• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Botox ครั้งแรกวัย 20: ลดกรามหรือหน้าผากก่อน?

Botox ครั้งแรกวัย 20: ลดกรามหรือหน้าผากก่อน?

Botox ครั้งแรกวัย 20: ลดกรามหรือหน้าผากก่อน?

โบท็อกซ์ลดกรามปรับรูปหน้า กับหน้าผากลดริ้วรอย วัย 20 ครั้งแรกเริ่มจากไหน? เทียบเห็นผล

สำหรับวัยรุ่นวัย 20 ที่เพิ่งเริ่มศึกษาเรื่องการฉีดโบท็อกซ์เป็นครั้งแรก มักจะลังเลใจระหว่างสองบริเวณยอดฮิตอย่าง "กราม" และ "หน้าผาก" ว่าควรเริ่มทำตรงไหนก่อนดี ทั้งสองบริเวณนี้ถูกพูดถึงบ่อยมากก็จริง แต่แม้จะเป็นโบท็อกซ์เหมือนกัน จุดประสงค์ในการรักษากลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากเลือกทำตามกระแสนิยมโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูล ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่เป็นไปตามที่ใจคิดครับ

ตอบแบบสั้นๆ ก็คือ โบท็อกซ์กรามจะเน้นไปที่การลดขนาดของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวเพื่อให้กรอบหน้าด้านข้างดูละมุนขึ้น ส่วนโบท็อกซ์หน้าผากจะเป็นการช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ชั่วคราว ดังนั้น การจะเลือกว่าควรทำจุดไหนก่อน จึงขึ้นอยู่กับว่าคุณกังวลเรื่อง "กรอบหน้าเหลี่ยมกว้าง" หรือ "ริ้วรอยเวลาขยับหน้า" มากกว่ากัน จากข้อมูลศึกษาเรื่อง การฉีด Botulinum Toxin ที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อลงได้ จะเห็นได้ชัดเลยว่ากลไกการทำงานของทั้งสองบริเวณนี้มีความแตกต่างกันอย่างมากครับ

> บทความนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)

สิ่งที่คุณจะได้รู้หลังจากอ่านบทความนี้

  • เข้าใจถึงความแตกต่างของผลลัพธ์ระหว่างโบท็อกซ์กรามและโบท็อกซ์หน้าผาก

  • ทราบความแตกต่างเรื่องระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์และระยะเวลาคงชีพของทั้งสองบริเวณ

  • ช่วยให้มือใหม่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

  • รู้ข้อควรเช็กก่อนเริ่มฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรกและความแตกต่างของผลลัพธ์ในแต่ละบุคคล

 

โบท็อกซ์กราม ช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อเคี้ยวอาหาร

การที่กรอบหน้าด้านข้างดูเหลี่ยมหรือกว้างนั้น ไม่ได้เกิดจากโครงสร้างกระดูกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกล้ามเนื้อด้วยครับ หากลองกัดฟันแน่นๆ แล้วรู้สึกว่ามีกล้ามเนื้อนูนแข็งๆ ขยับขึ้นมาตรงข้างแก้ม (กล้ามเนื้อ Masseter*) นั่นหมายความว่าคุณมีกล้ามเนื้อส่วนนี้ที่พัฒนาค่อนข้างแข็งแรง ซึ่งมักจะทำให้กรอบหน้าดูเด่นออกด้านข้างจนดูหน้าเหลี่ยม โบท็อกซ์กรามจะใช้ Botulinum Toxin ฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อส่วนนี้เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว และเมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งานไปเรื่อยๆ ขนาดของมันก็จะค่อยๆ เล็กและเรียวลงตามธรรมชาติ จากข้อมูลรายงาน การฉีด Botulinum Toxin เข้าที่กล้ามเนื้อเคี้ยวอาหาร (Masseter) ขนาดกล้ามเนื้อจะเริ่มลดลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 หลังฉีด และลดลงเฉลี่ยประมาณ 20-30% ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังทำ แต่ต้องอาศัยเวลาค่อยเป็นค่อยไปครับ

Masseter*: คือกล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่นูนแข็งขึ้นมาบริเวณข้างแก้มเวลากัดฟันแน่นๆ ซึ่งเป็นจุดหลักในการฉีดโบท็อกซ์กรามครับ

ตำแหน่งกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (กล้ามเนื้อกราม) ที่เกี่ยวข้องกับรูปหน้าเหลี่ยม

ด้วยเหตุนี้ แม้จะมีปัญหากรามเหมือนกัน แต่สาเหตุของแต่ละบุคคลอาจไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีปัญหากรอบหน้าเหลี่ยมที่เกิดจากกล้ามเนื้อ ในขณะที่บางคนเกิดจากโครงสร้างกระดูกโดยตรง เนื่องจากโบท็อกซ์ทำงานกับส่วนของกล้ามเนื้อ การประเมินโครงสร้างใบหน้าก่อนทำว่าปัญหาเกิดจากอะไรจึงสำคัญมาก เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาราบรื่นและตรงตามความคาดหวังครับ

โบท็อกซ์กราม ช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อเคี้ยวอาหาร

 

 

โบท็อกซ์หน้าผาก ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์

มาทางฝั่งหน้าผากกันบ้างครับ กลไกจะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ริ้วรอยแนวนอนบนหน้าผากเวลาเราเลิกคิ้วขึ้น เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis*) ขยับตัวซ้ำๆ จนเกิดเป็นรอยพับ โบท็อกซ์หน้าผากจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนี้ลงชั่วคราว เพื่อไม่ให้เกิดรอยพับลึกเวลาเราขยับหน้าแสดงอารมณ์ จึงไม่ใช่การลดขนาดคล้ายโบท็อกซ์กราม แต่เป็นการลดการเคลื่อนไหวเพื่อชะลอไม่ให้ริ้วรอยฝังลึก จากข้อมูลรายงาน การฉีดโบท็อกซ์บริเวณใบหน้าส่วนบน เช่น หน้าผาก และระหว่างคิ้ว จะเริ่มเห็นผลประมาณ 2 วันหลังฉีด และเห็นผลลัพธ์สูงสุดในช่วง 1 สัปดาห์ถึง 1 เดือน โดยจะคงอยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน จะเห็นได้ว่าบริเวณหน้าผากนั้นจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าบริเวณกรามค่อนข้างมากครับ

Frontalis*: กล้ามเนื้อแสดงอารมณ์ที่ทำให้เกิดริ้วรอยแนวนอนเวลาเลิกคิ้วขึ้น เป็นจุดเป้าหมายสำคัญในการฉีดโบท็อกซ์ใบหน้าส่วนบนครับ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าผากเชื่อมโยงกับการยกคิ้วโดยตรง หากใช้ปริมาณยาที่มากเกินไปอาจทำให้สีหน้าดูแข็ง ทื่อ หรือรู้สึกหนักตา ตาตกลงมาได้ ดังนั้น สำหรับผู้ที่เริ่มทำครั้งแรก แทนที่จะเน้นฉีดตึงเป๊ะในทีเดียว การค่อยๆ ประเมินการขยับของกล้ามเนื้อแล้วปรับปริมาณยาอย่างเหมาะสมจะปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าครับ

โบท็อกซ์หน้าผาก ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์

 

 

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มเลือกจากจุดที่คุณกังวลที่สุด

ชิ้นงานและเป้าหมายของทั้งสองจุดนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นให้เริ่มพิจารณาจากจุดที่คุณกังวลมากที่สุดก่อน หากกังวลเรื่องกรอบหน้าด้านข้างที่ดูเหลี่ยมกว้าง โบท็อกซ์กรามที่ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อคือคำตอบ แต่หากกังวลเรื่องริ้วรอยแนวนอนเวลากระพริบตาหรือเลิกคิ้ว โบท็อกซ์หน้าผากที่ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดครับ

ประเภท

โบท็อกซ์กราม

โบท็อกซ์หน้าผาก

จุดเป้าหมายหลัก

กล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter)

กล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis)

กลไกการทำหน้าที่

ลดขนาดปริมาตรกล้ามเนื้อ

ผ่อนคลายการขยับของกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์

เริ่มเห็นผล

ประมาณ 3 สัปดาห์หลังทำ

ประมาณ 2 วัน - 1 สัปดาห์

ระยะเวลาคงชีพ

ประมาณ 6 เดือน

ประมาณ 3-4 เดือน

ระยะเวลาคงผลลัพธ์ตามบริเวณ

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่กฎที่ตายตัว แม้จะอยู่ในช่วงวัย 20 เหมือนกัน แต่โครงสร้างและการทำงานของกล้ามเนื้อ พฤติกรรมการขยับหน้า และความหนาของผิวแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน บางคนจึงเลือกทำทั้งสองจุดโดยแบ่งจังหวะช่วงเวลาการทำที่เหมาะสม นอกจากนี้ ระยะเวลาในการแสดงผลลัพธ์ก็ต่างกันด้วย โดยบริเวณหน้าผากจะเปลี่ยนไปในไม่กี่วัน ขณะที่กรามจะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์ในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้นสำหรับผู้เริ่มต้น การเริ่มจากปริมาณที่พอดีเพื่อประเมินผลลัพธ์ก่อนจึงเป็นเซฟโซนที่ดีที่สุดครับ

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มเลือกจากจุดที่คุณกังวลที่สุด

 

 

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง

แนวทางของ Beautystone สาขาฮับจอง คือการไม่ยัดเยียดปริมาณยาเท่ากันแบบสูตรสำเร็จให้กับลูกค้ามือใหม่ทุกคน แม้จะมีปัญหากรามเหมือนกัน แต่ผู้ที่มีปัญหาจากกล้ามเนื้อกับผู้ที่มีโครงสร้างกระดูกกว้างจะได้รับการประเมินและการรักษาที่ต่างกัน รวมถึงบริเวณหน้าผากที่จะต้องออกแบบปริมาณยาเพื่อฉีดตามการเคลื่อนไหวแสดงอารมณ์ของแต่ละบุคคล สำหรับการรักษาครั้งแรก แทนที่จะเลือกฉีดให้ตึงแน่นทีเดียว เราชอบจับมือคุยเพื่อประเมินการขยับตัวการสนองตอบของกล้ามเนื้อ แล้วค่อยๆ ปรับให้เหมาะสมไปด้วยกัน ด้วยการเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นตั้งอยู่ใกล้สถานีฮับจอง จึงทำให้เรามีเวลาใส่ใจวิเคราะห์ลักษณะกล้ามเนื้อและนิสัยการแสดงอารมณ์ของลูกค้าแต่ละท่านแบบเคสต่อเคสอย่างละเอียด เพื่อให้แผนการรักษาถัดไปออกมาตอบโจทย์และตรงจุดที่สุดครับ

ทำไมต้องเป็น BeautyStone Hapjeong

 

 

ข้อควรเช็กให้ดีก่อนเริ่มฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก

เพื่อเตรียมตัวรับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างสบายใจและตรงจุด มีไม่กี่ข้อสำคัญที่คุณควรทราบล่วงหน้า ดังนี้ครับ

  • ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผล — บริเวณหน้าผากจะเริ่มรู้สึกได้ในไม่กี่วัน ส่วนบริเวณกรามจะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นไปถึงจะค่อยๆ สังเกตเห็นได้ครับ

  • ระยะเวลาคงชีพของผลลัพธ์ — แตกต่างกันไปตามตำแหน่งและบุคคล โดยทั่วไปการคงอยู่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 3 ถึง 6 เดือนครับ

  • ความแตกต่างเฉพาะบุคคล — ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างกล้ามเนื้อ ใบหน้า พฤติกรรมการแสดงอารมณ์ และปริมาณยูนิต (Units) ที่ใช้

  • การปรับปริมาณยา — สำหรับการเริ่มต้นฉีดครั้งแรก แนะนำให้เน้นการปรับยาในปริมาณพอดีๆ แล้วดูพฤติกรรมกล้ามเนื้อ ดีกว่าการจัดเต็มปริมาณมากเกินไป

  • ยาที่รับประทานและประวัติหัตถการ — กรุณาแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบล่วงหน้าหากมีโรคประจำตัว ยาที่ทานประจำ หรือเคยผ่านหัตถการอื่นๆ มาก่อนประเมินผิวครับ

การฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรกไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วจบไป แต่เปรียบเสมือนการเริ่มต้นทำความเข้าใจการทำงานของกล้ามเนื้อและใบหน้าของตัวเอง เพื่อให้ผลลัพธ์และปัญหากล้ามเนื้อได้รับการดูแลที่ลงตัวที่สุด การปรึกษารายละเอียดของสัดส่วนและการประเมินยาโดยละเอียดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นหนทางที่ราบรื่นและปลอดภัยที่สุดครับ

ข้อควรเช็กให้ดีก่อนเริ่มฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. สามารถฉีดโบท็อกซ์กรามร่วมกับโบท็อกซ์หน้าผากในวันเดียวกันได้ไหม?

A. สามารถทำพร้อมกันในวันเดียวกันได้ครับ เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าผากและกล้ามเนื้อกรามอยู่คนละส่วนกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มฉีดครั้งแรก หลายคนเลือกที่จะทำทีละจุดเพื่อดูการตอบรับก่อนตัดสินใจทำจุดอื่น หรือหากคุณมีเป้าหมายที่เด่นชัด คุณก็สามารถปรึกษากับแพทย์เพื่อรับการประเมินและการแนะนำแผนการดูแลส่วนบุคคลในวันเข้าพบได้เลยครับ

Q. เริ่มฉีดโบท็อกซ์ตั้งแต่อายุ 20 เร็วเกินไปไหม?

A. ไม่สามารถสรุปได้ว่าเร็วเกินไปครับ ปัญหากล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่ใหญ่ขึ้น หรือริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์บนใบหน้าสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่เกี่ยวกับช่วงอายุ ดังนั้นหากคุณมีความกังวลในจุดดังกล่าวอย่างชัดเจน การแก้ไขตามสภาพปัญหาจริงจะเป็นผลดีและสำคัญที่สุดครับ แต่สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มการรักษาโดยการใช้ปริมาณยาที่พอดีเพื่อประเมินผลลัพธ์ก่อนฉีดอัดยูนิตปริมาณมากครับ

Q. หลังฉีดแล้วจะเห็นผลลัพธ์ทันทีเลยไหม?

A. ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดครับ บริเวณหน้าผากจะเริ่มรู้สึกตึงและลดเลือนริ้วรอยเวลาเลิกคิ้วได้ในช่วงประมาณ 2 วันหลังฉีด ส่วนบริเวณกรามจะต้องอาศัยเวลาเพื่อให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ค่อยๆ เรียวและเล็กลง โดยจะเริ่มสังเกตเห็นโครงหน้าเรียวลงประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นไป ผลลัพธ์ของแต่ละคนจะเริ่มเห็นผลเร็วช้าไม่เท่ากัน ดังนั้นไม่ควรกังวลจนเกินไปในสัปดาห์แรกๆ นะครับ

Q. ฉีดแล้วหน้าขยับจะดูแข็งทื่อไม่เป็นธรรมชาติไหม?

A. หากได้รับปริมาณยาที่มากเกินความจำเป็นก็อาจส่งผลให้ใบหน้าฝืดและขยับดูแข็งๆ ได้ครับ แต่หากคุณเข้ารับบริการกับทางคุณหมอที่จะประเมินการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและใช้ปริมาณยาที่กำลังดีอย่างเหมาะสม ก็สามารถกังวลเรื่องนี้ลดลงได้เยอะเลยครับ โดยเฉพาะโบท็อกซ์บริเวณหน้าผากที่เชื่อมต่อกับการเลิกคิ้วและหน้าตา สำหรับเคสส่วนใหญ่เราจึงเริ่มฉีดด้วยแนวทางที่ค่อนข้างระมัดระวัง แล้วค่อยมาดูผลลัพธ์และวิเคราะห์การสนองตอบสำหรับการรักษาครั้งถัดๆ ไปครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1