วัย 30-40 มัก 1 ครั้งพอ ส่วนวัย 50 ขึ้นไปหรือผิวหย่อนชัด แนะนำทำครั้งที่ 2 ขึ้นกับการประเมินตามเคส
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เวลาที่ลูกค้ามาปรึกษาเรื่อง Ulthera Prime คำถามที่เจอบ่อยที่สุดก็คือ "ทำแค่ครั้งเดียวก็พอเลยไหมคะ?" คำตอบคือ ถึงแม้จะเป็นเครื่องเดียวกัน แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนครับ บางท่านทำแค่ครั้งเดียวก็เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจแล้ว แต่สำหรับบางท่าน การทำซ้ำรอบที่ 2 ภายในช่วง 6-12 เดือนจะให้ผลลัพธ์ที่สวยเป๊ะและคงตัวได้ดีกว่าครับ
> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ
สรุปสั้นๆ คือ Ulthera Prime เพียงครั้งเดียวก็ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้แล้วครับ แต่ถ้าอายุเข้าสู่วัย 50 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยค่อนข้างชัดเจน การทำครั้งที่ 2 จะช่วยให้ผลลัพธ์ยกกระชับดูเป๊ะชัดเจนยิ่งขึ้น โดยทั่วไปผลลัพธ์หลังทำครั้งแรกจะเริ่มสังเกตเห็นได้ในช่วง 2-3 เดือน และจะค่อยๆ เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติในอีกไม่กี่เดือนถัดมาครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้เรื่อง...
ความแตกต่างของผลลัพธ์ระหว่างการทำ Ulthera Prime 1 ครั้ง กับ 2 ครั้ง
เช็กว่าผิวของคุณ ทำแค่ครั้งเดียวก็เพียงพอแล้วหรือยัง
ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์และจังหวะที่ควรกลับมาทำซ้ำ
วิธีดูแลตัวเองระหว่างรอบการทำ เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานที่สุด
ทำ Ulthera Prime แค่ 1 ครั้ง ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร?
Ulthera Prime เคล็ดลับหน้าเด็กด้วยเทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวนด์แบบเฉพาะเจาะจง (Micro-Focused Ultrasound)* ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นผิวลึก (ชั้น SMAS* และชั้นหนังแท้ส่วนลึก) การทำเพียงครั้งเดียวจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทว่าผลลัพธ์จะไม่ใช่แบบปุ๊บปั๊บนะครับ แต่จะค่อยๆ เผยความกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติตามเวลาที่ผ่านไปครับ
*Micro-Focused Ultrasound (MFU): เทคโนโลยีที่รวบรวมพลังงานอัลตราซาวนด์เป็นจุดเล็กๆ ส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิวลึก พบได้ในกลุ่มการยกกระชับอย่าง Ulthera Prime ค่
*SMAS: ชั้นเนื้อเยื่อบางๆ ที่เชื่อมระหว่างกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์ใบหน้ากับผิวหนัง ซึ่งเป็นชั้นสำคัญในการดึงหน้าและยกกระชับผิวครับ
พอมาดูภาพตัดขวางว่า Ulthera Prime ทำงานลึกถึงชั้นไหนบ้าง ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นเลยครับว่าทำไมผลลัพธ์ถึงค่อยๆ แสดงผลอย่างต่อเนื่อง

รีวิวทางคลินิกที่สรุปกลไกการทำงานของ Micro-Focused Ultrasound ระบุว่า การรักษานี้จะเข้าไปกระตุ้นชั้นหนังแท้ส่วนลึกและชั้น SMAS ที่ระดับความลึกประมาณ 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. ความร้อนจะทำให้คอลลาเจนเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงค่อยเป็นค่อยไปและสะสมผลลัพธ์ในเวลาหลายเดือน ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะปังแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับอัตราการสร้างคอลลาเจนและระดับความร่วงโรยตามวัยของแต่ละบุคคลด้วยนะครับ

มาเช็กกัน! เคสแบบไหนที่ทำแค่ 1 ครั้งก็เอาอยู่?
ถ้าคุณตรงกับข้อด้านล่างนี้เป็นส่วนใหญ่ ทำแค่ครั้งเดียวผลลัพธ์ก็สวยปังแล้วครับ
อยู่ในช่วงอายุปลาย 30 ถึงกลาง 40 ปี
ผิวเริ่มมีความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้น (เช่น กรอบหน้าเริ่มดูไม่คมชัดเท่าเดิม)
ปกติผิวฟื้นฟูตัวได้ดี และค่อนข้างมีผิวหนา
ไม่เคยผ่านการทำหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนมาก่อน หรือทำน้อยมาก
เคสกลุ่มนี้การทำเพียงครั้งเดียวก็กระตุ้นชั้น SMAS ได้อย่างเพียงพอแล้วครับ ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในเวลาไม่กี่เดือน หลังจากนั้นแนะนำให้ทำโปรแกรมคงสภาพผิว (Maintenance) ปีละครั้ง หรือทุกๆ 12-18 เดือน ก็สวยเป๊ะต่อเนื่องแล้วครับ

เคสที่แนะนำให้ทำครั้งที่ 2 เพื่อผลลัพธ์ที่เป๊ะและอยู่ยาวนานกว่า
ในทางกลับกัน หากคุณมีตรงกับข้อต่อไปนี้ แนะนำให้ทำครั้งที่ 2 ซ้ำในช่วง 6-12 เดือน จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนและอยู่ได้นิ่งกว่าครับ
อายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาผิวแก้มหย่อนคล้อยชัดเจน
มองเห็นปัญหาแก้มห้อยคล้อยใต้โหนกแก้มชัดเจนเมื่อมองจากด้านข้าง
เคยทำหัตถการยกกระชับอื่นๆ มาแล้วรู้สึกว่าผลลัพธ์สลายตัวไว
เป็นคนผิวบาง และกระบวนการฟื้นฟูคอลลาเจนค่อนข้างช้า
ข้อมูลจากสมาคมศัลยกรรมผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (ASDS) ระบุว่า ผลลัพธ์ของหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนจะค่อยๆ แสดงผลอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-6 เดือน โดยต่างกันไปตามความสามารถในการฟื้นฟูผิวของแต่ละบุคคล เหตุผลที่แนะนำให้ทำรอบที่ 2 เนื่องจากเป็นการเติมพลังงานกระตุ้นซ้ำหลังจากคอลลาเจนรอบแรกสร้างขึ้นมาเต็มที่แล้ว (มักจะเป็นช่วง 6 เดือนหลังทำ) เพื่อสร้างผลลัพธ์แบบสะสมตัว (cumulative effect) ที่ดียิ่งขึ้น หากทำเร็วเกินไป (ภายใน 3 เดือน) อาจจะประเมินผลได้ยากเพราะผลลัพธ์รอบแรกยังแสดงออกมาไม่เต็มที่ครับ
ลองดูภาพจำลองไทม์ไลน์การเข้าที่ของผลลัพธ์หลังการทำครั้งแรกตามระยะเวลานี้ดูนะครับ ทั้งนี้เป็นเพียงแนวโน้มโดยเฉลี่ย เพราะความเร็วในการฟื้นฟูผิวของแต่ละคนไม่เท่ากันครับ


Beautystone สาขาฮับจอง ใส่ใจวิเคราะห์อัตราการฟื้นฟูคอลลาเจนเฉพาะบุคคลก่อนเสมอ
สิ่งที่ Beautystone สาขาฮับจองให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ "ความเร็วการฟื้นฟูคอลลาเจนเฉพาะบุคคล" ครับ ก่อนเริ่มทำเราจะตรวจประเมินความหนาของผิว, ระดับความหย่อนคล้อย และประวัติการทำหัตถการที่ผ่านมา เพื่อประเมินร่วมกันว่าทำแค่ 1 ครั้งจะเพียงพอไหม หรือควรทำซ้ำครั้งที่ 2 ในอีก 6-12 เดือน สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการครั้งแรก เรามักแนะนำให้ทำครั้งแรกแล้วคอยดูผลลัพธ์ร่วมกันก่อน จากนั้นค่อยพิจารณาว่าจะทำซ้ำดีไหม เพื่อให้สอดรับกับกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติครับ
คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้สถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เดินทางสะดวกมาก จะแวะเข้ามาให้คุณหมอตรวจเช็กผลลัพธ์สั้นๆ ก็สะดวกสบายไม่กดดันเลยครับ แม้จะเป็นโปรแกรม Ulthera Prime เหมือนกัน แต่เราออกแบบตารางการรักษาให้ตอบรับกับการฟื้นฟูผิวที่ต่างกันของแต่ละบุคคล ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจเลือกทุกอย่างในครั้งแรกก็ได้ครับ

ดูแลตัวเองอย่างไรระหว่างรอบการทำ เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานที่สุด?
หัวใจสำคัญของการรักษาผลลัพธ์ Ulthera Prime ให้อยู่ยาวนานที่สุด คือการดูแลผิวในชีวิตประจำวันเพื่อไม่ให้สูญเสียคอลลาเจนไปอย่างรวดเร็วครับ
ประเภท | คำอธิบาย |
|---|---|
การป้องกันแสงแดด | สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องทากันแดดทุกวันครับ เพราะรังสี UV คือตัวการร้ายที่เร่งให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น |
การนอนหลับและอาหาร | ร่างกายต้องการโปรตีนและวิตามินซีในการสังเคราะห์คอลลาเจน ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักแบบหักโหมนะครับ |
หัตถการกระตุ้นคอลลาเจนแถมท้าย | หลังจากผ่านไป 6 เดือน การทำคู่กับโปรแกรม skin booster จะช่วยเสริมประสิทธิภาพคอลลาเจนให้ได้ผลดียิ่งขึ้นไปอีกครับ |
ลดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ | สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้คอลลาเจนใต้ผิวสลายตัวเร็วขึ้นครับ |
ข้อมูลจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) แนะนำว่า ขั้นตอนสำคัญเพื่อความปลอดภัยคือก่อนรับการรักษาด้านความงาม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระยะเวลาพักฟื้นและผลลัพธ์ที่คาดหวังเพื่อประเมินสภาพผิวของตนเองก่อน ในแง่ของการสะสมคอลลาเจน การทำซ้ำก่อนที่คอลลาเจนเดิมจะสลายไปครึ่งหนึ่ง (มักจะเป็นช่วง 12-18 เดือนหลังทำ) จะเป็นช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพที่สุดครับ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากอัตราการเปลี่ยนแปลงผิวของแต่ละคนนั้นต่างกัน แนะนำให้ปรึกษากับทีมแพทย์เพื่อกำหนดตารางการทำที่เหมาะสมจะดีที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ถ้าทำครั้งแรกแล้วยังไม่ค่อยรู้สึกถึงผลลัพธ์ ควรทำอย่างไรดีครับ?
A. ผลลัพธ์หลังทำครั้งแรกโดยปกติจะเริ่มเห็นในช่วง 2-3 เดือน และจะค่อยๆ ชัดเจนและเข้าที่ยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่เดือนถัดมาครับ ก่อนหน้านั้นอาจจะยังประเมินผลได้ไม่เต็มที่ แนะนำให้รอเวลาอีกสักนิดเพื่อให้ผิวเซ็ตตัวครับ หากเวลาผ่านไปพอสมควรแล้วยังรู้สึกว่าอยากได้ความกระชับเพิ่มขึ้น ทางเรายินดีให้คำแนะนำในการทำรอบที่ 2 ครับ
Q. ราคาสำหรับรอบที่ 1 และรอบที่ 2 แตกต่างกันเยอะไหมคะ?
A. การเพิ่มรอบการทำจะมีส่วนต่างของค่าใช้จ่ายครับ อย่างไรก็ตามหากประเมินแล้วว่าสภาพผิวของคุณจำเป็นต้องทำซ้ำภายใน 6-12 เดือน การเลือกแพ็กเกจที่รวมรอบการทำไว้ตั้งแต่แรกอาจจะคุ้มค่ากว่าการแยกจ่ายเป็นครั้งเดี่ยวๆ สองครั้งครับ ซึ่งรายละเอียดตรงนี้จะแนะนำให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลไปครับ
Q. ควรทำ Ulthera Prime ครั้งถัดไปเมื่อไหร่ดีครับ?
A. โดยทั่วไปแนะนำที่ระยะเวลา 12-18 เดือนครับ ช่วงประมาณ 1 ปีเป็นช่วงที่ผลลัพธ์รอบแรกยังคงตัวดีอยู่ การเติมพลังงานเข้าไปกระตุ้นเพิ่มในช่วงนี้จะช่วยสะสมคอลลาเจนใต้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ ทั้งนี้สามารถปรับเปลี่ยนตารางได้ตามอัตราการเปลี่ยนแปลงของผิวคุณครับ
Q. ระดับความเจ็บประมาณไหนครับ?
A. ในขณะที่พลังงาน Micro-Focused Ultrasound ลงลึกสู่ชั้นผิว จะรู้สึกจี๊ดๆ ร้อนๆ เป็นจุดๆ เฉพาะตอนเครื่องทำงานครับ ลูกค้าส่วนใหญ่สามารถทนได้สบายๆ เพียงแค่ใช้ยาชาแบบทา แต่สำหรับใครที่กังวลเรื่องความเจ็บเป็นพิเศษ สามารถแจ้งขอเพิ่มขั้นตอนการระงับความเจ็บได้ครับ แนะนำปรึกษาร่วมกับทีมแพทย์ก่อนเริ่มทำได้เลยนะครับ
บทความน่ารู้อื่นๆ

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



