90% ของคนที่ลบรอยสักสีแดงไม่ออก เกิดจากใช้ความยาวคลื่นผิด เพราะ 1064nm ทั่วไปลบสีแดงไม่ได้
โปรดอ่านเพื่อทำความเข้าใจก่อนสักนิดค่ะ
Q. เลเซอร์ตัวเดียวกัน สามารถลบรอยสักได้ทุกสีเลยหรือเปล่าคะ?
A. ไม่ใช่ค่ะ
หมึกสีแดงแทบจะไม่จางลงเลยหากใช้คลื่นความยาวปกติ 1064nm
แต่ต้องใช้คลื่นแสงสีเขียว 532nm เข้ามาช่วยกระตุ้นโดยเฉพาะ ถึงจะเริ่มตอบสนองค่ะ
Q. แล้วทำไมแต่ละสีถึงต้องใช้คลื่นความยาวแสงที่ต่างกันล่ะคะ?
A. เพราะสีของแสงที่หมึกแต่ละสีจะดูดซึมนั้นอยู่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงค่ะ อย่างสีแดงต้องดูดซึมแสงสีเขียวถึงจะยอมแตกตัวค่ะ

TL;DR · สรุปแบบด่วนๆ
สรุปในบรรทัดเดียว. การลบรอยสักสีแดง เป็นหัตถการที่ต้องเข้าถึงด้วยคลื่นความยาวแสง 532nm ค่ะ
เกณฑ์ในการตัดสิน. ขึ้นอยู่กับว่าได้เลือกใช้คลื่นความยาวแสงที่ตรงกับสีของน้ำหมึกรอยสักนั้นๆ หรือไม่ เพียงข้อเดียวเลยค่ะ
สิ่งที่จะได้รู้ในวันนี้. ระยะเวลาในการพักฟื้น และข้อแตกต่างระหว่าง รอยสักเก่า vs รอยสักใหม่
ทำไมรอยสักสีแดง ถึงลบด้วยเลเซอร์ทั่วไปไม่ยอมออก?
หมึกสีแดงแทบจะไม่สลายตัวเลยค่ะเมื่อเจอคลื่นความยาว 1064nm
จุดนี้เป็นเรื่องที่หลายคนมักเข้าใจผิดกันเยอะมากค่ะ
เพราะเข้าใจว่าเลเซอร์ลบรอยสักมีแค่ประเภทเดียว
แต่ในความเป็นจริง สีของหมึกแต่ละแบบจำเป็นต้องใช้คลื่นความยาวแสงที่แตกต่างกันออกไปค่ะ
อย่างสีแดงจะดูดซึมคลื่นแสง 532nm ซึ่งเป็นกลุ่มโทนสีเขียว
ส่วนสีดำหรือสีน้ำเงินเข้มจะดูดซึมคลื่นแสง 1064nm ค่ะ
นั่นหมายความว่า หากสีของรอยสักต่างกัน เราก็ต้องเลือกใช้แสงเลเซอร์ที่ต่างกันออกไปนั่นเองค่ะ
ดังนั้น เคสที่รอยสักส่วนสีดำลบออกไปหมดแล้ว แต่เหลือทิ้งไว้เฉพาะส่วนที่เป็นสีแดง
จึงเป็นเคสที่เข้ามาปรึกษาที่คลินิกบ่อยมากๆ ค่ะ
ลบรอยสักสีแดง ต้องพักฟื้นกี่วัน และมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง?
"สำหรับการลบรอยสักสีแดงนั้น ถ้าใช้เลเซอร์ทั่วไปจะไม่สามารถกำจัดออกได้ครับ
เนื่องจากสีของเลเซอร์และเม็ดสีที่จะเข้าไปดูดซึมนั้นมีความแตกต่างกันครับ
"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)
จริงๆ แล้ว เรื่องนี้เป็นสิ่งที่คุณหมอได้ยินในห้องตรวจสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเลยค่ะ
อย่างเมื่อสัปดาห์ก่อน มีลูกค้าวัย 45 ปีท่านหนึ่งกลับมาใช้บริการซ้ำ
เธอเคยมาลบรอยสักที่หัวไหล่กับเราครั้งแรกเมื่อ 2 ปีก่อน
ตอนนั้นส่วนที่เป็นเส้นสีดำลบออกไปจนเกลี้ยงสะอาดดีแล้ว เหลือทิ้งไว้แค่เฉพาะส่วนที่เป็นกุหลาบสีแดงค่ะ
ในตอนนั้นเราแพลนว่าจะลบเพิ่มอีก 2 ครั้งด้วยคลื่น 532nm
แต่เนื่องจากตารางเวลาของเธอคลาดเคลื่อนไป ทำให้ทิ้งช่วงไปถึง 1 ปีเต็มกว่าจะได้มาทำเซสชันที่สองนี้ค่ะ
เนื่องจากเป็นเคสที่เคยทำไปแล้ว ตัวคนไข้เองเลยพอจะรู้วิธีการฟื้นตัวและดูแลตัวเองดีอยู่แล้วจากการทำครั้งแรกค่ะ
โดยปกติแล้ว ระยะเวลาในการพักฟื้น (Recovery Timeline) จะเป็นประมาณนี้ค่ะ
หลังทำทันที ~ วันที่ 3: จะเกิดอาการ Frosting (มีฝ้าขาวๆ ขึ้นบางๆ) พร้อมกับมีอาการบวมและแดง
วันที่ 3 ~ วันที่ 7: สะเก็ดแผลจะเริ่มก่อตัวขึ้นเองตามธรรมชาติ
วันที่ 7 ~ วันที่ 14: สะเก็ดแผลจะเริ่มหลุดออก เผยให้เห็นผิวใหม่สีชมพู
สัปดาห์ที่ 2 ~ สัปดาห์ที่ 4: เม็ดสีจะเริ่มจัดตัวใหม่ และน้ำหมึกส่วนที่เหลือจะถูกขับออกทางน้ำเหลือง
สัปดาห์ที่ 4 ~ สัปดาห์ที่ 6: เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มทำเซสชันถัดไปค่ะ

แต่ขั้นตอนเหล่านี้ก็ไม่ได้ง่ายและตรงไปตรงมาเสมอไปนะคะ
เพราะหลังจากหมึกสีแดงดูดซึมคลื่น 532nm เข้าไปแล้ว ในบางรายอาจเกิดปฏิกิริยา
อ็อกซิเดชันเปลี่ยนเป็นสีเทาหรือสีดำชั่วคราวได้ค่ะ
ซึ่งพอเห็นแบบนี้แล้ว ประมาณ 3 ใน 10 คน มักจะตกใจและคิดว่า "ทำไมรอยสักมันถึงเข้มขึ้นล่ะ"
ซึ่งตะกอนจากการเกิดอ็อกซิเดชันนี้ เราสามารถกลับมาเคลียร์ซ้ำด้วยคลื่น 1064nm ในเซสชันถัดไปได้ค่ะ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องสลับคลื่นความยาวแสงไปตามการตอบสนองของสีนั่นเอง
สำหรับการดูแลตัวเองหลังทำนั้นง่ายมากๆ ค่ะ
ทายาฆ่าเชื้อในช่วง 3 วันแรก, ห้ามแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด, และหลีกเลี่ยงแสงแดด
เพียง 3 ข้อนี้ ก็ช่วยป้องกันการเกิดรอยดำหลังทำ (PIH) ไปได้กว่า 80% แล้วค่ะ

สรุปประเด็นสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
หมึกสีแดงจะตอบสนองต่อคลื่น 532nm เท่านั้น
การที่สีรอยสักเข้มขึ้นชั่วคราวหลังทำเนื่องจากเกิดปฏิกิริยาอ็อกซิเดชัน ถือเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ครับ
เพียงแค่เผื่อเวลาฟื้นฟูผิวประมาณ 4-6 주 (สัปดาห์) และมาทำตามกำหนดเวลาอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นหรือรอยดำได้อย่างเต็มที่แล้วครับ
รอยสักเก่า VS รอยสักใหม่ ระดับความยากในการลบรอยสักสีแดงต่างกันไหมคะ?
รอยสักเก่า มีแนวโน้มที่จะลบออกได้ง่ายกว่าค่ะ
เรื่องนี้อาจสร้างความสับสนได้เล็กน้อยนะคะ
เพราะหลายคนมักเดินทางมาคลินิกพร้อมกับความเชื่อว่า "รอยสักยิ่งเก่ายิ่งลบยาก"
แต่ในทางคลินิกจริง ผลลัพธ์มักจะตรงกันข้ามเลยค่ะ
สำหรับรอยสักเก่านั้น อนุภาคของหมึกบางส่วนได้ถูกเซลล์เม็ดเลือดขาว (Macrophage) กลืนกินไปบ้างแล้ว
ทำให้อนุภาคมีขนาดเล็กลง และสีก็เริ่มซีดจางลงไปตามกาลเวลา
เมื่อโดนเลเซอร์ยิงเข้าไป หมึกจะแตกตัวและขับออกทางระบบน้ำเหลืองได้ง่ายและในปริมาณที่มากกว่าค่ะ
ในทางกลับกัน รอยสักใหม่เม็ดหมึกจะยังคงเกาะตัวแน่นและยังใหม่อยู่
ทำให้ปริมาณหมึกที่แตกตัวจากการเลเซอร์ในแต่ละรอบมีจำนวนน้อยกว่า
ส่งผลให้ต้องใช้จำนวนครั้งในการทำมากกว่า และหากมีสีที่ลบยากอย่าง สีแดง หรือ สีเหลือง ผสมอยู่เข้มๆ
ก็จำเป็นต้องแยกทำเซสชันคลื่น 532nm ต่างหากเพิ่มขึ้นค่ะ
ถ้าอย่างนั้น รอยสักของเราจัดอยู่ในกลุ่มไหนกันนะ?
การจำแนกประเภท | รอยสักใหม่ (ไม่เกิน 1 ปี) | รอยสักเก่า (5 ปีขึ้นไป) |
|---|---|---|
อนุภาคของหมึก | หนาแน่น, ขนาดใหญ่ | กระจายตัว, ขนาดเล็กลง |
จำนวนครั้งที่คาดว่าจะต้องทำ | 8~12 ครั้ง | 5~8 ครั้ง |
ระยะห่างระหว่างเซสชัน | 6~8 สัปดาห์ | 4~6 สัปดาห์ |
ปฏิกิริยาอ็อกซิเดชันของสีแดง | เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด | เกิดขึ้นน้อยกว่า |
เงารอยสักหลงเหลือ (Shadow) | เกิดขึ้นได้ง่าย | เกิดขึ้นได้น้อยกว่า |
แต่มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากแชร์ให้ฟังค่ะ
ผลลัพธ์สามารถแตกต่างกันออกไปได้ แม้จะเป็นรอยสักระยะเวลา 1 ปีเท่ากันก็ตาม
ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของน้ำหมึกที่ช่างสักเลือกใช้ด้วยค่ะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เคสที่ช่างใช้หมึกสำหรับอุตสาหกรรมผสมลงไป จะบอกว่าลบยากกว่าที่คิดไว้พอสมควรเลยค่ะ
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่ารอยสักใหม่จะลบไม่ได้เลยนะคะ
แค่เราวางแผนการรักษาในระยะยาวไว้ให้เพียงพอ ก็สามารถเคลียร์ออกได้อย่างสะอาดแน่นอนค่ะ

3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการลบรอยสักสีแดงจากคนไข้ในคลินิก
Q1. ลบรอยสักสีแดงต้องทำทั้งหมดกี่ครั้งถึงจะหมดคะ?
A. จุดนี้เป็นสิ่งที่คนไข้สับสนและถามกันเข้ามาเยอะที่สุดเลยค่ะ
โดยทั่วไปเราจะแนะนำที่ประมาณ 8-10 ครั้ง แต่ในชีวิตจริงผลลัพธ์ของแต่ละคนค่อนข้างยืดหยุ่นมากค่ะ
หากอิงจากสถิติในห้องตรวจของหมอเอง
7 ใน 10 คนที่มีรอยสักสีแดงอายุน้อยกว่า 1 ปี จะลบออกหมดภายในประมาณ 10 ครั้ง
ส่วนรอยสักเก่า 6 ใน 10 คน สามารถเคลียร์ออกได้หมดจดภายใน 6-7 ครั้งเท่านั้นค่ะ
การลบจะยากง่ายยังต้องประเมินถึงความเข้มและความลึกของหมึกด้วย ดังนั้นคำตอบที่ชัวร์ที่สุด
คือการดูการตอบสนองหลังทำใน 1-2 ครั้งแรก แล้วค่อยนำมาปรับตารางจำนวนครั้งใหม่อีกทีค่ะ
และเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายๆ คนอาจจะเริ่มสงสัยในข้อถัดไปกันแล้วใช่ไหมคะ
Q2. หลังทำแล้วทำไมสีรอยสักถึงดูเข้มขึ้น แบบนี้คือปกติหรือเปล่าคะ?
A. ตอนแรกหมอเองก็แอบคิดว่าเป็นผลข้างเคียงหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วมันคือปฏิกิริยาอ็อกซิเดชันเฉพาะตัวของหมึกสีแดงค่ะ
หลังจากโดนคลื่นเลเซอร์ 532nm เข้าไป สารประกอบเหล็กอ็อกไซด์ในน้ำหมึกจะเปลี่ยนเป็นสีเทาหรือสีดำชั่วคราว
ซึ่งสีที่เข้มขึ้นนี้จะค่อยๆ จางและเคลียร์ออกไปได้เองในช่วงเวลา 4-6 สัปดาห์ค่ะ
และเมื่อเราเก็บงานด้วยคลื่น 1064nm ในเซสชันถัดไป ผิวก็จะกลับมาดูสะอาดเกลี้ยงเกลาขึ้นค่ะ
ดังนั้นไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงที่ต้องรีบมาทำทรีตเมนต์ฉุกเฉินแต่อย่างใดค่ะ
และข้อสุดท้ายนี้ — ถ้าข้ามไปต้องเสียดายทีหลังแน่นอนค่ะ
Q3. การลบรอยสักบริเวณที่มีสีแดง จะทิ้งรอยแผลเป็นหรือรอยดำ (PIH) ไว้ไหมคะ?
A. ถ้าหากเราใช้พลังงานเลเซอร์ที่สูงเกินไป ความเสี่ยงที่จะเกิดแผลเป็นหรือรอยดำก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ
นอกจากนี้ยังต้องระวังเป็นพิเศษในกลุ่มคนไข้
ที่มีสภาพผิวเป็นแผลเป็นนูนง่ายหรือคีลอยด์ (Keloid) ด้วยค่ะ
อย่างไรก็ตาม โอกาสการเกิดก็ไม่ได้สูงขนาดนั้นนะคะ
เนื่องจากคลื่น 532nm สามารถถูกดูดซึมโดยเม็ดสีเมลานินได้บางส่วน ดังนั้นใครที่ต้องออกแดดบ่อยๆ
หรือมีโทนสีผิวที่ค่อนข้างเข้ม ก็อาจจะมีรอยดำเกิดขึ้นตามมาได้ชั่วคราวค่ะ
แต่เพียงแค่ปกป้องผิวจากแสงแดดในช่วง 4 สัปดาห์แรก และห้ามแกะสะเก็ดแผลด้วยตัวเองเด็ดขาด
เพียงทำตามสองข้อนี้ อัตราการเกิดแผลเป็นถาวรก็จะลดลงไปอย่างชัดเจนแล้วค่ะ
สรุปแล้ว เมื่อต้องรับมือกับหมึกสีแดง การเลือกใช้เครื่องเลเซอร์ที่เหมาะสมจะเป็นตัวตัดสินทั้งจำนวนครั้งและผลลัพธ์การรักษาทั้งหมดเลยค่ะ
ในบทความหน้า หมอจะมาขยายความในเรื่อง 'เมื่อเกิดปฏิกิริยาอ็อกซิเดชันกับรอยสักสีแดงแล้ว เราควรนัดเซสชันถัดไปที่ 4 สัปดาห์ หรือ 6 สัปดาห์ดี?' หมอจะนำเคสจริงในคลินิกมาเปรียบเทียบให้ดูเลยค่ะว่า ระยะเวลาที่ต่างกันส่งผลต่อตัวเงารอยสักที่เหลืออย่างไรบ้าง สำหรับวันนี้ หมอวี ยองจิน ขอตัวลาไปก่อนนะครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ผู้ชาย
ที่บอกว่าขนผู้ชายเส้นหนาแล้วจะทำเลเซอร์ได้ผลดี อันนี้จริงแค่ครึ่งเดียวค่ะ
คำกล่าวที่ว่า 'ขนของผู้ชายเส้นหนาเลยเลเซอร์ออกง่าย' นั้น ถูกแค่ครึ่งเดียวค่ะ วันนี้เราสรุปเหตุผลที่ทำให้จำนวนครั้งในการทำเลเซอร์แตกต่างกันไปตามความหนาแน่น ความลึก และโทนสีผิว รวมถึงวิธีการดูแลในแต่ละส่วนมาฝากกันค่ะ

ผู้ชาย
รอยหนวดเขียวครึ้มแม้จะโกนแล้วก็ยังเห็นอยู่ สามารถทำให้จางลงได้ด้วยการทำเลเซอร์นะคะ
หนวดเขียวครึ้มที่โกนเท่าไหร่ก็ยังเห็นชัด แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่ผิวภายนอก แต่เป็นปัญหาที่รากขนค่ะ วันนี้เราสรุปวิธีช่วยให้รอยเขียวดูจางลงด้วยเลเซอร์กำจัดขน พร้อมกับผลลัพธ์ที่คุณสามารถคาดหวังได้จริงมาฝากกันค่ะ

กำจัดขน
เลเซอร์กําจัดขนอ่อนระหว่างคิ้ว จะปลอดภัยต่อดวงตาไหมคะ?
เลเซอร์กำจัดขนคิ้วที่อยู่ใกล้กับดวงตา สามารถทำได้ถึงขั้นตอนไหนกันนะ? เราได้รวบรวมมาตรฐานความปลอดภัย, หลักการทำงาน, จำนวนครั้งที่ต้องทำ และการออกแบบทรงคิ้ว (eyebrow line design) มาไว้ให้แล้วค่ะ

กำจัดขน
กำจัดขนที่ skin clinic ต่างจากการแว็กซ์ (waxing) ยังไงบ้างคะ?
กำจัดขนที่คลินิกผิวหนังต่างจากวิธีอื่นยังไงนะ? เราได้สรุปความต่างของหลักการทำงานระหว่างการแว็กซ์ เครื่องกำจัดขนแบบโฮมยูส และความปลอดภัยสำหรับแต่ละโทนสีผิวมาให้แล้วค่ะ

กำจัดขน
กำจัดขนทั่วเรือนร่าง (body hair removal) จะทำเสร็จหมดในครั้งเดียวได้ไหมนะ?
การเลเซอร์กำจัดขนทั่วตัว (Whole Body Hair Removal) ไม่ได้เสร็จสิ้นเรียนร้อยในครั้งเดียวนะคะ แต่เป็นการสะสมจำนวนครั้งในแต่ละส่วนค่ะ วันนี้เราสรุปความแตกต่างของจำนวนครั้งที่ต้องทำในแต่ละจุด พร้อมแพลนการรักษาตามจริงมาฝากกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วผิวจะดีขึ้นทันทีเลยไหมคะ?
ผลลัพธ์ของ สกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และคงอยู่ได้นานแค่ไหน? เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการทำงานที่แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป รวมถึงผลลัพธ์ที่คุณคาดหวังได้จริงมาฝากค่ะ



