• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด Sculptra เพิ่มคอลลาเจน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด Sculptra เพิ่มคอลลาเจน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด Sculptra เพิ่มคอลลาเจน

Sculptra เหมาะกับคุณไหม ขึ้นกับความหย่อนคล้อย วอลลุ่ม และความยืดหยุ่นผิว สิ่งที่ควรเช็กก่อนทำครับ








ทำไมปกติแล้วเราต้องฉีด Sculptra แบ่งเป็น 3 ครั้งด้วยนะ?

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพสคัลทราให้สูงสุด หัวใจสำคัญคือการสังเกตผลทุก 4-6 สัปดาห์

 

 

เช็กก่อนอ่านได้ที่นี่เลยครับ

 

Q. ถ้าฉีด Sculptra เยอะๆ ทีเดียวเลย

จะไม่เห็นผลเร็วกว่าเหรอคะ?

A. จริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ ถ้าฉีดเข้าไปตูมเดียวเยอะๆ

ปริมาตรของผิวอาจจะเพิ่มขึ้นมากเกินไป

จนดูไม่เป็นธรรมชาติได้บ่อยมากๆ ครับ

หัวใจสำคัญเลยคือการแบ่งฉีด 3 ครั้ง เพื่อค่อยๆ ดูการเปลี่ยนแปลงตัวยาแล้วค่อยๆ สะสมผลลัพธ์ครับ

 

Q. แล้วทำไมต้องเป็น 3 ครั้งด้วยล่ะครับ?

A. เพราะ Sculptra ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่ฉีดปุ๊บแล้วฟูพองขึ้นมาทันที

แต่เป็นหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เราจึงต้องเว้นระยะห่างระหว่างการฉีดแต่ละครั้งเพื่อดูการตอบสนองของผิว

เพื่อไม่ให้ผลลัพธ์ออกมาน้อยเกินไปหรือล้นเกินไปนั่นเองครับ

เหตุผลทางการแพทย์ที่หมอปฏิเสธคำขอ

 







 

ทำไมถึงต้องแบ่งฉีด 3 ครั้งกันแน่นะ?

Sculptra มีส่วนประกอบที่เรียกว่า PLLA (Poly-L-Lactic Acid)

ซึ่งเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

จัดเป็นกลุ่มคอลลาเจน skin booster ตัวหนึ่งครับ

 

แต่ Sculptra จะต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกตรงที่

ไม่ได้เติมเต็มวอลลุ่มทันทีหลังฉีด

แต่คอลลาเจนของเราเองจะค่อยๆ ถูกกระตุ้นและสร้างขึ้นมา

ในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากนั้น เพื่อสร้างมิติและวอลลุ่มให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติครับ

หลักการวอลลุ่มธรรมชาติ คู่มือออกแบบสคัลทราแบบ 3 ขั้นตอนอย่างละเอียด

 







 

ทำไมเราถึงอัดฉีดรวดเดียวตู้มเดียวไม่ได้ล่ะ

 

คำแนะนำสำคัญจาก

หมอวี ยองจิน

 

เหตุผลที่ผมบอกว่าการฉีด Sculptra จำเป็นต้องแบ่งทำ 3 ครั้ง

เป็นเพราะว่าเราอยากเฝ้าติดตามผลลัพธ์

ของการฟื้นฟูวอลลุ่มผิวอย่างเป็นธรรมชาติตามจริงครับ

 

มันคือเทคนิคเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พอดี ไม่เยอะเกินไป และดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

 

เหตุผลหลักๆ ที่ต้องแบ่งฉีด Sculptra เป็น 3 ครั้ง

เพราะนี่ไม่ใช่หัตถการประเภทที่เน้นเห็นผลลัพธ์ทันทีในการรักษาครั้งเดียว

แต่เป็นการค่อยๆ ติดตามดูทิศทางการเกิดวอลลุ่มที่เพิ่มขึ้นในแต่ละรอบ

เพื่อมองหาจุดที่พอดีที่สุด

และดูเป็นธรรมชาติ ไม่มากจนล้นครับ

 

เมื่อเดือนก่อนมีคนไข้ผู้หญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 40 กว่าๆ เข้ามาปรึกษา

บอกว่าเคยไปฉีด Sculptra

รวดเดียวถึง 4 vials จากคลินิกอื่นมาครับ

 

ช่วงแรกๆ ก็ดูโอเคดีอยู่หรอกครับ แต่พอผ่านไปประมาณ 3 เดือน

บริเวณใต้โหนกแก้มกลับดูนูนพองขึ้นมามากเกินไป

ทำให้ใบหน้าดูใหญ่ขึ้น จนเธอรู้สึกเครียดสะสมและตัดสินใจมาหาผมครับ

 

สารภาพตามตรงเลยนะครับว่า เคสแบบนี้มีให้เห็นบ่อยมากจริงๆ

 

เพราะ Sculptra จะเริ่มกระตุ้นคอลลาเจนอย่างเต็มที่

หลังฉีดไปแล้วประมาณ 2-3 เดือน ไม่ใช่หลังฉีดทันที

 

ดังนั้น ถึงแม้ในตอนแรกเราจะรู้สึกว่า "เอ๊ะ มันยังดูยุบๆ ขาดๆ ไปหรือเปล่านะ?"

แต่ถ้าลองอดใจรออีกหน่อย ส่วนใหญ่ผลลัพธ์จะฟูขึ้นมาพอดีเลยครับ

ตรงกันข้าม ถ้าตอนแรกเราเติมจนอิ่มฟูสะใจพอดี

พอเวลาผ่านไป ผลลัพธ์มันก็จะล้นเกินไปแก้ไขยากครับ

 

ปกติแล้วในการฉีดรอบที่ 1 ผมจะปรับปริมาณยาให้อยู่ที่ประมาณ

60-70% ของปริมาณที่คาดว่าจะต้องใช้จริงเท่านั้น

แล้วเว้นระยะไปสัก 4-6 สัปดาห์ เพื่อมาตรวจประเมินในการฉีดรอบที่ 2

ดูว่าผิวหน้าของเราฟูขึ้นมามากน้อยแค่ไหนก่อนครับ

 

ตัวเลข "3 ครั้ง" จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นตัวเลขที่ตายตัวขนาดนั้นครับ

แต่หัวใจสำคัญคือหลักการเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ในแต่ละครั้ง

เพื่อคอยติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิวแล้วค่อยปรับปริมาณยาให้เหมาะสมที่สุดต่างหากครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

การแบ่งฉีด Sculptra 3 ครั้ง

ไม่ใช่เพราะว่า "ต้องฉีดครบ 3 ครั้งถึงจะเห็นผล" นะครับ

แต่มันคือแนวคิดของ "การค่อยๆ เติมพร้อมสังเกตการตอบสนองของใบหน้าเราไปทีละรอบ ทั้งหมด 3 ครั้ง" ครับ

 

อยากให้มองว่ามันคือมาตรการความปลอดภัย

เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าเราฟูฟ่องจนเกินไปมากกว่าครับ

หมอวีย็องจินแห่งบิวตี้สโตนฮงแดพูดถึงการป้องกันก้อนบวมจากสคัลทราและวิธีฉีดอย่างปลอดภัย

 

 

โดยส่วนใหญ่ในห้องตรวจ ผมจะแบ่งคนไข้เป็นกลุ่มแบบนี้ครับ

รูปแบบปัญหา

การวางแผนรอบที่ 1

การประเมินในรอบที่ 2-3

ใบหน้าตอบ/ตอบสูญเสียโวลลุ่มโดยรวม

ใช้ 2 vials แบ่งกระจายอย่างกว้างขวางทั้งสองข้าง

ประเมินผลหลังผ่านไป 6 สัปดาห์ แล้วค่อยเติมเพิ่มอีก 1-2 vials

แก้มตอบเฉพาะจุด (แก้มส้ม/ขมับ)

เน้นฉีดเฉพาะจุดในปริมาณน้อยอย่างประณีต

ส่วนใหญ่มักจบเรียบร้อยสมบูรณ์ในรอบที่ 2

คนหน้าตอบมาก/ผิวบาง

ผสมน้ำเกลือให้เจือจางกว่าปกติ เริ่มต้นที่ 1 vial

ค่อยๆ แบ่งทำอย่างใจเย็นจนครบ 3 ครั้ง

เคสที่ทำร่วมกับการดึงหน้า/ยกกระชับ

เริ่มฉีดหลังจากทำยกกระชับไปแล้ว 2-4 สัปดาห์

รอให้ชั้นผิวเข้าที่เรียบร้อย แล้วจึงค่อยประเมินวอลลุ่มขั้นสุดท้าย








แต่เครื่องมือนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีอย่างเดียวนะครับ

 

การแบ่งฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง

หมายความว่าคุณจะต้องเดินทางมาคลินิกถึง 3 รอบเลยทีเดียว

และมีข้อเสียตรงที่ต้องใช้เวลากว่า 4-6 เดือนขึ้นไป

กว่าจะได้เห็นผลลัพธ์สุดท้ายที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

แต่จากประสบการณ์ของผมแล้ว

มันก็ยังดีกว่าการอัดทีเดียวจนหน้าล้นแล้วต้องมาหาทางรื้อฉีดสลายออกหรือต้องทนรอให้มันยุบลงเอง

ซึ่งแบบนั้นลำบากกว่าเยอะเลยครับ

 

3 คำถามยอดฮิตที่หมอมักจะโดนถามบ่อยๆ ในห้องตรวจ

 

Q1. ถ้าฉีดรอบที่ 2 แล้วพอใจกับผลลัพธ์แล้ว จำเป็นต้องฉีดรอบที่ 3 อีกไหมคะ?

ไม่จำเป็นครับ สามารถหยุดได้เลย

อันที่จริง บ่อยครั้งเลยที่ผมจะเป็นคนบอกคนไข้เองว่า

"รอบที่ 3 นี้เราข้ามไปก่อนได้เลยครับ"

 

Q2. ถ้าฉีดครบทั้ง 3 ครั้งแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 2 ปีครับ

หลังจากนั้น คนไข้ส่วนใหญ่มักจะกลับมาฉีดบำรุงรักษา (maintenance) เป็นระยะๆ

ครั้งละประมาณ 1-2 vials เพื่อคงสภาพผิวที่ดีไว้ครับ

 

Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงจังเลยครับ ส่วนใหญ่จะมีอาการแบบไหนหรอครับ?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ

คลำเจอเป็นตุ่มหรือก้อนเล็กๆ (nodules) บริเวณที่ฉีดเข้าไปครับ

แต่หากหลังรักษาเสร็จทำการนวดผิวอย่างสม่ำเสมอเพียงพอและถูกวิธี

บวกกับผสมความเข้มข้นของตัวยาให้ได้สัดส่วนที่พอดี ส่วนใหญ่จะสามารถป้องกันปัญหานี้ได้เป็นอย่างดีครับ

 

อย่างที่ทราบกันดีว่า Sculptra เมื่อเข้าสู่ร่างกายไปแล้ว

จะไม่สามารถฉีดสลายออกได้ง่ายๆ เหมือนฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูรอนิกครับ

 

ดังนั้น การแบ่งฉีด

และค่อยเป็นค่อยไป จึงเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดครับ

 

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจากหมอวี ยองจิน ครับ

 








หากต้องการทราบว่า Sculptra เหมาะสมกับวิเคราะห์ใบหน้าของคุณหรือไม่

แนะนำให้ลองเข้ามาประเมินบริเวณที่สูญเสียโวลลุ่มและสภาพผิวเบื้องต้นกันก่อนนะครับ

▶ พูดคุยปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง KakaoTalk








 

บทความน่ารู้อ่านเพิ่มเติม

Ulthera vs ซอฟเวฟ "ไม่ใช่ว่าของแพงจะดีกว่าเสมอไป แต่มันเป็นเรื่องของระดับความลึกของผิวที่แตกต่างกันครับ"

หน้าตอบเป็นรูปแก้มตอบขมับยุบ ฟิลเลอร์ขมับจุดเดียวเอาอยู่จริงไหม? รีวิวแบบเจาะลึก

[คอลัมน์ Beautystone] กับดัก 'คอร์สราคาถูก' ที่หวังประหยัดค่าเลเซอร์ลบรอยสัก แต่สุดท้ายผิวพังยับเยิน

วิธีเลี่ยงและป้องกันการเกิดปุ่มนูนคอลลาเจน (Nodules) ผลข้างเคียงจาก Sculptra

"โบท็อกซ์ริ้วรอยรอบดวงตาคือการป้องกันไม่ใช่เหรอ??" เคสแบบไหนที่ควรเลือกทำ ซอฟเวฟ มากกว่า








ทำไมปกติแล้วเราต้องฉีด Sculptra แบ่งเป็น 3 ครั้งด้วยนะ?

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพสคัลทราให้สูงสุด หัวใจสำคัญคือการสังเกตผลทุก 4-6 สัปดาห์

 

 

เช็กก่อนอ่านได้ที่นี่เลยครับ

 

Q. ถ้าฉีด Sculptra เยอะๆ ทีเดียวเลย

จะไม่เห็นผลเร็วกว่าเหรอคะ?

A. จริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ ถ้าฉีดเข้าไปตูมเดียวเยอะๆ

ปริมาตรของผิวอาจจะเพิ่มขึ้นมากเกินไป

จนดูไม่เป็นธรรมชาติได้บ่อยมากๆ ครับ

หัวใจสำคัญเลยคือการแบ่งฉีด 3 ครั้ง เพื่อค่อยๆ ดูการเปลี่ยนแปลงตัวยาแล้วค่อยๆ สะสมผลลัพธ์ครับ

 

Q. แล้วทำไมต้องเป็น 3 ครั้งด้วยล่ะครับ?

A. เพราะ Sculptra ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่ฉีดปุ๊บแล้วฟูพองขึ้นมาทันที

แต่เป็นหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เราจึงต้องเว้นระยะห่างระหว่างการฉีดแต่ละครั้งเพื่อดูการตอบสนองของผิว

เพื่อไม่ให้ผลลัพธ์ออกมาน้อยเกินไปหรือล้นเกินไปนั่นเองครับ

เหตุผลทางการแพทย์ที่หมอปฏิเสธคำขอ

 







 

ทำไมถึงต้องแบ่งฉีด 3 ครั้งกันแน่นะ?

Sculptra มีส่วนประกอบที่เรียกว่า PLLA (Poly-L-Lactic Acid)

ซึ่งเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

จัดเป็นกลุ่มคอลลาเจน skin booster ตัวหนึ่งครับ

 

แต่ Sculptra จะต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกตรงที่

ไม่ได้เติมเต็มวอลลุ่มทันทีหลังฉีด

แต่คอลลาเจนของเราเองจะค่อยๆ ถูกกระตุ้นและสร้างขึ้นมา

ในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากนั้น เพื่อสร้างมิติและวอลลุ่มให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติครับ

หลักการวอลลุ่มธรรมชาติ คู่มือออกแบบสคัลทราแบบ 3 ขั้นตอนอย่างละเอียด

 







 

ทำไมเราถึงอัดฉีดรวดเดียวตู้มเดียวไม่ได้ล่ะ

 

คำแนะนำสำคัญจาก

หมอวี ยองจิน

 

เหตุผลที่ผมบอกว่าการฉีด Sculptra จำเป็นต้องแบ่งทำ 3 ครั้ง

เป็นเพราะว่าเราอยากเฝ้าติดตามผลลัพธ์

ของการฟื้นฟูวอลลุ่มผิวอย่างเป็นธรรมชาติตามจริงครับ

 

มันคือเทคนิคเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พอดี ไม่เยอะเกินไป และดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

 

เหตุผลหลักๆ ที่ต้องแบ่งฉีด Sculptra เป็น 3 ครั้ง

เพราะนี่ไม่ใช่หัตถการประเภทที่เน้นเห็นผลลัพธ์ทันทีในการรักษาครั้งเดียว

แต่เป็นการค่อยๆ ติดตามดูทิศทางการเกิดวอลลุ่มที่เพิ่มขึ้นในแต่ละรอบ

เพื่อมองหาจุดที่พอดีที่สุด

และดูเป็นธรรมชาติ ไม่มากจนล้นครับ

 

เมื่อเดือนก่อนมีคนไข้ผู้หญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 40 กว่าๆ เข้ามาปรึกษา

บอกว่าเคยไปฉีด Sculptra

รวดเดียวถึง 4 vials จากคลินิกอื่นมาครับ

 

ช่วงแรกๆ ก็ดูโอเคดีอยู่หรอกครับ แต่พอผ่านไปประมาณ 3 เดือน

บริเวณใต้โหนกแก้มกลับดูนูนพองขึ้นมามากเกินไป

ทำให้ใบหน้าดูใหญ่ขึ้น จนเธอรู้สึกเครียดสะสมและตัดสินใจมาหาผมครับ

 

สารภาพตามตรงเลยนะครับว่า เคสแบบนี้มีให้เห็นบ่อยมากจริงๆ

 

เพราะ Sculptra จะเริ่มกระตุ้นคอลลาเจนอย่างเต็มที่

หลังฉีดไปแล้วประมาณ 2-3 เดือน ไม่ใช่หลังฉีดทันที

 

ดังนั้น ถึงแม้ในตอนแรกเราจะรู้สึกว่า "เอ๊ะ มันยังดูยุบๆ ขาดๆ ไปหรือเปล่านะ?"

แต่ถ้าลองอดใจรออีกหน่อย ส่วนใหญ่ผลลัพธ์จะฟูขึ้นมาพอดีเลยครับ

ตรงกันข้าม ถ้าตอนแรกเราเติมจนอิ่มฟูสะใจพอดี

พอเวลาผ่านไป ผลลัพธ์มันก็จะล้นเกินไปแก้ไขยากครับ

 

ปกติแล้วในการฉีดรอบที่ 1 ผมจะปรับปริมาณยาให้อยู่ที่ประมาณ

60-70% ของปริมาณที่คาดว่าจะต้องใช้จริงเท่านั้น

แล้วเว้นระยะไปสัก 4-6 สัปดาห์ เพื่อมาตรวจประเมินในการฉีดรอบที่ 2

ดูว่าผิวหน้าของเราฟูขึ้นมามากน้อยแค่ไหนก่อนครับ

 

ตัวเลข "3 ครั้ง" จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นตัวเลขที่ตายตัวขนาดนั้นครับ

แต่หัวใจสำคัญคือหลักการเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ในแต่ละครั้ง

เพื่อคอยติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิวแล้วค่อยปรับปริมาณยาให้เหมาะสมที่สุดต่างหากครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

การแบ่งฉีด Sculptra 3 ครั้ง

ไม่ใช่เพราะว่า "ต้องฉีดครบ 3 ครั้งถึงจะเห็นผล" นะครับ

แต่มันคือแนวคิดของ "การค่อยๆ เติมพร้อมสังเกตการตอบสนองของใบหน้าเราไปทีละรอบ ทั้งหมด 3 ครั้ง" ครับ

 

อยากให้มองว่ามันคือมาตรการความปลอดภัย

เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าเราฟูฟ่องจนเกินไปมากกว่าครับ

หมอวีย็องจินแห่งบิวตี้สโตนฮงแดพูดถึงการป้องกันก้อนบวมจากสคัลทราและวิธีฉีดอย่างปลอดภัย

 

 

โดยส่วนใหญ่ในห้องตรวจ ผมจะแบ่งคนไข้เป็นกลุ่มแบบนี้ครับ

รูปแบบปัญหา

การวางแผนรอบที่ 1

การประเมินในรอบที่ 2-3

ใบหน้าตอบ/ตอบสูญเสียโวลลุ่มโดยรวม

ใช้ 2 vials แบ่งกระจายอย่างกว้างขวางทั้งสองข้าง

ประเมินผลหลังผ่านไป 6 สัปดาห์ แล้วค่อยเติมเพิ่มอีก 1-2 vials

แก้มตอบเฉพาะจุด (แก้มส้ม/ขมับ)

เน้นฉีดเฉพาะจุดในปริมาณน้อยอย่างประณีต

ส่วนใหญ่มักจบเรียบร้อยสมบูรณ์ในรอบที่ 2

คนหน้าตอบมาก/ผิวบาง

ผสมน้ำเกลือให้เจือจางกว่าปกติ เริ่มต้นที่ 1 vial

ค่อยๆ แบ่งทำอย่างใจเย็นจนครบ 3 ครั้ง

เคสที่ทำร่วมกับการดึงหน้า/ยกกระชับ

เริ่มฉีดหลังจากทำยกกระชับไปแล้ว 2-4 สัปดาห์

รอให้ชั้นผิวเข้าที่เรียบร้อย แล้วจึงค่อยประเมินวอลลุ่มขั้นสุดท้าย








แต่เครื่องมือนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีอย่างเดียวนะครับ

 

การแบ่งฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง

หมายความว่าคุณจะต้องเดินทางมาคลินิกถึง 3 รอบเลยทีเดียว

และมีข้อเสียตรงที่ต้องใช้เวลากว่า 4-6 เดือนขึ้นไป

กว่าจะได้เห็นผลลัพธ์สุดท้ายที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

แต่จากประสบการณ์ของผมแล้ว

มันก็ยังดีกว่าการอัดทีเดียวจนหน้าล้นแล้วต้องมาหาทางรื้อฉีดสลายออกหรือต้องทนรอให้มันยุบลงเอง

ซึ่งแบบนั้นลำบากกว่าเยอะเลยครับ

 

3 คำถามยอดฮิตที่หมอมักจะโดนถามบ่อยๆ ในห้องตรวจ

 

Q1. ถ้าฉีดรอบที่ 2 แล้วพอใจกับผลลัพธ์แล้ว จำเป็นต้องฉีดรอบที่ 3 อีกไหมคะ?

ไม่จำเป็นครับ สามารถหยุดได้เลย

อันที่จริง บ่อยครั้งเลยที่ผมจะเป็นคนบอกคนไข้เองว่า

"รอบที่ 3 นี้เราข้ามไปก่อนได้เลยครับ"

 

Q2. ถ้าฉีดครบทั้ง 3 ครั้งแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 2 ปีครับ

หลังจากนั้น คนไข้ส่วนใหญ่มักจะกลับมาฉีดบำรุงรักษา (maintenance) เป็นระยะๆ

ครั้งละประมาณ 1-2 vials เพื่อคงสภาพผิวที่ดีไว้ครับ

 

Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงจังเลยครับ ส่วนใหญ่จะมีอาการแบบไหนหรอครับ?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ

คลำเจอเป็นตุ่มหรือก้อนเล็กๆ (nodules) บริเวณที่ฉีดเข้าไปครับ

แต่หากหลังรักษาเสร็จทำการนวดผิวอย่างสม่ำเสมอเพียงพอและถูกวิธี

บวกกับผสมความเข้มข้นของตัวยาให้ได้สัดส่วนที่พอดี ส่วนใหญ่จะสามารถป้องกันปัญหานี้ได้เป็นอย่างดีครับ

 

อย่างที่ทราบกันดีว่า Sculptra เมื่อเข้าสู่ร่างกายไปแล้ว

จะไม่สามารถฉีดสลายออกได้ง่ายๆ เหมือนฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูรอนิกครับ

 

ดังนั้น การแบ่งฉีด

และค่อยเป็นค่อยไป จึงเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดครับ

 

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจากหมอวี ยองจิน ครับ

 








หากต้องการทราบว่า Sculptra เหมาะสมกับวิเคราะห์ใบหน้าของคุณหรือไม่

แนะนำให้ลองเข้ามาประเมินบริเวณที่สูญเสียโวลลุ่มและสภาพผิวเบื้องต้นกันก่อนนะครับ

▶ พูดคุยปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง KakaoTalk








 

บทความน่ารู้อ่านเพิ่มเติม

Ulthera vs ซอฟเวฟ "ไม่ใช่ว่าของแพงจะดีกว่าเสมอไป แต่มันเป็นเรื่องของระดับความลึกของผิวที่แตกต่างกันครับ"

หน้าตอบเป็นรูปแก้มตอบขมับยุบ ฟิลเลอร์ขมับจุดเดียวเอาอยู่จริงไหม? รีวิวแบบเจาะลึก

[คอลัมน์ Beautystone] กับดัก 'คอร์สราคาถูก' ที่หวังประหยัดค่าเลเซอร์ลบรอยสัก แต่สุดท้ายผิวพังยับเยิน

วิธีเลี่ยงและป้องกันการเกิดปุ่มนูนคอลลาเจน (Nodules) ผลข้างเคียงจาก Sculptra

"โบท็อกซ์ริ้วรอยรอบดวงตาคือการป้องกันไม่ใช่เหรอ??" เคสแบบไหนที่ควรเลือกทำ ซอฟเวฟ มากกว่า

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

ยกกระชับ

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ผิว

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ผิว

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

ยกกระชับ

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ผิว

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ยกกระชับ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1