มองหา Rejuran ไม่เจ็บแล้วเล็ง HB Plus? นี่คือเข้าใจผิดที่พบบ่อยเรื่องยาชา ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย
เผยแพร่
อัปเดต

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
สำหรับใครที่กำลังศึกษาเรื่อง รีจูรัน (รีจูรัน) แล้วรู้สึกว่า "กลัวเจ็บจังเลย" มักจะได้รับคำแนะนำให้เลือกเวอร์ชัน HB Plus เสมอครับ สรุปให้ฟังง่ายๆ เลยก็คือ รีจูรัน HB Plus คือเวอร์ชันที่ช่วยลดความเจ็บลง ส่วนรุ่น Healer จะเป็นตัวดั้งเดิมที่เป็นกลุ่ม PN บริสุทธิ์ ซึ่งให้ผลลัพธ์และฟีลลิ่งที่ต่างกันนิดหน่อยครับ การเลือกจึงขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความทนต่อความเจ็บของแต่ละบุคคลนะครับ
ไลน์อัพของ รีจูรัน — Healer, HB, HB Plus แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
ภายใต้แบรนด์ รีจูรัน นั้นมีผลิตภัณฑ์หลายไลน์อัพเลยครับ แม้จะใช้ส่วนผสมหลักพอลินิวคลีโอไทด์ (PN) เหมือนกัน แต่มีความเข้มข้นและคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันดังนี้ครับ:
ไลน์ | ส่วนผสมหลัก | ผลลัพธ์หลัก | ระดับความเจ็บ |
|---|---|---|---|
รีจูรัน Healer | PN 2% | ฟื้นฟูผิวชั้นหนังแท้ · ปรับเนื้อผิวให้เรียบเนียน | เจ็บที่สุดในบรรดารุ่นทั้งหมด |
รีจูรัน HB | สูตรผสม PN + HA | เติมความชุ่มชื้น · ปรับเนื้อผิวให้เรียบเนียน | ระดับปานกลาง |
รีจูรัน HB Plus | PN + HA + ยาชา | ลดความเจ็บขณะทำ + เติมความชุ่มชื้น | เจ็บน้อยที่สุด |
อาจกล่าวได้ว่า Healer คือสูตรออริจินัล ส่วน HB และ HB Plus เป็นรุ่นที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อลดความเจ็บและช่วยให้คนไข้ทำหัตถการได้สบายใจยิ่งขึ้นครับ
PN (Polynucleotide)*: สารสกัด DNA จากอสุจิปลาแซลมอน เป็นที่รู้จักกันดีในด้านการช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวและการฟื้นฟูของเซลล์ผิว

หลักการทำงานที่ทำให้ HB Plus เจ็บน้อยลง
มีสองเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ รีจูรัน HB Plus เจ็บน้อยกว่า รีจูรัน รุ่นทั่วไปครับ:
มียาชาเฉพาะที่ผสมอยู่ — ช่วยบล็อกสัญญาณความเจ็บปวดระหว่างทำหัตถการ
มีการใส่ HA เพื่อปรับความหนืด — ช่วยลดแรงดันและแรงต้านตอนที่ตัวยาถูกฉีดเข้าไปใต้ผิว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรุ่นนี้มีส่วนผสมของยาชา จึงจำเป็นต้องแจ้งประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบล่วงหน้านะครับ สำหรับท่านที่มีอาการแพ้ยาชาลิโดเคน (Lidocaine)* แนะนำให้เลือกใช้รุ่น Healer ทั่วไปแทนรุ่น HB Plus ครับ
ลิโดเคน (Lidocaine)*: ยาชาเฉพาะที่ใช้เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างทำหัตถการ ในกรณีที่พบได้น้อยอาจมีผู้ที่มีอาการแพ้ได้ ดังนั้นการเช็กประวัติแพ้ยาก่อนทำจึงสำคัญมากๆ ครับ
คู่มือความปลอดภัยในการทำหัตถการความงามแบบไม่ต้องผ่าตัด ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาการแพ้ล่วงหน้าก่อนทำหัตถการที่มีส่วนผสมของยาชาเช่นกันครับ

ผลลัพธ์ — แม้จะเป็นไลน์อัพเดียวกัน แต่ให้ฟีลลิ่งที่ต่างกันนะครับ
สรุปแนวทางผลลัพธ์ของทั้งสามไลน์อัพได้ดังนี้ครับ:
หัวข้อ | Healer | HB | HB Plus |
|---|---|---|---|
ระดับการฟื้นฟูผิวชั้นหนังแท้ | สูง | ปานกลาง | ปานกลาง |
สัมผัสผิวฉ่ำวาวอิ่มน้ำทันที | น้อย | สูง | สูง |
การปรับผิวเรียบเนียน·เพิ่มความยืดหยุ่น | สูง | ปานกลาง | ปานกลาง |
ระดับความเปลี่ยนแปลงต่อครั้ง | เห็นชัดเจนมาก | ปานกลาง | ปานกลาง |
จำนวนครั้งที่แนะนำ | 3~4 ครั้ง | 2~3 ครั้ง | 2~3 ครั้ง |
โดยทั่วไป หากต้องการเน้นการฟื้นฟูผิวชั้นหนังแท้แบบล้ำลึก แนะนำรุ่น Healer แต่หากอยากเห็นผลลัพธ์เรื่องผิวฉ่ำน้ำวาวใสอย่างรวดเร็ว แนะนำกลุ่ม HB หรือ HB Plus ครับ สำหรับรุ่น HB Plus นั้น ให้ผลลัพธ์แทบไม่ต่างจาก HB เลย เพียงแต่ช่วยลดความเจ็บลงไปได้เยอะมากครับ
ปกติแล้วแนะนำให้ทำห่างกันทุก 2~4 สัปดาห์ ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลอีกครั้งตามอัตราการฟื้นตัวของผิวและตารางทำสวยของแต่ละบุคคลนะครับ

ใครเหมาะกับ รีจูรัน ไลน์ไหนบ้างนะ
ช่วยสรุปเกณฑ์การเลือกตามสถานการณ์ของแต่ละคนให้เข้าใจง่ายๆ ครับ:
คนที่ไม่ค่อยทนเจ็บ หรือเพิ่งเคยลองทำครั้งแรก → แนะนำ HB Plus
คนที่อยากเน้นเรื่องความเรียบเนียน ยืดหยุ่น และกระชับผิวแบบจัดเต็ม → แนะนำ Healer
คนที่อยากเน้นผิวฉ่ำน้ำ ชุ่มชื้น วาวใสอย่างรวดเร็ว → แนะนำ HB หรือ HB Plus
คนที่มีประวัติแพ้ยาชาลิโดเคน → แนะนำ Healer (สูตรไม่ผสมยาชา)
อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร → แนะนำให้เลี่ยงไปก่อน (ทุกไลน์อัพ)
บริเวณที่จะทำมีอาการอักเสบหรือสิวอักเสบเห่อรุนแรง → ควรรักษาให้หายก่อนค่อยทำหัตถการครับ
กรณีที่ต้องปรึกษาแพทย์ทันที:
มีประวัติเคยแพ้ข้างเคียงจากการฉีดผลิตภัณฑ์กลุ่ม PN มาก่อน
เป็นโรคระบบภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Disease)
กำลังทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือทานวิตามินอีขนาดสูง
สุดท้ายแล้ว จะเลือกตัวไหนดีขึ้นอยู่กับการตรวจประเมินผิว ระดับความเจ็บที่ทนได้ และแพลนการเดินทางท่องเที่ยวของคุณครับ หากแจ้งไลฟ์สไตล์และตารางเวลาให้แพทย์ทราบตอนปรึกษาล่วงหน้า ก็จะช่วยให้เลือกสูตรที่แมตช์และเป๊ะที่สุดได้ง่ายขึ้นครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. รีจูรัน HB Plus ได้ผลลัพธ์น้อยกว่า Healer หรือเปล่าคะ?
A. เรียกว่า "ให้ผลลัพธ์ต่างกัน" จะถูกต้องกว่าคำว่าเบากว่าครับ HB Plus โดดเด่นเรื่องการลดความเจ็บ ร่วมกับเน้นเติมความฉ่ำวาว อิ่มน้ำ สุขภาพดี ส่วน Healer จะเน้นการสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นหนังแท้และปรับความเรียบเนียนผิวเป็นหลัก ถ้าเป้าหมายคือหน้าฉ่ำน้ำด่วนๆ เลือก HB Plus ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าอยากบำรุงลึกฟื้นฟูผิวแบบระยะยาว โดยทั่วไปจะชอบ Healer กันครับ
Q. สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำครั้งแรก แนะนำไลน์ไหนดีที่สุดครับ?
A. สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บ ส่วนใหญ่จะเลือกเริ่มต้นด้วย HB Plus ครับ เพราะทำได้สบายกว่า มักมีรีวิวว่าเจ็บน้อยจนทำให้การเปิดใจทำสกินบูสเตอร์ครั้งแรกผ่านไปด้วยดี และบางท่านอาจจะขยับไปทำรุ่น Healer ในครั้งถัดไปครับ ลองเลือกตามลำดับความสำคัญในใจ (ความเจ็บ vs ความเข้มข้น) แล้วปรึกษาคุณหมอได้เลยครับ
Q. ระยะห่างในการทำแต่ละครั้งควรเป็นอย่างไร?
A. แนะนำให้ทำห่างกันประมาณ 2~4 สัปดาห์ครับ ทั้งนี้อาจมีการปรับเปลี่ยนตามระยะเวลาฟื้นตัวของผิว สภาพผิว ณ ตอนนั้น หรือตารางหัตถการอื่นๆ (เช่น โบท็อกซ์, ฟิลเลอร์) ที่ทำร่วมด้วย ดังนั้น ตอนให้คำปรึกษาอย่าลืมแชร์ประวัติหัตถการอื่นๆ ที่เพิ่งทำมาให้คุณหมอทราบด้วยนะครับ
Q. กำลังตั้งครรภ์อยู่ แต่ได้ยินว่า HB Plus มียาชาน้อย ทำได้ไหมคะ?
A. ไม่ว่าจะมีปริมาณยาชามากหรือน้อย แนะนำให้งดทำรีจูรันทุกไลน์ในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตรครับ ควรรอจนพ้นช่วงนี้แล้วค่อยกลับมาปรึกษาวางแผนใหม่อีกครั้งจะปลอดภัยกว่าครับ
*บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การพิจารณาความเหมาะสมในการทำหัตถการควรเข้ารับการตรวจและปรึกษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงครับ*

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์ Hip dip รูปก่อน-หลัง ดูยังไงว่าสาเหตุเหมือนสะโพกเรา?

ร่างกาย
Potenza ต้องห่างกันกี่สัปดาห์ ร่นเป็น 2 สัปดาห์หรือเว้น 2 เดือนได้ไหม?

ยกกระชับ
รูปก่อน-หลัง Ulthera ควรดูรูปที่ถ่ายหลังทำกี่วันถึงเทียบได้?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา Belotero Revive 2cc ครั้งละเท่าไหร่ ต้องฉีดกี่ครั้ง?

ผิว
เลเซอร์ลดเม็ดสีริมฝีปาก ปากคล้ำแบบเราจะจางลงได้ไหมนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากผู้ชาย ทำครั้งแรก หน้าผากแบบไหนถึงเหมาะ?







