• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ผลข้างเคียงเลเซอร์โทนนิ่ง ทำไมต้องหยุดเมื่อผิวแดง

ผลข้างเคียงเลเซอร์โทนนิ่ง ทำไมต้องหยุดเมื่อผิวแดง

ผลข้างเคียงเลเซอร์โทนนิ่ง ทำไมต้องหยุดเมื่อผิวแดง

ผิวแดงทันทีหลังโทนนิ่งคือพลังงานเกิน ระดับเหมาะคือแดงจาง ๆ หลัง 5–10 นาที แดงทันทีเสี่ยงเม็ดสีคล้ำ

การทรยศของเลเซอร์โทนนิ่ง เหตุผลที่หน้าแดงจัดทันทีหลังทำคือสัญญาณของ 'ภาวะสีผิวเข้มขึ้น'













ผลข้างเคียงเลเซอร์โทนนิ่ง,

ทำไมหน้าแดงขึ้นทันทีแล้วต้องหยุดทำ

 

เมื่อวันพุธที่แล้ว ในห้องตรวจของผม

มีคนไข้ผู้หญิงวัย 45 ปีท่านหนึ่งเข้ามาปรึกษา

เธอเล่าว่าไปเลเซอร์โทนนิ่งติดต่อกันมา 6 ครั้งจากคลินิกอื่น

แต่ผิวหน้ากลับดูหมองคล้ำและโหมดยิ่งกว่าเดิม

 

"พอยิงปุ๊บก็แดงแจ๋ทันทีเลยค่ะ แล้วค่อยๆ ยุบลง

ปกติมันต้องเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ?"

คำถามนี้แหละครับที่เป็นจุดเริ่มต้นของบทความในวันนี้

 

สรุปในบรรทัดเดียว

ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่งส่วนใหญ่

เริ่มมาจากการใช้พลังงานที่สูงเกินไป (Over-energy)

 

เกณฑ์การตัดสินใจ

แดงทันทีหลังยิงเสร็จ

หรือ แดงระเรื่อขึ้นมาหลังจากผ่านไป 5-10 นาที

 

สิ่งที่เราจะคุยกันวันนี้

วิธีสังเกตว่าเลเซอร์โทนนิ่งที่คุณได้รับ

ถูกตั้งค่าพลังงานไว้อย่างเหมาะสมหรือไม่

 

ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่ง

แบบไหนที่เจอบ่อยที่สุด?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ

รอยดำหลังการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation: PIH)

 

เลเซอร์โทนนิ่งเปรียบเสมือน "สไนเปอร์"

ที่คอยยิงทำลายเฉพาะเม็ดสีเมลานินอย่างแม่นยำ

 

หลักการคือการใช้พลังงานต่ำค่อยๆ สลายเม็ดสีทีละนิด

 

แต่ถ้าเราใส่พลังงานให้สไนเปอร์แรงเกินไปจนเหมือนปืนลูกซอง

มันจะไม่ใช่แค่ทำลายเมลานิน

แต่จะกระตุ้นและทำร้ายผิวชั้นนอกรอบๆ ไปด้วย

 

ทำให้ผิวสร้างกลไกป้องกันตัว

โดยการผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากขึ้นกว่าเดิม

 

และนี่ก็คือ PIH (รอยดำหลังการอักเสบ) นั่นเองครับ

 

โดยเฉพาะผิวคนเอเชียที่มีเมลานินค่อนข้างหนาแน่นอยู่แล้ว

จึงมีโอกาสเกิดปฏิกิริยานี้ได้ง่ายเป็นพิเศษ

 

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม "พลังงานต่ำแต่ทำบ่อยครั้ง" ถึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

ทำโทนนิ่งแล้วผิวหมองคล้ำลง? สัญญาณเตือนจาก 'พลังงานที่มากเกินไป'

 

 













ทำไมหน้าแดงทันทีหลังทำเลเซอร์โทนนิ่ง

ถึงเป็นสัญญาณเตือนภัย?

 

อินไซต์สำคัญจาก

หมอวี ยองจิน

 

"หากผิวหน้าของคุณแดงขึ้นมาทันทีหลังทำเลเซอร์โทนนิ่ง

นั่นคือสัญญาณเตือนว่าพลังงานแรงเกินไปแล้วครับ

และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดรอยดำ PIH ตามมา

 

ระดับที่พอเหมาะคือ 'หลังจากทำเสร็จ 5-10 นาที

ผิวจะมีอาการแดงระเรื่อขึ้นมาเบาๆ'

 

หากเกิดอาการแดงเข้มทันที ต้องหยุดยิงและลดพลังงานลง"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮับจอง)

 

เคสคนไข้วัย 45 ปีที่ผมเล่าให้ฟังข้างต้น

คือตัวอย่างที่ชัดเจนมากครับ

 

เธอเชื่อมาตลอดว่า "ยิงแล้วแดงทันทีแปลว่าได้ผลดี"

ซึ่งในวันนั้นผมตัดสินใจปฏิเสธที่จะทำเลเซอร์ให้เธอต่อครับ

 

เพราะหากฝืนยิงเลเซอร์ซ้ำเข้าไปอีกในตอนนี้

มีความเป็นไปได้สูงมากที่รอยดำจะยิ่งเข้มขึ้น

 

ทำไมผิวแดงหลังจากผ่านไป 5-10 นาทีถึงเป็นระดับที่พอดี?

เพราะเมื่อเมลานินถูกทำลายอย่างแม่นยำ

ปฏิกิริยาของเส้นเลือดใต้ผิวหนังจะตอบสนองช้ากว่าเล็กน้อยครับ

 

การที่ค่าพลังงาน (Joule) ต่ำ ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไปนะครับ

 

เพราะหากขนาดของลำแสง (Spot Size) เล็กเกินไป

ความเข้มข้นของพลังงานก็จะสูงขึ้นทันที

 

การที่ผิวแดงขึ้นมาทันทีแปลว่า

ความหนาแน่นของพลังงานได้ทะลุขีดจำกัดที่ผิวชั้นนอกจะรับไหวแล้ว

และถึงจุดวิกฤตที่อาจทำให้หน้าหมองคล้ำลง

ไปอีกเป็นเดือนได้เลยครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

  • หากรู้สึกเจ็บหรือมีอาการหน้าแดงระหว่างทำ

    กรุณารีบแจ้งแพทย์ผู้รักษาทันทีนะครับ

  • หากผิวแดงขึ้นมาทันทีในขั้นตอนการรักษา

    การปรับลดพลังงานลงทันทีจะปลอดภัยที่สุดครับ

  • คำว่า "ยิ่งทนเจ็บได้ ผิวจะยิ่งดี"

    ใช้ไม่ได้กับเลเซอร์โทนนิ่งครับ

วิธีรับมือภาวะสีผิวเข้มขึ้นแบบสะท้อนกลับ (PIH) เหตุผลที่ห้ามยิงซ้ำจุดที่ระคายเคือง

 

 













เมื่อเกิดผลข้างเคียงจากเลเซอร์โทนนิ่ง

ควรรับมืออย่างไร?

การดูแลจะแตกต่างกันไปตามระดับความแดงของผิวครับ

สภาพผิว

ความหมาย

การดูแลแก้ไข

ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ระหว่างทำ

พลังงานต่ำเกินไป / แทบไม่ได้ผล

เพิ่มพลังงานขึ้นอีกหนึ่งระดับเพื่อทดสอบใหม่

ผ่านไป 5-10 นาทีแล้วอมชมพูระเรื่อ

พลังงานเหมาะสมดีเยี่ยม

รักษาระดับนี้ต่อไป

ยิงปุ๊บแดงแจ๋ทันที

ผิวชั้นนอกระคายเคือง / เสี่ยงเกิด PIH

หยุดยิงทันที และลดระดับพลังงานลง

หลังทำ 1 วัน ผิวหมองคล้ำขึ้น

เริ่มเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH)

หยุดทำโทนนิ่งชั่วคราว เน้นปลอบประโลมร่วมกับทรีตเมนต์เพื่อผิวกระจ่างใส

มีตุ่มน้ำพอง / สะเก็ดแผล

ผิวไหม้ (Burn)

รีบกลับมาพบแพทย์ทันที และทายาฟื้นฟูผิว (Regen Cream)

หากเกิดรอยดำ PIH ขึ้นมาแล้ว

สิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือ "พักหน้าจากการทำเลเซอร์โทนนิ่ง" ครับ

 

เน้นปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสควบคู่กันประมาณ 4 สัปดาห์

แล้วค่อยกลับมาตั้งค่าพลังงานกันใหม่

โดยเริ่มจากพลังงานต่ำๆ อ่อนๆ ครับ

 

คิดง่ายๆ เหมือนกับว่าถ้าผิวเราบาดเจ็บอยู่ เราไม่ควรไปซ้ำเติมมันเพิ่มครับ

"ถ้าแดงให้หยุดทันที" — หลักการป้องกันผลข้างเคียงจากโทนนิ่ง

 

 













3 คำถามยอดฮิตเรื่องผลข้างเคียงในห้องตรวจ

 

Q1. ผลข้างเคียงจากเลเซอร์โทนนิ่ง

เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน?

หากตั้งค่าพลังงานอย่างเหมาะสม อัตราการเกิด PIH

จะอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 10 คนเท่านั้นครับ

 

แต่สำหรับผิวคนเอเชียที่มีเซลล์เม็ดสีทำงานไวเป็นพิเศษ

อาจจะพบได้บ่อยกว่า และปัญหาคือเมื่อเกิดขึ้นแล้ว

อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูผิวนานถึง 1-2 เดือนเลยครับ

 

Q2. ทำเลเซอร์โทนนิ่งมาแล้วหน้าหมองคล้ำขึ้น

ควรทำอย่างไรดี?

สิ่งที่ห้ามคิดเด็ดขาดคือ "ยิ่งยิงโทนนิ่งซ้ำ รอยดำยิ่งจาง"

นี่คือกับดักเลยครับ

 

ขั้นตอนที่ถูกต้องคือต้องพักผิว

เน้นการปลอบประโลม มอยส์เจอไรเซอร์ และไวท์เทนนิ่งสูตรอ่อนโยน

ห้ามสลับขั้นตอนเด็ดขาดนะครับ

 

Q3. ถ้าเกิดรอยดำ PIH แล้ว

ยิงเลเซอร์โทนนิ่งซ้ำจะช่วยให้จางลงไหม?

ไม่ได้เด็ดขาดครับ

เปรียบเสมือนการเอาไฟไปรนซ้ำบนรอยแผลที่โดนน้ำร้อนลวกครับ

 

ผลข้างเคียงที่ควรจะหายใจใน 6 เดือน

อาจจะลากยาวไปเป็นปีได้เลยครับ

ต้องหยุดทำเลเซอร์และเน้นฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรกครับ

 

สุดท้ายนี้ เส้นแบ่งความปลอดภัยของเลเซอร์โทนนิ่ง

ไม่ใช่คำถามที่ว่า "ใช้พลังงานแรงแค่ไหน"

แต่อยู่ที่ว่า "ผิวเริ่มแดงระเรื่อหลังจากยิงผ่านไปกี่นาที" ต่างหากครับ

 

ในบทความหน้า ผมจะมาแชร์เคล็ดลับรักษาและกู้หน้าพังจากรอยดำ PIH ให้หายเร็วที่สุด —

ด้วยสูตรผสมผสานระหว่างTranexamic Acid, เลเซอร์ปรับโทนผิวแบบอ่อนโยน และระยะเวลาการพักหน้าอย่างเหมาะสมครับ

 

ดูแลผิวให้สวยและปลอดภัยไปด้วยกันนะครับ หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความน่าสนใจที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

การทรยศของเลเซอร์โทนนิ่ง เหตุผลที่หน้าแดงจัดทันทีหลังทำคือสัญญาณของ 'ภาวะสีผิวเข้มขึ้น'













ผลข้างเคียงเลเซอร์โทนนิ่ง,

ทำไมหน้าแดงขึ้นทันทีแล้วต้องหยุดทำ

 

เมื่อวันพุธที่แล้ว ในห้องตรวจของผม

มีคนไข้ผู้หญิงวัย 45 ปีท่านหนึ่งเข้ามาปรึกษา

เธอเล่าว่าไปเลเซอร์โทนนิ่งติดต่อกันมา 6 ครั้งจากคลินิกอื่น

แต่ผิวหน้ากลับดูหมองคล้ำและโหมดยิ่งกว่าเดิม

 

"พอยิงปุ๊บก็แดงแจ๋ทันทีเลยค่ะ แล้วค่อยๆ ยุบลง

ปกติมันต้องเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ?"

คำถามนี้แหละครับที่เป็นจุดเริ่มต้นของบทความในวันนี้

 

สรุปในบรรทัดเดียว

ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่งส่วนใหญ่

เริ่มมาจากการใช้พลังงานที่สูงเกินไป (Over-energy)

 

เกณฑ์การตัดสินใจ

แดงทันทีหลังยิงเสร็จ

หรือ แดงระเรื่อขึ้นมาหลังจากผ่านไป 5-10 นาที

 

สิ่งที่เราจะคุยกันวันนี้

วิธีสังเกตว่าเลเซอร์โทนนิ่งที่คุณได้รับ

ถูกตั้งค่าพลังงานไว้อย่างเหมาะสมหรือไม่

 

ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่ง

แบบไหนที่เจอบ่อยที่สุด?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ

รอยดำหลังการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation: PIH)

 

เลเซอร์โทนนิ่งเปรียบเสมือน "สไนเปอร์"

ที่คอยยิงทำลายเฉพาะเม็ดสีเมลานินอย่างแม่นยำ

 

หลักการคือการใช้พลังงานต่ำค่อยๆ สลายเม็ดสีทีละนิด

 

แต่ถ้าเราใส่พลังงานให้สไนเปอร์แรงเกินไปจนเหมือนปืนลูกซอง

มันจะไม่ใช่แค่ทำลายเมลานิน

แต่จะกระตุ้นและทำร้ายผิวชั้นนอกรอบๆ ไปด้วย

 

ทำให้ผิวสร้างกลไกป้องกันตัว

โดยการผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากขึ้นกว่าเดิม

 

และนี่ก็คือ PIH (รอยดำหลังการอักเสบ) นั่นเองครับ

 

โดยเฉพาะผิวคนเอเชียที่มีเมลานินค่อนข้างหนาแน่นอยู่แล้ว

จึงมีโอกาสเกิดปฏิกิริยานี้ได้ง่ายเป็นพิเศษ

 

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม "พลังงานต่ำแต่ทำบ่อยครั้ง" ถึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

ทำโทนนิ่งแล้วผิวหมองคล้ำลง? สัญญาณเตือนจาก 'พลังงานที่มากเกินไป'

 

 













ทำไมหน้าแดงทันทีหลังทำเลเซอร์โทนนิ่ง

ถึงเป็นสัญญาณเตือนภัย?

 

อินไซต์สำคัญจาก

หมอวี ยองจิน

 

"หากผิวหน้าของคุณแดงขึ้นมาทันทีหลังทำเลเซอร์โทนนิ่ง

นั่นคือสัญญาณเตือนว่าพลังงานแรงเกินไปแล้วครับ

และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดรอยดำ PIH ตามมา

 

ระดับที่พอเหมาะคือ 'หลังจากทำเสร็จ 5-10 นาที

ผิวจะมีอาการแดงระเรื่อขึ้นมาเบาๆ'

 

หากเกิดอาการแดงเข้มทันที ต้องหยุดยิงและลดพลังงานลง"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮับจอง)

 

เคสคนไข้วัย 45 ปีที่ผมเล่าให้ฟังข้างต้น

คือตัวอย่างที่ชัดเจนมากครับ

 

เธอเชื่อมาตลอดว่า "ยิงแล้วแดงทันทีแปลว่าได้ผลดี"

ซึ่งในวันนั้นผมตัดสินใจปฏิเสธที่จะทำเลเซอร์ให้เธอต่อครับ

 

เพราะหากฝืนยิงเลเซอร์ซ้ำเข้าไปอีกในตอนนี้

มีความเป็นไปได้สูงมากที่รอยดำจะยิ่งเข้มขึ้น

 

ทำไมผิวแดงหลังจากผ่านไป 5-10 นาทีถึงเป็นระดับที่พอดี?

เพราะเมื่อเมลานินถูกทำลายอย่างแม่นยำ

ปฏิกิริยาของเส้นเลือดใต้ผิวหนังจะตอบสนองช้ากว่าเล็กน้อยครับ

 

การที่ค่าพลังงาน (Joule) ต่ำ ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไปนะครับ

 

เพราะหากขนาดของลำแสง (Spot Size) เล็กเกินไป

ความเข้มข้นของพลังงานก็จะสูงขึ้นทันที

 

การที่ผิวแดงขึ้นมาทันทีแปลว่า

ความหนาแน่นของพลังงานได้ทะลุขีดจำกัดที่ผิวชั้นนอกจะรับไหวแล้ว

และถึงจุดวิกฤตที่อาจทำให้หน้าหมองคล้ำลง

ไปอีกเป็นเดือนได้เลยครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

  • หากรู้สึกเจ็บหรือมีอาการหน้าแดงระหว่างทำ

    กรุณารีบแจ้งแพทย์ผู้รักษาทันทีนะครับ

  • หากผิวแดงขึ้นมาทันทีในขั้นตอนการรักษา

    การปรับลดพลังงานลงทันทีจะปลอดภัยที่สุดครับ

  • คำว่า "ยิ่งทนเจ็บได้ ผิวจะยิ่งดี"

    ใช้ไม่ได้กับเลเซอร์โทนนิ่งครับ

วิธีรับมือภาวะสีผิวเข้มขึ้นแบบสะท้อนกลับ (PIH) เหตุผลที่ห้ามยิงซ้ำจุดที่ระคายเคือง

 

 













เมื่อเกิดผลข้างเคียงจากเลเซอร์โทนนิ่ง

ควรรับมืออย่างไร?

การดูแลจะแตกต่างกันไปตามระดับความแดงของผิวครับ

สภาพผิว

ความหมาย

การดูแลแก้ไข

ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ระหว่างทำ

พลังงานต่ำเกินไป / แทบไม่ได้ผล

เพิ่มพลังงานขึ้นอีกหนึ่งระดับเพื่อทดสอบใหม่

ผ่านไป 5-10 นาทีแล้วอมชมพูระเรื่อ

พลังงานเหมาะสมดีเยี่ยม

รักษาระดับนี้ต่อไป

ยิงปุ๊บแดงแจ๋ทันที

ผิวชั้นนอกระคายเคือง / เสี่ยงเกิด PIH

หยุดยิงทันที และลดระดับพลังงานลง

หลังทำ 1 วัน ผิวหมองคล้ำขึ้น

เริ่มเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH)

หยุดทำโทนนิ่งชั่วคราว เน้นปลอบประโลมร่วมกับทรีตเมนต์เพื่อผิวกระจ่างใส

มีตุ่มน้ำพอง / สะเก็ดแผล

ผิวไหม้ (Burn)

รีบกลับมาพบแพทย์ทันที และทายาฟื้นฟูผิว (Regen Cream)

หากเกิดรอยดำ PIH ขึ้นมาแล้ว

สิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือ "พักหน้าจากการทำเลเซอร์โทนนิ่ง" ครับ

 

เน้นปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสควบคู่กันประมาณ 4 สัปดาห์

แล้วค่อยกลับมาตั้งค่าพลังงานกันใหม่

โดยเริ่มจากพลังงานต่ำๆ อ่อนๆ ครับ

 

คิดง่ายๆ เหมือนกับว่าถ้าผิวเราบาดเจ็บอยู่ เราไม่ควรไปซ้ำเติมมันเพิ่มครับ

"ถ้าแดงให้หยุดทันที" — หลักการป้องกันผลข้างเคียงจากโทนนิ่ง

 

 













3 คำถามยอดฮิตเรื่องผลข้างเคียงในห้องตรวจ

 

Q1. ผลข้างเคียงจากเลเซอร์โทนนิ่ง

เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน?

หากตั้งค่าพลังงานอย่างเหมาะสม อัตราการเกิด PIH

จะอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 10 คนเท่านั้นครับ

 

แต่สำหรับผิวคนเอเชียที่มีเซลล์เม็ดสีทำงานไวเป็นพิเศษ

อาจจะพบได้บ่อยกว่า และปัญหาคือเมื่อเกิดขึ้นแล้ว

อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูผิวนานถึง 1-2 เดือนเลยครับ

 

Q2. ทำเลเซอร์โทนนิ่งมาแล้วหน้าหมองคล้ำขึ้น

ควรทำอย่างไรดี?

สิ่งที่ห้ามคิดเด็ดขาดคือ "ยิ่งยิงโทนนิ่งซ้ำ รอยดำยิ่งจาง"

นี่คือกับดักเลยครับ

 

ขั้นตอนที่ถูกต้องคือต้องพักผิว

เน้นการปลอบประโลม มอยส์เจอไรเซอร์ และไวท์เทนนิ่งสูตรอ่อนโยน

ห้ามสลับขั้นตอนเด็ดขาดนะครับ

 

Q3. ถ้าเกิดรอยดำ PIH แล้ว

ยิงเลเซอร์โทนนิ่งซ้ำจะช่วยให้จางลงไหม?

ไม่ได้เด็ดขาดครับ

เปรียบเสมือนการเอาไฟไปรนซ้ำบนรอยแผลที่โดนน้ำร้อนลวกครับ

 

ผลข้างเคียงที่ควรจะหายใจใน 6 เดือน

อาจจะลากยาวไปเป็นปีได้เลยครับ

ต้องหยุดทำเลเซอร์และเน้นฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรกครับ

 

สุดท้ายนี้ เส้นแบ่งความปลอดภัยของเลเซอร์โทนนิ่ง

ไม่ใช่คำถามที่ว่า "ใช้พลังงานแรงแค่ไหน"

แต่อยู่ที่ว่า "ผิวเริ่มแดงระเรื่อหลังจากยิงผ่านไปกี่นาที" ต่างหากครับ

 

ในบทความหน้า ผมจะมาแชร์เคล็ดลับรักษาและกู้หน้าพังจากรอยดำ PIH ให้หายเร็วที่สุด —

ด้วยสูตรผสมผสานระหว่างTranexamic Acid, เลเซอร์ปรับโทนผิวแบบอ่อนโยน และระยะเวลาการพักหน้าอย่างเหมาะสมครับ

 

ดูแลผิวให้สวยและปลอดภัยไปด้วยกันนะครับ หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความน่าสนใจที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

การฉีด skin booster ด้วยมือกับการใช้เครื่องอินเจคเตอร์ (injector) มีความแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องของความเจ็บปวดและระยะเวลาในการพักฟื้น?

ผิว

ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?

เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ทำไมจำนวนช็อตของ Sofwave ถึงแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณ และยิ่งทำจำนวนช็อตเยอะๆ จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจริงไหมคะ?

ยกกระชับ

จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?

ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ

จำนวน vial ของ Sculptra จะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ฉีดและอายุอย่างไรบ้าง แล้วยิ่งฉีดเยอะจะยิ่งดีจริงไหมคะ?

ผิว

Sculptra ต้องใช้กี่ไวอัล? ดูจากพื้นที่และอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

จำนวนไวอัล Sculptra มาจากพื้นที่ที่ต้องเติมและความเร็วสร้างคอลลาเจนตามอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

หลังจากทำหัตถการแล้ว เพื่อให้ผิวสร้างคอลลาเจนได้ดีที่สุด เราควรทานโปรตีนวันละเท่าไหร่ และต้องแบ่งทานอย่างไรบ้างคะ?

ผิว

ทำหัตถการคอลลาเจนแล้วผลไม่ขึ้น ต้องกินโปรตีนวันละเท่าไหร่?

คอลลาเจนสร้างจากโปรตีนที่เรากิน มาดูเส้นขั้นต่ำต่อวัน การแบ่งมื้อ และข้อควรระวังกันค่ะ

กำลังลดน้ำหนักด้วยฉีดยาลดน้ำหนักอยู่ค่ะ ควรเข้ารับการทำหัตถการเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า (face volume treatment) ช่วงไหนดีที่สุดคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

น้ำหนักลดแล้วหน้าซูบ ควรเติมวอลลุ่มตอนไหนดี

ลดน้ำหนักเร็วแล้วหน้าซูบ มาดูว่าทำไมใบหน้าเปลี่ยนก่อน และควรรอให้น้ำหนักนิ่งแค่ไหนก่อนเติมวอลลุ่มค่ะ

หลังจากทำ 온다 리프팅 (Onda Lifting) แล้ว จะสามารถกลับมานวดหน้า ใช้กัวซา หรือลูกกลิ้งนวดหน้าได้ตั้งแต่วันไหนคะ?

ยกกระชับ

หลัง Onda กลับมานวดหน้าและกัวซาได้เมื่อไหร่

ลูบเบา ๆ กับกดกัวซาขึ้น รอไม่เท่ากัน รวมช่วงเวลากลับมานวดหน้าหลัง Onda แยกตามระดับแรงกด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1