• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ระยะห่างการทำจูวีลุค กี่สัปดาห์จึงเหมาะสม?

ระยะห่างการทำจูวีลุค กี่สัปดาห์จึงเหมาะสม?

ระยะห่างการทำจูวีลุค กี่สัปดาห์จึงเหมาะสม?

ทำไมจูวีลุคต้องเว้น 4 สัปดาห์ขึ้นไป? แพทย์ผิวหนังอธิบายไทม์ไลน์คอลลาเจนและจำนวนครั้งที่เหมาะสม

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

จูเวลุค 3 ครั้งพอไหม? การเปลี่ยนแปลงตามจำนวนครั้งและรอบที่เหมาะสมจากแพทย์ผิวหนัง

 

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน แห่ง Beautystone ครับ

 

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำนะครับ

 

Q. ยิ่งทำ จูวีลุค บ่อยๆ

ผลลัพธ์ก็จะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ หรือเปล่าครับ?

A. ไม่ใช่ครับ การฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาตินั้น

ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ การทำซ้ำในระยะเวลาที่สั้นเกินไป

กลับจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงครับ

 

Q. ทำแค่ 3 ครั้งพอไหมครับ?

หรือต้องทำ 5 ครั้งขึ้นไปถึงจะเห็นผลชัดเจน?

A. ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบการรักษาจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน

ดังนั้น "จังหวะเวลา" (timing) จึงสำคัญยิ่งกว่า "จำนวนครั้ง" ที่ระบุชัดเจนครับ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม สกินบูสเตอร์

 

ข้อมูลเชิงลึกและเทคนิคโดย หมอวี ยองจิน

 

ควรทำ จูวีลุค กี่ครั้งถึงจะดีที่สุด?

เฉลยไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงของผิวในแต่ละครั้งโดยหมอผิวหนังเกาหลี

"ฉีดบ่อยไม่ได้แปลว่าดี" ความลับทางการแพทย์เรื่องระยะห่างของการทำจูเวลุค

 

 












จูวีลุค คืออะไร?

จูวีลุค คือนวัตกรรมการฉีดฟื้นฟูผิว (skin booster)

ที่มีส่วนประกอบของ PDLLA

 

ไม่ได้เป็นเพียงการ "เติมเต็ม" ปริมาตรชั่วคราว

เหมือนฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกทั่วไป

แต่หัวใจสำคัญคือการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายในผิวของคุณเอง

เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความหนาแน่น

ให้ผิวฟูและกระชับขึ้นตามธรรมชาติครับ

 

หากเปรียบเทียบกับ skin booster ทั่วไป

ที่เน้นเฉพาะการเติมน้ำให้ผิวฉ่ำวาวชั่วคราวแล้ว

จูวีลุค จะเน้นไปที่การปรับปรุงและฟื้นฟูโครงสร้าง

ของชั้นผิวแท้ (dermis) ให้แข็งแรงจากฐานรากเลยครับ

คู่มือจากคลินิก Beautystone ฮงแด: ผลของกฎ 4 สัปดาห์ของจูเวลุคต่อการสังเคราะห์คอลลาเจน

 

 












ระยะห่างในการทำ จูวีลุค

ทำไมต้องเว้นอย่างน้อย 4 สัปดาห์

 

เมื่อโมเลกุล PDLLA ของ จูวีลุค เข้าสู่ชั้นผิวแท้แล้ว

ไม่ได้หมายความว่าจะเนรมิตการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาได้ทันทีนะครับ

 

ระยะที่ 1 (หลังทำเสร็จทันที ~ 1 สัปดาห์)

 

ส่วนประกอบของ HA จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น

ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและเปล่งปลั่งฉ่ำวาวขึ้นทันทีหลังทำ

ซึ่งสัญญานนี้เป็นผลจากความชุ่มชื้นของ HA ไม่ใช่ผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนครับ

 

ระยะที่ 2 (2 ~ 3 สัปดาห์)

 

เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) จะเริ่มมารวมตัวกัน

รอบๆ อนุภาคขนาดเล็กของ PDLLA

ในช่วงนี้อาจจะยังมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงภายนอกที่ชัดเจนนักครับ

 

ระยะที่ 3 (4 ~ 8 สัปดาห์)

 

ไฟโบรบลาสต์เข้าสู่กระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนที่แท้จริง

และความหนาแน่นของชั้นผิวแท้จะเริ่มเพิ่มสูงขึ้น

 

ช่วงเวลานี้แหละครับที่คุณจะเริ่มสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า "ผิวเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมาก"

 

หากเพิ่งทำไปได้เพียง 2 สัปดาห์แล้วฉีดเพิ่มทันที ในขณะที่กระบวนการระยะที่ 2 กำลังทำงานอยู่

อาจเกิดการซ้อนทับของการกระตุ้นที่มากเกินไป ซึ่งกลับจะไปรบกวน

กระบวนการสร้างและจัดเรียงตัวของคอลลาเจนธรรมชาติได้ครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

สิ่งที่จะกำหนดผลลัพธ์ของ จูวีลุค ไม่ใช่ "จำนวนครั้ง"

แต่เป็น "ระยะห่าง" ที่เหมาะสมในการทำแต่ละครั้งครับ

 

เนื่องจาก PDLLA ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์

ในการแปลงสภาพเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน

การปล่อยให้ผิวทำงานตามวงจรธรรมชาตินั้น

จึงเป็นโปรโตคอลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดครับ

ถ้าจูเวลุคไม่ได้ผล? ให้เช็ก 'ระยะห่างการทำ' และ 'จังหวะเวลา' มากกว่าจำนวนครั้ง

 

 












การเปลี่ยนแปลงของผิวจริงในแต่ละครั้งที่ทำ

รอบที่ทำ

การเปลี่ยนแปลงหลัก

ผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จริง

ระยะเวลาแนะนำ

ครั้งที่ 1

HA เติมความชุ่มชื้น + เริ่มกระตุ้น PDLLA

ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ โทนผิวดูใสขึ้นเล็กน้อย

4 สัปดาห์

ครั้งที่ 2

เริ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจนเพิ่มเติม

ริ้วรอยเล็กๆ ดูจางลง สภาพผิวเรียบเนียนขึ้น

4~5 สัปดาห์

ครั้งที่ 3

ชั้นผิวแข็งแรงและมีเสถียรภาพ ผิวยืดหยุ่นขึ้น

รู้สึกได้ถึงความเด้งกระชับ รูขุมขนดูเล็กลง

4~6 สัปดาห์

ครั้งที่ 4+

การสะสมและฟื้นฟูผิวสูงสุด

ผิวดูฟูอวบอิ่ม มีน้ำมีนวล ความหนาของผิวเพิ่มขึ้น

พิจารณาตามสภาพผิว

สำหรับท่านที่ผิวบางและมีความหย่อนคล้อยกังวลค่อนข้างมาก

แนะนำให้รับการรักษาต่อเนื่องประมาณ 4~5 ครั้งครับ

แต่ถ้าหากมาเพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันและดูแลผิวเบื้องต้น

ทำเพียง 2~3 ครั้งก็สามารถเห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจแล้วครับ

จูเวลุค แม้อยากฉีดเร็วๆ ก็ต้องอดทนรอ '4 สัปดาห์' ด้วยเหตุผลทางการแพทย์

 

 












กรณีที่อาจไม่แนะนำให้ทำ จูวีลุค

 

เนื่องจาก จูวีลุค เป็นหัตถการที่ 'กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง'

ผลลัพธ์และอัตราการตอบสนองของแต่ละคนจึงอาจมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากครับ

 

  • ผู้ที่มีผิวบางและเสื่อมสภาพจากแสงแดดอย่างรุนแรง (Severe Photoaging)

  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เรื่องลดริ้วรอยร่องลึกทันที (กรณีนี้ ฟิลเลอร์ จะเห็นผลเร็วกว่าครับ)

  • ผู้ที่เป็นแผลเป็นคีลอยด์ง่าย หรือมีโรคระบบภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง

 

อย่างไรก็ตาม การออกแบบโปรแกรมทั้งเรื่องของจำนวนครั้งและระยะห่าง

หลังจากการตรวจวิเคราะห์ความหนาและความยืดหยุ่นของผิวอย่างละเอียดในการปรึกษารอบแรก

จะช่วยสร้างความแตกต่างของผลลัพธ์ได้อย่างแท้จริงครับ

คลินิกเกาหลี ฮงแด กรุงโซล · แจ้งราคาชัดเจน เทียบกับไทยได้ ดูรายละเอียด สกินบูสเตอร์

โปรโมชันเดือนนี้: เปิดตัว Juvelook Skin

 

ราคา สกินบูสเตอร์ ตระกูล จูวีลุค ที่ Beautystone (ฮงแด กรุงโซล) เดือนนี้

พอรู้แล้วว่าควรเว้นระยะกี่สัปดาห์ เรื่องต่อไปที่ต้องวางแผนคืองบของทั้งคอร์ส Beautystone เป็นคลินิกเกาหลีย่านฮงแด กรุงโซล เดินจากสถานีฮับจองไม่ไกล ราคาด้านล่างเป็นโปรโมชันของเดือนนี้ คิดเป็นเงินวอนตามที่คลินิกในโซลคิดจริง จึงนำไปเทียบกับราคาที่ไทยได้โดยตรง

  • จูวีลุค Eye 1 ขวด 1 ครั้ง (โปรแกรมเปิดตัว) — โปรโมชัน 389,000 วอน (ปกติ 500,000 วอน)

  • จูวีลุค Volume 1 ขวด 1 ครั้ง — โปรโมชัน 690,000 วอน (ปกติ 990,000 วอน)

  • จูวีลุค Volume 1 ขวด 3 ครั้ง — โปรโมชัน 1,790,000 วอน (ปกติ 2,570,000 วอน)

ราคาต่างกันที่บริเวณและจำนวนครั้งเป็นหลัก แบบ 1 ครั้ง เหมาะกับคนที่อยากดูปฏิกิริยาของผิวตัวเองก่อนตัดสินใจทำต่อ ส่วนแพ็กเกจ 3 ครั้ง คือการจองคอร์สไว้ล่วงหน้า ไม่ได้แปลว่าทำรวดเดียวสามครั้ง แต่ละครั้งยังต้องเว้นระยะตามรอบที่เล่าไว้ด้านบน แลกกับราคาต่อครั้งที่ถูกลงกว่าซื้อแยกทีละครั้ง ส่วนโปรแกรมรอบดวงตาแยกเป็นอีกรายการ เพราะใช้ปริมาณและเทคนิคลงเข็มคนละแบบกับโหนกแก้มหรือแก้ม

โปรโมชันปรับใหม่ทุกเดือน ก่อนจองคิวจึงควรเปิด ดูโปรโมชันเดือนนี้ เช็กอีกรอบ ส่วนรายละเอียดของตัวสกินบูสเตอร์ ขั้นตอน และการดูแลหลังทำ อ่านได้ที่หน้า สกินบูสเตอร์ ถ้าอยากให้ช่วยวางตารางว่าควรเข้ามากี่ครั้ง ห่างกันกี่สัปดาห์ และรวมแล้วเท่าไร ทักมาคุยกับทีมงานทาง LINE ได้เลยนะคะ

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q1. สามารถฉีด จูวีลุค พร้อมกับ รีจูรัน ได้ไหมครับ?







ได้ครับ สามารถทำร่วมกันได้ แต่เพื่อสุขภาพผิวและการฟื้นตัวที่ดี

แนะนำให้แบ่งทำโดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์จะดีที่สุดครับ

 

Q2. หากเปรียบเทียบในแง่ของความคุ้มค่า ระหว่าง 3 ครั้ง กับ 5 ครั้ง

แบบไหนจะดีกว่ากันครับ?

ขอแนะนำให้ลองทำครบ 3 ครั้งก่อน แล้วดูการตอบสนองของผิวจริง

จากนั้นค่อยพิจารณาว่าจะทำเพิ่มดีไหม วิธีนี้จะประหยัดและสมเหตุสมผลที่สุดครับ

 

Q3. หลังทำจะมีอาการบวมหรือช้ำเยอะไหมครับ?

เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์แล้ว จูวีลุค มีอาการบวมน้อยกว่ามากครับ

แต่ในบริเวณผิวที่บอบบาง เช่น ใต้ตา หรือหน้าผาก

อาจจะมีรอยช้ำเล็กๆ หลงเหลืออยู่ประมาณ 2~3 วันได้เป็นปกติครับ

 

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลเกี่ยวกับ จูวีลุค โดย หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ทำไม จูวีลุค Volume ถึงเจ็บน้อยกว่า รีจูรัน แถมให้ผลลัพธ์ผิวโกลว์ยาวนานกว่า

ประสิทธิภาพที่แท้จริงของ รีจูรัน HB คืออะไร? เจาะลึกโดยคุณหมอโดยตรง

การใช้ จูวีลุค Volume ดูแลผิวกาย โดย หมอวี ยองจิน

CellrDM vs รีจูรัน HB เลือกตัวไหนที่เหมาะกับผิวเราที่สุด?

เผย 'Golden Time' ในการทำ รีจูรัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด — รอบเวลาที่เหมาะสมที่สุดจากการแนะนำโดยแพทย์ผิวหนัง

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1