
"คุณหมอคะ ฉีด
Rejuran ใต้ตาแล้ว ทำไมยังเหมือนเดิมเลยคะ?"
— คำถามที่เพิ่งเจอเมื่อวาน
ขอสรุปให้ฟังตรงนี้ก่อนเลยครับ
ถ้าเป็นปัญหาใต้ตาตอบ ใต้ตาลึก
Juvelook จะตอบโจทย์กว่า Rejuran ครับ
ในบทความนี้ ผมจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังกันครับ

ดูคล้ายกันก็จริงอยู่
แต่จุดสำคัญนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
Juvelook เป็น คอลลาเจน บูสเตอร์ (collagen booster) ที่เกิดจากการละลายสาร PDLLA (Poly-D, L-lactic acid)
ซึ่งเป็นสารไหมละลายประเภทหนึ่งที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
เพื่อเข้าไปกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่
ขึ้นมาจากภายในชั้นผิวครับ
ข้อแตกต่างจาก Rejuran ก็คือ Juvelook
มีประสิทธิภาพในเรื่องของการเติมเต็มปริมาตรผิว (volume) โดยตรง
ขณะที่ Rejuran (PN, สารสกัด DNA จากปลาแซลมอน)
จะเน้นไปที่การฟื้นฟูผิว ปรับเนื้อผิว และความยืดหยุ่น (skin booster)
แต่ Juvelook จะทำหน้าที่สะสมคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา
ช่วยค่อย ๆ เติมเต็มบริเวณที่ตอบลึกให้ดูตื้นขึ้นครับ

ทำไมบางเคสถึงเห็นผลได้ไม่เต็มที่?
"เหตุผลที่ไม่แนะนำให้ฉีด Rejuran สำหรับแก้ปัญหาใต้ตาตอบ,
พร้อมเผยเกณฑ์การเลือกใช้ Juvelook
ในแต่ละจุดของใบหน้าอย่างละเอียดครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone คลินิก ฮงแด)
เมื่อเดือนก่อน มีคนไข้ผู้หญิงวัย 30 ปลาย ๆ เข้ามาปรึกษา
เธอเคยฉีด Rejuran ที่ใต้ตามาถึง 4 ครั้งเพื่อแก้ปัญหาใต้ตาตอบ
แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะใต้ตายังคงดูลึกเหมือนเดิม
หัวใจสำคัญของปัญหาใต้ตาตอบ
จริงๆ แล้วไม่ได้เกิดจากคุณภาพผิว แต่เกิดจากการสูญเสียปริมาตรผิว (volume loss)
ต่อให้ผิวของคุณจะเรียบเนียนขึ้นขนาดไหน แต่รอยเงาความคล้ำลึกใต้ตาก็จะไม่หายไปครับ
อย่างไรก็ตาม มีจุดหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่ต้องคำนึงถึงครับ
คือ Juvelook จะต้องไม่ฉีดลงไปที่ผิวชั้นตื้นบริเวณใต้ตาโดยตรง แต่ต้องฉีดลงไปในชั้นที่ลึกกว่านั้น
โดยทั่วไปจะอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 3~5 มม. บริเวณใกล้กับ SOOF (Sub-orbicularis oculi fat)
หรือฉีดลงไปที่ชั้นเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (periosteum) ครับ
เพราะการฉีดตื้นเกินไปอาจส่งผลให้เกิดตุ่มนูนหรือเป็นก้อน (nodules) ได้
ดังนั้น ความลึกและปริมาณที่ใช้อย่างเหมาะสมจึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของเคสนี้ครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
ใต้ตาที่ดูตอบลึก ไม่ใช่เพราะผิวบริเวณนั้นบางลง
แต่เป็นเพราะปริมาตร (volume) ด้านในมันหายไปครับ
ดังนั้น Rejuran จะช่วยดูแลเรื่องงานผิว ส่วน Juvelook จะเข้ามาจัดการเรื่องปริมาตรความฟูของผิวครับ
หากกังวลเรื่องใต้ตาตอบลึก Juvelook คือคำตอบที่ใช่
แต่หากกังวลเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรอยดำหมองคล้ำ Rejuran จะตอบโจทย์กว่าครับ

ตารางจำแนกการรักษา เพื่อช่วยให้คนไข้เข้าใจง่ายขึ้นครับ
สภาพผิวบริเวณใต้ตา | หัตถการแนะนำ | จำนวนครั้งและระยะห่าง |
ใต้ตาดูเป็นรอยเงา ตอบลุก สูญเสียคอลลาเจน | Juvelook (ฉีดชั้นลึก) | 2~3 ครั้ง / ห่างกันทุก 4 สัปดาห์ |
ริ้วรอยเล็ก ๆ, รอยคล้ำใต้ตา (จากเม็ดสี) | Rejuran Eye | 3~4 ครั้ง / ห่างกันทุก 2~3 สัปดาห์ |
ใต้ตาตอบ + ผิวใต้ตาบาง (แบบผสม) | ทำคู่กัน Juvelook + Rejuran | ทำสลับกันอย่างละ 2~3 ครั้ง |
ร่องน้ำตาลึกมาก / ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย | พิจารณาการทำ ฟิลเลอร์ (filler) เป็นอันดับแรก | ประเมินผลอีกครั้งหลังทำไปแล้ว 1 ครั้ง |
อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์ของ Juvelook จะค่อย ๆ ปรากฏอย่างเป็นธรรมชาติ
โดยจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังจากฉีดครั้งแรกไปแล้วประมาณ 3~4 สัปดาห์ครับ
สำหรับใครที่ต้องการเห็นผลทันใจ ฟิลเลอร์อาจจะตอบโจทย์ได้รวดเร็วกว่า
แต่หากคุณต้องการความงามที่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน
Juvelook คือตัวเลือกที่ดีเยี่ยมเลยครับ
หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
คุณอาจจะกำลังสงสัยในเรื่องเหล่านี้อยู่แน่ๆ
Q1. หลังฉีด Juvelook แล้ว
ผิวใต้ตาจะดูขาวลอย ลอยขึ้นมาขัดตาไหม?
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ครับ หากฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไปหรือใส่ปริมาณยามากเกินไป
อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ Tyndall effect หรือเห็นเป็นสีขาวลอยขึ้นมาใต้ผิวหนังได้ครับ
หลักการสำคัญสำหรับการรักษาบริเวณใต้ตาคือ
ต้องฉีดในปริมาณน้อย และต้องฉีดลงในชั้นผิวที่ลึกเท่านั้นครับ
Q2. ปกติแล้วต้องทำกี่ครั้ง และอยู่ได้นานแค่ไหน?
สำหรับคนไข้ส่วนใหญ่ บริเวณใต้ตาทำประมาณ 2~3 ครั้งก็เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจแล้วครับ
ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 10~12 เดือนโดยทั่วไปครับ
Q3. รอยช้ำและอาการบวมจะอยู่นานแค่ไหน?
เนื่องจากผิวบริเวณใต้ตาค่อนข้างบาง จึงมีโอกาสเกิดรอยช้ำได้ง่ายในหลาย ๆ เคสครับ
แต่รอยช้ำจะค่อย ๆ จางหายไปเองภายใน 5~7 วัน
และอาการบวมจะยุบลงภายใน 2~3 วันครับ
หวังว่าบทความในวันนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของทุกๆ คนนะครับ
ปรึกษาเราทาง KakaoTalk
หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับคุณไหม คุณหมอพร้อมเข้ามาประเมินด้วยตัวเองโดยตรงครับ
▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk คลิกเลย
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดี ๆ จากหมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶ทำไมการกำจัดขนด้วย GentleMax ถึงได้ผลดีนัก? มาเจาะลึกเหตุผลกันครับ
▶ไม่ใช่ AI เขียนแน่นอน! [คอลัมน์] ฉีดฟิลเลอร์ไหล่ด้วย Juvelook Volume ปรับรูปไหล่ให้สวยตั้งฉากได้รูป
▶'อยากอวดกรอบหน้าเรียวสวยรับลมสปริง?' Ultherapy Prime vs ONDA ตัวไหนที่ใช่สำหรับคุณ?
▶[บทความโดย หมอวี ยองจิน] เจาะลึกความจริงเรื่องผลลัพธ์ Juvelook อยู่ได้นานแค่ไหน แบบไม่มีโฆษณาชวนเชื่อ
▶Shurink ทำแล้วแก้มตอบจริงไหม? ไขข้อข้องใจเรื่อง 'แก้มตอบ' พร้อมวิธีป้องกันที่เห็นผลจริงจากคุณหมอ