• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เรเดียส ฟิลเลอร์สลายแล้ว ผลยังอยู่จริงไหม?

เรเดียส ฟิลเลอร์สลายแล้ว ผลยังอยู่จริงไหม?

เรเดียส ฟิลเลอร์สลายแล้ว ผลยังอยู่จริงไหม?

เรเดียสที่บอกว่าฟิลเลอร์สลายผลยังอยู่ เกินจริงไหม? สรุปหลักการ CaHA กระตุ้นคอลลาเจน

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

เวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับ Radiesse หลายคนมักเจอคำอธิบายว่า "แม้สารฟิลเลอร์จะสลายไปแล้ว แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงอยู่" ฟังดูแปลกที่สิ่งที่เติมเข้าไปหายไป แต่ผลกลับยังอยู่ จนบางครั้งอาจรู้สึกเหมือนเป็นแค่คำโฆษณาทางการตลาดค่ะ

 

ก่อนอื่นขอสรุปให้ฟังก่อนเลยว่า นี่ไม่ใช่การพูดเกินจริง แต่เป็นเรื่องที่มาจากโครงสร้างของสารตั้งต้นจริงๆ สารหลักของ Radiesse คือ CaHA* ซึ่งทำหน้าที่เติมเต็มปริมาตรไปพร้อมกับกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเองด้วย ดังนั้นแม้เจลจะถูกดูดซึมและอนุภาคจะสลายไปแล้ว คอลลาเจนที่เกิดขึ้นใหม่ในบริเวณนั้นก็ยังคงอยู่ มีงานวิจัยที่ระบุว่า อนุภาคแคลเซียมกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ และพบว่าปริมาณคอลลาเจนในบริเวณที่ทำหัตถการเพิ่มขึ้นจริง ด้วยค่ะ

CaHA (แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์)*: สารในกลุ่มแคลเซียมที่มีอยู่ในกระดูกและฟันของเราเองด้วย เป็นสารหลักของ Radiesse ที่ใช้ในฟิลเลอร์ประเภทกระตุ้นคอลลาเจน

 

ดังนั้นคำถามที่ว่า "ผล Radiesse ของจริงไหม" หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโครงสร้างสองชั้นนี้เหมาะกับความกังวลของเราหรือเปล่า

 

อ่านบทความนี้แล้วจะรู้

  • Radiesse มีส่วนประกอบอะไรบ้าง

  • หลักการที่อนุภาคแคลเซียมทิ้งคอลลาเจนไว้เป็นอย่างไร

  • ช่วงเวลาของผลเติมเต็มทันทีกับผลคอลลาเจนต่างกันอย่างไร

  • Radiesse เหมาะกับใคร และต้องระวังอะไรบ้าง

 

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติม



 

Radiesse คือฟิลเลอร์แบบไหน

Radiesse มีจุดเริ่มต้นต่างจากฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก Radiesse คือฟิลเลอร์ที่ผสมอนุภาคแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ขนาดเล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง 25-45 ไมโครเมตรลงในเจลคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส โดยมีสัดส่วนอนุภาคประมาณ 30% และเจลประมาณ 70%

คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (CMC)*: สารพาหะรูปแบบเจลที่ช่วยกระจายอนุภาคเล็กๆ ให้สม่ำเสมอ เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะดูดซึมไปเอง

 

จุดสำคัญคือแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์เป็นสารที่มีอยู่ในกระดูกและฟันของเราอยู่แล้ว ร่างกายจึงไม่รู้สึกแปลกปลอม และยังทำหน้าที่เป็นโครงให้คอลลาเจนเติบโตขึ้นภายในชั้นผิวหนังแท้ได้ด้วย ถ้าฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกทั่วไปเน้นแค่ "การเติมเต็ม" Radiesse ก็เหมือนตั้งเป้าทั้ง "เติมเต็มไปพร้อมกับเปลี่ยนแปลงผิว" ไปพร้อมกัน


Radiesse คือฟิลเลอร์แบบไหน



 

หลักการที่อนุภาคแคลเซียมทิ้งคอลลาเจนไว้

พอพูดว่า "สร้างคอลลาเจน" อาจฟังดูเกินจริงไปนิด แต่จริงๆ แล้วมีกลไกที่มีหลักฐานรองรับอยู่ค่ะ เมื่ออนุภาคเล็กๆ ของ CaHA เข้าไปอยู่ในชั้นผิวหนังแท้ มันจะเริ่มกระตุ้นไฟโบรบลาสต์*ที่อยู่รอบๆ ไฟโบรบลาสต์เปรียบเหมือนโรงงานผลิตคอลลาเจน ส่วนอนุภาคแคลเซียมก็เหมือนเป็นคนส่งคำสั่งงานไปให้โรงงานนี้ทำงาน

ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast)*: เซลล์ในชั้นผิวหนังแท้ที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน หัตถการประเภทกระตุ้นคอลลาเจนอาศัยการทำงานของเซลล์นี้เป็นหลัก

 

บอกตรงๆ ว่ากระบวนการนี้ค่อนข้างช้า หลังฉีดทันทีเจลจะทำหน้าที่จับปริมาตรไว้ก่อน ระหว่างนั้นคอลลาเจนใหม่ก็จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นรอบอนุภาคแคลเซียม เมื่อเวลาผ่านไป เจลจะถูกดูดซึมและอนุภาคแคลเซียมก็จะสลายไป แต่คอลลาเจนที่เกิดขึ้นในบริเวณนั้นจะยังคงอยู่ งานวิจัยในผิวหนังสัตว์ทดลองก็รายงานว่าแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ เช่นกัน

 

คล้ายกับการสร้างตึกที่ต้องปักเสาเหล็กก่อนแล้วค่อยเทคอนกรีตทับลงไป อนุภาคแคลเซียมทำหน้าที่เหมือนเสาเหล็ก ส่วนคอลลาเจนก็เหมือนคอนกรีต จึงไม่ใช่แค่การเติมเต็มพื้นที่ว่างเฉยๆ แต่เป็นวิธีที่ดึงให้เนื้อเยื่อฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาจริงๆ


หลักการที่อนุภาคแคลเซียมทิ้งคอลลาเจนไว้



 

ผลเติมเต็มทันทีกับคอลลาเจน มาคนละช่วงเวลา

ผลของ Radiesse แบ่งออกเป็นสองช่วงเวลา หลังฉีดทันทีเจลจะจับปริมาตรไว้ก่อน ทำให้รู้สึกเต็มขึ้นทันที จากนั้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน คอลลาเจนก็จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย เพราะเจลทำงานก่อนแล้วคอลลาเจนทำงานทีหลัง ผลลัพธ์จึงมักดำเนินต่อไปได้แม้หลังจากสารฟิลเลอร์ถูกดูดซึมไปแล้ว

ระยะเวลาคงอยู่โดยประมาณของฟิลเลอร์แต่ละชนิด (เดือน)

แม้จะเป็น CaHA เหมือนกัน แต่ระยะเวลาคงอยู่ก็มีความแตกต่างกันในแต่ละคน เพราะการตอบสนองในการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และยังขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำหัตถการและชั้นผิวที่ฉีดด้วย ดังนั้นแทนที่จะฟันธงเป็นตัวเลข "อยู่ได้กี่เดือน" การเข้าใจว่าเป็นโครงสร้างที่คอลลาเจนยังคงอยู่แม้ฟิลเลอร์จะสลายไปแล้วจะแม่นยำกว่า

 

มีข้อหนึ่งที่อยากฝากไว้ คือถ้าคาดหวังแค่ผลเติมเต็มทันทีอย่างเดียว อาจพลาดจุดเด่นของหัตถการนี้ไปได้ง่าย Radiesse เป็นหัตถการที่การเติมเต็มและการฟื้นฟูผิวเกิดขึ้นไปพร้อมกัน จึงเหมาะกับมุมมองที่มองผลในระยะยาวมากกว่า


ผลเติมเต็มทันทีกับคอลลาเจน มาคนละช่วงเวลา



 

Radiesse เหมาะกับใคร และต้องระวังอะไรบ้าง

Radiesse เป็นหัตถการที่น่าพิจารณาสำหรับคนที่ต้องการทั้งปริมาตรและความกระชับไปพร้อมกัน หรือคนที่เคยฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกซ้ำๆ บ่อยครั้งแล้วอยากยืดระยะเวลาให้อยู่ได้นานขึ้น ถ้ารู้สึกว่าแก้มยุบและผิวหย่อนคล้อยไปพร้อมกัน ก็สามารถเติมเต็มและเพิ่มความกระชับไปพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางกลับกัน ถ้าต้องการแค่เติมริ้วรอยเส้นบางๆ เพียงเส้นเดียว ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกอาจเหมาะกว่า ช่วงหลังมานี้ยังมีการเจือจางแล้วฉีดบางๆ กระจายเป็นวงกว้างเพื่อปรับพื้นผิวผิวด้วยเช่นกัน

 

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ควรรู้ไว้ก่อน คือ Radiesse ไม่สามารถละลายคืนสภาพเดิมได้ง่ายเหมือนฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นที่พอใจ สามารถใช้เอนไซม์สลายออกได้ แต่ Radiesse ทำแบบนั้นไม่ได้

 

ด้วยเหตุนี้ ความเข้าใจด้านกายวิภาคและการควบคุมปริมาณของแพทย์ผู้ทำหัตถการจึงสำคัญมากยิ่งขึ้น หากฉีดเกินขนาดหรือฉีดผิดชั้นในตำแหน่งที่ตื้นเกินไป อาจเกิดก้อนแข็งได้ และตามหลักการแล้วจะไม่ใช้กับบริเวณที่ผิวบางมากอย่างริมฝีปากหรือใต้ตา เพราะเป็นหัตถการที่แก้ไขคืนสภาพได้ยาก การกำหนดชั้นและปริมาณให้แม่นยำตั้งแต่แรกจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด


Radiesse เหมาะกับใคร และต้องระวังอะไรบ้าง



 

ทำไมต้องเลือกบิวตี้สโตน ฮับจอง

ก่อนจะแนะนำ Radiesse ให้คนไข้ บิวตี้สโตน ฮับจอง จะชี้ให้เห็นก่อนว่าตอนนี้สิ่งที่ต้องการคือปริมาตรหรือการฟื้นฟูผิวกันแน่ เพราะ Radiesse เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะไม่สามารถละลายคืนสภาพเดิมได้ง่ายเหมือนฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก การกำหนดชั้นและปริมาณที่ฉีดให้แม่นยำตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก

 

ดังนั้นแทนที่จะรีบเร่งเอาผลลัพธ์ แพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญจะตรวจดูใบหน้าด้วยตัวเองก่อน แล้วจึงตัดสินใจว่าควรทำหัตถการหรือไม่ และควรใช้ปริมาณเท่าไร


ทำไมต้องเลือกบิวตี้สโตน ฮับจอง



 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ผลคอลลาเจนของ Radiesse เริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ

 

A. ไม่ใช่ทันทีหลังฉีดครับ แต่จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน เพราะเจลจะจับปริมาตรไว้ก่อน แล้วอนุภาคแคลเซียมค่อยกระตุ้นให้เกิดคอลลาเจนตามมา ผลลัพธ์จึงมักดำเนินต่อไปได้แม้สารฟิลเลอร์จะถูกดูดซึมไปแล้ว แต่ความเร็วในการตอบสนองจะแตกต่างกันไปในแต่ละคนครับ

 

Q. Radiesse อยู่ได้นานแค่ไหนคะ

 

A. แต่ละคนแตกต่างกันจึงฟันธงเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้ยากครับ แต่โดยทั่วไปเชื่อกันว่าอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก ขึ้นอยู่กับการตอบสนองในการสร้างคอลลาเจนและบริเวณที่ทำหัตถการ ดังนั้นแทนที่จะยึดตามระยะเวลา ควรเข้าใจว่าเป็นโครงสร้างที่คอลลาเจนยังอยู่แม้ฟิลเลอร์จะสลายไปแล้วจะแม่นยำกว่าครับ

 

Q. ได้ยินว่าอาจเกิดก้อนแข็งได้ด้วยใช่ไหมคะ

 

A. หากฉีดเกินขนาดหรือฉีดผิดชั้นในตำแหน่งที่ตื้นเกินไปก็อาจเกิดขึ้นได้ครับ ด้วยเหตุนี้จึงมีหลักการว่าจะไม่ใช้กับบริเวณที่ผิวบางมากอย่างริมฝีปากหรือใต้ตา เพราะ Radiesse เป็นหัตถการที่แก้ไขคืนสภาพได้ยาก การกำหนดชั้นและปริมาณให้แม่นยำตั้งแต่แรกจึงสำคัญมากครับ

 

Q. ฉีด Radiesse แล้วจะช้ำเยอะไหมคะ

 

A. ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด แต่โดยทั่วไปจะใกล้เคียงกับฟิลเลอร์ทั่วไปครับ การใช้แคนนูล่าช่วยลดรอยช้ำได้ บทความนี้เป็นการให้ข้อมูลทั่วไป ส่วนสภาพผิวและการตัดสินใจทำหัตถการของแต่ละคน ควรปรึกษากับแพทย์ที่ตรวจให้โดยตรงเพื่อความปลอดภัยครับ



 

อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1