ตัวยาจะออกฤทธิ์เฉพาะในชั้นผิว 진피 (dermis) ส่วนกลาง ทำให้เจ็บน้อยลงและมี downtime ที่สั้นลงด้วยค่ะ รีวิวกันตรงๆ เลยว่าระหว่างทำจะรู้สึกอย่างไร และขั้นตอนการฟื้นฟูผิวหลังทำจะเป็นอย่างไรบ้าง
พอเราเริ่มหาข้อมูลโปรแกรมยกกระชับหน้า ก็มักจะเจอกับคำโฆษณาที่ว่า "Sofwave เจ็บน้อย" อยู่บ่อยๆ สรุปให้ฟังตั้งแต่ต้นเลยนะคะว่า เจ็บน้อยกว่าเครื่องสครับกลุ่ม HIFU ตัวอื่นจริงค่ะ แต่ไม่ใช่ว่า "ไม่เจ็บเลย" สาเหตุหลักๆ เป็นเพราะความลึกในการส่งพลังงาน และรูปแบบของการส่งพลังงานที่แตกต่างกันค่ะ
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการโดย Beautystone Clinic ค่ะ
Sofwave คือโปรแกรมอะไร?
Sofwave คือนวัตกรรมยกกระชับแบบ Non-invasive (ไม่ต้องผ่าตัด) ที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวด์ปล่อยพลังงานแบบขนานพร้อมกัน 7 ลำแสง เรียกว่า SUPERB (Synchronous Ultrasound Parallel Beam) โดยจะเน้นกระตุ้นคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังแท้ส่วนกลาง (Mid-dermis) ลึกประมาณ 1.5 มม. จุดเด่นคือ ในขณะที่ Ulthera จะส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ที่ 4.5 มม. แต่ Sofwave จะเน้นทำงานอย่างแม่นยำในชั้นผิวที่ตื้นกว่า ทำให้เจ็บน้อยกว่าในกลุ่มโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนด้วยกันค่ะ
สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยเล็กๆ หรือผิวชั้นนอกหย่อนคล้อยเป็นหลัก หรือกลัวความเจ็บและไม่อยากพักฟื้นนานจากการทำเครื่องที่ลงลึกอย่าง Ulthera ตัวนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากๆ ค่ะ แต่เนื่องจากพลังงานไม่ได้ลงลึกไปถึงชั้น SMAS หากใครที่มีปัญหาหย่อนคล้อยฝังลึกและมีเหนียงชัดเจน อาจจะต้องมองหาโปรแกรมในกลุ่มอื่นร่วมด้วยนะคะ
ที่รู้สึกเจ็บน้อยลง เป็นเพราะระดับความลึกในการส่งพลังงานไม่เท่ากันค่ะ
Sofwave ทำงานโดยส่งพลังงานอัลตราซาวด์ไปกระจุกตัวอยู่ที่ชั้นผิวหนังแท้ส่วนกลาง (ลึกประมาณ 1.5 มม.) เมื่อเทียบกับเครื่อง Ulthera ที่ส่งพลังงานลึกถึง 4.5 มม. และ 3.0 มม. ซึ่งจัดอยู่ใน กลุ่มโปรแกรมยกกระชับแบบ Non-invasive ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS แล้ว ระดับความลึกในการทำงานของ Sofwave ถือว่าไม่ถึงครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำค่ะ
ยิ่งพลังงานลงลึกและเข้มข้นมากเท่าไหร่ สัญญาณความเจ็บปวดก็ยิ่งส่งไปถึงสมองได้มากเท่านั้น แต่เนื่องจาก Sofwave ทำงานเฉพาะในชั้นหนังแท้ตอนบน (Superficial dermis*) ทำให้ความเจ็บขณะทำน้อยกว่าโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดค่ะ
*ผิวหนังแท้ (Dermis): คือชั้นผิวที่อยู่ใต้หนังกำพร้า เป็นแหล่งรวมคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของผิว หากได้รับการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นนี้ ผิวที่หย่อนคล้อยและริ้วรอยเล็กๆ จะดูเรียบเนียนตึงกระชับขึ้นค่ะ

ความรู้สึกระหว่างทำจะเหมือนมี "จุดร้อนๆ จิ้มลงบนผิวเบาๆ"
ความรู้สึกยอดฮิตที่คนไข้ส่วนใหญ่มักจะบอกเล่าระหว่างทำ:
บริเวณ/ช่วงเวลา | ความรู้สึก |
|---|---|
ช็อตแรกๆ | รู้สึกอุ่นๆ สบายมาก อยู่ในระดับที่ทนได้อย่างชิลๆ ค่ะ |
แนวขากรรไกรและโหนกแก้ม | จุดที่อยู่ใกล้กระดูกจะรู้สึกสั่นและสะเทือนมากกว่าปกติเล็กน้อย |
หน้าผากและขมับ | จุดที่มีเส้นประสาทรวมกันเยอะ จะรู้สึกจี๊ดๆ เบาๆ |
จุดที่ยิงซ้ำๆ | หากยิงซ้ำจุดเดิมหลายรอบ จะเริ่มสะสมความร้อนและรู้สึกร้อนขึ้นเรื่อยๆ |
โดยปกติแล้ว คลินิกจะทำการแปะยาชาเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บในระดับแรกก่อน แต่ถ้าใครยังรู้สึกกังวลเรื่องความเจ็บ ก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเพิ่มตัวช่วยบรรเทาความเจ็บปวดอื่นๆ ในขั้นตอนถัดไปได้ค่ะ

หลังทำเสร็จสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีแทบไม่ต้องพักฟื้นเลยค่ะ
จุดเด่นที่ปังที่สุดของ Sofwave คือระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) ที่สั้นมากๆ หลังทำสามารถไปออกกำลังกาย แต่งหน้า หรือไปทานข้าวนอกบ้านต่อได้ทันที ซึ่งเป็น คุณสมบัติเด่นของโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนแบบ Non-invasive ทั่วไปอยู่แล้วค่ะ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลอาจจะแตกต่างกันไปเล็กน้อยนะคะ:
ระยะเวลา | สภาพผิวทั่วไป |
|---|---|
หลังทำทันที | ผิวบริเวณที่ทำอาจมีรอยแดงเรื่อๆ เล็กน้อย สามารถแต่งหน้าทับได้ทันที |
1~3 วัน | อาจมีอาการบวมเฉพาะจุดหรือระบมตึงใต้ผิวเล็กน้อย แต่ไม่รบกวนชีวิตประจำวันแน่นอนค่ะ |
ภายใน 1 สัปดาห์ | คนไข้ส่วนใหญ่ผิวจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างสมบูรณ์ |
2~4 สัปดาห์ | คอลลาเจนใต้ผิวเริ่มสมานตัวและตอบสนอง ทำให้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงทีละนิด |
8~12 สัปดาห์ | เริ่มเห็นผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนและเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น |

แต่คำว่า "เจ็บน้อย" ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นโปรแกรมที่ตอบโจทย์เราที่สุดเสมอไปนะคะ
อย่างที่บอกไปตอนแรกค่ะว่าที่เจ็บน้อยเป็นเพราะพลังงานลงลึกในระดับปานกลาง ซึ่งเหรียญย่อมมีสองด้าน แม้จะเจ็บน้อยแต่พลังงานก็ไม่ได้ลงลึกไปกระตุ้นถึงชั้น SMAS ดังนั้นควรประเมินตามสภาพผิวจริงและเป้าหมายของแต่ละคนจะดีที่สุดค่ะ:
สภาพผิว / จุดประสงค์ | คำแนะนำ |
|---|---|
คนที่กังวลเรื่องความเจ็บและไม่อยากพักฟื้นนานเลย | Sofwave ตอบโจทย์มากค่ะ |
คนที่อยากลองทำโปรแกรมยกกระชับเป็นครั้งแรกในชีวิต | Sofwave ตอบโจทย์มากค่ะ |
คนที่มีปัญหาต้องการแก้ไขริ้วรอยเล็กๆ และผิวชั้นนอกหย่อนคล้อย | Sofwave ตอบโจทย์มากค่ะ |
คนที่มีคิวงานแน่นจนไม่มีเวลาพักผิวหน้านานๆ | Sofwave ตอบโจทย์มากค่ะ |
คนที่มีปัญหาแก้มห้อยย้อยลึกไปจนถึงชั้น SMAS | แนะนำให้ลองพิจารณากลุ่มเครื่อง Ulthera จะตรงจุดกว่าค่ะ |
คนที่ต้องการจัดการปัญหารูขุมขนกว้างและรอยแผลเป็นจากสิวควบคู่ไปด้วย | โปรแกรมกลุ่ม Secret RF จะเหมาะสมและตอบโจทย์กว่าค่ะ |
คนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ดึงสุด ในครั้งเดียว | ลองพิจารณาโปรแกรมที่ลงลึกร่วมกับยอมรับระยะเวลาการพักฟื้นที่ยาวนานกว่าดูนะคะ |
อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร | ยังไม่แนะนำให้ทำค่ะ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อเลื่อนช่วงเวลาการทำหัตถการออกไปก่อนนะคะ |
ผิวบริเวณที่จะทำมีการอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรง | ยังไม่แนะนำให้ทำค่ะ แนะนำให้รักษาผิวให้หายดีก่อนทำและปรึกษาแพทย์เพื่อปรับตารางเวลาค่ะ |
มีประวัติเป็นแผลเป็นนูนคีลอยด์ (Keloid) ง่าย | ยังไม่แนะนำให้ทำค่ะ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเช็กสภาพผิวก่อนเสมอ |
เพิ่งผ่านการทำโปรแกรมยกกระชับเครื่องอื่นมาภายใน 4~6 สัปดาห์ | ยังไม่แนะนำให้ทำซ้ำค่ะ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อดูจังหวะและตารางเวลาที่เหมาะสมอีกครั้งนะคะ |

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ถ้าไม่แปะยาชาเลย จะเจ็บมากไหมคะ?
A. ความทนทานต่อความเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากันค่ะ แต่ถ้าไม่แปะยาชาเลย ความรู้สึกเจ็บระหว่างทำจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน สำหรับใครที่กลัวเจ็บ แนะนำให้แปะยาชาเตรียมไว้ก่อนตั้งแต่แรกเลยจะดีที่สุดค่ะ
Q. หลังทำเสร็จแล้ว สามารถไปออกกำลังกายได้ทันทีเลยจริงๆ ไหม?
A. การออกกำลังกายเบาๆ สามารถทำได้ในวันเดียวกันเลยค่ะ แต่พวกการเข้าซาวน่า กิจกรรมที่ต้องเจอกับความร้อนสูง หรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหนักๆ แนะนำให้งดไปก่อนประมาณ 1-2 วัน รอให้ความร้อนสะสมใต้ผิวบรรเทาลงก่อนจะปลอดภัยที่สุดค่ะ
Q. ทำครั้งเดียว จะเห็นผลและอยู่ได้นานแค่ไหน?
A. จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ 8~12 และผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปีค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลด้วยน้า ใครที่อยากได้ผลลัพธ์ที่แน่นและยาวนานขึ้น การทำซ้ำอีกสัก 1~2 ครั้งเพื่อสะสมคอลลาเจนก็ช่วยได้เยอะมากเลยค่ะ
ข้อมูลชุดนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นทั่วไปนะคะ หากท่านต้องการทราบสภาพผิวจริงและประเมินระดับความแรงในการยิงพลังงานที่เหมาะสม แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์โดยตรงจะดีที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา 힙딥필러 (Hip Dip Filler) กับผลลัพธ์หลังทำ — เติมกี่ cc ราคาเท่าไหร่ และเห็นผลแค่ไหน
ฟิลเลอร์สะโพกบุ๋ม (hip dip filler) เป็นหัตถการที่ใช้ปริมาณค่อนข้างเยอะและต้องแบ่งทำเป็นรอบๆ ค่ะ วันนี้เราสรุปราคาของแต่ละแบบ ระยะเวลาผลลัพธ์ รวมถึงสิ่งที่ต้องเช็คก่อนทำมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

ยกกระชับ
คู่มือผลข้างเคียงจากการทำ Alti-T Lifting — ตั้งแต่ปฏิกิริยาทั่วไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
ผลข้างเคียงของ Altite — มาทำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่างอาการทั่วไปที่สามารถหายได้เองภายใน 1-2 วัน กับสัญญาณเตือนที่ต้องรีบเข้ามาปรึกษาคุณหมอกันค่ะ

ผิว
Rejuran แบบไม่เจ็บ — HB Plus vs Healer ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
หากกำลังมองหา Rejuran แบบไม่เจ็บตัว HB Plus คือคำตอบเลยค่ะ แต่ผลลัพธ์อาจจะแตกต่างจากรุ่น Healer เล็กน้อย แนะนำให้เลือกตามผลลัพธ์ที่ต้องการนะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ทำไมฟิลเลอร์ Ellansé ถึงอยู่ได้นาน 2 ปี — เจาะลึกหลักการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยส่วนผสม PCL
Ellansé คือ collagen booster ที่มีสาร PCL Microspheres ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย โดยให้ผลลัพธ์ยาวนานต่อเนื่อง 1-4 ปีเลยค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
รักษาใต้ตาคล้ำ ระหว่างฉีดฟิลเลอร์กับเลเซอร์ แบบไหนจะดีตอบโจทย์กว่ากันคะ
ไกด์เลือกทำ ฟิลเลอร์ vs เลเซอร์ แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ลองส่องกระจกเช็กสภาพผิวของคุณ แล้วรูดดูหัตถการที่ใช่กันได้เลยค่ะ

ผิว
ผลัดเซลล์ผิวและทำ 딥클렌징 (deep cleansing) บ่อยแค่ไหนตามสภาพผิวของแต่ละคน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ
เวลาผิวเป็นขุยหลายคนมักคิดว่าต้องยิ่งขัดออก แต่จริงๆ แล้วมักมีสาเหตุมาจากการขาดความชุ่มชื้นค่ะ เราได้รวบรวมสัญญาณเตือนและพฤติกรรมของผิวแต่ละประเภทมาให้แล้วค่ะ




![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
