• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ฉีดรีจูรันใต้ตาแล้วไม่เห็นผล? คำถามเมื่อวาน

ฉีดรีจูรันใต้ตาแล้วไม่เห็นผล? คำถามเมื่อวาน

ฉีดรีจูรันใต้ตาแล้วไม่เห็นผล? คำถามเมื่อวาน

ทำไม จูวีลุค ได้ผลกับร่องใต้ตา ต่างจาก รีจูรัน อย่างไร เกณฑ์ความลึกและครั้งฉีดจากประสบการณ์จริง

จูเวลุค vs รีจูรัน: เกณฑ์เลือกตามตำแหน่งที่ต้องรู้ถ้ากังวลเรื่องใต้ตาโบ๋











"คุณหมอคะ ฉีด

รีจูรัน ใต้ตาแล้ว ทำไมยังเหมือนเดิมเลยคะ?"

— คำถามที่เพิ่งเจอเมื่อวาน

 

ขอสรุปให้ฟังตรงนี้ก่อนเลยครับ

 

ถ้าเป็นปัญหาใต้ตาตอบ ใต้ตาลึก

จูวีลุค จะตอบโจทย์กว่า รีจูรัน ครับ

 

ในบทความนี้ ผมจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังกันครับ

ทำไมผอ.วีย็องจิน Beautystone ฮงแด ถึงชอบใช้จูเวลุคกับปัญหาใต้ตาโบ๋มากกว่า

 

 











ดูคล้ายกันก็จริงอยู่

แต่จุดสำคัญนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

จูวีลุค เป็น คอลลาเจน บูสเตอร์ (collagen booster) ที่เกิดจากการละลายสาร PDLLA (Poly-D, L-lactic acid)

ซึ่งเป็นสารไหมละลายประเภทหนึ่งที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

เพื่อเข้าไปกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่

ขึ้นมาจากภายในชั้นผิวครับ

 

ข้อแตกต่างจาก รีจูรัน ก็คือ จูวีลุค

มีประสิทธิภาพในเรื่องของการเติมเต็มปริมาตรผิว (volume) โดยตรง

 

ขณะที่ รีจูรัน (PN, สารสกัด DNA จากปลาแซลมอน)

จะเน้นไปที่การฟื้นฟูผิว ปรับเนื้อผิว และความยืดหยุ่น (skin booster)

แต่ จูวีลุค จะทำหน้าที่สะสมคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา

ช่วยค่อย ๆ เติมเต็มบริเวณที่ตอบลึกให้ดูตื้นขึ้นครับ

หลักการแก้ปัญหาใต้ตาโบ๋: ปรับผิวด้วยรีจูรันแล้วเติมวอลลุ่มด้วยจูเวลุค

 

 











ทำไมบางเคสถึงเห็นผลได้ไม่เต็มที่?

 

"เหตุผลที่ไม่แนะนำให้ฉีด รีจูรัน สำหรับแก้ปัญหาใต้ตาตอบ,

พร้อมเผยเกณฑ์การเลือกใช้ จูวีลุค

ในแต่ละจุดของใบหน้าอย่างละเอียดครับ"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone คลินิก ฮงแด)

 

เมื่อเดือนก่อน มีคนไข้ผู้หญิงวัย 30 ปลาย ๆ เข้ามาปรึกษา

เธอเคยฉีด รีจูรัน ที่ใต้ตามาถึง 4 ครั้งเพื่อแก้ปัญหาใต้ตาตอบ

แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะใต้ตายังคงดูลึกเหมือนเดิม

 

หัวใจสำคัญของปัญหาใต้ตาตอบ

จริงๆ แล้วไม่ได้เกิดจากคุณภาพผิว แต่เกิดจากการสูญเสียปริมาตรผิว (volume loss)

 

ต่อให้ผิวของคุณจะเรียบเนียนขึ้นขนาดไหน แต่รอยเงาความคล้ำลึกใต้ตาก็จะไม่หายไปครับ

 

อย่างไรก็ตาม มีจุดหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่ต้องคำนึงถึงครับ

 

คือ จูวีลุค จะต้องไม่ฉีดลงไปที่ผิวชั้นตื้นบริเวณใต้ตาโดยตรง แต่ต้องฉีดลงไปในชั้นที่ลึกกว่านั้น

โดยทั่วไปจะอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 3~5 มม. บริเวณใกล้กับ SOOF (Sub-orbicularis oculi fat)

หรือฉีดลงไปที่ชั้นเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (periosteum) ครับ

 

เพราะการฉีดตื้นเกินไปอาจส่งผลให้เกิดตุ่มนูนหรือเป็นก้อน (nodules) ได้

ดังนั้น ความลึกและปริมาณที่ใช้อย่างเหมาะสมจึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของเคสนี้ครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

ใต้ตาที่ดูตอบลึก ไม่ใช่เพราะผิวบริเวณนั้นบางลง

แต่เป็นเพราะปริมาตร (volume) ด้านในมันหายไปครับ

 

ดังนั้น รีจูรัน จะช่วยดูแลเรื่องงานผิว ส่วน จูวีลุค จะเข้ามาจัดการเรื่องปริมาตรความฟูของผิวครับ

 

หากกังวลเรื่องใต้ตาตอบลึก จูวีลุค คือคำตอบที่ใช่

แต่หากกังวลเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรอยดำหมองคล้ำ รีจูรัน จะตอบโจทย์กว่าครับ

อ่านก่อนปรึกษาหัตถการใต้ตาย่านฮับจอง-ฮงแด: คำแนะนำสำหรับคนที่ทำรีจูรัน 4 ครั้งแล้วยังไม่เปลี่ยนแปลง

 

 











ตารางจำแนกการรักษา เพื่อช่วยให้คนไข้เข้าใจง่ายขึ้นครับ

สภาพผิวบริเวณใต้ตา

หัตถการแนะนำ

จำนวนครั้งและระยะห่าง

ใต้ตาดูเป็นรอยเงา ตอบลุก สูญเสียคอลลาเจน

จูวีลุค (ฉีดชั้นลึก)

2~3 ครั้ง / ห่างกันทุก 4 สัปดาห์

ริ้วรอยเล็ก ๆ, รอยคล้ำใต้ตา (จากเม็ดสี)

รีจูรัน Eye

3~4 ครั้ง / ห่างกันทุก 2~3 สัปดาห์

ใต้ตาตอบ + ผิวใต้ตาบาง (แบบผสม)

ทำคู่กัน จูวีลุค + รีจูรัน

ทำสลับกันอย่างละ 2~3 ครั้ง

ร่องน้ำตาลึกมาก / ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย

พิจารณาการทำ ฟิลเลอร์ (filler) เป็นอันดับแรก

ประเมินผลอีกครั้งหลังทำไปแล้ว 1 ครั้ง

อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์ของ จูวีลุค จะค่อย ๆ ปรากฏอย่างเป็นธรรมชาติ

โดยจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังจากฉีดครั้งแรกไปแล้วประมาณ 3~4 สัปดาห์ครับ

 

สำหรับใครที่ต้องการเห็นผลทันใจ ฟิลเลอร์อาจจะตอบโจทย์ได้รวดเร็วกว่า

แต่หากคุณต้องการความงามที่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน

จูวีลุค คือตัวเลือกที่ดีเยี่ยมเลยครับ

 

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว

คุณอาจจะกำลังสงสัยในเรื่องเหล่านี้อยู่แน่ๆ

 

Q1. หลังฉีด จูวีลุค แล้ว

ผิวใต้ตาจะดูขาวลอย ลอยขึ้นมาขัดตาไหม?

มีโอกาสเกิดขึ้นได้ครับ หากฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไปหรือใส่ปริมาณยามากเกินไป

อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ Tyndall effect หรือเห็นเป็นสีขาวลอยขึ้นมาใต้ผิวหนังได้ครับ

 

หลักการสำคัญสำหรับการรักษาบริเวณใต้ตาคือ

ต้องฉีดในปริมาณน้อย และต้องฉีดลงในชั้นผิวที่ลึกเท่านั้นครับ

 

Q2. ปกติแล้วต้องทำกี่ครั้ง และอยู่ได้นานแค่ไหน?

สำหรับคนไข้ส่วนใหญ่ บริเวณใต้ตาทำประมาณ 2~3 ครั้งก็เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจแล้วครับ

ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 10~12 เดือนโดยทั่วไปครับ

 

Q3. รอยช้ำและอาการบวมจะอยู่นานแค่ไหน?

เนื่องจากผิวบริเวณใต้ตาค่อนข้างบาง จึงมีโอกาสเกิดรอยช้ำได้ง่ายในหลาย ๆ เคสครับ

แต่รอยช้ำจะค่อย ๆ จางหายไปเองภายใน 5~7 วัน

และอาการบวมจะยุบลงภายใน 2~3 วันครับ

 

หวังว่าบทความในวันนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของทุกๆ คนนะครับ

ปรึกษาเราทาง LINE

หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับคุณไหม คุณหมอพร้อมเข้ามาประเมินด้วยตัวเองโดยตรงครับ

▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE คลิกเลย

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดี ๆ จากหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ทำไมการกำจัดขนด้วย GentleMax ถึงได้ผลดีนัก? มาเจาะลึกเหตุผลกันครับ

ไม่ใช่ AI เขียนแน่นอน! [คอลัมน์] ฉีดฟิลเลอร์ไหล่ด้วย จูวีลุค Volume ปรับรูปไหล่ให้สวยตั้งฉากได้รูป

'อยากอวดกรอบหน้าเรียวสวยรับลมสปริง?' Ultherapy Prime vs ONDA ตัวไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

[บทความโดย หมอวี ยองจิน] เจาะลึกความจริงเรื่องผลลัพธ์ จูวีลุค อยู่ได้นานแค่ไหน แบบไม่มีโฆษณาชวนเชื่อ

ชูริงค์ ทำแล้วแก้มตอบจริงไหม? ไขข้อข้องใจเรื่อง 'แก้มตอบ' พร้อมวิธีป้องกันที่เห็นผลจริงจากคุณหมอ

จูเวลุค vs รีจูรัน: เกณฑ์เลือกตามตำแหน่งที่ต้องรู้ถ้ากังวลเรื่องใต้ตาโบ๋











"คุณหมอคะ ฉีด

รีจูรัน ใต้ตาแล้ว ทำไมยังเหมือนเดิมเลยคะ?"

— คำถามที่เพิ่งเจอเมื่อวาน

 

ขอสรุปให้ฟังตรงนี้ก่อนเลยครับ

 

ถ้าเป็นปัญหาใต้ตาตอบ ใต้ตาลึก

จูวีลุค จะตอบโจทย์กว่า รีจูรัน ครับ

 

ในบทความนี้ ผมจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังกันครับ

ทำไมผอ.วีย็องจิน Beautystone ฮงแด ถึงชอบใช้จูเวลุคกับปัญหาใต้ตาโบ๋มากกว่า

 

 











ดูคล้ายกันก็จริงอยู่

แต่จุดสำคัญนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

จูวีลุค เป็น คอลลาเจน บูสเตอร์ (collagen booster) ที่เกิดจากการละลายสาร PDLLA (Poly-D, L-lactic acid)

ซึ่งเป็นสารไหมละลายประเภทหนึ่งที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

เพื่อเข้าไปกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่

ขึ้นมาจากภายในชั้นผิวครับ

 

ข้อแตกต่างจาก รีจูรัน ก็คือ จูวีลุค

มีประสิทธิภาพในเรื่องของการเติมเต็มปริมาตรผิว (volume) โดยตรง

 

ขณะที่ รีจูรัน (PN, สารสกัด DNA จากปลาแซลมอน)

จะเน้นไปที่การฟื้นฟูผิว ปรับเนื้อผิว และความยืดหยุ่น (skin booster)

แต่ จูวีลุค จะทำหน้าที่สะสมคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา

ช่วยค่อย ๆ เติมเต็มบริเวณที่ตอบลึกให้ดูตื้นขึ้นครับ

หลักการแก้ปัญหาใต้ตาโบ๋: ปรับผิวด้วยรีจูรันแล้วเติมวอลลุ่มด้วยจูเวลุค

 

 











ทำไมบางเคสถึงเห็นผลได้ไม่เต็มที่?

 

"เหตุผลที่ไม่แนะนำให้ฉีด รีจูรัน สำหรับแก้ปัญหาใต้ตาตอบ,

พร้อมเผยเกณฑ์การเลือกใช้ จูวีลุค

ในแต่ละจุดของใบหน้าอย่างละเอียดครับ"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone คลินิก ฮงแด)

 

เมื่อเดือนก่อน มีคนไข้ผู้หญิงวัย 30 ปลาย ๆ เข้ามาปรึกษา

เธอเคยฉีด รีจูรัน ที่ใต้ตามาถึง 4 ครั้งเพื่อแก้ปัญหาใต้ตาตอบ

แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะใต้ตายังคงดูลึกเหมือนเดิม

 

หัวใจสำคัญของปัญหาใต้ตาตอบ

จริงๆ แล้วไม่ได้เกิดจากคุณภาพผิว แต่เกิดจากการสูญเสียปริมาตรผิว (volume loss)

 

ต่อให้ผิวของคุณจะเรียบเนียนขึ้นขนาดไหน แต่รอยเงาความคล้ำลึกใต้ตาก็จะไม่หายไปครับ

 

อย่างไรก็ตาม มีจุดหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่ต้องคำนึงถึงครับ

 

คือ จูวีลุค จะต้องไม่ฉีดลงไปที่ผิวชั้นตื้นบริเวณใต้ตาโดยตรง แต่ต้องฉีดลงไปในชั้นที่ลึกกว่านั้น

โดยทั่วไปจะอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 3~5 มม. บริเวณใกล้กับ SOOF (Sub-orbicularis oculi fat)

หรือฉีดลงไปที่ชั้นเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (periosteum) ครับ

 

เพราะการฉีดตื้นเกินไปอาจส่งผลให้เกิดตุ่มนูนหรือเป็นก้อน (nodules) ได้

ดังนั้น ความลึกและปริมาณที่ใช้อย่างเหมาะสมจึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของเคสนี้ครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

ใต้ตาที่ดูตอบลึก ไม่ใช่เพราะผิวบริเวณนั้นบางลง

แต่เป็นเพราะปริมาตร (volume) ด้านในมันหายไปครับ

 

ดังนั้น รีจูรัน จะช่วยดูแลเรื่องงานผิว ส่วน จูวีลุค จะเข้ามาจัดการเรื่องปริมาตรความฟูของผิวครับ

 

หากกังวลเรื่องใต้ตาตอบลึก จูวีลุค คือคำตอบที่ใช่

แต่หากกังวลเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรอยดำหมองคล้ำ รีจูรัน จะตอบโจทย์กว่าครับ

อ่านก่อนปรึกษาหัตถการใต้ตาย่านฮับจอง-ฮงแด: คำแนะนำสำหรับคนที่ทำรีจูรัน 4 ครั้งแล้วยังไม่เปลี่ยนแปลง

 

 











ตารางจำแนกการรักษา เพื่อช่วยให้คนไข้เข้าใจง่ายขึ้นครับ

สภาพผิวบริเวณใต้ตา

หัตถการแนะนำ

จำนวนครั้งและระยะห่าง

ใต้ตาดูเป็นรอยเงา ตอบลุก สูญเสียคอลลาเจน

จูวีลุค (ฉีดชั้นลึก)

2~3 ครั้ง / ห่างกันทุก 4 สัปดาห์

ริ้วรอยเล็ก ๆ, รอยคล้ำใต้ตา (จากเม็ดสี)

รีจูรัน Eye

3~4 ครั้ง / ห่างกันทุก 2~3 สัปดาห์

ใต้ตาตอบ + ผิวใต้ตาบาง (แบบผสม)

ทำคู่กัน จูวีลุค + รีจูรัน

ทำสลับกันอย่างละ 2~3 ครั้ง

ร่องน้ำตาลึกมาก / ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย

พิจารณาการทำ ฟิลเลอร์ (filler) เป็นอันดับแรก

ประเมินผลอีกครั้งหลังทำไปแล้ว 1 ครั้ง

อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์ของ จูวีลุค จะค่อย ๆ ปรากฏอย่างเป็นธรรมชาติ

โดยจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังจากฉีดครั้งแรกไปแล้วประมาณ 3~4 สัปดาห์ครับ

 

สำหรับใครที่ต้องการเห็นผลทันใจ ฟิลเลอร์อาจจะตอบโจทย์ได้รวดเร็วกว่า

แต่หากคุณต้องการความงามที่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน

จูวีลุค คือตัวเลือกที่ดีเยี่ยมเลยครับ

 

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว

คุณอาจจะกำลังสงสัยในเรื่องเหล่านี้อยู่แน่ๆ

 

Q1. หลังฉีด จูวีลุค แล้ว

ผิวใต้ตาจะดูขาวลอย ลอยขึ้นมาขัดตาไหม?

มีโอกาสเกิดขึ้นได้ครับ หากฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไปหรือใส่ปริมาณยามากเกินไป

อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ Tyndall effect หรือเห็นเป็นสีขาวลอยขึ้นมาใต้ผิวหนังได้ครับ

 

หลักการสำคัญสำหรับการรักษาบริเวณใต้ตาคือ

ต้องฉีดในปริมาณน้อย และต้องฉีดลงในชั้นผิวที่ลึกเท่านั้นครับ

 

Q2. ปกติแล้วต้องทำกี่ครั้ง และอยู่ได้นานแค่ไหน?

สำหรับคนไข้ส่วนใหญ่ บริเวณใต้ตาทำประมาณ 2~3 ครั้งก็เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจแล้วครับ

ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 10~12 เดือนโดยทั่วไปครับ

 

Q3. รอยช้ำและอาการบวมจะอยู่นานแค่ไหน?

เนื่องจากผิวบริเวณใต้ตาค่อนข้างบาง จึงมีโอกาสเกิดรอยช้ำได้ง่ายในหลาย ๆ เคสครับ

แต่รอยช้ำจะค่อย ๆ จางหายไปเองภายใน 5~7 วัน

และอาการบวมจะยุบลงภายใน 2~3 วันครับ

 

หวังว่าบทความในวันนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของทุกๆ คนนะครับ

ปรึกษาเราทาง LINE

หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับคุณไหม คุณหมอพร้อมเข้ามาประเมินด้วยตัวเองโดยตรงครับ

▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE คลิกเลย

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดี ๆ จากหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ทำไมการกำจัดขนด้วย GentleMax ถึงได้ผลดีนัก? มาเจาะลึกเหตุผลกันครับ

ไม่ใช่ AI เขียนแน่นอน! [คอลัมน์] ฉีดฟิลเลอร์ไหล่ด้วย จูวีลุค Volume ปรับรูปไหล่ให้สวยตั้งฉากได้รูป

'อยากอวดกรอบหน้าเรียวสวยรับลมสปริง?' Ultherapy Prime vs ONDA ตัวไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

[บทความโดย หมอวี ยองจิน] เจาะลึกความจริงเรื่องผลลัพธ์ จูวีลุค อยู่ได้นานแค่ไหน แบบไม่มีโฆษณาชวนเชื่อ

ชูริงค์ ทำแล้วแก้มตอบจริงไหม? ไขข้อข้องใจเรื่อง 'แก้มตอบ' พร้อมวิธีป้องกันที่เห็นผลจริงจากคุณหมอ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

ยกกระชับ

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ผิว

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ผิว

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

ยกกระชับ

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ผิว

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ยกกระชับ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1