• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

บูสเตอร์ตัวไหนใช่: Radiesse, Sculptra, Juvelook

บูสเตอร์ตัวไหนใช่: Radiesse, Sculptra, Juvelook

บูสเตอร์ตัวไหนใช่: Radiesse, Sculptra, Juvelook

ความเร็วเห็นผล วอลุ่ม ความเสี่ยงเป็นก้อน และงบ — สิ่งที่คุณให้ความสำคัญกำหนดไลน์ + 3 ความเข้าใจผิด

🔗 ไปยังบทความอื่น ๆ

collagen booster คืออะไร?1.1 หลักการทำงานของ collagen booster

ไลน์อัป 3 ผลิตภัณฑ์ยอดนิยม2.1 Radiesse (CaHA) · 2.2 Sculptra (PLLA) · 2.3 Juvelook Volume (PDLLA+HA)

เปรียบเทียบและการเลือกใช้3.1 เปรียบเทียบผลลัพธ์หลังทำ 1 เดือน · 1 ปี

พูดตรง ๆ เลยว่า คอลลาเจนบูสเตอร์ทั้ง 3 แบบไม่มีตัวไหนดีที่สุด การเลือกขึ้นอยู่กับเป้าหมาย เวลา ความกังวลเรื่องก้อนนูน และงบประมาณ บทความสุดท้ายของซีรีส์นี้จะสรุปคำถามที่พบบ่อย พร้อมแนวทางเลือกให้เหมาะกับแต่ละคน

4 มิติในการตัดสินใจ — ลำดับความสำคัญของคุณเป็นตัวกำหนด

เวลาให้คำปรึกษา หมอจะมี 4 คำถามแรกที่จะถามคนไข้เสมอ ซึ่งคำตอบของคนไข้จะช่วยเลือกผลลัพธ์ที่ใช่ให้แบบอัตโนมัติเลยค่ะ

มิติที่ 1 — ความเร็วในการเห็นผลลัพธ์

  • เน้นเห็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเป็นอันดับแรก (1 สัปดาห์ - 1 เดือน) → Radiesse

  • ค่อยเป็นค่อยไปอย่างมั่นคงและปลอดภัย (3 - 6 เดือน) → Sculptra / Juvelook Volume

มิติที่ 2 — เป้าหมายขนาดของวอลลุ่ม

  • ฟื้นฟูวอลลุ่มขนาดใหญ่ (แก้มตอบลึกใต้โหนกแก้ม, หน้าตอบโทรมจากวัยที่เพิ่มขึ้น) → Sculptra

  • เติมเต็มวอลลุ่มให้ดูเป็นธรรมชาติระดับปานกลาง (สวยเนียนจับไม่ได้) → Juvelook Volume

  • ปรับรูปหน้าให้เห็นกรอบชัดทันที (แนวกราม·กรอบหน้าส่วนล่าง) → Radiesse

มิติที่ 3 — โอกาสยอมรับความเสี่ยงเรื่องตุ่มนูน (Nodule)

  • เลี่ยงโอกาสเกิดตุ่มนูนเป็นอันดับแรก → Juvelook Volume (ด้วยการออกแบบโมเลกุลที่ปลอดภัยที่สุด)

  • ระดับปานกลาง → Radiesse / Sculptra

  • มั่นใจในฝีมือและประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ → สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 3 ตัวเลยค่ะ

มิติที่ 4 — งบประมาณและจำนวนครั้งในการทำ

  • อยากทำครั้งเดียวจบ → Radiesse (สามารถมาทำเพิ่มได้หลัง 6 - 12 เดือนหากต้องการ)

  • พร้อมทำครบคอร์ส 3 ครั้ง → Sculptra / Juvelook Volume

  • เน้นความคุ้มค่าของราคาเป็นหลัก → Juvelook Volume (จุดเด่นของแบรนด์เกาหลี)

เมื่อนำคำตอบจากทั้ง 4 มิติมารวมกัน คุณก็จะเจอตัวเลือกที่ใช่สำหรับตัวเองอย่างชัดเจนแล้วค่ะ

4가지 결정 차원 — 본인의 우선순위가 라인을 정함

 

 

แนะนำสูตรที่ใช่ตามประเภทของคนไข้

จากประสบการณ์การรักษาของหมอ สามารถแบ่งประเภทคนไข้ที่พบบ่อยได้เป็น 5 กลุ่มดังนี้ค่ะ

  • วัย 30 ปลาย ๆ เริ่มมีปัญหาแก้มตอบใต้โหนกแก้ม + เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นอันดับแรก → แนะนำครบคอร์ส Juvelook Volume 3 ครั้ง ปลอดภัยจากตุ่มนูน + ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงแบบเนียน ๆ จนแม้แต่คนในครอบครัวยังทักว่าไปทำอะไรมาทำไมดูดีขึ้น

  • วัย 40 ปลาย ๆ ถึง 50 กว่า ๆ ใบหน้าสูญเสียความตึงกระชับและวอลลุ่มลดลงมากทั่วทั้งใบหน้า → แนะนำครบคอร์ส Sculptra 3 ครั้ง + ประเมินผลอีกทีในเดือนที่ 6 เหมาะที่สุดสำหรับเคสที่ต้องการฟื้นฟูวอลลุ่มปริมาณมาก

  • วัย 30 ถึง 40 ปี มีงานแต่งงานหรืองานสำคัญรออยู่ในอีก 1 - 2 เดือนข้างหน้า → แนะนำ Radiesse 1 ครั้ง (แบ่งฉีดเฉพาะจุดตามความจำเป็น) เห็นผลทันใจ + ผลลัพธ์เข้าที่สวยงามในสัปดาห์ที่ 4

  • วัย 40 ปี เคยมีประสบการณ์เกิดตุ่มนูนมาก่อน + ชอบความฉ่ำเป็นธรรมชาติ + ผลลัพธ์อยู่ได้นาน → แนะนำ Juvelook Volume เดี่ยว ๆ หรือทำร่วมกับ Radiesse (เทคนิคเจือจางพิเศษ) เฉพาะบางจุด

  • วัย 20 ปลาย ๆ อยากปรับแต่งโครงหน้า (แนวกราม·กรอบหน้าส่วนล่าง) → แนะนำฉีด Radiesse ตกแต่งเฉพาะจุดอย่างละเอียด ด้วยคุณสมบัติของโมเลกุลที่คงตัวดี จึงโดดเด่นมากในการช่วยลิฟต์กรอบหน้าให้คมชัด

ใน แนวทางการรักษาที่เป็นเอกฉันท์ของ PDLLA (PDLLA Consensus Guideline) ก็ระบุว่าแนวทางการใช้ multi-product approach หรือการผสมผสานหลายผลิตภัณฑ์ตามเป้าหมาย งบประมาณ และเวลาของคนไข้ ถือเป็นแนวทางมาตรฐานในปัจจุบันค่ะ

환자 유형별 추천 매칭

 

 

การจับคู่ผลิตภัณฑ์ตามตำแหน่ง — ทำ 2-3 ตัวร่วมกันในคนไข้คนเดียว

ในการรักษาจริง หมอไม่ได้ให้คนไข้เลือกแค่ตัวใดตัวหนึ่งเพียงอย่างเดียวเสมอนะคะ แต่บ่อยครั้งเราจะเลือกใช้ตัวที่ต่างกันตามแต่ละจุดบนใบหน้า ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า multi-product approach* ค่ะ

multi-product approach*: คือเทคนิคการรักษาที่แพทย์จะเลือกใช้ collagen booster ที่เหมาะสมแตกต่างกันไปในแต่ละจุดบนใบหน้าของคนไข้หนึ่งคน ผลการศึกษาทางคลินิกหลายฉบับชี้ตรงกันว่า การเลือกใช้ตัวที่มีจุดเด่นเฉพาะจุด ย่อมให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพและสร้างความพึงพอใจให้คนไข้ได้ดีกว่าการใช้ "ผลิตภัณฑ์ตัวเดียวฉีดทั่วหน้า" ค่ะ

ตัวอย่างการจับคู่ที่หมอใช้บ่อย :

  • ใต้โหนกแก้ม (แก้มตอบลึกมาก) → ทำครบคอร์ส Sculptra

  • แนวกราม · กรอบหน้าส่วนล่าง (ปรับกรอบหน้าชัด) → Radiesse (สูตรเข้มข้น)

  • แก้มส้ม · แก้มตอบปานกลาง → Juvelook Volume

  • ผิวสัมผัส · ริ้วรอยเล็ก ๆ · รูขุมขน (ชั้นผิวแท้ตื้น ๆ) → Juvelook (สูตร Original) หรือ Radiesse แบบเจือจาง (diluted)

มีหลายเคสเลยค่ะที่ทำทั้ง 3 ตัวร่วมกันในหนึ่งคอร์สรักษา และนั่นมักเป็นวิธีที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูดีและมีประสิทธิภาพที่สุดด้วยค่ะ แต่เนื่องจากอาจมีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่าย คนไข้หลายคนจึงเลือกใช้วิธีแบ่งทำทีละส่วนตามรอบการรักษา เช่น:

  • ครั้งที่ 1: แก้มตอบใต้โหนกแก้มด้วย Sculptra ครั้งที่ 1 + กรอบหน้าด้วย Radiesse

  • ครั้งที่ 2 (เว้น 4 สัปดาห์): แก้มตอบใต้โหนกแก้มด้วย Sculptra ครั้งที่ 2 + แก้มส้มด้วย Juvelook Volume ครั้งที่ 1

  • ครั้งที่ 3 (เว้น 4 สัปดาห์): แก้มตอบใต้โหนกแก้มด้วย Sculptra ครั้งที่ 3 + แก้มส้มด้วย Juvelook Volume ครั้งที่ 2

การแบ่งทำแบบนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายต่อครั้ง และช่วยให้เราสามารถค่อย ๆ ประเมินผลลัพธ์ในแต่ละจุดเพื่อปรับการรักษาในขยักถัดไปได้อย่างละเอียดแม่นยำยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

부위별 라인 조합 — 한 환자에게 두세 가지 같이

 

 

เคลียร์ความเข้าใจผิดยอดฮิต

นี่คือ 3 ข้อที่คนไข้มักจะสับสนและเข้าใจผิดกันบ่อย ๆ เวลาเข้ามาปรึกษาหมอค่ะ

ความเข้าใจผิดที่ 1: "ตัวที่แพงที่สุดคือตัวที่ดีที่สุด" ราคาไม่ได้เท่ากับผลลัพธ์เสมอไปนะคะ ตัวที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณที่สุดต่างหากคือตัวที่ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเน้นความสวยเป็นธรรมชาติมาก่อน แต่ไปเลือกทำ Sculptra ก็อาจจะรู้สึกเสียดายทีหลังเพราะรู้สึกว่าหน้าดูแน่นหรืออวบอิ่มเกินไปได้ค่ะ

ความเข้าใจผิดที่ 2: "ของนอก (ยุโรป/อเมริกา) ปลอดภัยกว่าของเกาหลี" Juvelook Volume ได้รับการรับรองทั้งจาก KFDA และ CE รวมทั้งส่งออกไปกว่า 80 ประเทศทั่วโลก (ในชื่อ Lenisna) ด้วยคุณสมบัติเด่นของโครงสร้างโมเลกุล PDLLA จึงจัดว่าเป็นตัวที่มีโอกาสเกิดตุ่มนูนต่ำที่สุด ดังนั้น ความเชื่อที่ว่าแบรนด์เกาหลีปลอดภัยน้อยกว่าจึงไม่เป็นความจริงเลยค่ะ

ความเข้าใจผิดที่ 3: "ทำครั้งเดียวผลลัพธ์อยู่ได้ตลอดไป" ไม่มี collagen booster ตัวไหนที่อยู่ได้ตลอดชีวิตค่ะ ระยะเวลามาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 12 - 24 เดือน และเนื่องจากกระบวนการร่วงโรยตามวัยยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ การมาทำซ้ำทุก ๆ 1 - 2 ปีจึงเป็นเรื่องปกติค่ะ อย่างไรก็ตาม คอลลาเจนธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นมาใหม่แล้วนั้น จะค่อย ๆ สลายตัวช้ากว่าตอนที่เราไม่ได้รับการรักษาอย่างแน่นอน — ผลลัพธ์แบบสะสมมีอยู่จริงค่ะ

흔히 받는 오해 정리

 

 

บทสรุปของซีรีส์ — สรุปในประโยคเดียว

หมอพาทุกคนไปเจาะลึกผ่านซีรีส์นี้กันถึง 6 ตอนแล้วนะคะ หากให้สรุปในประโยคเดียวก็คือ collagen booster ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่เป็นศิลปะการรักษาที่ต้องเลือกและจัดสรรให้เหมาะกับเป้าหมายและจุดต่าง ๆ บนใบหน้าของคุณค่ะ และกุญแจสำคัญที่สุดก็คือแพทย์ผู้ทำการรักษาที่สามารถวิเคราะห์การสั่งจ่ายได้อย่างลงตัว — ทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์คลินิกอย่างเต็มเปี่ยมกับผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ชนิด สำหรับคลินิก Beautystone ที่หมอร่วมดูแลกับ หมอวี ยองจิน และคุณหมอกิมกาอึล การจับคู่นี้เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของคนไข้มากที่สุดเลยค่ะ

ใน รีวิวการศัลยกรรมเพื่อความงามแบบครอบคลุมของ PDLLA มีรายงานชี้ชัดสอดคล้องกันว่า ผลลัพธ์จากการทำแบบผสมผสาน (multi-product approach) นั้นให้ผลลัพธ์ออกมาดีและสม่ำเสมอกว่าแบบเดี่ยว ๆ (single-product approach) อย่างชัดเจนค่ะ หากคุณทำการบ้านและเรียบเรียงเป้าหมายรวมถึงตำแหน่งที่กังวลมาล่วงหน้า จะช่วยให้การเลือกสูตรตอนปรึกษาหมอที่คลินิกทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นมากเลยค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ถ้าอยากทำทั้ง 3 ตัวแต่สู้ราคาไม่ไหว ควรเรียงลำดับความสำคัญอย่างไรดีคะ?

อันดับแรก ให้เลือกบริเวณที่คุณกังวลใจมากที่สุดก่อนค่ะ ลองส่องกระจกดูแล้วหาจุดที่กวนใจคุณที่สุดเป็นจุดแรก แล้วเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวที่ตรงกับจุดนั้นเพื่อเริ่มต้นรักษาได้เลยค่ะ พอจุดนี้ดีขึ้นแล้ว ลำดับความสำคัญของจุดอื่น ๆ บนใบหน้าจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นเองค่ะ

Q. ถ้าคุณหมอแนะนำให้ทำแค่ตัวเดียว แต่เราอยากลองศึกษาตัวอื่นด้วย จะได้ไหมคะ?

ศึกษาและพูดคุยได้แน่นอนค่ะ เพราะแพทย์แต่ละท่านอาจมีความถนัดและคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ที่ต่างกันออกไป แต่ถ้าเป้าหมายที่คุณต้องการดันไม่ตรงกับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ตัวนั้น การลองฟังความคิดเห็นอื่น ๆ เพิ่มเติมก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ หมอแนะนำให้อ่านซีรีส์ทั้ง 6 ตอนนี้ไว้ล่วงหน้าก่อนไปปรึกษา จะช่วยให้คุณสื่อสารความต้องการกับคุณหมอผู้ดูแลได้อย่างตรงจุดและเข้าใจตรงกันดียิ่งขึ้นค่ะ

Q. หากอยากกลับไปอ่านซีรีส์นี้ซ้ำ ควรเริ่มตรงไหนดีคะ?

หากพอตัดสินใจในใจได้บ้างแล้ว หมอแนะนำให้อ่านบทความของผลิตภัณฑ์ตัวนั้น ๆ ร่วมกับตอนที่ 5 (เปรียบเทียบผลลัพธ์หลังทำ 1 เดือน · 1 ปี) ซ้ำอีกรอบค่ะ แต่ถ้าอยากเริ่มปูพื้นฐานใหม่ตั้งแต่ต้น แนะนำให้อ่านตั้งแต่ตอนที่ 1 (หลักการทำงาน) ไล่ลงมาได้เลยค่ะ โดยเรามีสารบัญซีรีส์ (TOC) แปะไว้ให้ที่ด้านบนสุดของบทความเพื่อให้คลิกย้อนไปอ่านได้ง่าย ๆ สะดวกมากค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผิว

ฝ้า กระ จุดด่างดำ ต่างกันยังไง? สีน้ำตาลบนหน้าที่ชัดขึ้นในหน้าร้อน

หน้าร้อนทีไรสีน้ำตาลบนหน้าก็ชัดขึ้น มาดูว่าฝ้า กระ จุดด่างดำต่างกันยังไง พร้อมแนวทางดูแลแต่ละแบบ

ผิว

สกินบูสเตอร์ครั้งแรก ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ต้องรู้อะไรบ้าง

สกินบูสเตอร์ครั้งแรกต่างจากฟิลเลอร์ยังไง สรุปวิธีออกฤทธิ์ ผลข้างเคียง และสิ่งที่ควรรู้ก่อนทำค่ะ

ยกกระชับ

ทำ Shurink ก่อนงานสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วันดี?

อยากทำ Shurink ยกกระชับก่อนวันสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วัน มาดูตารางนับถอยหลังและข้อควรระวังกัน

ลบรอยสัก

หลังลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ต้องเลี่ยงแดดนานแค่ไหน? ดูแลผิวหน้าร้อน

หลังลบรอยสักหน้าร้อน ควรเลี่ยงแดดนานแค่ไหน สรุปความเสี่ยงรอยดำและวิธีกันแดดแบบเข้าใจง่าย

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ออกกำลังกายมาก วอลลุ่ม Sculptra ยุบเร็วไหม?

วอลลุ่ม Sculptra ค่อย ๆ เพิ่มและอยู่ได้นานต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร การออกกำลังกายและน้ำหนักมีผลไหม

소프웨이브와 온다 리프팅, 얼굴 처짐과 지방 중에서 무엇을 먼저 잡아야 좋을까요?

ยกกระชับ

Sofwave กับ Onda เลือกจัดการผิวหย่อนหรือไขมันก่อนดี?

Sofwave เน้นกระชับชั้นผิว Onda เน้นลดไขมัน มาดูกันว่าหน้าหย่อนกับไขมันควรจัดการอันไหนก่อน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1