เกณฑ์เลือกความเข้มข้นเรตินอลโดยแพทย์ผิวหนัง พร้อมจุดเริ่มต้นตามสภาพผิวและวิธีเพิ่มระดับทีละขั้น

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ
เช็กก่อนอ่านกันสักนิดนะครับ
Q. เรตินอล ยิ่งมีความเข้มข้นสูง
ยาก็ตยิ่งได้ผลดีไม่ใช่เหรอคะ?
A. ไม่ใช่ครับ หากใช้ความเข้มข้นที่เกินกว่าผิวจะรับไหว
เกราะป้องกันผิวจะพังทลายลงมากกว่า
และนอกจากจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีแล้ว อาจทิ้งไว้เพียงปัญหาผิวอักเสบระคายเคืองแทนครับ
Q. ถ้าอย่างนั้นควรเริ่มใช้ที่ความเข้มข้นเท่าไหร่ดีคะ?
A. สำหรับผิวของผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ การเริ่มที่ความเข้มข้น 0.025~0.05%
เป็นจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยที่สุดครับ
และเพียงพอที่จะสะสมประสิทธิภาพในการบำรุงแล้วครับ
เจาะลึกประเด็นสำคัญ
โดย หมอวี ยองจิน
ความเข้มข้นของเรตินอลที่เหมาะกับผิวฉันคือเท่าไหร่กันนะ?
เกณฑ์เริ่มต้นที่แพทย์แนะนำ

เรตินอล คืออะไร?
เรตินอล (Retinol) เป็นหนึ่งในรูปแบบของวิตามินเอ
ซึ่งช่วยเร่งอัตราการผลัดเซลล์ผิว จึงเป็นส่วนผสมหลักที่มีประสิทธิภาพโดดเด่น
ในการช่วยลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ และกระชับรูขุมขนครับ
ต่างจาก Tretinoin (ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องมีใบสั่งแพทย์) เพราะเรตินอล
สามารถผสมในเครื่องสำอางทั่วไปได้ จึงเข้าถึงได้ง่ายกว่า
แต่ก็ทำให้สับสนในการเลือกความเข้มข้นที่เหมาะสมได้ง่ายเช่นกันครับ

ความเข้มข้นสูงเท่ากับได้ผลดีขึ้นจริงหรือ?
— นี่แหละครับจุดเริ่มต้นของความเข้าใจผิด
เรตินอลไม่ใช่ว่าทาลงบนผิวแล้ว
จะออกฤทธิ์ได้ทันทีนะครับ
มันจะต้องผ่านเอนไซม์ในผิวเพื่อเปลี่ยนเป็น Retinal ก่อน
แล้วจึงเปลี่ยนเป็น Retinoic Acid
ถึงจะเริ่มทำงานกับเซลล์ผิวได้ครับ
แต่จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ
ปริมาณของเอนไซม์ที่ใช้ในการเปลี่ยนรูปนี้ของแต่ละคนมีจำกัดครับ
หมายความว่า ผิวของเรามีขีดจำกัดในการรองรับ
ปริมาณเรตินอลในแต่ละครั้งนั่นเองครับ
ต่อให้คุณทาเรตินอลเข้มข้นถึง 1% แต่ส่วนที่เอนไซม์ไม่สามารถจัดการได้
ก็จะหลงเหลือและกลายมาเป็นอาการระคายเคืองต่อผิวแทนครับ
สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
ผลลัพธ์ของเรตินอลไม่ได้ขึ้นอยู่กับ 'ความเข้มข้น'
แต่ขึ้นอยู่กับ 'ปริมาณที่ผิวของเราสามารถเปลี่ยนรูปได้' ครับ
การใช้ความเข้มข้นสูงเกินกว่าความสามารถของเอนไซม์
จะไม่ส่งผลดี แต่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองแทน
การเริ่มต้นจากความเข้มข้นต่ำ
เพื่อให้ผิวค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับเอนไซม์
เป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ได้เร็วที่สุดในระยะยาวครับ

วิธีการเลือกความเข้มข้นของเรตินอล
ให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณ
ถึงแม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล,
แต่โดยทั่วไปแล้วผมมักจะแนะนำแนวทางนี้ครับ
ประเภทผิว | ความเข้มข้นเริ่มต้น | ความถี่ในการใช้ | ช่วงเวลาที่เพิ่มความเข้มข้น |
ผิวแพ้ง่าย·ผิวแห้ง | 0.025% | 1~2 ครั้งต่อสัปดาห์ (เฉพาะกลางคืน) | หลังผ่านไป 4~6 สัปดาห์เมื่อไม่มีอาการระคายเคือง |
ผิวธรรมดา·ผิวผสม | 0.05% | 2~3 ครั้งต่อสัปดาห์ (เฉพาะกลางคืน) | หลังผ่านไป 3~4 สัปดาห์เมื่อไม่มีอาการระคายเคือง |
ผิวมัน·ผิวสตรอง (ทนทาน) | 0.3~0.5% | วันเว้นวัน~ทุกวัน (เฉพาะกลางคืน) | ประเมินหลังจากผ่านไป 6~8 สัปดาห์ |
จริงอยู่ที่การทาทุกวันนั้นดีที่สุด
แต่นั่นคือเรื่องหลังจากที่ 'ผิวปรับตัวได้แล้ว' เท่านั้นครับ
หากทาทุกวันโดยที่ผิวยังไม่คุ้นชิน จะทำให้เกราะป้องกันผิวเสียหาย
และตกลงสู่ลูปของปัญหาผิวแห้งกร้านและระคายเคืองซ้ำซากครับ
จากประสบการณ์ของผม คนที่ตกอยู่ในลูปนี้
มักจะสูญเสียความมั่นใจในตัวเรตินอล
และล้มเลิกการใช้งานไปในที่สุดเยอะมากครับ

ข้อควรระวังเมื่อต้องการเพิ่มระดับความเข้มข้น
หากใช้ต่อเนื่องกัน 2~3 สัปดาห์แล้วไม่มีอาการระคายเคือง
คุณสามารถขยับขึ้นไปใช้ระดับความเข้มข้นถัดไปได้ครับ
เพียงแต่อย่าก้าวกระโดดข้ามขั้นไปไกลเกินไป
แนะนำให้ค่อยๆ ปรับเพิ่มทีละขั้น และสังเกตอาการอย่างน้อย 3~4 สัปดาห์ครับ
นอกจากนี้ ทุกครั้งที่เพิ่มความเข้มข้น ให้ลดความถี่ในการทาลงก่อนเสมอครับ
อย่างเช่น หากเคยใช้ความเข้มข้น 0.05% ทุกวัน แล้วเปลี่ยนมาใช้เป็น 0.1%
ก็ควรกลับไปเริ่มต้นที่สัปดาห์ละ 2~3 ครั้งใหม่อีกครั้งครับ
และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องใช้เรตินอลเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น
ส่วนตอนเช้า จะต้องทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป
ควบคู่กันอย่างเคร่งครัดนะครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. Retinol, Retinal และ
Retinoic Acid แตกต่างกันอย่างไร?
เมื่อเรียงลำดับจาก Retinol ไป Retinal และ Retinoic Acid
การเปลี่ยนรูปจะยิ่งมีประสิทธิภาพที่แรงขึ้นและระคายเคืองง่ายขึ้นด้วยครับ
โดย Retinoic Acid นั้นเป็นยารักษาโรคผิวหนังชนิดควบคุมพิเศษที่ต้องได้รับการสั่งโดยแพทย์เท่านั้นครับ
Q2. ระหว่างใช้เรตินอล
สามารถทำหัตถการที่คลินิกผิวหนังไปด้วยได้ไหม?
สำหรับหัตถการที่ส่งผลหรือกระตุ้นเกราะป้องกันผิว เช่น เลเซอร์ หรือการผลัดเซลล์ผิว (Peeling)
เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้หยุดใช้เรตินอลประมาณ 3~5 วัน
ทั้งก่อนและหลังรับบริการครับ
Q2. ระหว่างใช้เรตินอล
สามารถทำหัตถการที่คลินิกผิวหนังไปด้วยได้ไหม?
สำหรับหัตถการที่ส่งผลหรือกระตุ้นเกราะป้องกันผิว เช่น เลเซอร์ หรือการผลัดเซลล์ผิว (Peeling)
เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้หยุดใช้เรตินอลประมาณ 3~5 วัน
ทั้งก่อนและหลังรับบริการครับ
Q3. มีขุยลอกระหว่างใช้
เรตินอล ถือเป็นเรื่องปกติไหมคะ?
ในช่วงแรกของการปรับผิว การมีขุยลอกเล็กๆ ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ครับ
แต่หากมีอาการผิวแดง แสบ หรือร้อนร่วมด้วย
นั่นถือเป็นสัญญาณของอาการระคายเคืองครับ
ความคิดที่ว่า "ทนเอาหน่อย เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง"
เป็นความคิดที่อันตรายมากสำหรับการใช้เรตินอลครับ
ปรึกษาผ่าน KakaoTalk
หากอยากทราบว่าหัตถการนี้เหมาะกับเราไหม คุณหมอผู้เชี่ยวชาญจะเข้ามาประเมินให้โดยตรงเลยครับ
▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ หมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าสนใจเพิ่มเติม
▶ความจริงเรื่องความเจ็บของ Ulthera: "การกัดฟันทนเจ็บไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ยกกระชับจะดีขึ้นเสมอไปครับ"
▶ลบรอยสักด้วย Picoway ต้องทำกี่ครั้งกันแน่? สรุปจำนวนครั้งตามสีและตำแหน่งของรอยสักแบบละเอียด
▶5 เช็กลิสต์ความปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการวางยาสลบขณะทำ Ulthera
▶หมอวี ยองจิน แนะนำขั้นตอนทำหัตถการสำหรับผิวกายด้วย Juvelook Volume (Juvelook Lenisna)
▶ฉีดครั้งเดียวจบจริงไหม? ทำความเข้าใจวิธีกระชับผิวด้วย Radiesse และผลลัพธ์ของมัน

โครงหน้า&วอลลุ่ม
RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?
สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

ยกกระชับ
เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage
สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?
สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ผิว
skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?
เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

ผิว
รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?
เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด



