
เหตุผลจริงที่แนะนำ สคัลพทรา 3 ครั้ง ในห้องตรวจ
เหตุผลจริงที่แนะนำ สคัลพทรา 3 ครั้ง ในห้องตรวจ
เหตุผลจริงที่แนะนำ สคัลพทรา 3 ครั้ง ในห้องตรวจ
ทำไมแบ่งทำ สคัลพทรา 3 ครั้ง? ค่อย ๆ เพิ่มวอลลุ่มไม่มากเกิน ดูแนวโน้มคอลลาเจน อธิบายตามจริง

เหตุผลจริงที่แนะนำสกัลตรา 3 ครั้ง,
เป็นส่วนที่ผมอธิบายในห้องตรวจบ่อยที่สุด
ครับ
โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน
Q. ถ้าฉีดสกัลตราครั้งเดียวเยอะ ๆ จะ
เร็วกว่าไม่ใช่หรือ?
A. ตรงกันข้ามเลยครับ ถ้าฉีดอัดไปทีเดียว
วอลลุ่มจะเพิ่มมากเกินไป
จนดูไม่เป็นธรรมชาติได้บ่อยครั้ง
สำคัญคือค่อย ๆ เติมผ่าน 3 ครั้งโดยดูแนวโน้มไปด้วยครับ
Q. แล้วทำไมต้อง 3 ครั้งพอดีล่ะ?
A. สกัลตราไม่ได้ฉีดแล้วเต็มทันที
แต่เป็นหัตถการที่คอลลาเจนค่อย ๆ สร้างขึ้น
จึงต้องเว้นระยะระหว่างแต่ละครั้งเพื่อดูการตอบสนอง
และปรับให้พอดีไม่มากหรือน้อยเกินไป

ทำไมถึงต้อง 3 ครั้งกันแน่
สกัลตราเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ที่มีส่วนประกอบ
ที่ชื่อว่า PLLA(โพลีแลกติกแอซิด) ซึ่งกระตุ้น
การสร้างคอลลาเจนในผิว
แตกต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก สกัลตรา
ไม่ได้เติมวอลลุ่มให้เต็มทันทีหลังฉีด
แต่เป็นการที่คอลลาเจนของตัวเอง
ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์จนเกิดวอลลุ่ม

แล้วทำไมถึงฉีดอัดทีเดียวไม่ได้ล่ะ
มุมมองสำคัญของ
ผอ.วี ยองจิน
เหตุผลที่ผมบอกว่าสกัลตราต้อง 3 ครั้งคือ
เพื่อดูแนวโน้มการฟื้นคืน
วอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติของสกัลตรา
เป็นแนวทางเพื่อผลลัพธ์ที่ไม่มากเกินไปและเป็นธรรมชาติครับ
เหตุผลที่แบ่งทำสกัลตราเป็น 3 ครั้ง
ไม่ใช่หัตถการที่ตั้งใจเห็นผลในครั้งเดียว
แต่เป็นการค่อย ๆ ดูแนวโน้มวอลลุ่มที่เพิ่มขึ้น
ในแต่ละรอบ เพื่อหาจุดที่พอดี
และเป็นธรรมชาติครับ
เมื่อเดือนที่แล้วมีคุณผู้หญิงวัยกลาง 40 กว่า ๆ มาพบ
โดยบอกว่าที่คลินิกอื่นฉีดสกัลตรา
ทีเดียว 4 ไวอัลครับ
ตอนแรกก็ไม่เป็นไร แต่พอประมาณ 3 เดือนผ่านไป
บริเวณใต้โหนกแก้มดูบวมขึ้น
จนรู้สึกว่าใบหน้าดูกว้าง เลยเครียดมากและมาพบผม
พูดตรง ๆ เลยนะครับ เคสแบบนี้มีอยู่ไม่น้อย
สกัลตราไม่ได้เห็นผลชัดทันทีหลังฉีด
แต่คอลลาเจนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจริงจังในอีก 2~3 เดือน
ดังนั้นถึงตอนแรกจะรู้สึกว่า "เหมือนจะยังไม่พอ?"
แต่พอรอไปมักจะขึ้นพอดี
ในทางกลับกัน ถ้าเติมจนพอใจตั้งแต่แรก
พอเวลาผ่านไปก็อาจมากเกินได้
โดยทั่วไปครั้งแรกผมจะใช้เพียงประมาณ
60~70% ของปริมาณที่คาดว่าจำเป็น
แล้วเว้น 4~6 สัปดาห์เพื่อดูในครั้งที่ 2
ว่าขึ้นมาแค่ไหนก่อน
ตัวเลข 3 ครั้งไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
แต่หลักการคือเว้นช่วง 4~6 สัปดาห์
แล้วค่อยปรับตามแนวโน้มที่เห็น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญครับ
สรุปสาระสำคัญของผอ.วี ยองจิน
สกัลตรา 3 ครั้ง
ไม่ใช่ว่า "ต้องฉีด 3 ครั้งถึงจะได้ผล" แต่เป็น
แนวคิดว่า "ค่อย ๆ สร้างไป 3 ครั้งพร้อมดูการตอบสนองของใบหน้า"
ครับ
ผมมองว่าเป็น
เซฟตี้ที่ช่วยป้องกันการเติมมากเกินไป

ในห้องตรวจผมแบ่งแบบนี้ครับ
ประเภท | แนวทางครั้งที่ 1 | การตัดสินใจครั้งที่ 2~3 |
วอลลุ่มโดยรวมลดลง | สองข้างข้างละ 2 ไวอัล กระจายกว้าง | ดูการตอบสนองหลัง 6 สัปดาห์แล้วเพิ่มอีก 1~2 ไวอัล |
ยุบเฉพาะจุด (แก้มหน้า·ขมับ) | ฉีดเฉพาะจุดในปริมาณน้อย | ส่วนใหญ่จบในครั้งที่ 2 |
ใบหน้าแห้ง·ผิวบาง | เจือจางให้มากขึ้น เริ่มจาก 1 ไวอัล | ค่อย ๆ แบ่งทำได้ถึง 3 ครั้ง |
กรณีทำร่วมกับการยกกระชับ | เริ่มหลังยกกระชับ 2~4 สัปดาห์ | ประเมินวอลลุ่มขั้นสุดท้ายหลังรูปหน้าเข้าที่ |
แต่ก็ไม่ได้ดีไปเสียหมดนะครับ
การแบ่งฉีดเป็น 3 ครั้ง
หมายความว่าต้องมาคลินิก 3 รอบ
และกว่าจะได้ผลลัพธ์สุดท้ายก็ใช้เวลา 4~6 เดือนขึ้นไป
ซึ่งเป็นข้อเสียครับ
แต่จากประสบการณ์ผม ยังดีกว่าการฉีดมากเกินไป
ในครั้งเดียวแล้วต้องละลายหรือรอให้ยุบ
เสียอีกครับ
3 คำถามที่พบบ่อยที่สุดในห้องตรวจ
Q1. ถ้าทำครั้งที่ 2 แล้วพอใจ ต้องทำครั้งที่ 3 ด้วยไหม?
ไม่จำเป็น ไม่ทำก็ได้ครับ
บางครั้งผมเป็นคนเสนอเองว่า "ข้ามครั้งที่ 3 ไปเลยไหม"
เลยครับ
Q2. ถ้าฉีดครบ 3 ครั้ง ผลจะอยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปประมาณ 2 ปี
หลังจากนั้นหลายคนจะดูแลสภาพผิวด้วยการฉีดคงสภาพ
ประมาณ 1~2 ไวอัลครับ
Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียง ปกติเกิดอะไรบ้าง?
ที่พบบ่อยที่สุดคือคลำได้เป็นก้อนเล็ก ๆ บริเวณที่ฉีด
ครับ
หากนวดหลังทำให้เพียงพอ
และปรับความเข้มข้นของการเจือจางให้เหมาะ ส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้
เมื่อสกัลตราเข้าไปแล้ว
ไม่สามารถสลายออกเหมือนไฮยาลูรอนได้
ดังนั้นยิ่งต้องแบ่งทำ
และค่อย ๆ ไป จึงเป็นแนวทางที่ปลอดภัยกว่า
เดี๋ยวในบทความถัดไปผมจะเล่าลึกกว่านี้อีกครับ
ขอบคุณครับ วี ยองจิน
อ่านเพิ่มเติม
▶Ulthera vs Sofwave, "ไม่ใช่ว่าแพงกว่าดีกว่า แต่ความลึกต่างกัน"
▶หน้าแบบถั่วลิสง แก้ด้วยฟิลเลอร์ขมับอย่างเดียวได้ไหม? รีวิวตรง ๆ
▶[คอลัมน์ BeautyStone] กับดักของ 'หัตถการราคาถูก' ที่พยายามประหยัดค่าลบรอยสักจนผิวพัง
▶ก้อนจากผลข้างเคียงของสกัลตรา วิธีไม่ให้เกิด
▶"โบต็อกซ์รอบดวงตาเป็นการป้องกันใช่ไหม??" กรณีที่ควรเลือก Sofwave

เหตุผลจริงที่แนะนำสกัลตรา 3 ครั้ง,
เป็นส่วนที่ผมอธิบายในห้องตรวจบ่อยที่สุด
ครับ
โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน
Q. ถ้าฉีดสกัลตราครั้งเดียวเยอะ ๆ จะ
เร็วกว่าไม่ใช่หรือ?
A. ตรงกันข้ามเลยครับ ถ้าฉีดอัดไปทีเดียว
วอลลุ่มจะเพิ่มมากเกินไป
จนดูไม่เป็นธรรมชาติได้บ่อยครั้ง
สำคัญคือค่อย ๆ เติมผ่าน 3 ครั้งโดยดูแนวโน้มไปด้วยครับ
Q. แล้วทำไมต้อง 3 ครั้งพอดีล่ะ?
A. สกัลตราไม่ได้ฉีดแล้วเต็มทันที
แต่เป็นหัตถการที่คอลลาเจนค่อย ๆ สร้างขึ้น
จึงต้องเว้นระยะระหว่างแต่ละครั้งเพื่อดูการตอบสนอง
และปรับให้พอดีไม่มากหรือน้อยเกินไป

ทำไมถึงต้อง 3 ครั้งกันแน่
สกัลตราเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ที่มีส่วนประกอบ
ที่ชื่อว่า PLLA(โพลีแลกติกแอซิด) ซึ่งกระตุ้น
การสร้างคอลลาเจนในผิว
แตกต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก สกัลตรา
ไม่ได้เติมวอลลุ่มให้เต็มทันทีหลังฉีด
แต่เป็นการที่คอลลาเจนของตัวเอง
ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์จนเกิดวอลลุ่ม

แล้วทำไมถึงฉีดอัดทีเดียวไม่ได้ล่ะ
มุมมองสำคัญของ
ผอ.วี ยองจิน
เหตุผลที่ผมบอกว่าสกัลตราต้อง 3 ครั้งคือ
เพื่อดูแนวโน้มการฟื้นคืน
วอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติของสกัลตรา
เป็นแนวทางเพื่อผลลัพธ์ที่ไม่มากเกินไปและเป็นธรรมชาติครับ
เหตุผลที่แบ่งทำสกัลตราเป็น 3 ครั้ง
ไม่ใช่หัตถการที่ตั้งใจเห็นผลในครั้งเดียว
แต่เป็นการค่อย ๆ ดูแนวโน้มวอลลุ่มที่เพิ่มขึ้น
ในแต่ละรอบ เพื่อหาจุดที่พอดี
และเป็นธรรมชาติครับ
เมื่อเดือนที่แล้วมีคุณผู้หญิงวัยกลาง 40 กว่า ๆ มาพบ
โดยบอกว่าที่คลินิกอื่นฉีดสกัลตรา
ทีเดียว 4 ไวอัลครับ
ตอนแรกก็ไม่เป็นไร แต่พอประมาณ 3 เดือนผ่านไป
บริเวณใต้โหนกแก้มดูบวมขึ้น
จนรู้สึกว่าใบหน้าดูกว้าง เลยเครียดมากและมาพบผม
พูดตรง ๆ เลยนะครับ เคสแบบนี้มีอยู่ไม่น้อย
สกัลตราไม่ได้เห็นผลชัดทันทีหลังฉีด
แต่คอลลาเจนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจริงจังในอีก 2~3 เดือน
ดังนั้นถึงตอนแรกจะรู้สึกว่า "เหมือนจะยังไม่พอ?"
แต่พอรอไปมักจะขึ้นพอดี
ในทางกลับกัน ถ้าเติมจนพอใจตั้งแต่แรก
พอเวลาผ่านไปก็อาจมากเกินได้
โดยทั่วไปครั้งแรกผมจะใช้เพียงประมาณ
60~70% ของปริมาณที่คาดว่าจำเป็น
แล้วเว้น 4~6 สัปดาห์เพื่อดูในครั้งที่ 2
ว่าขึ้นมาแค่ไหนก่อน
ตัวเลข 3 ครั้งไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
แต่หลักการคือเว้นช่วง 4~6 สัปดาห์
แล้วค่อยปรับตามแนวโน้มที่เห็น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญครับ
สรุปสาระสำคัญของผอ.วี ยองจิน
สกัลตรา 3 ครั้ง
ไม่ใช่ว่า "ต้องฉีด 3 ครั้งถึงจะได้ผล" แต่เป็น
แนวคิดว่า "ค่อย ๆ สร้างไป 3 ครั้งพร้อมดูการตอบสนองของใบหน้า"
ครับ
ผมมองว่าเป็น
เซฟตี้ที่ช่วยป้องกันการเติมมากเกินไป

ในห้องตรวจผมแบ่งแบบนี้ครับ
ประเภท | แนวทางครั้งที่ 1 | การตัดสินใจครั้งที่ 2~3 |
วอลลุ่มโดยรวมลดลง | สองข้างข้างละ 2 ไวอัล กระจายกว้าง | ดูการตอบสนองหลัง 6 สัปดาห์แล้วเพิ่มอีก 1~2 ไวอัล |
ยุบเฉพาะจุด (แก้มหน้า·ขมับ) | ฉีดเฉพาะจุดในปริมาณน้อย | ส่วนใหญ่จบในครั้งที่ 2 |
ใบหน้าแห้ง·ผิวบาง | เจือจางให้มากขึ้น เริ่มจาก 1 ไวอัล | ค่อย ๆ แบ่งทำได้ถึง 3 ครั้ง |
กรณีทำร่วมกับการยกกระชับ | เริ่มหลังยกกระชับ 2~4 สัปดาห์ | ประเมินวอลลุ่มขั้นสุดท้ายหลังรูปหน้าเข้าที่ |
แต่ก็ไม่ได้ดีไปเสียหมดนะครับ
การแบ่งฉีดเป็น 3 ครั้ง
หมายความว่าต้องมาคลินิก 3 รอบ
และกว่าจะได้ผลลัพธ์สุดท้ายก็ใช้เวลา 4~6 เดือนขึ้นไป
ซึ่งเป็นข้อเสียครับ
แต่จากประสบการณ์ผม ยังดีกว่าการฉีดมากเกินไป
ในครั้งเดียวแล้วต้องละลายหรือรอให้ยุบ
เสียอีกครับ
3 คำถามที่พบบ่อยที่สุดในห้องตรวจ
Q1. ถ้าทำครั้งที่ 2 แล้วพอใจ ต้องทำครั้งที่ 3 ด้วยไหม?
ไม่จำเป็น ไม่ทำก็ได้ครับ
บางครั้งผมเป็นคนเสนอเองว่า "ข้ามครั้งที่ 3 ไปเลยไหม"
เลยครับ
Q2. ถ้าฉีดครบ 3 ครั้ง ผลจะอยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปประมาณ 2 ปี
หลังจากนั้นหลายคนจะดูแลสภาพผิวด้วยการฉีดคงสภาพ
ประมาณ 1~2 ไวอัลครับ
Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียง ปกติเกิดอะไรบ้าง?
ที่พบบ่อยที่สุดคือคลำได้เป็นก้อนเล็ก ๆ บริเวณที่ฉีด
ครับ
หากนวดหลังทำให้เพียงพอ
และปรับความเข้มข้นของการเจือจางให้เหมาะ ส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้
เมื่อสกัลตราเข้าไปแล้ว
ไม่สามารถสลายออกเหมือนไฮยาลูรอนได้
ดังนั้นยิ่งต้องแบ่งทำ
และค่อย ๆ ไป จึงเป็นแนวทางที่ปลอดภัยกว่า
เดี๋ยวในบทความถัดไปผมจะเล่าลึกกว่านี้อีกครับ
ขอบคุณครับ วี ยองจิน
อ่านเพิ่มเติม
▶Ulthera vs Sofwave, "ไม่ใช่ว่าแพงกว่าดีกว่า แต่ความลึกต่างกัน"
▶หน้าแบบถั่วลิสง แก้ด้วยฟิลเลอร์ขมับอย่างเดียวได้ไหม? รีวิวตรง ๆ
▶[คอลัมน์ BeautyStone] กับดักของ 'หัตถการราคาถูก' ที่พยายามประหยัดค่าลบรอยสักจนผิวพัง
▶ก้อนจากผลข้างเคียงของสกัลตรา วิธีไม่ให้เกิด
▶"โบต็อกซ์รอบดวงตาเป็นการป้องกันใช่ไหม??" กรณีที่ควรเลือก Sofwave
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ยกกระชับ
ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้
ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

ผิว
รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?
เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

ผิว
เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'
คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ยกกระชับ
เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?
เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?
Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
