• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

อย่าเชื่อคำพูดที่ว่าเรตินอลก็คือเรตินอยด์

อย่าเชื่อคำพูดที่ว่าเรตินอลก็คือเรตินอยด์

อย่าเชื่อคำพูดที่ว่าเรตินอลก็คือเรตินอยด์

ทำไมเรตินอยด์แต่ละชนิดแรงต่างกัน เริ่มจากชั้นขี้ไคล เทียบเรตินอลกับเทรทิโนอิน พร้อมวิธีเลือก

화장품 레티놀로 효과 못 보셨나요? 변환 단계의 차이를 확인하세요

ที่บอกว่าเรตินอลก็คือเรตินอยด์

อย่าเพิ่งเชื่อคำนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ

 

โดย หมอวี ยองจิน ผู้อำนวยการ Beautystone (อดีตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล)

 

เช็กข้อมูลตรงนี้ก่อนอ่านกันเลยค่ะ

 

Q. เรตินอล กับ เรตินอยด์ สุดท้ายแล้วมันก็คือตัวเดียวกันไม่ใช่หรอคะ?

A. ไม่ใช่ค่ะ ถึงแม้ทั้งคู่จะเป็นสารในกลุ่มวิตามินเอก็ตาม

แต่วิธีการซึมผ่านชั้นขี้ไคล (stratumn corneum) นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยค่ะ

ดังนั้นทั้งระดับการระคายเคืองและผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่เหมือนกันค่ะ

 

Q. ทำไมเป็นวิตามินเอเหมือนกัน

แต่ความเข้มข้นและความแรงถึงต่างกันคะ?

A. เพราะชั้นขี้ไคลของผิวเราทำหน้าที่เป็นเสมือน "ด่านตรวจ" ค่ะ

หัวใจสำคัญมันอยู่ที่ว่า สารสกัดเหล่านี้จะผ่านด่านตรวจนี้เข้าไปในรูปแบบไหนค่ะ

 

ประเด็นสำคัญของบทความนี้

เรตินอล, เรตินอลดีไฮด์ (Retinal), ทรีติโนอิน (Tretinoin)

เหตุผลที่ความเข้มข้นและความแรงต่างกัน เป็นเพราะเรื่องของชั้นขี้ไคลค่ะ

피부 장벽과 비타민A의 상관관계, 자극 없이 강력한 효과를 보는 전략 가이드

 

 







Retinoid คืออะไร?

Retinoid (เรตินอยด์) เป็นกลุ่มสารสกัดประเภทวิตามินเอ

และอนุพันธ์ของวิตามินเอทั้งหมดค่ะ

 

พูดง่ายๆ ก็คือ เรตินอลก็คือเรตินอยด์แบบหนึ่ง

ทรีติโนอินก็คือเรตินอยด์แบบหนึ่งเหมือนกันค่ะ

 

แต่จุดนี้เป็นสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยนะคะ

เราไม่สามารถใส่เครื่องหมายเท่ากับว่า

"Retinoid = Retinol" ได้เลยซะทีเดียวค่ะ

 

เพราะถ้า Retinoid คือ "นามสกุลของครอบครัว"

Retinol, Retinal และ Tretinoin ก็คือ

"ชื่อของสมาชิกแต่ละคน" ในครอบครัวนั้นค่ะ

 

ซึ่งความแตกต่างของสมาชิกแต่ละคนนี้

บอกเลยว่ามากกว่าที่หลายคนคิดไว้เยอะมากค่ะ

 

และกุญแจสำคัญที่สร้างความแตกต่างนี้

ก็คือชั้นขี้ไคลของผิวเรานั่นเองค่ะ

트레티노인 연고 사용 전 필수 체크리스트: 각질층 관문을 이해해야 성공합니다

 

 







เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ความเข้มข้นและความแรงแตกต่างกัน

— ด่านตรวจที่เรียกว่าชั้นขี้ไคล

ที่ผิวชั้นนอกสุดของเราจะมีชั้นที่เรียกว่า

ชั้นขี้ไคล ซึ่งเป็นเกราะป้องกันบางๆ ครับ

 

มีความหนาเพียงคราวๆ 0.01~0.02 มม. เท่านั้น

แต่ชั้นบางๆ นี้ทำหน้าที่คอยสกัดกั้น

สิ่งแปลกปลอมจากภายนอกแทบทั้งหมดเลยค่ะ

 

นั่นหมายความว่า ต่อให้เป็นสารบำรุงผิวที่ดีแค่ไหน ก็จำเป็นต้องผ่านชั้นขี้ไคลนี้ไปให้ได้

ถึงจะสามารถซึมเข้าไปทำงานถึงชั้นหนังแท้ (dermis) ได้ค่ะ

 

ซึ่งเรตินอล หลังจากซึมผ่านชั้นขี้ไคลเข้าไปแล้ว

ยังต้องผ่านกระบวนการแปลงสารภายในผิวอีกถึงสองขั้นตอนด้วยกันค่ะ

 

เรตินอล → เรตินอลดีไฮด์ (Retinal) → ทรีติโนอิน (กรดเรตินอิก)

ส่วนตัวที่จะเข้าไปออกฤทธิ์ทำงานกับเซลล์ผิวของเราจริงๆ ก็คือ

ทรีติโนอิน ซึ่งเป็นรูปแบบพร้อมทำงาน (active form) นั่นเองค่ะ

 

ทุกครั้งที่เรตินอลแปลงร่าง ประสิทธิภาพและฤทธิ์ของมันจะลดทอนลงไปบางส่วนค่ะ

 

แถมตอนซึมผ่านชั้นขี้ไคล อัตราการดูดซึมก็ลดลง

รวมถึงประสิทธิภาพการแปลงสารของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีกด้วยค่ะ

 

ในทางกลับกัน ทรีติโนอินคือรูปแบบพร้อมทำงานในตัวเองอยู่แล้วค่ะ

 

จึงไม่มีความจำเป็นต้องผ่านกระบวนการแปลงสารใดๆ เลย

ดังนั้นต่อให้เป็นสารกลุ่มวิตามินเอเหมือนกัน แต่เรตินอล 0.5%

กับทรีติโนอิน 0.025% บอกเลยว่าในแง่ของความแรงในการออกฤทธิ์

เทียบกันไม่ได้เลยค่ะ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยอง진

 

เรตินอลต้องซึมผ่านชั้นขี้ไคล

และแปลงโมเลกุลถึงสองครั้งถึงจะเห็นผลลัพธ์ค่ะ

 

ขณะที่ทรีติโนอินออกฤทธิ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลงสาร

เห็นผลไวแต่ก็แลกมาด้วยการระคายเคืองที่รุนแรงกว่าค่ะ

 

รูปแบบไหนจะเหมาะกับผิวของเรา

ขึ้นอยู่กับสภาพเกราะป้องกันภายนอก (Skin Barrier) ของแต่ละคนค่ะ

레티노이드는 가족 이름입니다: 레티놀과 레티날, 트레티노인 완벽 구분법

 

 







เปรียบเทียบชัดๆ Retinol vs Retinal vs Tretinoin

ประเภท

Retinol

Retinal

Tretinoin

ขั้นการแปลงสาร

ต้องแปลง 2 ขั้นตอน

ต้องแปลง 1 ขั้นตอน

ไม่ต้องแปลงสาร

ระดับความแรง

ค่อนข้างอ่อนโยน

ปานกลาง

รุนแรง/ทรงพลัง

การระคายเคือง

ต่ำ

ปานกลาง

สูง

ช่องทางการซื้อ

เครื่องสำอางทั่วไป

เครื่องสำอางทั่วไป

ยาควบคุมพิเศษ (ต้องมีใบสั่งแพทย์)

ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผล

8~12 สัปดาห์

4~8 สัปดาห์

2~4 สัปดาห์







ไกด์ไลน์คำแนะนำสำหรับแต่ละเคส

 

1. ผู้ที่ควรเริ่มต้นด้วย Retinol

 

เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเคยใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มวิตามินเอครั้งแรก

หรือคนที่มีผิวบางและผิวแพ้ง่ายค่ะ

แนะนำให้เริ่มจากความเข้มข้นประมาณ 0.1~0.3% แล้วค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นค่ะ

 

2. ผู้ที่สามารถขยับไปใช้ Retinal ได้

 

สำหรับผู้ที่ใช้ Retinol ความเข้มข้น 0.5% ขึ้นไป

ติดต่อกันเกิน 3 เดือนแล้วไม่มีอาการแพ้หรือระคายเคืองใดๆ ค่ะ

จะช่วยให้รู้สึกถึงผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

 

3. ผู้ที่จำเป็นต้องใช้ Tretinoin

 

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษารอยแผลเป็นจากสิว, เม็ดสีผิวเข้มลึก

หรือต้องการปรับปรุงริ้วรอยอย่างจริงจังค่ะ

แต่จำเป็นต้องได้รับการสั่งยาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นนะคะ

 

ในช่วง 2~3 สัปดาห์แรกของการใช้ Tretinoin จะมีความท้าทายมากค่ะ

 

ผิวอาจจะลอกและแสบแดงได้ แต่ถ้าผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้

จะสังเกตเห็นเลยว่าโทนสีผิวและเนื้อผิวมีความกระชับยืดหยุ่นดีขึ้นชัดเจนเลยค่ะ

레티놀 입문자부터 숙련자까지, 내 피부에 맞는 레티노이드 선택 기준 3가지

 

 







กฎเหล็ก 3 ข้อที่ต้องรักษาเมื่อใช้ Retinoid

 

1. ครีมกันแดดคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด

 

เมื่อชั้นขี้ไคลบางลง ผิวเราจะไวต่อรังสี UV มากขึ้นค่ะ

ดังนั้นต้องหมั่นทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปเป็นประจำนะคะ

 

2. ลงมอยส์เจอไรเซอร์ก่อน แล้วค่อยทา Retinoid ทับ

 

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้ใช้วิธี 'Sandwich Method'

โดยทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นก่อน แล้วค่อยลงเรตินอยด์ทับลงไปค่ะ

 

3. ในช่วงแรกห้ามใช้ทุกวันเด็ดขาด

 

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรเริ่มใช้เพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก่อน

เมื่อผิวเริ่มปรับตัวได้แล้วค่อยขยับเป็นวันเว้นวัน แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มเป็นใช้ทุกวันค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

 

Q1. ถ้าใช้ Retinol อยู่

สามารถเปลี่ยนไปทา Tretinoin ทันทีเลยได้ไหมคะ?

อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหนักได้ค่ะ แนะนำให้หยุดใช้ Retinol สัก 1 สัปดาห์ก่อน

แล้วค่อยเริ่มใช้ Tretinoin ที่ความเข้มข้นต่ำสุด สัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อดูอาการก่อนค่ะ

 

Q2. ต้องใช้นานแค่ไหนถึงจะเริ่มเห็นผลคะ?

สำหรับ Retinol จะเริ่มเห็นผลประมาณ 8~12 สัปดาห์ ส่วน Tretinoin อยู่ที่ 4~8 สัปดาห์ค่ะ

แต่ถ้าเป็นเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย

จำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปนะคะ

 

Q3. ใช้ Retinoid แล้วจะทำให้ผิวบางลงไหมคะ?

นี่คือความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดเลยค่ะ จริงๆ แล้วชั้นขี้ไคลด้านนอกสุดอาจจะบางลงก็จริง

แต่ผิวชั้นหนังแท้ด้านล่างจะได้รับการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่

ซึ่งส่งผลให้ผิวจริงๆ ของเราแลดูอิ่มฟูและหนาแข็งแรงขึ้นค่ะ

 

สำหรับลูกค้าไทย สามารถปรึกษาผ่าน LINE/KakaoTalk ก่อนจองคิวเดินทางมาหน้าร้านได้นะคะ

ปรึกษาคุณหมอผ่านทางช่องทางแชท

หากอยากรู้ว่าผิวของเราเหมาะกับหัตถการไหน คุณหมอจะเป็นผู้ประเมินและตอบกลับโดยตรงเลยค่ะ

▶ คลิกเพื่อปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดีๆ จาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความสุขภาพผิวที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ฉีดเมโสแฟตสลายไขมันแถวฮงแด ทำไมบางคนทำแล้วไม่เห็นผล? (*มีเฉพาะสลายน่องและเหนียงนะคะ)

ความเจ็บตอนเลเซอร์กำจัดขนหนวด ถ้าทำแบบนี้จะพอทนได้ไหมนะ? - รวมประเภทของยาชา

Juvelook Volume (Juvelook cyne) ช่วยรักษาปัญหาใต้ตาคล้ำได้จริงไหม?

หน้าผากและหางตาต้อง Coretox, ส่วนกรามใช้โบท็อกซ์ทั่วไป? สูตรผสมผสานที่ดีที่สุดตามบริเวณใบหน้า

เช็กลิสต์ 5 ข้อก่อนเลือกคลินิกโบท็อกซ์ดีๆ ย่านฮงแด (เขียนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลโดยตรง)

화장품 레티놀로 효과 못 보셨나요? 변환 단계의 차이를 확인하세요

ที่บอกว่าเรตินอลก็คือเรตินอยด์

อย่าเพิ่งเชื่อคำนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ

 

โดย หมอวี ยองจิน ผู้อำนวยการ Beautystone (อดีตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล)

 

เช็กข้อมูลตรงนี้ก่อนอ่านกันเลยค่ะ

 

Q. เรตินอล กับ เรตินอยด์ สุดท้ายแล้วมันก็คือตัวเดียวกันไม่ใช่หรอคะ?

A. ไม่ใช่ค่ะ ถึงแม้ทั้งคู่จะเป็นสารในกลุ่มวิตามินเอก็ตาม

แต่วิธีการซึมผ่านชั้นขี้ไคล (stratumn corneum) นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยค่ะ

ดังนั้นทั้งระดับการระคายเคืองและผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่เหมือนกันค่ะ

 

Q. ทำไมเป็นวิตามินเอเหมือนกัน

แต่ความเข้มข้นและความแรงถึงต่างกันคะ?

A. เพราะชั้นขี้ไคลของผิวเราทำหน้าที่เป็นเสมือน "ด่านตรวจ" ค่ะ

หัวใจสำคัญมันอยู่ที่ว่า สารสกัดเหล่านี้จะผ่านด่านตรวจนี้เข้าไปในรูปแบบไหนค่ะ

 

ประเด็นสำคัญของบทความนี้

เรตินอล, เรตินอลดีไฮด์ (Retinal), ทรีติโนอิน (Tretinoin)

เหตุผลที่ความเข้มข้นและความแรงต่างกัน เป็นเพราะเรื่องของชั้นขี้ไคลค่ะ

피부 장벽과 비타민A의 상관관계, 자극 없이 강력한 효과를 보는 전략 가이드

 

 







Retinoid คืออะไร?

Retinoid (เรตินอยด์) เป็นกลุ่มสารสกัดประเภทวิตามินเอ

และอนุพันธ์ของวิตามินเอทั้งหมดค่ะ

 

พูดง่ายๆ ก็คือ เรตินอลก็คือเรตินอยด์แบบหนึ่ง

ทรีติโนอินก็คือเรตินอยด์แบบหนึ่งเหมือนกันค่ะ

 

แต่จุดนี้เป็นสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยนะคะ

เราไม่สามารถใส่เครื่องหมายเท่ากับว่า

"Retinoid = Retinol" ได้เลยซะทีเดียวค่ะ

 

เพราะถ้า Retinoid คือ "นามสกุลของครอบครัว"

Retinol, Retinal และ Tretinoin ก็คือ

"ชื่อของสมาชิกแต่ละคน" ในครอบครัวนั้นค่ะ

 

ซึ่งความแตกต่างของสมาชิกแต่ละคนนี้

บอกเลยว่ามากกว่าที่หลายคนคิดไว้เยอะมากค่ะ

 

และกุญแจสำคัญที่สร้างความแตกต่างนี้

ก็คือชั้นขี้ไคลของผิวเรานั่นเองค่ะ

트레티노인 연고 사용 전 필수 체크리스트: 각질층 관문을 이해해야 성공합니다

 

 







เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ความเข้มข้นและความแรงแตกต่างกัน

— ด่านตรวจที่เรียกว่าชั้นขี้ไคล

ที่ผิวชั้นนอกสุดของเราจะมีชั้นที่เรียกว่า

ชั้นขี้ไคล ซึ่งเป็นเกราะป้องกันบางๆ ครับ

 

มีความหนาเพียงคราวๆ 0.01~0.02 มม. เท่านั้น

แต่ชั้นบางๆ นี้ทำหน้าที่คอยสกัดกั้น

สิ่งแปลกปลอมจากภายนอกแทบทั้งหมดเลยค่ะ

 

นั่นหมายความว่า ต่อให้เป็นสารบำรุงผิวที่ดีแค่ไหน ก็จำเป็นต้องผ่านชั้นขี้ไคลนี้ไปให้ได้

ถึงจะสามารถซึมเข้าไปทำงานถึงชั้นหนังแท้ (dermis) ได้ค่ะ

 

ซึ่งเรตินอล หลังจากซึมผ่านชั้นขี้ไคลเข้าไปแล้ว

ยังต้องผ่านกระบวนการแปลงสารภายในผิวอีกถึงสองขั้นตอนด้วยกันค่ะ

 

เรตินอล → เรตินอลดีไฮด์ (Retinal) → ทรีติโนอิน (กรดเรตินอิก)

ส่วนตัวที่จะเข้าไปออกฤทธิ์ทำงานกับเซลล์ผิวของเราจริงๆ ก็คือ

ทรีติโนอิน ซึ่งเป็นรูปแบบพร้อมทำงาน (active form) นั่นเองค่ะ

 

ทุกครั้งที่เรตินอลแปลงร่าง ประสิทธิภาพและฤทธิ์ของมันจะลดทอนลงไปบางส่วนค่ะ

 

แถมตอนซึมผ่านชั้นขี้ไคล อัตราการดูดซึมก็ลดลง

รวมถึงประสิทธิภาพการแปลงสารของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีกด้วยค่ะ

 

ในทางกลับกัน ทรีติโนอินคือรูปแบบพร้อมทำงานในตัวเองอยู่แล้วค่ะ

 

จึงไม่มีความจำเป็นต้องผ่านกระบวนการแปลงสารใดๆ เลย

ดังนั้นต่อให้เป็นสารกลุ่มวิตามินเอเหมือนกัน แต่เรตินอล 0.5%

กับทรีติโนอิน 0.025% บอกเลยว่าในแง่ของความแรงในการออกฤทธิ์

เทียบกันไม่ได้เลยค่ะ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยอง진

 

เรตินอลต้องซึมผ่านชั้นขี้ไคล

และแปลงโมเลกุลถึงสองครั้งถึงจะเห็นผลลัพธ์ค่ะ

 

ขณะที่ทรีติโนอินออกฤทธิ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลงสาร

เห็นผลไวแต่ก็แลกมาด้วยการระคายเคืองที่รุนแรงกว่าค่ะ

 

รูปแบบไหนจะเหมาะกับผิวของเรา

ขึ้นอยู่กับสภาพเกราะป้องกันภายนอก (Skin Barrier) ของแต่ละคนค่ะ

레티노이드는 가족 이름입니다: 레티놀과 레티날, 트레티노인 완벽 구분법

 

 







เปรียบเทียบชัดๆ Retinol vs Retinal vs Tretinoin

ประเภท

Retinol

Retinal

Tretinoin

ขั้นการแปลงสาร

ต้องแปลง 2 ขั้นตอน

ต้องแปลง 1 ขั้นตอน

ไม่ต้องแปลงสาร

ระดับความแรง

ค่อนข้างอ่อนโยน

ปานกลาง

รุนแรง/ทรงพลัง

การระคายเคือง

ต่ำ

ปานกลาง

สูง

ช่องทางการซื้อ

เครื่องสำอางทั่วไป

เครื่องสำอางทั่วไป

ยาควบคุมพิเศษ (ต้องมีใบสั่งแพทย์)

ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผล

8~12 สัปดาห์

4~8 สัปดาห์

2~4 สัปดาห์







ไกด์ไลน์คำแนะนำสำหรับแต่ละเคส

 

1. ผู้ที่ควรเริ่มต้นด้วย Retinol

 

เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเคยใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มวิตามินเอครั้งแรก

หรือคนที่มีผิวบางและผิวแพ้ง่ายค่ะ

แนะนำให้เริ่มจากความเข้มข้นประมาณ 0.1~0.3% แล้วค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นค่ะ

 

2. ผู้ที่สามารถขยับไปใช้ Retinal ได้

 

สำหรับผู้ที่ใช้ Retinol ความเข้มข้น 0.5% ขึ้นไป

ติดต่อกันเกิน 3 เดือนแล้วไม่มีอาการแพ้หรือระคายเคืองใดๆ ค่ะ

จะช่วยให้รู้สึกถึงผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

 

3. ผู้ที่จำเป็นต้องใช้ Tretinoin

 

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษารอยแผลเป็นจากสิว, เม็ดสีผิวเข้มลึก

หรือต้องการปรับปรุงริ้วรอยอย่างจริงจังค่ะ

แต่จำเป็นต้องได้รับการสั่งยาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นนะคะ

 

ในช่วง 2~3 สัปดาห์แรกของการใช้ Tretinoin จะมีความท้าทายมากค่ะ

 

ผิวอาจจะลอกและแสบแดงได้ แต่ถ้าผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้

จะสังเกตเห็นเลยว่าโทนสีผิวและเนื้อผิวมีความกระชับยืดหยุ่นดีขึ้นชัดเจนเลยค่ะ

레티놀 입문자부터 숙련자까지, 내 피부에 맞는 레티노이드 선택 기준 3가지

 

 







กฎเหล็ก 3 ข้อที่ต้องรักษาเมื่อใช้ Retinoid

 

1. ครีมกันแดดคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด

 

เมื่อชั้นขี้ไคลบางลง ผิวเราจะไวต่อรังสี UV มากขึ้นค่ะ

ดังนั้นต้องหมั่นทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปเป็นประจำนะคะ

 

2. ลงมอยส์เจอไรเซอร์ก่อน แล้วค่อยทา Retinoid ทับ

 

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้ใช้วิธี 'Sandwich Method'

โดยทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นก่อน แล้วค่อยลงเรตินอยด์ทับลงไปค่ะ

 

3. ในช่วงแรกห้ามใช้ทุกวันเด็ดขาด

 

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรเริ่มใช้เพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก่อน

เมื่อผิวเริ่มปรับตัวได้แล้วค่อยขยับเป็นวันเว้นวัน แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มเป็นใช้ทุกวันค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

 

Q1. ถ้าใช้ Retinol อยู่

สามารถเปลี่ยนไปทา Tretinoin ทันทีเลยได้ไหมคะ?

อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหนักได้ค่ะ แนะนำให้หยุดใช้ Retinol สัก 1 สัปดาห์ก่อน

แล้วค่อยเริ่มใช้ Tretinoin ที่ความเข้มข้นต่ำสุด สัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อดูอาการก่อนค่ะ

 

Q2. ต้องใช้นานแค่ไหนถึงจะเริ่มเห็นผลคะ?

สำหรับ Retinol จะเริ่มเห็นผลประมาณ 8~12 สัปดาห์ ส่วน Tretinoin อยู่ที่ 4~8 สัปดาห์ค่ะ

แต่ถ้าเป็นเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย

จำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปนะคะ

 

Q3. ใช้ Retinoid แล้วจะทำให้ผิวบางลงไหมคะ?

นี่คือความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดเลยค่ะ จริงๆ แล้วชั้นขี้ไคลด้านนอกสุดอาจจะบางลงก็จริง

แต่ผิวชั้นหนังแท้ด้านล่างจะได้รับการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่

ซึ่งส่งผลให้ผิวจริงๆ ของเราแลดูอิ่มฟูและหนาแข็งแรงขึ้นค่ะ

 

สำหรับลูกค้าไทย สามารถปรึกษาผ่าน LINE/KakaoTalk ก่อนจองคิวเดินทางมาหน้าร้านได้นะคะ

ปรึกษาคุณหมอผ่านทางช่องทางแชท

หากอยากรู้ว่าผิวของเราเหมาะกับหัตถการไหน คุณหมอจะเป็นผู้ประเมินและตอบกลับโดยตรงเลยค่ะ

▶ คลิกเพื่อปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดีๆ จาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความสุขภาพผิวที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ฉีดเมโสแฟตสลายไขมันแถวฮงแด ทำไมบางคนทำแล้วไม่เห็นผล? (*มีเฉพาะสลายน่องและเหนียงนะคะ)

ความเจ็บตอนเลเซอร์กำจัดขนหนวด ถ้าทำแบบนี้จะพอทนได้ไหมนะ? - รวมประเภทของยาชา

Juvelook Volume (Juvelook cyne) ช่วยรักษาปัญหาใต้ตาคล้ำได้จริงไหม?

หน้าผากและหางตาต้อง Coretox, ส่วนกรามใช้โบท็อกซ์ทั่วไป? สูตรผสมผสานที่ดีที่สุดตามบริเวณใบหน้า

เช็กลิสต์ 5 ข้อก่อนเลือกคลินิกโบท็อกซ์ดีๆ ย่านฮงแด (เขียนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลโดยตรง)

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

สำหรับแก้มห้อยย้อยบริเวณข้างโหนกแก้วที่เป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้า ตัวเครื่อง Oligio RF ทำงานอย่างไร และจะเหมาะกับใครบ้างนะกับใครบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?

สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

การทำ Ulthera ควบคู่กับ Thermage เพื่อยกกระชับแบบผสมผสาน ควรเลือกคลินิกด้วยเกณฑ์อะไรดีคะ?

ยกกระชับ

เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage

สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

สำหรับใครที่อยากแก้ปัญหาเหนียงและแก้มห้อย Inmode FX ตอบโจทย์และเห็นผลดีมากๆ เลยค่ะ แล้วเครื่องนี้จะเหมาะกับผิวแบบไหนบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?

สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ควรเริ่มทำ skin booster กลุ่มคอลลาเจนตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

ผิว

skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

รอยดำ ฝ้า หรือกระ มีชนิดของเม็ดสีที่ต่างกัน ทำให้ต้องเลือกใช้เลเซอร์ที่เหมาะสมแตกต่างกันไป แล้วเราจะเลือกแบบไหนดีนะ?

ผิว

รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?

เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

ผลลัพธ์ของ Sofwave lifting จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่หลังทำ และจะคงอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

ยกกระชับ

ผลลัพธ์ของ Sofwave lifting จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่หลังทำ และจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

Sofwave เป็นการรักษาที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและยกระดับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มาเช็กกันให้ครบในที่เดียว ตั้งแต่ความรู้สึกทันทีหลังทำ ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ ระยะเวลาผลลัพธ์ ช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำ ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นกันค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1