• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

อย่าเชื่อว่า Retinoid ทำให้ผิวบาง หมออธิบายเอง

อย่าเชื่อว่า Retinoid ทำให้ผิวบาง หมออธิบายเอง

อย่าเชื่อว่า Retinoid ทำให้ผิวบาง หมออธิบายเอง

กังวลผิวบางไหมคะ? มาดูเหตุผลจริงที่ Retinol, Retinal, Tretinoin เข้มข้นต่างกันค่ะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

คุณเคยใช้เรตินอลจากเครื่องสำอางแล้วไม่เห็นผลไหม? มาเช็กความแตกต่างของขั้นตอนการเปลี่ยนรูปกันเถอะ

อย่าไปเชื่อนะ ที่เค้าบอกว่า

เรตินอล (Retinol) ก็คือ เรตินอยด์ (Retinoid)...

 

โดย หมอวี ยองจิน ผู้อำนวยการ Beautystone คลินิก (เกียรตินิยมอันดับ 1 แพทย์เฉพาะทาง มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล)

 

เช็กจุดนี้ก่อนอ่านกันเลยครับ!

 

Q. สรุปแล้ว เรตินอล (Retinol) กับ เรตินอยด์ (Retinoid) มันไม่ใช่สิ่งเดียวกันเหรอคะ?

A. ไม่ใช่ครับ! ถึงแม้ว่าทั้งสองตัวจะเป็นสารในตระกูลวิตามินเอเหมือนกัน

แต่วิธีการซึมผ่านข้ามชั้นผิวชั้นนอก (ชั้นขี้ไคล) แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ

เพราะฉะนั้นเรื่องระดับการระคายเคืองและผลลัพธ์ที่ได้จึงต่างกันด้วยครับ

 

Q. ทำไมเป็นกลุ่มวิตามินเอเหมือนกัน

แต่ความเข้มข้นและความแรงถึงดูต่างกันจังเลยครับ?

A. นั่นเป็นเพราะชั้นผิวชั้นนอกทำหน้าที่เหมือนเป็น 'ประตูด่านแรก' ของผิวครับ

และหัวใจสำคัญอยู่ที่ว่าสารตัวนั้นผ่านด่านนี้เข้าไปในรูปแบบไหนนั่นเองครับ

 

ใจความสำคัญของโพสต์นี้

ความเข้มข้นและความแรงที่แตกต่างกันของ เรตินอล (Retinol), เรตินาล (Retinal), เตรติโนอิน (Tretinoin)

แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับ "ชั้นผิวชั้นนอก (ชั้นขี้ไคล)" นี่เองครับ

ความสัมพันธ์ระหว่างเกราะปกป้องผิวกับวิตามินเอ คู่มือกลยุทธ์เพื่อผลลัพธ์ที่ทรงพลังโดยไม่ระคายเคือง

 

 















เรตินอยด์ (Retinoid) คืออะไร?

เรตินอยด์ (Retinoid) เป็นชื่อเรียกกลุ่มสารใหญ่

ที่ครอบคลุมถึงวิตามินเอและสารอนุพันธ์ต่าง ๆ ของวิตามินเอทั้งหมดครับ

 

พูดง่าย ๆ ก็คือ เรตินอล (Retinol) ก็คือ เรตินอยด์ ประเภทหนึ่ง

และ เตรติโนอิน (Tretinoin) ก็ถือเป็น เรตินอยด์ ประเภทหนึ่งเช่นกันครับ

 

แต่นี่ล่ะครับที่เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดเยอะมาก

เราจะบอกว่า "เรตินอยด์ (Retinoid) = เรตินอล (Retinol)"

แบบนี้ตรง ๆ เลยไม่ได้นะครับ

 

เพราะ เรตินอยด์ เป็นเหมือน 'นามสกุลของครอบครัว'

ส่วน เรตินอล (Retinol), เรตินาล (Retinal) และ เตรติโนอิน (Tretinoin)

เป็นเหมือน 'ชื่อของลูก ๆ' ในบ้านต่างหากครับ

 

ซึ่งความแตกต่างของลูก ๆ แต่ละคนนั้น

บอกเลยว่าต่างกันมากกว่าที่คุณคิดเยอะเลยครับ

 

และตัวแปรหลักที่สร้างความต่างชั้นนี้

ก็คือชั้นผิวชั้นนอกของเราเนี่ยแหละครับ

เช็กลิสต์ที่ต้องรู้ก่อนใช้เตรติโนอินชนิดครีม: ต้องเข้าใจด่านชั้นขี้ไคลก่อนถึงจะสำเร็จ

 

 















เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ความเข้มข้นและความแรงไม่เท่ากัน

— ด่านปราการที่เรียกว่า "ชั้นผิวชั้นนอก"

ผิวชั้นนอกสุดของเราจะมีชั้นที่เรียกว่า

ชั้นขี้ไคลหรือชั้นเกราะป้องกันบาง ๆ

 

ที่มีความหนาเพียง 0.01~0.02 มม. เท่านั้น

แต่เจ้าชั้นบาง ๆ นี้เองที่คอยทำหน้าที่ช่วยบล็อกสิ่งแปลกปลอม

ไม่ให้ซึมสู่ผิวได้ง่าย ๆ ครับ

 

นั่นแปลว่า ไม่ว่าสารสกินแคร์จะดีแค่ไหน ก็ต้องข้ามด่านชั้นผิวนี้ไปให้ได้ก่อน

ถึงจะสามารถเดินทางลึกลงไปสัมฤทธิ์ผลที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้ครับ

 

สำหรับ เรตินอล (Retinol) นั้น เมื่อซึมผ่านทะลุเกราะป้องกันชั้นนอกไปแล้ว

ยังต้องเจอกับกระบวนการแปลงร่างอีก 2 สเต็ปข้างในผิวด้วยครับ

 

เรตินอล → เรตินาล → เตรติโนอิน (เรติโนอิก แอซิด)

ตรงนี้แหละครับ สุดท้ายแล้วตัวที่ออกฤทธิ์ทำงานกับเซลล์ผิวจริง ๆ

ก็คือสารที่อยู่ในรูปแอคทีฟฟอร์มที่เรียกว่า เตรติโนอิน (Tretinoin) นั่นเองครับ

 

ทุกครั้งที่ เรตินอล ต้องถูกแปลงร่าง ประสิทธิภาพและปริมาณของมันก็จะลดหลั่นหายน้อยลงไปเรื่อย ๆ

 

แถมตอนเดินผ่านด่านชั้นคุ้มกันผิว อัตราการดูดซึมก็ตกหล่นไปบ้าง

แถมประสิทธิภาพในการแปลงสารของผิวในแต่ละคนก็ยังไม่เท่ากันอีกด้วยครับ

 

ในทางกลับกัน เตรติโนอิน (Tretinoin) คือร่างพร้อมใช้งาน (Active Form) อยู่แล้ว

 

จึงไม่ต้องแปลงร่างใด ๆ อีกแล้วครับ

ฉะนั้นต่อให้คุณเห็นว่าอยู่ในกลุ่มวิตามินเอเหมือนกัน แต่ความแรงของ เรตินอล 0.5%

กับ เตรติโนอิน 0.025% นั้น

ความแรงและประสิทธิภาพในการดูแลตรงจุดบอกเลยว่าเทียบกันไม่ติดเลยครับ

 

สรุปหัวใจสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

 

เรตินอล (Retinol) ต้องเดินทางทะลุผ่านผิวชั้นนอก

และต้องผ่านการแปลงร่างถึง 2 ครั้งก่อนถึงจะเห็นผลลัพธ์ครับ

 

ช่วน เตรติโนอิน (Tretinoin) นั้นทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลงร่าง

ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจกว่า แต่มาพร้อมแรงระคายเคืองที่สูงกว่าเช่นกันครับ

 

ดังนั้นแบบไหนจะเหมาะกับผิวเรามากที่สุด

ขึ้นอยู่กับสภาพเกราะป้องกันทางผิวหนัง (Skin Barrier) ของเราต่างหากครับ

เรตินอยด์คือชื่อตระกูล: วิธีแยกความแตกต่างของเรตินอล เรตินาล และเตรติโนอินแบบเข้าใจง่าย

 

 















ตารางสรุปเปรียบเทียบ เรตินอล vs เรตินาล vs เตรติโนอิน

คีย์เปรียบเทียบ

เรตินอล (Retinol)

เรตินาล (Retinal)

เตรติโนอิน (Tretinoin)

ขั้นตอนการแปลงร่าง

ต้องแปลงร่าง 2 สเต็ป

ต้องแปลงร่าง 1 สเต็ป

ไม่ต้องแปลงร่าง

ระดับความแรง

ค่อนข้างอ่อนโยน

ระดับปานกลาง

ทรงประสิทธิภาพ / เข้มข้น

อาการระคายเคือง

ต่ำ

ปานกลาง

สูง

ช่องทางการจำหน่าย

เครื่องสำอางทั่วไป

เครื่องสำอางทั่วไป

ยาควบคุมพิเศษ (ต้องใช้ใบสั่งแพทย์)

ระยะเวลาเริ่มเห็นผล

8~12 สัปดาห์

4~8 สัปดาห์

2~4 สัปดาห์















ไกด์ไลน์ตามสภาพปัญหาผิวแต่ละแบบ

 

1. ผู้ที่เหมาะจะเริ่มต้นด้วย เรตินอล (Retinol)

 

ผู้ที่ยังเพิ่งเริ่มมาลองใช้แกลุ่มสารวิตามินเอเป็นครั้งแรก

หรือเป็นคนประเภทที่มีสภาพผิวค่อนข้างบางและแพ้ง่ายครับ

แนะนำให้ลองใช้ที่ความเข้มข้นประมาณ 0.1~0.3% แล้วค่อยขยับขึ้นไปครับ

 

2. ผู้ที่สามารถเขยับขึ้นมาใช้ เรตินาล (Retinal) ได้

 

คือผู้ที่เคยผ่านการใช้ เรตินอล ความเข้มข้น 0.5% ขึ้นไปมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน

โดยไม่มีอาการแพ้หรือผลข้างเคียงใด ๆ ครับ

การขยับขึ้นมาตัวนี้จะช่วยทำให้รู้สึกถึงผลลัพธ์ที่ไวขึ้นได้อย่างชัดเจนครับ

 

3. ใครบ้างจำเป็นต้องใช้ เตรติโนอิน (Tretinoin)?

 

ผู้ที่อยากเน้นรักษาปัญหาแผลเป็นจากสิว, ปัญหาเม็ดสีเข้ม ๆ ชัดเจน,

หรืออยากเน้นฟื้นฟูลดริ้วรอยอย่างจริงจังครับ

และเนื่องจากเป็นยาควบคุม จึงจำเป็นต้องได้รับการสั่งยาจากแพทย์เท่านั้นนะครับ

 

สึหรับใครที่จะใช้ เตรติโนอิน ช่วง 2~3 สัปดาห์แรกบอกเลยว่าเป็นสัปดาห์ปราบเซียนครับ

 

อาจมีผิวลอก ผิวแดงและรู้สึกแสบยิบ ๆ ได้ แต่ถ้าเราผ่านช่วงความท้าทายนี้ไปได้

จะเริ่มเห็นได้ชัดว่าสีผิวดูเรียบเนียน โทนผิวและผิวที่เคยหย่อนคล้อยดูดีสว่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

ตั้งแต่มือใหม่ถึงมือโปรเรตินอล 3 เกณฑ์เลือกเรตินอยด์ให้เหมาะกับผิวคุณ

 

 















กฎเหล็ก 3 ข้อที่ต้องตามทำเมื่อเริ่มใข้ เรตินอยด์

 

1. การปกป้องผิวจากแสงแดดคือที่สุดของที่สุด!

 

เนื่องจากเกราะปกป้องผิวชั้นนอกของเราจะบางลง ทำให้ไวต่อรังสี UV มากขึ้นครับ

ดังนั้นต้องห้ามลืมทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปด้วยนะครับ

 

2. ทาครีมบำรุงก่อน แล้วค่อยลง เรตินอยด์ ทับไปทีหลัง

 

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้ลดแรงกระแทกด้วยเทคนิคแซนด์วิช (Sandwich Technique)

โดยลงมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวก่อน แล้วค่อยลงสารกลุ่ม เรตินอยด์ ทับลงไปด้านบนอีกทีครับ

 

3. เพิ่งเริ่มใช้ อย่าเพิ่งประโคมใช้ทุกวันเลยนะครับ

 

แนะนำให้เริ่มใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งให้ผิวปรับตัวเข้ากับสภาพของสารก่อน แล้วจึงค่อยขยับเป็นวันเว้นวัน,

จากนั้นเมื่อผิวเริ่มอยู่ตัวแล้วถึงปรับมาทาทุกวัน จะเป็นวิธีการที่ปลอดภัยต่อเกราะผิวมากที่สุดครับ

 

คำถามยอดฮิตที่หลายคนถามบ่อย

 

Q1. ถ้าใช้ เรตินอล (Retinol) อยู่ดี ๆ

ขยับข้ามขั้นไปทา เตรติโนอิน (Tretinoin) เลยได้ไหมคะ?

อาจเกิดการระคายเคืองรุนแรงกับผิวได้ครับ แนะนำให้งดใช้ เรตินอล ไปก่อนสัก 1 สัปดาห์

จากนั้นจึงค่อยเริ่มทาด้วย เตรติโนอิน ตัวความเข้มข้นต่ำสุด สัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อดูอาการก่อนนะครับ

 

Q2. ต้องทาไปนานเท่าไหร่นะครับถึงจะเห็นผลชัดเจน?

ถ้าเป็น เรตินอล แนะนำประมาณ 8~12 สัปดาห์ ส่วน เตรติโนอิน จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงแถว ๆ 4~8 สัปดาห์

แต่หากต้องการผลเรื่องริ้วรอยร่องลึกต่าง ๆ

จำเป็นต้องบำรุงสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน 6 เดือนขึ้นไปนะครับ

 

Q3. มีเสียงบ่นว่าใช้ เรตินอยด์ แล้วทำให้ผิวบางลงจริงไหมคะ?

เป็นความคุ้นเคยที่เข้าใจผิดบ่อยที่สุดเลยครับ ผิวชั้นนอกสุดอาจจะบางลงจริง

แต่ในผิวชั้นหนังแท้นั้น จะเกิดการกระตุ้นให้สังเคราะห์เส้นใยคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา

ผลลัพธ์รวม ๆ เลยทำให้โครงสร้างของผิวแข็งแรงและอวบอิ่มแน่นขึ้นต่างหากครับ

 

ท่านที่ต้องการนัดหมายก่อนเข้ามา สามารถทักทายเข้ามาได้ทาง KakaoTalk เลยครับ

ช่องทางให้คำปรึกษาผ่าน KakaoTalk

หากต้องการเช็กด่วนว่าเลเซอร์นี้จะเหมาะกับสภาพผิวของเราไหม ผู้อำนวยการหมอวีจะเข้ามาประเมินด้วยตัวเองโดยตรงเลยครับ

▶ แชตคุยแบบตัวต่อตัว 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้ที่นี่เลยครับ

ด้วยความยินดีและขอบคุณจาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

อ่านต่อบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เมโสสลายไขมัน ย่านฮงแด ทำไมทำแล้วบางท่านบอกยังไม่เห็นผล? (*รองรับตัวยา DCA เท่านั้นนะ)

สยบปัญหากลัวเจ็บตอนเลเซอร์ขนรักแร้/หนวดเครา! มีวิธียังไงให้ไม่ทรมานบ้างนะ? - เจาะลึกประเภทยาชา

จูวีลุค ฝาชมพูแก้ปัญหาความหมองคล้ำใต้ตา (Dark Circles) ได้จริงไหมนะ?

ข้อดีของการเลือก Coretox บริเวณหน้าผาก/หางตา ร่วมกับโบท็อกซ์เกาหลีแบบประหยัดที่กล้ามเนื้อกราม? สูตรเด็ดดูแลคัดสรรให้ตรงตามส่วนผิว

เช็กลิสต์ 5 ข้อ สำหรับการมองหาคลินิกทำโบท็อกซ์เทพ ย่านฮงแด (แชร์ละเอียดยิบโดยแพทย์เฉพาะทางจาก ม.ชั้นนำโซล)

คุณเคยใช้เรตินอลจากเครื่องสำอางแล้วไม่เห็นผลไหม? มาเช็กความแตกต่างของขั้นตอนการเปลี่ยนรูปกันเถอะ

อย่าไปเชื่อนะ ที่เค้าบอกว่า

เรตินอล (Retinol) ก็คือ เรตินอยด์ (Retinoid)...

 

โดย หมอวี ยองจิน ผู้อำนวยการ Beautystone คลินิก (เกียรตินิยมอันดับ 1 แพทย์เฉพาะทาง มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล)

 

เช็กจุดนี้ก่อนอ่านกันเลยครับ!

 

Q. สรุปแล้ว เรตินอล (Retinol) กับ เรตินอยด์ (Retinoid) มันไม่ใช่สิ่งเดียวกันเหรอคะ?

A. ไม่ใช่ครับ! ถึงแม้ว่าทั้งสองตัวจะเป็นสารในตระกูลวิตามินเอเหมือนกัน

แต่วิธีการซึมผ่านข้ามชั้นผิวชั้นนอก (ชั้นขี้ไคล) แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ

เพราะฉะนั้นเรื่องระดับการระคายเคืองและผลลัพธ์ที่ได้จึงต่างกันด้วยครับ

 

Q. ทำไมเป็นกลุ่มวิตามินเอเหมือนกัน

แต่ความเข้มข้นและความแรงถึงดูต่างกันจังเลยครับ?

A. นั่นเป็นเพราะชั้นผิวชั้นนอกทำหน้าที่เหมือนเป็น 'ประตูด่านแรก' ของผิวครับ

และหัวใจสำคัญอยู่ที่ว่าสารตัวนั้นผ่านด่านนี้เข้าไปในรูปแบบไหนนั่นเองครับ

 

ใจความสำคัญของโพสต์นี้

ความเข้มข้นและความแรงที่แตกต่างกันของ เรตินอล (Retinol), เรตินาล (Retinal), เตรติโนอิน (Tretinoin)

แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับ "ชั้นผิวชั้นนอก (ชั้นขี้ไคล)" นี่เองครับ

ความสัมพันธ์ระหว่างเกราะปกป้องผิวกับวิตามินเอ คู่มือกลยุทธ์เพื่อผลลัพธ์ที่ทรงพลังโดยไม่ระคายเคือง

 

 















เรตินอยด์ (Retinoid) คืออะไร?

เรตินอยด์ (Retinoid) เป็นชื่อเรียกกลุ่มสารใหญ่

ที่ครอบคลุมถึงวิตามินเอและสารอนุพันธ์ต่าง ๆ ของวิตามินเอทั้งหมดครับ

 

พูดง่าย ๆ ก็คือ เรตินอล (Retinol) ก็คือ เรตินอยด์ ประเภทหนึ่ง

และ เตรติโนอิน (Tretinoin) ก็ถือเป็น เรตินอยด์ ประเภทหนึ่งเช่นกันครับ

 

แต่นี่ล่ะครับที่เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดเยอะมาก

เราจะบอกว่า "เรตินอยด์ (Retinoid) = เรตินอล (Retinol)"

แบบนี้ตรง ๆ เลยไม่ได้นะครับ

 

เพราะ เรตินอยด์ เป็นเหมือน 'นามสกุลของครอบครัว'

ส่วน เรตินอล (Retinol), เรตินาล (Retinal) และ เตรติโนอิน (Tretinoin)

เป็นเหมือน 'ชื่อของลูก ๆ' ในบ้านต่างหากครับ

 

ซึ่งความแตกต่างของลูก ๆ แต่ละคนนั้น

บอกเลยว่าต่างกันมากกว่าที่คุณคิดเยอะเลยครับ

 

และตัวแปรหลักที่สร้างความต่างชั้นนี้

ก็คือชั้นผิวชั้นนอกของเราเนี่ยแหละครับ

เช็กลิสต์ที่ต้องรู้ก่อนใช้เตรติโนอินชนิดครีม: ต้องเข้าใจด่านชั้นขี้ไคลก่อนถึงจะสำเร็จ

 

 















เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ความเข้มข้นและความแรงไม่เท่ากัน

— ด่านปราการที่เรียกว่า "ชั้นผิวชั้นนอก"

ผิวชั้นนอกสุดของเราจะมีชั้นที่เรียกว่า

ชั้นขี้ไคลหรือชั้นเกราะป้องกันบาง ๆ

 

ที่มีความหนาเพียง 0.01~0.02 มม. เท่านั้น

แต่เจ้าชั้นบาง ๆ นี้เองที่คอยทำหน้าที่ช่วยบล็อกสิ่งแปลกปลอม

ไม่ให้ซึมสู่ผิวได้ง่าย ๆ ครับ

 

นั่นแปลว่า ไม่ว่าสารสกินแคร์จะดีแค่ไหน ก็ต้องข้ามด่านชั้นผิวนี้ไปให้ได้ก่อน

ถึงจะสามารถเดินทางลึกลงไปสัมฤทธิ์ผลที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้ครับ

 

สำหรับ เรตินอล (Retinol) นั้น เมื่อซึมผ่านทะลุเกราะป้องกันชั้นนอกไปแล้ว

ยังต้องเจอกับกระบวนการแปลงร่างอีก 2 สเต็ปข้างในผิวด้วยครับ

 

เรตินอล → เรตินาล → เตรติโนอิน (เรติโนอิก แอซิด)

ตรงนี้แหละครับ สุดท้ายแล้วตัวที่ออกฤทธิ์ทำงานกับเซลล์ผิวจริง ๆ

ก็คือสารที่อยู่ในรูปแอคทีฟฟอร์มที่เรียกว่า เตรติโนอิน (Tretinoin) นั่นเองครับ

 

ทุกครั้งที่ เรตินอล ต้องถูกแปลงร่าง ประสิทธิภาพและปริมาณของมันก็จะลดหลั่นหายน้อยลงไปเรื่อย ๆ

 

แถมตอนเดินผ่านด่านชั้นคุ้มกันผิว อัตราการดูดซึมก็ตกหล่นไปบ้าง

แถมประสิทธิภาพในการแปลงสารของผิวในแต่ละคนก็ยังไม่เท่ากันอีกด้วยครับ

 

ในทางกลับกัน เตรติโนอิน (Tretinoin) คือร่างพร้อมใช้งาน (Active Form) อยู่แล้ว

 

จึงไม่ต้องแปลงร่างใด ๆ อีกแล้วครับ

ฉะนั้นต่อให้คุณเห็นว่าอยู่ในกลุ่มวิตามินเอเหมือนกัน แต่ความแรงของ เรตินอล 0.5%

กับ เตรติโนอิน 0.025% นั้น

ความแรงและประสิทธิภาพในการดูแลตรงจุดบอกเลยว่าเทียบกันไม่ติดเลยครับ

 

สรุปหัวใจสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

 

เรตินอล (Retinol) ต้องเดินทางทะลุผ่านผิวชั้นนอก

และต้องผ่านการแปลงร่างถึง 2 ครั้งก่อนถึงจะเห็นผลลัพธ์ครับ

 

ช่วน เตรติโนอิน (Tretinoin) นั้นทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลงร่าง

ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจกว่า แต่มาพร้อมแรงระคายเคืองที่สูงกว่าเช่นกันครับ

 

ดังนั้นแบบไหนจะเหมาะกับผิวเรามากที่สุด

ขึ้นอยู่กับสภาพเกราะป้องกันทางผิวหนัง (Skin Barrier) ของเราต่างหากครับ

เรตินอยด์คือชื่อตระกูล: วิธีแยกความแตกต่างของเรตินอล เรตินาล และเตรติโนอินแบบเข้าใจง่าย

 

 















ตารางสรุปเปรียบเทียบ เรตินอล vs เรตินาล vs เตรติโนอิน

คีย์เปรียบเทียบ

เรตินอล (Retinol)

เรตินาล (Retinal)

เตรติโนอิน (Tretinoin)

ขั้นตอนการแปลงร่าง

ต้องแปลงร่าง 2 สเต็ป

ต้องแปลงร่าง 1 สเต็ป

ไม่ต้องแปลงร่าง

ระดับความแรง

ค่อนข้างอ่อนโยน

ระดับปานกลาง

ทรงประสิทธิภาพ / เข้มข้น

อาการระคายเคือง

ต่ำ

ปานกลาง

สูง

ช่องทางการจำหน่าย

เครื่องสำอางทั่วไป

เครื่องสำอางทั่วไป

ยาควบคุมพิเศษ (ต้องใช้ใบสั่งแพทย์)

ระยะเวลาเริ่มเห็นผล

8~12 สัปดาห์

4~8 สัปดาห์

2~4 สัปดาห์















ไกด์ไลน์ตามสภาพปัญหาผิวแต่ละแบบ

 

1. ผู้ที่เหมาะจะเริ่มต้นด้วย เรตินอล (Retinol)

 

ผู้ที่ยังเพิ่งเริ่มมาลองใช้แกลุ่มสารวิตามินเอเป็นครั้งแรก

หรือเป็นคนประเภทที่มีสภาพผิวค่อนข้างบางและแพ้ง่ายครับ

แนะนำให้ลองใช้ที่ความเข้มข้นประมาณ 0.1~0.3% แล้วค่อยขยับขึ้นไปครับ

 

2. ผู้ที่สามารถเขยับขึ้นมาใช้ เรตินาล (Retinal) ได้

 

คือผู้ที่เคยผ่านการใช้ เรตินอล ความเข้มข้น 0.5% ขึ้นไปมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน

โดยไม่มีอาการแพ้หรือผลข้างเคียงใด ๆ ครับ

การขยับขึ้นมาตัวนี้จะช่วยทำให้รู้สึกถึงผลลัพธ์ที่ไวขึ้นได้อย่างชัดเจนครับ

 

3. ใครบ้างจำเป็นต้องใช้ เตรติโนอิน (Tretinoin)?

 

ผู้ที่อยากเน้นรักษาปัญหาแผลเป็นจากสิว, ปัญหาเม็ดสีเข้ม ๆ ชัดเจน,

หรืออยากเน้นฟื้นฟูลดริ้วรอยอย่างจริงจังครับ

และเนื่องจากเป็นยาควบคุม จึงจำเป็นต้องได้รับการสั่งยาจากแพทย์เท่านั้นนะครับ

 

สึหรับใครที่จะใช้ เตรติโนอิน ช่วง 2~3 สัปดาห์แรกบอกเลยว่าเป็นสัปดาห์ปราบเซียนครับ

 

อาจมีผิวลอก ผิวแดงและรู้สึกแสบยิบ ๆ ได้ แต่ถ้าเราผ่านช่วงความท้าทายนี้ไปได้

จะเริ่มเห็นได้ชัดว่าสีผิวดูเรียบเนียน โทนผิวและผิวที่เคยหย่อนคล้อยดูดีสว่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

ตั้งแต่มือใหม่ถึงมือโปรเรตินอล 3 เกณฑ์เลือกเรตินอยด์ให้เหมาะกับผิวคุณ

 

 















กฎเหล็ก 3 ข้อที่ต้องตามทำเมื่อเริ่มใข้ เรตินอยด์

 

1. การปกป้องผิวจากแสงแดดคือที่สุดของที่สุด!

 

เนื่องจากเกราะปกป้องผิวชั้นนอกของเราจะบางลง ทำให้ไวต่อรังสี UV มากขึ้นครับ

ดังนั้นต้องห้ามลืมทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปด้วยนะครับ

 

2. ทาครีมบำรุงก่อน แล้วค่อยลง เรตินอยด์ ทับไปทีหลัง

 

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้ลดแรงกระแทกด้วยเทคนิคแซนด์วิช (Sandwich Technique)

โดยลงมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวก่อน แล้วค่อยลงสารกลุ่ม เรตินอยด์ ทับลงไปด้านบนอีกทีครับ

 

3. เพิ่งเริ่มใช้ อย่าเพิ่งประโคมใช้ทุกวันเลยนะครับ

 

แนะนำให้เริ่มใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งให้ผิวปรับตัวเข้ากับสภาพของสารก่อน แล้วจึงค่อยขยับเป็นวันเว้นวัน,

จากนั้นเมื่อผิวเริ่มอยู่ตัวแล้วถึงปรับมาทาทุกวัน จะเป็นวิธีการที่ปลอดภัยต่อเกราะผิวมากที่สุดครับ

 

คำถามยอดฮิตที่หลายคนถามบ่อย

 

Q1. ถ้าใช้ เรตินอล (Retinol) อยู่ดี ๆ

ขยับข้ามขั้นไปทา เตรติโนอิน (Tretinoin) เลยได้ไหมคะ?

อาจเกิดการระคายเคืองรุนแรงกับผิวได้ครับ แนะนำให้งดใช้ เรตินอล ไปก่อนสัก 1 สัปดาห์

จากนั้นจึงค่อยเริ่มทาด้วย เตรติโนอิน ตัวความเข้มข้นต่ำสุด สัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อดูอาการก่อนนะครับ

 

Q2. ต้องทาไปนานเท่าไหร่นะครับถึงจะเห็นผลชัดเจน?

ถ้าเป็น เรตินอล แนะนำประมาณ 8~12 สัปดาห์ ส่วน เตรติโนอิน จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงแถว ๆ 4~8 สัปดาห์

แต่หากต้องการผลเรื่องริ้วรอยร่องลึกต่าง ๆ

จำเป็นต้องบำรุงสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน 6 เดือนขึ้นไปนะครับ

 

Q3. มีเสียงบ่นว่าใช้ เรตินอยด์ แล้วทำให้ผิวบางลงจริงไหมคะ?

เป็นความคุ้นเคยที่เข้าใจผิดบ่อยที่สุดเลยครับ ผิวชั้นนอกสุดอาจจะบางลงจริง

แต่ในผิวชั้นหนังแท้นั้น จะเกิดการกระตุ้นให้สังเคราะห์เส้นใยคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา

ผลลัพธ์รวม ๆ เลยทำให้โครงสร้างของผิวแข็งแรงและอวบอิ่มแน่นขึ้นต่างหากครับ

 

ท่านที่ต้องการนัดหมายก่อนเข้ามา สามารถทักทายเข้ามาได้ทาง KakaoTalk เลยครับ

ช่องทางให้คำปรึกษาผ่าน KakaoTalk

หากต้องการเช็กด่วนว่าเลเซอร์นี้จะเหมาะกับสภาพผิวของเราไหม ผู้อำนวยการหมอวีจะเข้ามาประเมินด้วยตัวเองโดยตรงเลยครับ

▶ แชตคุยแบบตัวต่อตัว 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้ที่นี่เลยครับ

ด้วยความยินดีและขอบคุณจาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

อ่านต่อบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เมโสสลายไขมัน ย่านฮงแด ทำไมทำแล้วบางท่านบอกยังไม่เห็นผล? (*รองรับตัวยา DCA เท่านั้นนะ)

สยบปัญหากลัวเจ็บตอนเลเซอร์ขนรักแร้/หนวดเครา! มีวิธียังไงให้ไม่ทรมานบ้างนะ? - เจาะลึกประเภทยาชา

จูวีลุค ฝาชมพูแก้ปัญหาความหมองคล้ำใต้ตา (Dark Circles) ได้จริงไหมนะ?

ข้อดีของการเลือก Coretox บริเวณหน้าผาก/หางตา ร่วมกับโบท็อกซ์เกาหลีแบบประหยัดที่กล้ามเนื้อกราม? สูตรเด็ดดูแลคัดสรรให้ตรงตามส่วนผิว

เช็กลิสต์ 5 ข้อ สำหรับการมองหาคลินิกทำโบท็อกซ์เทพ ย่านฮงแด (แชร์ละเอียดยิบโดยแพทย์เฉพาะทางจาก ม.ชั้นนำโซล)

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1