ไม่จำเป็นต้องเลื่อนการทำหัตถการทุกอย่างออกไป 6 เดือน ทั้งในระหว่างหรือทันทีหลังทานยา Isotretinoin นะคะ วันนี้เราสรุปความแตกต่างของเกณฑ์การทำหัตถการกลุ่มผลัดเซลล์ผิว (skin peeling) และกลุ่มที่ไม่ผลัดเซลล์ผิว/กลุ่มดูแลผิวชั้นตื้น (non-peeling/superficial treatments) มาให้แล้วค่ะ
สำหรับเพื่อนๆ ที่ทานยา isotretinoin เพื่อรักษาสิวอยู่ พอผิวเริ่มเรียบเนียนขึ้น ก็คงอยากจะเริ่มดูแลเรื่องรอยแผลเป็นหรือรูขุมขนที่เคยผลัดวันประกันพรุ่งไว้ใช่ไหมคะ? แต่พอได้ยินความเชื่อที่ว่า "หลังจากหยุดยาแล้ว ต้องงดทำหัตถการไปอีก 6 เดือน" ก็อาจจะทำให้สับสนและลังเลว่าต้องรอนานขนาดนั้นจริงๆ เหรอ
คำตอบแบบสั้นๆ ก็คือ ไม่จำเป็นต้องเลื่อนหัตถการทุกอย่างไป 6 เดือนค่ะ! ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการ ซึ่งบางอย่างแนะนำให้เลื่อนออกไปอย่างระมัดระวัง ในขณะที่บางอย่างสามารถเริ่มพิจารณาทำได้ค่อนข้างเร็ว หัวใจสำคัญไม่ใช่การคิดว่า "ทำไม่ได้เลยสักอย่าง" แต่คือการเข้าใจเหตุผลว่าทำไมบางหัตถการถึงต้องระวังเป็นพิเศษ เพื่อจะได้วางแผนร่วมกับคุณหมอเวลาไปปรึกษาค่ะ
> บทความนี้เรียบเรียงข้อมูลหัตถการโดย Beautystone สาขาฮับจอง ค่ะ
สิ่งที่คุณจะได้รับจากบทความนี้
เข้าใจว่า isotretinoin ส่งผลต่อผิวและต่อมไขมันอย่างไรบ้าง
แยกแยะได้ว่าหัตถการไหนที่แนะนำให้เลื่อนออกไปก่อนทั้งในระหว่างทานยาและหลังหยุดยาใหม่ๆ
รู้ว่าหัตถการไหนที่สามารถเริ่มพิจารณาทำได้ค่อนข้างเร็ว
จับจุดได้ว่าควรเช็กอะไรก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะวางแผนทำหัตถการ
isotretinoin ส่งผลอย่างไรต่อผิวของเราบ้างนะ
isotretinoin เป็นยาที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรักษาสิวจากต้นตอภายในค่ะ ซึ่งในกระบวนการนี้ เมื่อการหลั่งไขมันลดลง ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือริมฝีปากและผิวจะแห้งกร้าน และรู้สึกว่าผิวบางและแพ้ง่ายกว่าปกติ ซึ่งจากข้อมูลทางการแพทย์ผิวหนังที่รวบรวมเกี่ยวกับ isotretinoin ก็ระบุไว้เช่นกันว่าอาการริมฝีปากแห้งและผิวแห้งเป็นปฏิกิริยาที่พบได้บ่อยมากๆ ค่ะ
ต่อมไขมัน*: คือต่อมที่อยู่ใต้ผิวหนัง ทำหน้าที่ผลิตและขับน้ำมัน (ซีบัม) ออกมา หากทำงานมากเกินไปมักจะก่อให้เกิดสิวค่ะ
isotretinoin*: เป็นยารักษาสิวชนิดรับประทานในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Vitamin A) ช่วยลดการหลั่งไขมันอย่างรุนแรง ใช้สำหรับการรักษาสิวอักเสบรุนแรง และห้ามใช้เด็ดขาดในระหว่างตั้งครรภ์ค่ะ
เมื่อผิวอยู่ในสภาพที่แห้งและบอบบางเช่นนี้ กระบวนการสมานแผลของผิวก็อาจจะแตกต่างไปจากปกติ ดังนั้น เวลาเลือกทำหัตถการ สิ่งสำคัญคือต้องประเมินร่วมด้วยว่า "ตอนนี้ผิวของเรามีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน" ค่ะ


หัตถการแบบไหนที่ควรเลื่อนออกไปก่อนในระหว่างทานยาหรือหลังหยุดยาทันที
หัตถการที่แนะนำให้เลื่อนออกไปอย่างระมัดระวังที่สุดคือ กลุ่มที่ลอกทำลายผิวชั้นลึกค่ะ หัตถการอย่างการกรอผิวด้วยเครื่องมือแพทย์ (dermabrasion) หรือเลเซอร์แบบลอกผิว (ablative laser) ที่เป็นการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนออกทั้งหมด โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงในระหว่างทานยาและหลังหยุดยาประมาณ 6 เดือน ข้อมูลทางผิวหนังข้างต้นก็แนะนำว่าไม่ควรรับการกรอผิวหรือเลเซอร์ลอกผิวในระหว่างทานยาหรือภายใน 6 เดือนหลังจากนั้น ในทางกลับกัน ข้อแนะนำที่เป็นเอกฉันท์โดยสมาคมศัลยกรรมผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (ASDS) สรุปว่า ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะต้องเลื่อนการทำเคมีบำบัดผิวชั้นตื้น (superficial chemical peeling) และเลเซอร์แบบไม่ลอกผิว (non-ablative laser) ออกไปค่ะ
นั่นแปลว่า แม้จะเป็นคำว่า "เลเซอร์" เหมือนกัน แต่การตัดสินใจจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเป็นแบบลอกผิวหรือไม่ลอกผิวค่ะ หากเราไม่รู้ข้อแตกต่างนี้แล้วเหมาคิดไปเองว่า "เคยทานยามา ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง" ก็จะทำให้เราเสียโอกาสในการดูแลผิวด้วยหัตถการบางประเภทที่ไม่จำเป็นต้องเลื่อนไปอย่างน่าเสียดายค่ะ

ในทางกลับกัน หัตถการไหนที่สามารถพิจารณาทำได้ค่อนข้างเร็วขึ้น
หัตถการที่ไม่ทำลายผิวชั้นลึกอย่างรุนแรง เป็นกลุ่มที่สามารถปรึกษากับแพทย์เพื่อพิจารณาทำได้ค่อนข้างเร็วค่ะ หัตถการจำพวกเคมีบำบัดผิวชั้นตื้น (superficial chemical peeling) หรือเลเซอร์แบบไม่ลอกผิว (non-ablative laser) มักจะจัดอยู่ในกลุ่มนี้ แต่อย่างไรก็ตาม คำว่า "สามารถพิจารณาได้" ไม่ได้แปลว่า "ทำได้ทันทีในตอนนี้เลย" นะคะ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือการประเมินระดับความแห้งและการฟื้นตัวของผิว แล้วเริ่มทำโดยการปรับลดระดับความแรงลงมาค่ะ
ประเภท | แนะนำให้เลื่อนไป 6 เดือน | สามารถพิจารณาทำได้ค่อนข้างเร็ว |
|---|---|---|
เลเซอร์ (Laser) | เลเซอร์แบบลอกผิว (ablative laser), CO2 resurfacing | เลเซอร์แบบไม่ลอกผิว (non-ablative laser) |
การลอกผิว / กรอผิว | การกรอผิวด้วยเครื่องมือ (dermabrasion) | การลอกผิวด้วยสารเคมีชั้นตื้น (superficial chemical peeling) |
การศัลยกรรม | การศัลยกรรมตาเฉพาะจุด เป็นต้น | — |

แน่นอนว่าเกณฑ์เหล่านี้เป็นเพียงคำแนะนำทั่วไปเท่านั้น แม้จะเป็นหัตถการเดียวกัน แต่การประเมินอาจแตกต่างกันไปตามปริมาณยา ระยะเวลาที่ทานยา และสภาพผิวของแต่ละบุคคล หากคุณกำลังวางแผนที่จะดูแลรักษารอยแผลเป็นหรือรูขุมขน วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือการแจ้งคุณหมอตอนเข้ารับการตรวจว่าหยุดยาไปเมื่อไหร่ และให้คุณหมอช่วยเช็กสภาพผิวในปัจจุบันร่วมกันค่ะ

ทำไมต้องเป็นที่ Beautystone สาขาฮับจอง
การทำหัตถการสำหรับผู้ที่เคยทานยา isotretinoin นั้น ไม่ใช่แค่ดูว่า "หยุดยาแล้วหรือยัง" เท่านั้น แต่ต้องประเมินควบคู่ไปกับ "ตอนนี้ผิวฟื้นตัวได้ดีแค่ไหนแล้ว" ด้วยค่ะ ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราจะช่วยตรวจสอบประวัติการทานยาควบคู่ไปกับอาการแห้งและแพ้ง่ายในปัจจุบันก่อน จากนั้นจึงจะแนะนำแยกแยะหัตถการที่ควรเลื่อนออกไปกับหัตถการที่สามารถเริ่มพิจารณาทำได้เร็วขึ้นให้อย่างละเอียด เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่บที่เดินทางสะดวกจากสถานี Hapjeong คุณจึงสามารถเข้ามาปรึกษาพูดคุยอย่างเป็นกันเองและค่อยเป็นค่อยไปได้ว่า ควรเริ่มดูแลรอยแผลเป็นตั้งแต่ช่วงไหนและเรียงลำดับขั้นตอนอย่างไรดีค่ะ

ก่อนวางแผนทำหัตถการ ควรเช็กอะไรบ้างดีนะ
การทำหัตถการก่อนและหลังการทานยา isotretinoin สิ่งสำคัญที่สุดคือการกำหนดช่วงเวลาและประเภทของหัตถการควบคู่กันไปค่ะ หากเราตรวจเช็กสิ่งเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า ก็จะช่วยให้ไม่ต้องเลื่อนเวลาออกไปนานเกินความจำเป็นค่ะ
เวลาที่หยุดทานยา — หัตถการที่แนะนำให้เลื่อนออกไปจะแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาที่คุณหยุดยาค่ะ
ประเภทของหัตถการ — แยกแยะกลุ่มเลเซอร์แบบลอกผิวที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง กับกลุ่มที่ไม่ลอกผิว/ทำลายผิวชั้นตื้นที่พิจารณาได้เร็วกว่า
ระดับความแห้งและแพ้ง่ายของผิว — หากมีอาการริมฝีปากหรือผิวแห้งรุนแรง การรอให้ผิวฟื้นตัวก่อนจะปลอดภัยที่สุดค่ะ
แผนการตั้งครรภ์ — เนื่องจาก isotretinoin ห้ามใช้เด็ดขาดในระหว่างตั้งครรภ์ การจัดการช่วงเวลาในการทานและหยุดยาจึงมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ
สภาพของรอยแผลเป็น — หัตถการที่เหมาะสมและช่วงเวลาที่ควรเริ่มจะแตกต่างกันไปตามประเภทของรอยแผลเป็นค่ะ
หัวใจสำคัญของการทำหัตถการสำหรับผิวที่มีประวัติการทานยา คือการประเมินจากช่วงเวลาที่หยุดยาร่วมกับสภาพการฟื้นตัวของผิว แทนที่จะเป็นการกำหนดระยะเวลารอคอยแบบตายตัวเท่ากันทุกคน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลโดยตรงเพื่อตัดสินใจว่าควรเริ่มทำหัตถการอะไรและเมื่อไหร่ดีค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. หยุดยามาได้ 1 เดือนแล้ว สามารถทำเลเซอร์รักษารอยแผลเป็นได้ไหมคะ?
A. หากเป็นเลเซอร์กลุ่มไม่ลอกผิว (non-ablative) สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาทำได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นเลเซอร์แบบลอกผิว (ablative laser) หรือการกรอผิวด้วยเครื่องมือ โดยทั่วไปแนะนำให้เลื่อนออกไปก่อนประมาณ 6 เดือน ทางที่ดีควรประเมินความแห้งและการฟื้นตัวของผิวในปัจจุบันร่วมกัน เพื่อกำหนดประเภทเลเซอร์และช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ
Q. ได้ยินมาว่า "ถ้าทานยาอยู่ ห้ามทำหัตถการทุกชนิดเป็นเวลา 6 เดือน" จริงไหมคะ?
A. ไม่ได้ใช้เกณฑ์เดียวกันกับทุกหัตถการค่ะ สำหรับหัตถการที่ลอกผิวชั้นลึกควรงดและเลื่อนออกไปอย่างระมัดระวัง แต่ก็มีข้อสรุปทางการแพทย์ว่า สำหรับการลอกผิวด้วยสารเคมีชั้นตื้นหรือเลเซอร์แบบไม่ลอกผิว ยังไม่มีหลักฐานที่เพียงพอว่าจำเป็นต้องเลื่อนออกไปค่ะ หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การแยกแยะประเภทของหัตถการค่ะ
Q. มีทรีตเมนต์หรือการดูแลแบบไหนที่สามารถทำได้ในระหว่างทานยาไหมคะ?
A. เนื่องจากเป็นช่วงที่ผิวแห้งและบอบบางมาก แทนที่จะเลือกทำหัตถการที่รุนแรง แนะนำเป็นการเน้นบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวจะดีที่สุดค่ะ หากต้องการทำหัตถการจริงๆ แนะนำให้แจ้งสภาพผิวอย่างละเอียดตอนปรึกษา เพื่อดูว่าจะสามารถปรับลดระดับความแรงลงมาทำได้หรือไม่ค่ะ
Q. ในระหว่างทานยา isotretinoin ห้ามตั้งครรภ์จริงๆ ใช่ไหมคะ?
A. ใช่ค่ะ ยา isotretinoin ห้ามใช้เด็ดขาดในระหว่างตั้งครรภ์เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้ทารกในครรภ์พิการแต่กำเนิด สิ่งสำคัญคือต้องคุมกำเนิดและวางแผนการตั้งครรภ์อย่างเข้มงวดทั้งก่อน ระหว่าง และหลังหยุดยา และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้สั่งยาอย่างเคร่งครัดนะคะ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

ผู้ชาย
ที่บอกว่าขนผู้ชายเส้นหนาแล้วจะทำเลเซอร์ได้ผลดี อันนี้จริงแค่ครึ่งเดียวค่ะ
คำกล่าวที่ว่า 'ขนของผู้ชายเส้นหนาเลยเลเซอร์ออกง่าย' นั้น ถูกแค่ครึ่งเดียวค่ะ วันนี้เราสรุปเหตุผลที่ทำให้จำนวนครั้งในการทำเลเซอร์แตกต่างกันไปตามความหนาแน่น ความลึก และโทนสีผิว รวมถึงวิธีการดูแลในแต่ละส่วนมาฝากกันค่ะ

ผู้ชาย
รอยหนวดเขียวครึ้มแม้จะโกนแล้วก็ยังเห็นอยู่ สามารถทำให้จางลงได้ด้วยการทำเลเซอร์นะคะ
หนวดเขียวครึ้มที่โกนเท่าไหร่ก็ยังเห็นชัด แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่ผิวภายนอก แต่เป็นปัญหาที่รากขนค่ะ วันนี้เราสรุปวิธีช่วยให้รอยเขียวดูจางลงด้วยเลเซอร์กำจัดขน พร้อมกับผลลัพธ์ที่คุณสามารถคาดหวังได้จริงมาฝากกันค่ะ

กำจัดขน
เลเซอร์กําจัดขนอ่อนระหว่างคิ้ว จะปลอดภัยต่อดวงตาไหมคะ?
เลเซอร์กำจัดขนคิ้วที่อยู่ใกล้กับดวงตา สามารถทำได้ถึงขั้นตอนไหนกันนะ? เราได้รวบรวมมาตรฐานความปลอดภัย, หลักการทำงาน, จำนวนครั้งที่ต้องทำ และการออกแบบทรงคิ้ว (eyebrow line design) มาไว้ให้แล้วค่ะ

กำจัดขน
กำจัดขนที่ skin clinic ต่างจากการแว็กซ์ (waxing) ยังไงบ้างคะ?
กำจัดขนที่คลินิกผิวหนังต่างจากวิธีอื่นยังไงนะ? เราได้สรุปความต่างของหลักการทำงานระหว่างการแว็กซ์ เครื่องกำจัดขนแบบโฮมยูส และความปลอดภัยสำหรับแต่ละโทนสีผิวมาให้แล้วค่ะ

กำจัดขน
กำจัดขนทั่วเรือนร่าง (body hair removal) จะทำเสร็จหมดในครั้งเดียวได้ไหมนะ?
การเลเซอร์กำจัดขนทั่วตัว (Whole Body Hair Removal) ไม่ได้เสร็จสิ้นเรียนร้อยในครั้งเดียวนะคะ แต่เป็นการสะสมจำนวนครั้งในแต่ละส่วนค่ะ วันนี้เราสรุปความแตกต่างของจำนวนครั้งที่ต้องทำในแต่ละจุด พร้อมแพลนการรักษาตามจริงมาฝากกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วผิวจะดีขึ้นทันทีเลยไหมคะ?
ผลลัพธ์ของ สกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และคงอยู่ได้นานแค่ไหน? เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการทำงานที่แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป รวมถึงผลลัพธ์ที่คุณคาดหวังได้จริงมาฝากค่ะ



