ผล Ulthera Prime ชัดสุดช่วง 3–6 เดือน ไม่ใช่ทันที การเสริมแนะนำดูจากสัญญาณความหย่อนที่กลับมา
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เคยทำ Ulthera Prime ไปครั้งหนึ่งแล้ว พอผ่านไปประมาณ 1 ปี สังเกตในกระจกก็เริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้า V-line ที่เคยชัดเริ่มดูเบลอๆ ลงไปบ้างใช่ไหมคะ? จนแอบคิดในใจว่า "เอ๊ะ เอฟเฟกต์หมดแล้วเหรอเนี่ย?" แต่ถ้าให้สรุปตั้งแต่เนิ่นๆ เลยก็คือ มันเป็นช่วงเวลาที่ 'วงจรการสร้างคอลลาเจนใหม่' เดินทางมาบรรจบกับ 'อัตราความร่วงโรยตามธรรมชาติของผิว' พอดีครับ ดังนั้นจังหวะเวลาในการทำซ้ำ (Touch-up) จึงควรยึดจากความเปลี่ยนแปลงของผิวตัวเองมากกว่าวันที่บนปฏิทินนะครับ
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone Clinic ครับ
ผลลัพธ์ไม่ได้เห็นทันทีหลังทำ แต่ต้องประเมินตามระยะเวลาครับ
Ulthera Prime ทำงานโดย การใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจง (Micro-focused Ultrasound) ส่งลึกลงไปถึงชั้น SMAS ใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้เกิดการจัดระเบียบและสร้างคอลลาเจนใหม่ ครับ ซึ่งการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่นั้นต้องใช้เวลาประมาณ 90 วัน ดังนั้นการขยับไปส่องกระจกดูในวันรุ่งขึ้นหลังจากทำแล้วตัดสินว่า "ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนเลย" อาจจะเป็นการด่วนสรุปเร็วเกินไปหน่อยนะครับ
สมุดปกขาวเผยแพร่ข้อมูลทางคลินิกจากผู้ผลิตพบว่า อัตราความพึงพอใจของคนไข้จะสูงถึง 95% เมื่อผ่านไป 1 ปีหลังการทำ แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยนะครับ เพราะในความเป็นจริง ความเร็วและระดับการเปลี่ยนแปลงของผิวแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันออกไปครับ
SMAS*: เป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดกล้ามเนื้อบนใบหน้า ถือเป็นโครงสร้างสำคัญที่คอยพยุงหน้าให้ยกกระชับ การทำหัตถการที่ลงลึกถึงชั้นใต้ผิวอย่าง Ulthera จะช่วยเข้าไปกระตุ้นชั้นนี้ได้โดยตรงครับ

ความเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดมักจะเริ่มเห็นในช่วง 3-6 เดือนครับ
กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนจะแบ่งออกตามเฟสต่างๆ ดังนี้ครับ:
ระยะเวลา | สิ่งที่เกิดขึ้น / คำแนะนำ |
|---|---|
ทันทีหลังทำ ~ 4 สัปดาห์ | อาจจะรู้สึกตึงกระชับทันทีได้บ้างเล็กน้อย แต่ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แท้จริงครับ |
4 สัปดาห์ ~ 12 สัปดาห์ | เป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกสังเคราะห์อย่างแข็งขันที่สุด เริ่มสังเกตเห็นกรอบหน้า V-line คมชัดขึ้นเวลาส่องกระจกครับ |
3 เดือน ~ 6 เดือน | เป็นระยะที่เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนที่สุด เมื่อเทียบกับรูปก่อนทำจะเห็นความแตกต่างได้ชัดมากๆ ครับ |
6 เดือน ~ 12 เดือน | ช่วงรักษาระดับผลลัพธ์สูงสุด (Peak Period) ซึ่งเป็นระยะที่คนไข้โปรดปรานและพึงพอใจมากที่สุดครับ |
พอเราเข้าใจวงจรนี้แล้ว ก็จะช่วยลดความใจร้อนประเภทที่ว่า "ทำมาเดือนนึงแล้วทำไมยังเฉยๆ" ลงไปได้เยอะเลยครับ กุญแจสำคัญคือการดูผลลัพธ์ตามระยะเวลาที่เหมาะสมนั่นเอง

โดยทั่วไป ความหย่อนคล้อยจะเริ่มกลับมาให้เห็นอีกครั้งตอนประมาณ 12-18 เดือนครับ
เพราะคอลลาเจนเองก็สลายตัวไปตามกาลเวลาครับ ยิ่งบวกกับกระบวนการร่วงโรยตามธรรมชาติของผิวเรา, การเผชิญแสงแดด, น้ำหนักตัวที่ขึ้นๆ ลงๆ รวมไปถึงไลฟ์สไตล์การนอนและพฤติกรรมการทานอาหารด้วยแล้ว หลายๆ คนจึงเริ่มรู้สึกว่า "เอ๊ะ หน้าเริ่มกลับมาคล้อยอีกแล้วนะ" ในช่วง 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งครับ
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานี้ค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่อนข้างสูงครับ:
กลุ่มผิว / ไลฟ์สไตล์ | การคงอยู่ของผลลัพธ์ |
|---|---|
ช่วงปลายวัย 30 ~ ต้นวัย 40 | ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานถึง 18 เดือนเลยทีเดียว |
วัยกลาง 40 ~ วัย 50 | มักเริ่มพิจารณาทำซ้ำในช่วง 12-15 เดือน |
ใช้ชีวิตกลางแจ้งเยอะ (โดนแดดจัด/ขับรถบ่อย) | มีแนวโน้มที่ผลลัพธ์จะหมดเร็วขึ้น |
รายที่มีน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงสวิงกิ้งมากๆ | เนื่องจากโครงสร้างรูปหน้าเปลี่ยนไป ทำให้ประเมินผลลัพธ์ได้ยากครับ |
เมื่อดูจาก คุณลักษณะทั่วไปของงานยกกระชับลดเลือนริ้วรอยแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-invasive Skin Tightening) แล้ว จะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่หัตถการที่ต้องการการดูแลรักษาเป็นระยะๆ มากกว่าการคาดหวังผลลัพธ์ถาวรจากการทำเพียงครั้งเดียวครับ

จังหวะที่ควรทำซ้ำ ยึดจากผิวตัวเองในกระจกดีกว่าปฏิทินครับ
อย่างที่เราได้เห็นกันไปแล้วว่าระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ในแต่ละคนแตกต่างกันมาก ดังนั้นแทนที่จะยึดตารางแบบเป๊ะๆ ว่า "ครบ 1 ปีแล้วต้องรีบบินมาทำทันที" แนะนำให้สังเกตตัวเองหน้ากระจกเป็นหลักดีกว่าครับ สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณอาจจะถึงเวลาต้องมาทำสัมผัสเพิ่ม (Touch-up) แล้ว ได้แก่:
สัญญาณเตือน | ระดับความแนะนำให้ทำซ้ำ |
|---|---|
เริ่มเห็นความหย่อนคล้อยใกล้เคียงกับรูปถ่ายก่อนทำครั้งแรก | แนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ |
กรอบหน้าด้านข้างเริ่มไม่คมชัด และเห็นเหนียงสองชั้นชัดขึ้นเรื่อยๆ | แนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ |
รู้สึกส่องกระจกแล้วเพลียๆ ว่าเหมือนไม่ได้ทำอะไรมาเลย นานเกิน 6 เดือนขึ้นไป | แนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ |
แค่อยากทำเพราะครบรอบ 1 ปีที่เคยทำไปเฉยๆ | แนะนำให้ประเมินความพึงพอใจและการเปลี่ยนแปลงของผิวก่อนค่อยตัดสินใจครับ |
เพิ่งทำมาได้แค่ 3 เดือนเอง | เร็วเกินไปครับ คอลลาเจนยังอยู่ในช่วงกำลังเร่งสร้างตัวเลย |
กรณีที่ไม่แนะนำให้พึ่งพาการทำซ้ำในทันที:
กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
มีสิวอักเสบเห่อรุนแรงหรือมีการติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ
คนไข้ที่มีประวัติเป็นคีลอยด์ (Keloid) ง่ายมากๆ
เพิ่งผ่านการทำหัตถการยกกระชับกลุ่มอื่นๆ (เช่น ชูริงค์, ซอฟเวฟ เป็นต้น) ภายในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
กรณีที่ไม่ได้เป็นเพราะผลลัพธ์ไม่ดี แต่เป็นเพราะความคาดหวังส่วนบุคคลสูงเกินความเป็นจริงทางคลินิกมากเกินไป
หากตรงกับเงื่อนไขข้างต้น แนะนำให้ปรึกษากับ หมอวี ยองจิน เพื่อประเมินวางแผนร่วมกันก่อนนะครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ยังไม่ถึง 1 ปีดีเลยแต่รู้สึกหน้าเริ่มตกแล้ว แบบนี้แปลว่าผลลัพธ์หายไปเร็วผิดปกติหรือเปล่าคะ?
A. ไม่เสมอไปครับ หากคุณต้องเผชิญกับแสงแดดจัดๆ บ่อยครั้ง หรือมีช่วงที่น้ำหนักตัวลดลงเยอะอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้รู้สึกเหมือนเอฟเฟกต์ยกกระชับสลายตัวเร็วกว่าคนอื่นได้ ทั้งนี้ แนะนำมาพบแพทย์เพื่อวิเคราะห์ร่วมกันนะครับว่าเกิดจากปัจจัยภายนอก หรือต้องการทำจุดอื่นเสริมเพิ่มเติมครับ
Q. การมาทำซ้ำเจ็บเท่าเดิมไหม และต้องพักฟื้นเหมือนครั้งแรกหรือเปล่าคะ?
A. โดยรวมจะค่อนข้างคล้ายเดิมครับ แต่คนไข้หลายคนบอกว่าครั้งต่อๆ ไปจะรู้สึกชินและไม่ได้กังวลเหมือนครั้งแรกเลยรู้สึกสบายขึ้น อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ความทนต่อความเจ็บช้ำของแต่ละคนแตกต่างกัน และขึ้นอยู่กับตำแหน่งรวมถึงจำนวนช็อต (Line) ที่ใช้ในการรักษาด้วยครับ
Q. สามารถทำสลับกับ ชูริงค์ หรือ ซอฟเวฟ ได้ไหมคะ?
A. เนื่องจากระดับความลึกและกลไกในการทำงานของเครื่องมือแต่ละแบบไม่เหมือนกัน ในบางเคสจึงสามารถทำสลับสับเปลี่ยนเพื่อเสริมผลลัพธ์ร่วมกันได้ครับ แต่ทั้งนี้การทำซ้ำซ้อนกันในระยะเวลาไล่เลี่ยกันอาจทำให้ผิวระคายเคืองและทำงานหนักเกินไป จึงควรเว้นระยะอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ และต้องปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนเสมอเพื่อความปลอดภัยนะครับ
เนื้อหาดังกล่าวเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการประกอบความรู้เท่านั้นครับ สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดของแต่ละท่าน แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจะดีที่สุดครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



