ผลข้างเคียงเลเซอร์โทนนิ่ง ทำไมต้องหยุดเมื่อผิวแดง
ผลข้างเคียงเลเซอร์โทนนิ่ง ทำไมต้องหยุดเมื่อผิวแดง
ผลข้างเคียงเลเซอร์โทนนิ่ง ทำไมต้องหยุดเมื่อผิวแดง
ผิวแดงทันทีหลังโทนนิ่งคือพลังงานเกิน ระดับเหมาะคือแดงจาง ๆ หลัง 5–10 นาที แดงทันทีเสี่ยงเม็ดสีคล้ำ

ผลข้างเคียงเลเซอร์โทนนิ่ง,
ทำไมหน้าแดงขึ้นทันทีแล้วต้องหยุดทำ
เมื่อวันพุธที่แล้ว ในห้องตรวจของผม
มีคนไข้ผู้หญิงวัย 45 ปีท่านหนึ่งเข้ามาปรึกษา
เธอเล่าว่าไปเลเซอร์โทนนิ่งติดต่อกันมา 6 ครั้งจากคลินิกอื่น
แต่ผิวหน้ากลับดูหมองคล้ำและโหมดยิ่งกว่าเดิม
"พอยิงปุ๊บก็แดงแจ๋ทันทีเลยค่ะ แล้วค่อยๆ ยุบลง
ปกติมันต้องเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ?"
คำถามนี้แหละครับที่เป็นจุดเริ่มต้นของบทความในวันนี้
สรุปในบรรทัดเดียว
ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่งส่วนใหญ่
เริ่มมาจากการใช้พลังงานที่สูงเกินไป (Over-energy)
เกณฑ์การตัดสินใจ
แดงทันทีหลังยิงเสร็จ
หรือ แดงระเรื่อขึ้นมาหลังจากผ่านไป 5-10 นาที
สิ่งที่เราจะคุยกันวันนี้
วิธีสังเกตว่าเลเซอร์โทนนิ่งที่คุณได้รับ
ถูกตั้งค่าพลังงานไว้อย่างเหมาะสมหรือไม่
ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่ง
แบบไหนที่เจอบ่อยที่สุด?
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ
รอยดำหลังการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation: PIH)
เลเซอร์โทนนิ่งเปรียบเสมือน "สไนเปอร์"
ที่คอยยิงทำลายเฉพาะเม็ดสีเมลานินอย่างแม่นยำ
หลักการคือการใช้พลังงานต่ำค่อยๆ สลายเม็ดสีทีละนิด
แต่ถ้าเราใส่พลังงานให้สไนเปอร์แรงเกินไปจนเหมือนปืนลูกซอง
มันจะไม่ใช่แค่ทำลายเมลานิน
แต่จะกระตุ้นและทำร้ายผิวชั้นนอกรอบๆ ไปด้วย
ทำให้ผิวสร้างกลไกป้องกันตัว
โดยการผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากขึ้นกว่าเดิม
และนี่ก็คือ PIH (รอยดำหลังการอักเสบ) นั่นเองครับ
โดยเฉพาะผิวคนเอเชียที่มีเมลานินค่อนข้างหนาแน่นอยู่แล้ว
จึงมีโอกาสเกิดปฏิกิริยานี้ได้ง่ายเป็นพิเศษ
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม "พลังงานต่ำแต่ทำบ่อยครั้ง" ถึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

ทำไมหน้าแดงทันทีหลังทำเลเซอร์โทนนิ่ง
ถึงเป็นสัญญาณเตือนภัย?
อินไซต์สำคัญจาก
หมอวี ยองจิน
"หากผิวหน้าของคุณแดงขึ้นมาทันทีหลังทำเลเซอร์โทนนิ่ง
นั่นคือสัญญาณเตือนว่าพลังงานแรงเกินไปแล้วครับ
และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดรอยดำ PIH ตามมา
ระดับที่พอเหมาะคือ 'หลังจากทำเสร็จ 5-10 นาที
ผิวจะมีอาการแดงระเรื่อขึ้นมาเบาๆ'
หากเกิดอาการแดงเข้มทันที ต้องหยุดยิงและลดพลังงานลง"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮับจอง)
เคสคนไข้วัย 45 ปีที่ผมเล่าให้ฟังข้างต้น
คือตัวอย่างที่ชัดเจนมากครับ
เธอเชื่อมาตลอดว่า "ยิงแล้วแดงทันทีแปลว่าได้ผลดี"
ซึ่งในวันนั้นผมตัดสินใจปฏิเสธที่จะทำเลเซอร์ให้เธอต่อครับ
เพราะหากฝืนยิงเลเซอร์ซ้ำเข้าไปอีกในตอนนี้
มีความเป็นไปได้สูงมากที่รอยดำจะยิ่งเข้มขึ้น
ทำไมผิวแดงหลังจากผ่านไป 5-10 นาทีถึงเป็นระดับที่พอดี?
เพราะเมื่อเมลานินถูกทำลายอย่างแม่นยำ
ปฏิกิริยาของเส้นเลือดใต้ผิวหนังจะตอบสนองช้ากว่าเล็กน้อยครับ
การที่ค่าพลังงาน (Joule) ต่ำ ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไปนะครับ
เพราะหากขนาดของลำแสง (Spot Size) เล็กเกินไป
ความเข้มข้นของพลังงานก็จะสูงขึ้นทันที
การที่ผิวแดงขึ้นมาทันทีแปลว่า
ความหนาแน่นของพลังงานได้ทะลุขีดจำกัดที่ผิวชั้นนอกจะรับไหวแล้ว
และถึงจุดวิกฤตที่อาจทำให้หน้าหมองคล้ำลง
ไปอีกเป็นเดือนได้เลยครับ
สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน
หากรู้สึกเจ็บหรือมีอาการหน้าแดงระหว่างทำ
กรุณารีบแจ้งแพทย์ผู้รักษาทันทีนะครับ
หากผิวแดงขึ้นมาทันทีในขั้นตอนการรักษา
การปรับลดพลังงานลงทันทีจะปลอดภัยที่สุดครับ
คำว่า "ยิ่งทนเจ็บได้ ผิวจะยิ่งดี"
ใช้ไม่ได้กับเลเซอร์โทนนิ่งครับ

เมื่อเกิดผลข้างเคียงจากเลเซอร์โทนนิ่ง
ควรรับมืออย่างไร?
การดูแลจะแตกต่างกันไปตามระดับความแดงของผิวครับ
สภาพผิว | ความหมาย | การดูแลแก้ไข |
ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ระหว่างทำ | พลังงานต่ำเกินไป / แทบไม่ได้ผล | เพิ่มพลังงานขึ้นอีกหนึ่งระดับเพื่อทดสอบใหม่ |
ผ่านไป 5-10 นาทีแล้วอมชมพูระเรื่อ | พลังงานเหมาะสมดีเยี่ยม | รักษาระดับนี้ต่อไป |
ยิงปุ๊บแดงแจ๋ทันที | ผิวชั้นนอกระคายเคือง / เสี่ยงเกิด PIH | หยุดยิงทันที และลดระดับพลังงานลง |
หลังทำ 1 วัน ผิวหมองคล้ำขึ้น | เริ่มเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) | หยุดทำโทนนิ่งชั่วคราว เน้นปลอบประโลมร่วมกับทรีตเมนต์เพื่อผิวกระจ่างใส |
มีตุ่มน้ำพอง / สะเก็ดแผล | ผิวไหม้ (Burn) | รีบกลับมาพบแพทย์ทันที และทายาฟื้นฟูผิว (Regen Cream) |
หากเกิดรอยดำ PIH ขึ้นมาแล้ว
สิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือ "พักหน้าจากการทำเลเซอร์โทนนิ่ง" ครับ
เน้นปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสควบคู่กันประมาณ 4 สัปดาห์
แล้วค่อยกลับมาตั้งค่าพลังงานกันใหม่
โดยเริ่มจากพลังงานต่ำๆ อ่อนๆ ครับ
คิดง่ายๆ เหมือนกับว่าถ้าผิวเราบาดเจ็บอยู่ เราไม่ควรไปซ้ำเติมมันเพิ่มครับ

3 คำถามยอดฮิตเรื่องผลข้างเคียงในห้องตรวจ
Q1. ผลข้างเคียงจากเลเซอร์โทนนิ่ง
เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน?
หากตั้งค่าพลังงานอย่างเหมาะสม อัตราการเกิด PIH
จะอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 10 คนเท่านั้นครับ
แต่สำหรับผิวคนเอเชียที่มีเซลล์เม็ดสีทำงานไวเป็นพิเศษ
อาจจะพบได้บ่อยกว่า และปัญหาคือเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูผิวนานถึง 1-2 เดือนเลยครับ
Q2. ทำเลเซอร์โทนนิ่งมาแล้วหน้าหมองคล้ำขึ้น
ควรทำอย่างไรดี?
สิ่งที่ห้ามคิดเด็ดขาดคือ "ยิ่งยิงโทนนิ่งซ้ำ รอยดำยิ่งจาง"
นี่คือกับดักเลยครับ
ขั้นตอนที่ถูกต้องคือต้องพักผิว
เน้นการปลอบประโลม มอยส์เจอไรเซอร์ และไวท์เทนนิ่งสูตรอ่อนโยน
ห้ามสลับขั้นตอนเด็ดขาดนะครับ
Q3. ถ้าเกิดรอยดำ PIH แล้ว
ยิงเลเซอร์โทนนิ่งซ้ำจะช่วยให้จางลงไหม?
ไม่ได้เด็ดขาดครับ
เปรียบเสมือนการเอาไฟไปรนซ้ำบนรอยแผลที่โดนน้ำร้อนลวกครับ
ผลข้างเคียงที่ควรจะหายใจใน 6 เดือน
อาจจะลากยาวไปเป็นปีได้เลยครับ
ต้องหยุดทำเลเซอร์และเน้นฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรกครับ
สุดท้ายนี้ เส้นแบ่งความปลอดภัยของเลเซอร์โทนนิ่ง
ไม่ใช่คำถามที่ว่า "ใช้พลังงานแรงแค่ไหน"
แต่อยู่ที่ว่า "ผิวเริ่มแดงระเรื่อหลังจากยิงผ่านไปกี่นาที" ต่างหากครับ
ในบทความหน้า ผมจะมาแชร์เคล็ดลับรักษาและกู้หน้าพังจากรอยดำ PIH ให้หายเร็วที่สุด —
ด้วยสูตรผสมผสานระหว่างTranexamic Acid, เลเซอร์ปรับโทนผิวแบบอ่อนโยน และระยะเวลาการพักหน้าอย่างเหมาะสมครับ
ดูแลผิวให้สวยและปลอดภัยไปด้วยกันนะครับ หมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าสนใจที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ผลข้างเคียงเลเซอร์โทนนิ่ง,
ทำไมหน้าแดงขึ้นทันทีแล้วต้องหยุดทำ
เมื่อวันพุธที่แล้ว ในห้องตรวจของผม
มีคนไข้ผู้หญิงวัย 45 ปีท่านหนึ่งเข้ามาปรึกษา
เธอเล่าว่าไปเลเซอร์โทนนิ่งติดต่อกันมา 6 ครั้งจากคลินิกอื่น
แต่ผิวหน้ากลับดูหมองคล้ำและโหมดยิ่งกว่าเดิม
"พอยิงปุ๊บก็แดงแจ๋ทันทีเลยค่ะ แล้วค่อยๆ ยุบลง
ปกติมันต้องเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ?"
คำถามนี้แหละครับที่เป็นจุดเริ่มต้นของบทความในวันนี้
สรุปในบรรทัดเดียว
ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่งส่วนใหญ่
เริ่มมาจากการใช้พลังงานที่สูงเกินไป (Over-energy)
เกณฑ์การตัดสินใจ
แดงทันทีหลังยิงเสร็จ
หรือ แดงระเรื่อขึ้นมาหลังจากผ่านไป 5-10 นาที
สิ่งที่เราจะคุยกันวันนี้
วิธีสังเกตว่าเลเซอร์โทนนิ่งที่คุณได้รับ
ถูกตั้งค่าพลังงานไว้อย่างเหมาะสมหรือไม่
ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่ง
แบบไหนที่เจอบ่อยที่สุด?
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ
รอยดำหลังการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation: PIH)
เลเซอร์โทนนิ่งเปรียบเสมือน "สไนเปอร์"
ที่คอยยิงทำลายเฉพาะเม็ดสีเมลานินอย่างแม่นยำ
หลักการคือการใช้พลังงานต่ำค่อยๆ สลายเม็ดสีทีละนิด
แต่ถ้าเราใส่พลังงานให้สไนเปอร์แรงเกินไปจนเหมือนปืนลูกซอง
มันจะไม่ใช่แค่ทำลายเมลานิน
แต่จะกระตุ้นและทำร้ายผิวชั้นนอกรอบๆ ไปด้วย
ทำให้ผิวสร้างกลไกป้องกันตัว
โดยการผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากขึ้นกว่าเดิม
และนี่ก็คือ PIH (รอยดำหลังการอักเสบ) นั่นเองครับ
โดยเฉพาะผิวคนเอเชียที่มีเมลานินค่อนข้างหนาแน่นอยู่แล้ว
จึงมีโอกาสเกิดปฏิกิริยานี้ได้ง่ายเป็นพิเศษ
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม "พลังงานต่ำแต่ทำบ่อยครั้ง" ถึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

ทำไมหน้าแดงทันทีหลังทำเลเซอร์โทนนิ่ง
ถึงเป็นสัญญาณเตือนภัย?
อินไซต์สำคัญจาก
หมอวี ยองจิน
"หากผิวหน้าของคุณแดงขึ้นมาทันทีหลังทำเลเซอร์โทนนิ่ง
นั่นคือสัญญาณเตือนว่าพลังงานแรงเกินไปแล้วครับ
และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดรอยดำ PIH ตามมา
ระดับที่พอเหมาะคือ 'หลังจากทำเสร็จ 5-10 นาที
ผิวจะมีอาการแดงระเรื่อขึ้นมาเบาๆ'
หากเกิดอาการแดงเข้มทันที ต้องหยุดยิงและลดพลังงานลง"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮับจอง)
เคสคนไข้วัย 45 ปีที่ผมเล่าให้ฟังข้างต้น
คือตัวอย่างที่ชัดเจนมากครับ
เธอเชื่อมาตลอดว่า "ยิงแล้วแดงทันทีแปลว่าได้ผลดี"
ซึ่งในวันนั้นผมตัดสินใจปฏิเสธที่จะทำเลเซอร์ให้เธอต่อครับ
เพราะหากฝืนยิงเลเซอร์ซ้ำเข้าไปอีกในตอนนี้
มีความเป็นไปได้สูงมากที่รอยดำจะยิ่งเข้มขึ้น
ทำไมผิวแดงหลังจากผ่านไป 5-10 นาทีถึงเป็นระดับที่พอดี?
เพราะเมื่อเมลานินถูกทำลายอย่างแม่นยำ
ปฏิกิริยาของเส้นเลือดใต้ผิวหนังจะตอบสนองช้ากว่าเล็กน้อยครับ
การที่ค่าพลังงาน (Joule) ต่ำ ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไปนะครับ
เพราะหากขนาดของลำแสง (Spot Size) เล็กเกินไป
ความเข้มข้นของพลังงานก็จะสูงขึ้นทันที
การที่ผิวแดงขึ้นมาทันทีแปลว่า
ความหนาแน่นของพลังงานได้ทะลุขีดจำกัดที่ผิวชั้นนอกจะรับไหวแล้ว
และถึงจุดวิกฤตที่อาจทำให้หน้าหมองคล้ำลง
ไปอีกเป็นเดือนได้เลยครับ
สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน
หากรู้สึกเจ็บหรือมีอาการหน้าแดงระหว่างทำ
กรุณารีบแจ้งแพทย์ผู้รักษาทันทีนะครับ
หากผิวแดงขึ้นมาทันทีในขั้นตอนการรักษา
การปรับลดพลังงานลงทันทีจะปลอดภัยที่สุดครับ
คำว่า "ยิ่งทนเจ็บได้ ผิวจะยิ่งดี"
ใช้ไม่ได้กับเลเซอร์โทนนิ่งครับ

เมื่อเกิดผลข้างเคียงจากเลเซอร์โทนนิ่ง
ควรรับมืออย่างไร?
การดูแลจะแตกต่างกันไปตามระดับความแดงของผิวครับ
สภาพผิว | ความหมาย | การดูแลแก้ไข |
ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ระหว่างทำ | พลังงานต่ำเกินไป / แทบไม่ได้ผล | เพิ่มพลังงานขึ้นอีกหนึ่งระดับเพื่อทดสอบใหม่ |
ผ่านไป 5-10 นาทีแล้วอมชมพูระเรื่อ | พลังงานเหมาะสมดีเยี่ยม | รักษาระดับนี้ต่อไป |
ยิงปุ๊บแดงแจ๋ทันที | ผิวชั้นนอกระคายเคือง / เสี่ยงเกิด PIH | หยุดยิงทันที และลดระดับพลังงานลง |
หลังทำ 1 วัน ผิวหมองคล้ำขึ้น | เริ่มเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) | หยุดทำโทนนิ่งชั่วคราว เน้นปลอบประโลมร่วมกับทรีตเมนต์เพื่อผิวกระจ่างใส |
มีตุ่มน้ำพอง / สะเก็ดแผล | ผิวไหม้ (Burn) | รีบกลับมาพบแพทย์ทันที และทายาฟื้นฟูผิว (Regen Cream) |
หากเกิดรอยดำ PIH ขึ้นมาแล้ว
สิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือ "พักหน้าจากการทำเลเซอร์โทนนิ่ง" ครับ
เน้นปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสควบคู่กันประมาณ 4 สัปดาห์
แล้วค่อยกลับมาตั้งค่าพลังงานกันใหม่
โดยเริ่มจากพลังงานต่ำๆ อ่อนๆ ครับ
คิดง่ายๆ เหมือนกับว่าถ้าผิวเราบาดเจ็บอยู่ เราไม่ควรไปซ้ำเติมมันเพิ่มครับ

3 คำถามยอดฮิตเรื่องผลข้างเคียงในห้องตรวจ
Q1. ผลข้างเคียงจากเลเซอร์โทนนิ่ง
เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน?
หากตั้งค่าพลังงานอย่างเหมาะสม อัตราการเกิด PIH
จะอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 10 คนเท่านั้นครับ
แต่สำหรับผิวคนเอเชียที่มีเซลล์เม็ดสีทำงานไวเป็นพิเศษ
อาจจะพบได้บ่อยกว่า และปัญหาคือเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูผิวนานถึง 1-2 เดือนเลยครับ
Q2. ทำเลเซอร์โทนนิ่งมาแล้วหน้าหมองคล้ำขึ้น
ควรทำอย่างไรดี?
สิ่งที่ห้ามคิดเด็ดขาดคือ "ยิ่งยิงโทนนิ่งซ้ำ รอยดำยิ่งจาง"
นี่คือกับดักเลยครับ
ขั้นตอนที่ถูกต้องคือต้องพักผิว
เน้นการปลอบประโลม มอยส์เจอไรเซอร์ และไวท์เทนนิ่งสูตรอ่อนโยน
ห้ามสลับขั้นตอนเด็ดขาดนะครับ
Q3. ถ้าเกิดรอยดำ PIH แล้ว
ยิงเลเซอร์โทนนิ่งซ้ำจะช่วยให้จางลงไหม?
ไม่ได้เด็ดขาดครับ
เปรียบเสมือนการเอาไฟไปรนซ้ำบนรอยแผลที่โดนน้ำร้อนลวกครับ
ผลข้างเคียงที่ควรจะหายใจใน 6 เดือน
อาจจะลากยาวไปเป็นปีได้เลยครับ
ต้องหยุดทำเลเซอร์และเน้นฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรกครับ
สุดท้ายนี้ เส้นแบ่งความปลอดภัยของเลเซอร์โทนนิ่ง
ไม่ใช่คำถามที่ว่า "ใช้พลังงานแรงแค่ไหน"
แต่อยู่ที่ว่า "ผิวเริ่มแดงระเรื่อหลังจากยิงผ่านไปกี่นาที" ต่างหากครับ
ในบทความหน้า ผมจะมาแชร์เคล็ดลับรักษาและกู้หน้าพังจากรอยดำ PIH ให้หายเร็วที่สุด —
ด้วยสูตรผสมผสานระหว่างTranexamic Acid, เลเซอร์ปรับโทนผิวแบบอ่อนโยน และระยะเวลาการพักหน้าอย่างเหมาะสมครับ
ดูแลผิวให้สวยและปลอดภัยไปด้วยกันนะครับ หมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าสนใจที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
หลัง Thermage หน้าชาซ่าหลายวัน ปกติไหม
อาการชาซ่าหลัง Thermage มักเป็นความรู้สึกเปลี่ยนชั่วคราว สรุปว่าแค่ไหนปกติ เมื่อไรควรแจ้งคลินิก

ผิว
ฉีด Sculptra ผลเริ่มเห็นเมื่อไร อยู่นานแค่ไหน
Sculptra กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ผลค่อย ๆ ขึ้นใน 2-3 เดือน สรุปแนวเปลี่ยนและระยะคงอยู่

โครงหน้า&วอลลุ่ม
วอลุ่มฟิลเลอร์สะโพกอยู่นานแค่ไหน เมื่อไรควรเติม
ฟิลเลอร์สะโพกมีระยะคงอยู่ต่างกันตามปริมาณและไลฟ์สไตล์ สรุปแนววอลุ่มจางลงและจังหวะเติมเสริม

ผิว
หลัง PicoWay ลบฝ้ากระ ดูแลสะเก็ดยังไงกันรอยคล้ำ
หลัง PicoWay ลบเม็ดสี การไม่แตะสะเก็ดและกันแดดคือหัวใจกันรอยดำคล้ำ สรุปปฏิกิริยาปกติและวิธีดูแล

ผิว
หลังทำหัตถการผิว แต่งหน้าได้เมื่อไรจึงปลอดภัย
จังหวะแต่งหน้าหลังหัตถการต่างกันตั้งแต่วันเดียวถึง 2 สัปดาห์ ตามระดับกระตุ้นพื้นผิว สรุปเส้นประเมิน

ผิว
Sofwave เหมาะผิว-รูปหน้าแบบไหน เมื่อไหร่เลือกอื่น
Sofwave ร้อนกว้างชั้นกลางหนังแท้ เหมาะผิวกระชับลดลง ส่วนหย่อนใหญ่ควรเลือกอื่น เช็กว่าเหมาะคุณไหม
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



