สงสัยว่าเรเดียสสร้างคอลลาเจนจริงไหม? สรุปกลไกแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์และประสบการณ์คลินิก

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ
เช็คก่อนอ่านสักนิดนะครับ
Q. Radiesse ไม่ใช่แค่ฟิลเลอร์สำหรับเติมวอลลุ่มทั่วไปหรอคะ?
A. ช่วยเติมเต็มวอลลุ่มได้จริงครับ แต่
หัวใจสำคัญคือสาร Calcium Hydroxylapatite (CaHA)
ซึ่งเป็นอนุภาคที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
ทำให้ได้ประโยชน์แบบ "Double Effect" (ผลลัพธ์สองต่อ) ครับ
Q. ที่บอกว่าช่วยสร้างคอลลาเจนได้
เป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อหรือเปล่าคะ?
A. สบายใจได้ครับ มีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเนื้อเยื่อ (Histological studies) ยืนยันแล้วว่า
ช่วยกระตุ้นการเกิดคอลลาเจนใหม่ได้จริง มีกลไกรับรองทางการแพทย์อย่างชัดเจนครับ
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
Radiesse ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้จริง!
— ส่องกลไกการทำงานของ Calcium Hydroxylapatite (CaHA)

Radiesse คืออะไร?
Radiesse คือ
นวัตกรรมฟิลเลอร์เนื้อเจล CMC (Carboxymethyl Cellulose)
ที่เป็นตัวนำทางและกระจายตัวคงที่ของอนุภาคขนาดเล็ก
อย่าง Calcium Hydroxylapatite (CaHA) เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนอย่างล้ำลึกครับ
ถ้าฟิลเลอร์ HA ทั่วไป
จะเน้นการเติมเต็มเฉพาะจุดให้ดูเต็มขึ้นมาทันที
แต่ Radiesse ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้ง
'การเติมเต็มพร้อมกับฟื้นฟูโครงสร้างผิวและอัปเกรดคุณภาพผิวไปด้วยพร้อมๆ กัน' ครับ

กลไกที่แท้จริงของ Calcium Hydroxylapatite
ในการกระตุ้นคอลลาเจน
หลายคนอาจจะยังเข้าใจผิดกันเยอะ
พอได้ยินคำว่า "ช่วยสร้างคอลลาเจน"
ก็อาจจะรู้สึกว่าฟังดูโอเวอร์เกินจริงไปหน่อยใช่ไหมครับ?
จริงๆ แล้ว ส่วนประกอบหลักของ Radiesse อย่าง
Calcium Hydroxylapatite (CaHA)
เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในกระดูกและฟันของเราอยู่แล้วครับ
นั่นหมายความว่า มันเป็นวัสดุที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์และมีความปลอดภัยสูงมาก
และเมื่อเจ้าอนุภาค CaHA ขนาดจิ๋วนี้ถูกฉีดเข้าไปในผิวชั้นหนังแท้ (Dermis)
มันจะเข้าไปทำหน้าที่ปลุกเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast)
ที่อยู่รอบข้างให้ตื่นตัวขึ้นมาทำงานครับ
เซลล์ไฟโบรบลาสต์เปรียบเสมือน 'โรงงานผลิตคอลลาเจน' ของผิวเรา
ซึ่งตัว CaHA นี้จะทำหน้าที่เหมือนใบสั่งงาน
ส่งตรงไปสั่งให้โรงงานเร่งเดินเครื่องผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้นนั่นเอง
แต่ขอสารภาพตรงๆ เลยครับว่า กระบวนการนี้อาจต้องใช้เวลาเล็กน้อย
โดยในช่วงแรกหลังฉีด ตัวเจล CMC จะช่วยบล็อควอลลุ่มให้ใบหน้าดูอิ่มเต็มขึ้นทันที
และในขณะเดียวกัน รอบๆ เซลล์ที่ได้รับอนุภาค CaHA
ก็จะค่อยๆ ทยอยสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างสม่ำเสมอครับ
เมื่อเวลาผ่านไป ตัวเนื้อเจลจะค่อยๆ ถูกดูดซึมและ
สลายตัวไปเองตามธรรมชาติ รวมถึงตัวอนุภาค CaHA ด้วย
แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่ตรงนั้น ก็คือคอลลาเจนที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ที่อยู่กับผิวเราต่อครับ
และนี่ก็คือหัวใจสำคัญสูงสุดของผลลัพธ์จาก Radiesse ครับ
เหตุผลที่ 'ถึงแม้ฟิลเลอร์จะสลายไป แต่ผิวยังคงเต่งตึง กระชับ'
ก็เป็นเพราะคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่นี้ยังคงหลงเหลืออยู่คอยโอบอุ้มผิวไว้นั่นเอง
อนุภาค CaHA นั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงแค่ 25~45μm
ซึ่งเป็นทรงกลมที่ละเอียดและเล็กมากๆ
อนุภาคจิ๋วเหล่านี้จะทำหน้าที่ในชั้นผิว
คล้ายๆ กับเป็นนั่งร้าน (scaffold) คอยซัพพอร์ตผิว
ทำให้อณูคอลลาเจนค่อยๆ มาเกาะกลุ่มและเติบโตบนนั่งร้านนี้ครับ
ฟีลเหมือนเวลาเราสร้างตึก จะต้องขึ้นโครงเหล็กเส้นก่อน
แล้วค่อยเทปูนซีเมนต์ทับลงไป
CaHA จึงทำหน้าที่เสมือนเหล็กเส้นโครงสร้าง
และคอลลาเจนก็ทำหน้าที่เหมือนปูนซีเมนต์นั่นเองครับ
มันจึงไม่ใช่แค่การเข้าไปเติมพื้นที่ว่างๆ ให้เต็มขึ้นแบบทั่วไป
แต่มันคือการปลุกพลังและกระตุ้นการซ่อมแซมผิวจากภายในตัวคุณเองครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
หลังฉีด Radiesse ทันที ตัวเนื้อเจลจะช่วยปรับเติมวอลลุ่มให้ใบหน้าก่อน
และในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนต่อมา
อนุภาค CaHA จะทำหน้าที่กระตุ้นคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าตัวยานำทางจะสลายไปแล้ว
แต่คอลลาเจนใหม่ที่ผิวสร้างขึ้นมาเองจะยังคงอยู่
ทำให้ผลลัพธ์หลังทำอยู่ได้ยาวนานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปครับ
ให้คิดภาพง่ายๆ ว่ามันคือนวัตกรรม
"เติมเต็ม + ฟื้นฟูปรับปรุงของผิว" ไปพร้อมๆ กันได้เลยครับ

เปรียบเทียบ Radiesse vs HA Filler vs Sculptra
ประเภท | HA Filler | Radiesse (CaHA) | Sculptra (PLLA) |
ส่วนประกอบหลัก | Hyaluronic Acid | Calcium Hydroxylapatite | Poly-L-Lactic Acid |
วอลลุ่มทันที | ได้ทันที | ได้ทันที | ไม่ได้ (ค่อยเป็นค่อยไป) |
กระตุ้นคอลลาเจน | น้อยมาก | ปานกลาง-สูง | สูงมาก |
ระยะเวลาผลลัพธ์ | 6~12 เดือน | 12~18 เดือน | 18~24 เดือน |
การฉีดสลาย | สลายได้ (ด้วย Hyaluronidase) | สลายไม่ได้ | สลายไม่ได้ |
บริเวณที่เหมาะ | ริมฝีปาก, ใต้ตา ฯลฯ | กรอบหน้า, จมูก, แก้มตอบ, หลังมือ | แก้แก้มตอบบริเวณกว้าง, ลิฟติ้งหน้า |
มีเรื่องสำคัญหนึ่งเรื่องที่หมออยากเน้นย้ำเกี่ยวกับ Radiesse ครับ
นั่นก็คือ มันไม่สามารถฉีดสลายออกได้เหมือนกับฟิลเลอร์ HA ทั่วไปครับ
ถ้าเป็นฟิลเลอร์ HA หากไม่ถูกใจผลลัพธ์
เรายังสามารถใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ฉีดสลายออกได้ทันที
แต่กับ Radiesse จะทำแบบนั้นไม่ได้ครับ
ดังนั้น ความเข้าใจด้านอนาโตมี่ใบหน้าของแพทย์ผู้รักษา
รวมถึงการประเมินปริมาณยาที่เหมาะสมจึงสำคัญมากๆ ครับ
หากฉีดในปริมาณที่มากเกินไปโดยแพทย์ที่ชั่วโมงบินน้อย
การแก้ไขจะทำได้ยากและซับซ้อนมาก
แต่ในทางกลับกัน หากเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญสูง
คุณก็เตรียมพร้อมรอรับผลลัพธ์ที่เรียบเนียน เป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ยาวนานกว่าเดิมได้เลยครับ

ใครบ้างที่ทำ Radiesse แล้วเห็นผลดีที่สุด?
1. ผู้ที่ต้องการเติมวอลลุ่มและเพิ่มความยืดหยุ่นยกกระชับไปพร้อมๆ กัน
เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบร่วมกับผิวเริ่มดูหย่อนคล้อยไม่กระชับครับ
2. ผู้ที่ต้องการลดความถี่ในการเข้าคลินิก
ลูกค้าหลายคนที่เคยฉีด HA ฟิลเลอร์ทุกๆ 6 เดือน
หลังจากเปลี่ยนมาฉีด Radiesse ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานขึ้น ไม่ต้องมาฉีดซ้ำบ่อยๆ ครับ
3. บริเวณผิวบอบบางและหยาบกร้าน เช่น หลังมือ หรือลำคอ
เดี๋ยวนี้จะนิยมใช้เทคนิคการเจือจาง Radiesse
แล้วนำมาฉีดกระจายบางๆ ในบริเวณกว้าง
ที่เรียกว่าเทคนิค 'Hyperdilution'
เพื่อช่วยฟื้นฟูเท็กซ์เจอร์ผิว (Skin texture) ให้เนียนละเอียดขึ้นได้อย่างคุ้มค่าครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1. ฉีด Radiesse แล้วจะมีรอยช้ำเยอะไหมคะ?
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและจุดที่ฉีดครับ
แต่มักมีรอยและอาการบวมช้ำใกล้เคียงกับการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไป
ซึ่งการเลือกใช้เข็มทู่ (Cannula)
จะสามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดรอยช้ำได้เยอะมากครับ
Q2. ราคาประมาณเท่าไหร่ และต้องทำบ่อยแค่ไหน?
แม้มูลค่าต่อเข็มอาจสูงกว่าฟิลเลอร์ HA ทั่วไป แต่เมื่อเทียบตามระยะเวลาผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานกว่ามาก
คำนวณค่าใช้จ่ายเป็นรายปีแล้ว
อาจจะพบว่ามีความคุ้มค่าและไม่ต่างกันมากเลยครับ โดยทั่วไปทำเพียง 1-2 ครั้งก็พึงพอใจแล้วครับ
Q3. ได้ยินมาว่า มีโอกาสเกิดตุ่มก้อนนูน (Nodule) ใต้ผิวจริงไหมคะ?
อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ฉีดตื้นเกินไป
หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไปในจุดที่ไม่เหมาะสมครับ
ดังนั้น ตามหลักการแพทย์แล้ว จะหลีกเลี่ยงการสลายในจุดที่ผิวบางมากๆ เช่น ริมฝีปาก หรือร่องน้ำตาใต้ตาครับ
ยินดีต้อนรับทักมาปรึกษาผ่าน LINE OA/KakaoTalk ก่อนเข้ามารับบริการได้เสมอครับ
จบการแชร์ข้อมูลดีๆ โดยหมอวี ยองจิน ครับผม!
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶เติมแก้มตอบด้วย Sculptra แล้วดูโหนกแก้มนูน? นี่คือข้อผิดพลาดที่คุณต้องรู้
▶ส่องผลลัพธ์และข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์ไหล่ เพื่อทรงไหล่ตั้งสวยสไตล์เกาหลี
▶คัมภีร์ฟิลเลอร์คางแบบจัดเต็ม: ผลลัพธ์, ข้อควรระวัง และระยะเวลาของผลลัพธ์
▶ฉีดครั้งเดียวเอาอยู่? เจาะลึกสูตรผสม Radiesse Dilution และผลลัพธ์สุดว้าว
▶ฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้วทำไมแกนจมูกถึงดูหนาขึ้น? วิธีรับมือก่อนตัดสินใจทำ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?
สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

ยกกระชับ
เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage
สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?
สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ผิว
skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?
เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

ผิว
รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?
เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

ยกกระชับ
ผลลัพธ์ของ Sofwave lifting จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่หลังทำ และจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
Sofwave เป็นการรักษาที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและยกระดับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มาเช็กกันให้ครบในที่เดียว ตั้งแต่ความรู้สึกทันทีหลังทำ ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ ระยะเวลาผลลัพธ์ ช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำ ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นกันค่ะ



