เล็กน้อย
จึงอาจจำเป็นต้องทำเพิ่มขึ้นอีก 1~2 ครั้ง
โดยทั่วไปแล้วจะขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณ
แต่เราจะแนะนำและเริ่มเซ็ตแผนการรักษาอยู่ที่ 6~8 ครั้งเป็นเกณฑ์มาตรฐานครับ
ส่วนเรื่องราคานั้นจะไม่ได้แตกต่างกันที่ตัวเครื่องเลเซอร์ตรงๆ
แต่จะขึ้นอยู่กับบริเวณผิวที่ทำและจำนวนครั้งในการเข้ามารักษาครับ
แนะนำให้เข้ามาปรึกษาที่คลินิกเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายที่แน่นอนจะดีที่สุดครับ
Q3. หลังเลเซอร์กำจัดขน มีโอกาสเกิดรอยดำหรือเม็ดสีเข้มขึ้นไหมคะ?
A. หากหลังทำเลเซอร์แล้ว ผิวบริเวณนั้นสัมผัสกับแสงแดดหรือรังสียูวีในปริมาณมากๆ
ก็มีโอกาสกระตุ้นให้เกิดรอยดำเม็ดสีเข้ม (색소침착) ขึ้นมามากกว่าบริเวณรอบๆ ได้ครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทักมา相談ผ่านทาง KakaoTalk ก่อนเดินทางมาคลินิกได้เลยนะครับ หมอยองจินยินดีให้คำปรึกษาครับ
▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶ความลับของแพ็กเกจ 10 ครั้ง เพื่อการเลเซอร์ขนบราซิลเลียนให้ได้ผลลัพธ์แบบไม่เฟล
▶เพราะอะไรเลเซอร์กำจัดขนด้วยเครื่อง GentleMax ถึงเห็นผลดีนัก? มาเจาะลึกเหตุผลกันครับ
▶เปิดเหตุผลที่ทำให้ Beautystone ฮงแด ได้รับความนิยมจนถูกเรียกว่าเป็นแลนด์มาร์กแห่งการเลเซอร์กำจัดขน
▶เลเซอร์หนวดเคราด้วย GentleMax ทำไมแค่เพิ่มจำนวนครั้งอย่างเดียวถึงยังไม่ได้ผล?
ผิวคล้ำเลเซอร์ขนไม่ได้จริงหรือ? คำตอบคือ "ผิดครึ่งเดียว" ครับ
สวัสดีครับ ผมหมอวี ยองจิน จาก Beautystone คลินิก สาขาฮงแด (Beautys Doctors) ครับ
💡 ตรวจสอบข้อมูลก่อนอ่านสักนิดนะครับ
โดยทั่วไปแล้ว สำหรับผิวที่ผ่านการแทน (Tanning) มา
มักจะถูกสั่งห้ามไม่ให้เลเซอร์กำจัดขน
เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดผิวเบิร์นไหม้ได้ครับ
Q. ถ้าคนผิวคล้ำ แปลว่าจะไม่สามารถทำ 레이저 제모 (เลเซอร์กำจัดขน) ได้เลยใช่ไหม?
A. ไม่ใช่ครับ หากเราปรับความยาวคลื่นและการตั้งค่าของเครื่องให้เหมาะสมก็สามารถทำเลเซอร์ในคนผิวคล้ำได้อย่างปลอดภัยครับ
ปกติแล้วถ้าใช้เครื่อง Apogee กำจัดขนในคนผิวคล้ำ
ผิวจะเบิร์นไหม้ได้ง่ายมากครับ!
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทุกคนเข้าใจกันว่า "ห้ามทำ" ใช่ไหมครับ?!
แต่ที่คลินิกของเรา แม้แต่ลูกค้าผิวสีเข้ม (흑인) ก็ยังมาเลเซอร์ขนกันเป็นประจำเลยครับ (หัวเราะ)
Q. แล้วเราจะลดความเสี่ยงผิวเบิร์นได้อย่างไร?
A. ปัญหามักเกิดจากเครื่องเลเซอร์ที่ไม่สามารถแยกแยะสีผิวได้ดีพอแต่หากเป็นเครื่องที่มีความยาวคลื่นยาวขึ้น และมีระบบทำความเย็น (cooling function) ที่ดี
ก็จะสามารถลดความเสี่ยงนั้นลงได้มากครับ
📌 จุดสำคัญของบทความนี้
บริเวณผิวที่ผ่านการแทน, ผิวสีเข้ม หรือบริเวณที่มีรอยดำสะสม (เช่น บริเวณเลเซอร์ขนบราซิลเลียน)
จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดผิวเบิร์นสูงมากครับ
ดังนั้น จึงต้องเซ็ตค่าความยาวคลื่น
เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดผิวเบิร์นโดยเฉพาะครับ!

เครื่องเลเซอร์ที่ตอบโจทย์สมบูรณ์แบบ
สำหรับการกำจัดขนบนผิวแทน GentleMax Pro Plus คืออะไร?
GentleMax Pro Plus คือ
เครื่องเลเซอร์กำจัดขนระบบคลื่นคู่ (Dual Wavelength) ที่สามารถสลับใช้งาน
ระหว่างคลื่น Alexandrite 755nm และ Nd:YAG 1064nm
ได้ภายในเครื่องเดียวครับ
ต่างจากเครื่องเลเซอร์แบบคลื่นเดี่ยวรุ่นเก่า (เช่น คลื่น Alex 755nm)
ที่มักจะเหมาะกับคนผิวขาวเท่านั้น
จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือ GentleMax Pro Plus สามารถปรับเปลี่ยน
ตัวคลื่นเลเซอร์ตามโทนสีผิวของคนไข้แต่ละคนได้โดยตรงครับ
สาเหตุที่แท้จริงที่เลเซอร์ทำให้ผิวไหม้ อยู่ที่ "ความยาวคลื่น" ครับ
หลักการทำงานของเลเซอร์กำจัดขนนั้นเข้าใจง่ายมากครับ
คือการยิงพลังงานแสงเลเซอร์ไปจับกับเม็ดสีเมลานิน
เพื่อส่งผ่านความร้อนลงไปทำลายลึกถึงรากขน
แต่ปัญหาจะเริ่มจากตรงนี้ครับ
เมลานินไม่ได้อยู่แค่ที่รากขนเท่านั้นนะครับ
เพราะผิวหนังของเราเองก็มีเมลานินอยู่ด้วย
ยิ่งคนที่มีสีผิวคล้ำมากเท่าไหร่
ก็จะมีเม็ดสีเมลานินกระจายตัวหนาแน่นอยู่ที่ชั้นผิวหนังกำพร้ามากเท่านั้นครับ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเรายิงเลเซอร์เพื่อหวังจะทำลายรากขน
พลังงานเลเซอร์บางส่วนจึงถูกเมลานินบนผิวดูดซับไปด้วยพร้อมๆ กัน
และนี่ก็คือกลไกหลักที่ทำให้เกิดผิวเบิร์นหรือรอยไหม้ขึ้นมาครับ
จุดที่ต้องละเอียดอ่อนก็คือ
ยิ่งความยาวคลื่นสั้น อัตราการดูดซับเมลานินจะยิ่งสูงขึ้น
นั่นแปลว่าเมลานินที่ชั้นผิวก็จะยิ่งตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดีและพร้อมที่จะไหม้ได้ง่ายขึ้นครับ
คลื่น Alexandrite 755nm
จะทำงานได้ยอดเยี่ยมมากในคนผิวขาว
แต่หากนำมาใช้กับคนผิวคล้ำ ความเสี่ยงต่อการเบิร์นของผิวชั้นนอกจะสูงขึ้นทันที
ในทางกลับกัน คลื่น Nd:YAG 1064nm จะมีความยาวคลื่นที่ยาวกว่า
เมื่อคลื่นยาวขึ้น ผิวชั้นบนจะดูดซับเมลานินน้อยลง
เลเซอร์จึงสามารถทะลุทะลวงได้ลึกขึ้นและทำงานเฉพาะเจาะจงกับรากขนด้านล่างได้ดีกว่า
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงต้องเลือกใช้คลื่น Nd:YAG
กับคนไข้ที่มีสีผิวเข้มหรือผิวคล้ำครับ

แต่มีสิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ต้องรู้ไว้ครับ
เพราะการเปลี่ยนแค่คลื่นเลเซอร์อย่างเดียวอาจยังไม่พอ
ในระหว่างที่เลเซอร์กำลังส่งผ่านความร้อนไปยังรากขนนั้น
การระบายความร้อนที่ผิวชั้นบนได้อย่างรวดเร็วแค่ไหน
คือกุญแจสำคัญดอกที่สองในการป้องกันผิวเบิร์นครับ
ซึ่งในเครื่อง GentleMax Pro Plus
จะมีระบบ Dynamic Cooling Device (DCD) ติดตั้งมาด้วย
โดยจะทำการพ่นแก๊สเย็นออกมาปกป้องผิวก่อนที่แสงเลเซอร์จะสัมผัสผิวเพียงเสี้ยววินาที
จังหวะการทำงานที่ละเอียดและแม่นยำนี้เอง
ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบนไปพร้อมกับการส่งพลังงานความร้อนเข้าทำลายรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

การเปรียบเทียบ | 755nm Alexandrite | 1064nm Nd:YAG |
|---|---|---|
อัตราการดูดซับเมลานิน | สูง | ต่ำ |
ระดับความลึกในการทะลุทะลวง | ค่อนข้างตื้น | ลึก |
โทนสีผิวที่เหมาะสม | ผิวขาว | ผิวแทน / ผิวคล้ำ |
ความเสี่ยงผิวเบิร์น (เกณฑ์ผิวคล้ำ) | ค่อนข้างสูง | ค่อนข้างต่ำ |
ประสิทธิภาพการกำจัดขน | ดีเยี่ยมในผิวขาว | ได้ผลดีแม้ในผิวคล้ำ |
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน:
ยิ่งผิวมีสีเข้มหรือคล้ำ เม็ดสีเมลานินที่ผิวชั้นนอกจะยิ่งเยอะตามไปด้วย
เลเซอร์คลื่นสั้นจึงมักทำปฏิกิริยากับผิวชั้นบนก่อนที่จะลงลึกถึงรากขน
แต่คลื่น Nd:YAG (1064nm) จะช่วยเลี่ยงปัญหานี้ได้
และเมื่อทำงานร่วมกับระบบทำความเย็นที่ยอดเยี่ยม ความเสี่ยงต่อการเบิร์นของผิวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดครับ
ที่ปลอดภัยไม่ใช่เพราะแค่ตัวเครื่องดี แต่เพราะเป็นการรักษาด้วยหลักการที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ครับ
ผู้ที่มีสภาพผิวเข้ม/คล้ำ ในความจริงแล้วเราดูแลรักษาอย่างไร?
บอกตามตรงนะครับ
ถึงจะเป็นคนผิวเข้มเหมือนกัน
แต่เราก็ไม่ได้ใช้ค่าพลังงานที่เหมือนกันหมดในทุกคนครับ
ขั้นแรก เราจะประเมินโทนสีผิวตามระดับ Fitzpatrick Scale
ก่อนเสมอครับ
ซึ่งระดับนี้จะแบ่งสีผิวออกเป็นเลเวล 1 ถึง 6
ยิ่งตัวเลขสูง ก็แปลว่ามีเมลานินมากและมีสีผิวที่คล้ำขึ้นครับ
สำหรับคนไข้ที่มีระดับผิวประเภท 4 ขึ้นไป เราจะเลือกใช้คลื่น Nd:YAG เป็นอันดับแรก
โดยจะเริ่มจากค่าพลังงานที่ค่อนข้างต่ำก่อน
จากนั้นจึงค่อยๆ ปรับขึ้นตามการตอบสนองของผิวในแต่ละครั้งครับ
แม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส
แต่ปกติแล้วหมอจะใช้วิธีตามแนวทางนี้ครับ
คนไข้หลายท่านที่เคยถูกปฏิเสธจากคลินิกอื่นเพราะกังวลเรื่องผิวเบิร์น
พอมาทำที่ Beautystone ของเราประมาณ 2~3 ครั้ง
ก็สามารถจบคอร์สได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีอาการระคายเคืองหนักเลยครับ
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ก็มีข้อแลกเปลี่ยนเล็กน้อยครับ
เนื่องจากคลื่น Nd:YAG มีอัตราการดูดซับเมลานินที่น้อยกว่าคลื่น Alexandrite
หากใช้พลังงานเท่ากัน ประสิทธิภาพในการทำลายรากขนอาจจะลดลงเล็กน้อย
นั่นหมายความว่า อาจจะต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1~2 ครั้งครับ
แต่เมื่อเทียบกับความปลอดภัย ไร้รอยไหม้หรือผิวเบิร์นแล้ว
การเพิ่มจำนวนครั้งเล็กน้อยถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่ามาก
และเป็นแนวทางที่ถูกต้องสำหรับคนผิวคล้ำแน่นอนครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ถ้าเพิ่งไปทำผิวแทน (Tanning) มา สามารถทำเลเซอร์ขนได้ไหมคะ?
A. โดยทั่วไปแล้ว
หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ทันทีหลังทำผิวแทนมาใหม่ๆ ครับ
เนื่องจากการเลเซอร์กำจัดขนทั่วไปมักนิยมใช้คลื่น 755nm
แต่ที่ Beautystone เราสามารถใช้คลื่น 1064nm ในการดูแลผิวแทน
และผิวคล้ำได้ดี จึงไม่ค่อยมีปัญหาในส่วนนี้ครับ
Q2. คนผิวคล้ำต้องเข้ามารับบริการบ่อยกว่าคนผิวขาวไหม? และราคาแตกต่างกันอย่างไร?
A. อย่างที่หมอได้แจ้งไปข้างต้นครับ
ประสิทธิภาพของคลื่น Nd:YAG อาจต่ำกว่า Alexandrite เล็กน้อย
จึงอาจจำเป็นต้องทำเพิ่มขึ้นอีก 1~2 ครั้ง
โดยทั่วไปแล้วจะขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณ
แต่เราจะแนะนำและเริ่มเซ็ตแผนการรักษาอยู่ที่ 6~8 ครั้งเป็นเกณฑ์มาตรฐานครับ
ส่วนเรื่องราคานั้นจะไม่ได้แตกต่างกันที่ตัวเครื่องเลเซอร์ตรงๆ
แต่จะขึ้นอยู่กับบริเวณผิวที่ทำและจำนวนครั้งในการเข้ามารักษาครับ
แนะนำให้เข้ามาปรึกษาที่คลินิกเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายที่แน่นอนจะดีที่สุดครับ
Q3. หลังเลเซอร์กำจัดขน มีโอกาสเกิดรอยดำหรือเม็ดสีเข้มขึ้นไหมคะ?
A. หากหลังทำเลเซอร์แล้ว ผิวบริเวณนั้นสัมผัสกับแสงแดดหรือรังสียูวีในปริมาณมากๆ
ก็มีโอกาสกระตุ้นให้เกิดรอยดำเม็ดสีเข้ม (색소침착) ขึ้นมามากกว่าบริเวณรอบๆ ได้ครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทักมา相談ผ่านทาง KakaoTalk ก่อนเดินทางมาคลินิกได้เลยนะครับ หมอยองจินยินดีให้คำปรึกษาครับ
▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶ความลับของแพ็กเกจ 10 ครั้ง เพื่อการเลเซอร์ขนบราซิลเลียนให้ได้ผลลัพธ์แบบไม่เฟล
▶เพราะอะไรเลเซอร์กำจัดขนด้วยเครื่อง GentleMax ถึงเห็นผลดีนัก? มาเจาะลึกเหตุผลกันครับ
▶เปิดเหตุผลที่ทำให้ Beautystone ฮงแด ได้รับความนิยมจนถูกเรียกว่าเป็นแลนด์มาร์กแห่งการเลเซอร์กำจัดขน
▶เลเซอร์หนวดเคราด้วย GentleMax ทำไมแค่เพิ่มจำนวนครั้งอย่างเดียวถึงยังไม่ได้ผล?
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ
ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

ยกกระชับ
อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?
ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

ร่างกาย
อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ
การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ผิว
ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ
ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา 힙딥필러 (Hip Dip Filler) กับผลลัพธ์หลังทำ — เติมกี่ cc ราคาเท่าไหร่ และเห็นผลแค่ไหน
ฟิลเลอร์สะโพกบุ๋ม (hip dip filler) เป็นหัตถการที่ใช้ปริมาณค่อนข้างเยอะและต้องแบ่งทำเป็นรอบๆ ค่ะ วันนี้เราสรุปราคาของแต่ละแบบ ระยะเวลาผลลัพธ์ รวมถึงสิ่งที่ต้องเช็คก่อนทำมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

ยกกระชับ
คู่มือผลข้างเคียงจากการทำ Alti-T Lifting — ตั้งแต่ปฏิกิริยาทั่วไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
ผลข้างเคียงของ Altite — มาทำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่างอาการทั่วไปที่สามารถหายได้เองภายใน 1-2 วัน กับสัญญาณเตือนที่ต้องรีบเข้ามาปรึกษาคุณหมอกันค่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
