• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ราคา Celldiem: ดูครั้งเดียวพลาดจุดคุ้มต่อครั้ง

ราคา Celldiem: ดูครั้งเดียวพลาดจุดคุ้มต่อครั้ง

ราคา Celldiem: ดูครั้งเดียวพลาดจุดคุ้มต่อครั้ง

ราคา Celldiem แพงกว่า Collagen Maker แต่อิ่มฟูทันทีใน 1 ครั้ง แพ็ก 3–4 ครั้งคุ้มต่อครั้งสุด

쥬베룩보다 비싼 셀르디엠? 1회 시술만으로 볼륨이 잡히는 비용 효율의 비밀









ราคา Celerderm,

ทำไมการดูแค่ราคาต่อ 1 ครั้ง

ถึงทำให้คุณพลาดจุดที่คุ้มค่าที่สุดไป

โปรดอ่านข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจ

 

Q. ราคา Celerderm ต่อ 1 ครั้ง

แพงกว่า Juvelook และ Sculptra แบบนี้ไม่ขาดทุนเหรอ?

A. แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มทรีตเมนต์คอลลาเจนเหมือนกัน

แต่วิธีการทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

Celerderm จะเป็นการเติมคอลลาเจนเข้าไปโดยตรง

ทำให้เห็นผลลัพธ์เรื่องความอิ่มฟูได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำครับ

 

Q. ถ้าอย่างนั้นทำกี่ครั้ง

ถึงจะคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดคะ?

A. การเลือกทำเป็นแพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

จะทำให้ราคาเฉลี่ยต่อครั้งลดลงไปเยอะที่สุดและคุ้มค่าที่สุดครับ

หากทำมากกว่านั้น ผลลัพธ์ความคุ้มค่าด้านราคาจะเริ่มคงตัวแล้วครับ

 

หากคุณค้นหาคำว่า ราคา Celerderm แล้วเข้ามาอ่านบทความนี้

คุณน่าจะลองเปรียบเทียบราคามาแล้ว 2-3 ที่

และกำลังเกิดความสงสัยว่า "ทำไมแต่ละที่ราคาถึงต่างกันขนาดนี้?"

ใช่ไหมครับ

 

บางคลินิกจัดโปรโมชั่น 1 ครั้งอยู่ที่ 3 แสนกว่าวอน ในขณะที่บางคลินิก

ทะลุไปถึง 5 แสนกว่าวอนเลยก็มี

พอจัดเป็นแพ็กเกจ ราคาก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง

 

ผมเองมักจะได้รับคำถามนี้เกือบทุกสัปดาห์ในห้องตรวจครับ

"คุณหมอคะ ไปทำที่ที่ราคาถูกๆ เลยไม่ได้เหรอคะ?"

 

เรื่องนี้ค่อนข้างพูดยากครับ เพราะต่อให้เป็นโปรแกรม Celerderm เหมือนกัน

แต่ถ้าจำนวนครั้งที่วางแผนไว้ และระดับความลึกในการฉีดต่างกัน

ผลลัพธ์ที่ได้ก็แตกต่างกันค่อนข้างมากเลยครับ

 

วันนี้ผมจะมาแจกแจงโครงสร้างราคานี้ให้ฟังกันแบบชัดๆ ครับ

셀르디엠 패키지 결제 전 필독: 3~4회 구간에서 가성비가 가장 좋아지는 이유

 

 









คุณคิดว่า Celerderm เหมือนกับ

คอลลาเจนบูสเตอร์ทั่วไปใช่ไหมครับ?

Celerderm คือโปรแกรมบำรุงผิวด้วยคอลลาเจน

ที่จะฉีดสาร Atelocollagen ที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์เพื่อความเข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์

เข้าไปที่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรงครับ

 

ต่างจากคอลลาเจนบูสเตอร์อย่าง Juvelook หรือ Sculptra

ตรงที่ Celerderm ไม่ได้ใช้วิธี "กระตุ้นให้ผิวหน้าสร้าง" คอลลาเจนขึ้นมาใหม่

แต่เป็นการเติมคอลลาเจนตัวจริงเข้าไปในผิวเลยทันทีครับ

 

ดังนั้น ความรู้สึกหลังทำเสร็จทันทีจึงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ

[팩트체크] 콜라겐 직접 넣는 셀르디엠, 유지기간 대비 가장 합리적인 가격 계산법

 

 









ทำไมเป็นคอลลาเจนเหมือนกัน

แต่ราคา Celerderm ถึงสูงกว่าล่ะ?

 

"ถึงราคา Celerderm ต่อ 1 ครั้งจะดูสูงกว่า

แต่ไม่เหมือนกับกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ (Juvelook, Sculptra)

เพราะนี่คือการฉีดตัวคอลลาเจนเข้าไปโดยตรง

ทำให้เห็นผลเรื่องความอิ่มฟูทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำครับ

 

หากพิจารณาจากแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

จุดที่เฉลี่ยราคาต่อครั้งลดลงมากที่สุด

นั่นแหละครับคือราคาที่คุ้มค่าที่สุด"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone คลินิก สาขาฮงแด)

 

นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่

มักจะมองข้ามไปมากที่สุดครับ

 

Juvelook และ Sculptra จะเป็นการฉีดอนุภาคสังเคราะห์อย่าง PLA หรือ PDLA

เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายรับรู้และเกิดกระบวนการตอบสนอง

เพื่อผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติ

 

ดังนั้น เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจน ปกติแล้วจะต้องทำอย่างน้อย 2-3 ครั้ง

และต้องรอผลลัพธ์ประมาณ 6-8 สัปดาห์กว่าจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงครับ

 

แต่ Celerderm นั้นแตกต่างออกไปครับ

 

เพราะเป็นการใส่ตัวคอลลาเจนเข้าไปเลย จึงช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวดูฟูขึ้นได้ทันทีหลังทำ

นี่คือข้อแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครับ

 

และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมราคาต่อ 1 ครั้งถึงดูค่อนข้างสูง

 

เนื่องจากวัตถุดิบเป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์สูงที่มีโครงสร้างเสมือนของมนุษย์

ต้นทุนต่อ 1 Vial (ขวดแก้ว)

จึงแพงกว่ากลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ทั่วไปค่อนข้างมากครับ

 

แล้วความคุ้มค่าทางการเงินจะเกิดขึ้นตอนไหน?

 

ความคุ้มค่าจะเกิดขึ้นเมื่อจัดเป็นแพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาเฉลี่ยต่อครั้งจะลดลงไปเยอะที่สุดครับ

 

ถ้าดูราคาเดี่ยวๆ แค่ครั้งเดียวอาจจะรู้สึกลังเล

แต่ตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป คอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้จะเริ่มสะสมแน่นขึ้น

ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ

 

เมื่อถึงจุดนี้ หากลองคำนวณจากสูตร "ราคาต่อครั้ง ÷ ระยะเวลาผลลัพธ์"

จะพบว่าคุ้มค่าและประหยัดกว่าการฉีดกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ในหลายๆ เคสเลยครับ

 

"การอ่านแค่ตัวหนังสืออาจจะยังนึกภาพไม่ค่อยออก

แต่ถ้าได้ดูจากเคสจริงจะเข้าใจได้ทันทีเลยครับ"

 

เมื่อสัปดาห์ก่อน มีคนไข้วัย 43 ปีท่านหนึ่ง

พาคุณแม่มารับคำปรึกษาด้วยกันครับ

 

ตอนแรกตั้งใจมาปรึกษาให้คุณแม่ท่านเดียวเท่านั้น

แต่พอฟังอธิบายรายละเอียดแล้ว ตัวคนไข้เองกลับสนใจและอยากทำมากยิ่งกว่า

 

ทีแรกเธอบอกว่า "ขอทดลองทำแค่ 1 ครั้งก่อนนะคะ"

แต่พอผมเปิดตารางเปรียบเทียบราคาเฉลี่ยต่อครั้งให้ดู

เธอก็ตัดสินใจเลือกทำเป็นแพ็กเกจ 4 ครั้งทันทีครับ

 

พอถึงตอนที่กลับมาทำครั้งที่ 3 เสร็จเรียบร้อย เธอเป็นฝ่ายบอกกับผมเองเลยว่า

"ผลลัพธ์มันแตกต่างจากตอนที่ทำแค่ครั้งแรกอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะคุณหมอ"

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

ราคา Celerderm แบบรายครั้งอาจจะดูสูงกว่า

แต่นี่คือการเติมคอลลาเจนตรงจุด

ทำให้ผิวหน้าฟู อิ่มเอิบขึ้นได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

 

และหากเลือกทำเป็นแพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

จะได้รับราคาเฉลี่ยต่อครั้งที่คุ้มค่าและคืนกำไรให้ผิวได้มากที่สุดครับ

 

คุณต้องประเมินจากสองข้อนี้นะครับ

ถึงจะเห็นสมการความคุ้มค่าที่แท้จริง

"싼 데 찾다 횟수만 늘어납니다" 셀르디엠 가격표 뒤에 숨겨진 함정

 

 









เปรียบเทียบราคา Celerderm

กับเคสที่เหมาะสำหรับตัวคุณ

ประเภทผิว

จำนวนครั้งที่แนะนำ

จุดเด่นเรื่องความคุ้มค่า

เพิ่งเคยทำครั้งแรก, ผิวสูญเสียคอลลาเจนเล็กน้อย

เริ่มต้นที่ 2 ครั้ง

คุ้มค่ากว่าทำครั้งเดียวเดี่ยวๆ

 

ได้ราคาต่อครั้งที่ประหยัดขึ้น

สูญเสียคอลลาเจนชัดเจน มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วย

แพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

เป็นระดับราคาต่อครั้งที่คุ้มที่สุด

 

และช่วยสะสมให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานแบบต่อเนื่อง

เคยทำกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์แล้วเห็นผลได้ไม่ชัดเจน

3 ครั้ง + บำรุงรักษาคงสภาพ 1 ครั้ง

ได้วอลลุ่มผิวที่อิ่มฟูทันที

 

กู้คืนผิวสวยได้รวดเร็วทันใจ

ผู้ที่ต้องการประคองผลลัพธ์ หรือผู้ที่เคยทำแล้ว

รายครั้ง ปีละ 1-2 ครั้ง

เลือกทำเป็นรายครั้งจะสมเหตุสมผลกว่าซื้อแพ็กเกจใหญ่

มีจุดหนึ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำสร้างความเข้าใจตรงกันตรงนี้ครับ

ผมไม่ได้จะบอกว่า "ที่ที่ราคาถูกๆ จะต้องเป็นกับดักเสมอไป"

แบบนั้นก็ไม่ใช่ซะทีเดียวครับ

 

เพียงแต่โปรแกรมนี้มีทุนตั้งต้นของแท้ต่อ 1 Vial ที่ตายตัวอยู่แล้ว

สำหรับคลินิกที่เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางในตลาดถึง 30-40%

อาจมีกรณีที่ใช้ปริมาณยาเพียงครึ่งเดียว หรือปรับความลึกในการฉีดให้ตื้นขึ้น

เพื่อร่นระยะเวลาในการทำหัตถการลง

 

ซึ่งแบบนั้น ถึงแม้ราคาต่อครั้งจะดูเหมือนถูกลง

แต่เพราะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

สุดท้ายก็ต้องกลับมาทำซ้ำหลายๆ หนจนเสียเงินเยอะกว่าเดิมอยู่ดีครับ

 

ในทางตรงกันข้าม หากเลือกคลินิกที่ใช้ระบบราคามาตรฐานชัดเจน (One-price)

ระบุปริมาณซีซีและจุดที่จะฉีดอย่างละเอียดโปร่งใส

แม้ว่าราคาของแต่ละแห่งอาจแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยตามบริการ

แต่นี่จะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ปลอดภัย และสมเหตุสมผลสำหรับคุณที่สุดครับ

 

3 คำถามยอดฮิต

เวลาปรึกษาเรื่องราคา Celerderm

 

Q1. ราคาต่างจากราคาต่ำสุดในเน็ตตั้ง 3 แสนวอน

ยังจำเป็นต้องเลือกทำที่ราคาแพงกว่าไหมคะ?

A. เรียนตามตรงนะครับ

ไม่ใช่ว่าของราคาถูกจะไม่ดีเสมอไปครับ

 

เพียงแต่ต้องเช็กให้ดีว่าในใบเสนอราคาระบุสามสิ่งนี้ชัดเจนไหม: "1 ครั้ง / 1 Vial / จุดที่ฉีด"

 

เนื่องจากราคาต้นทุนต่อ Vial ของตัวยา Celerderm มีมาตรฐานที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ

ราคาส่วนใหญ่ออกมาต่ำเกินไป มักจะเป็นการลดปริมาณตัวยาลง

หรือจำกัดบริเวณที่ฉีดให้อยู่ในพื้นที่ที่แคบมากๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ครับ

 

ต่อให้จ่ายในราคาเท่ากัน แต่การได้รับการระบุว่า "1 Vial สำหรับแก้มทั้งสองข้าง + ร่องแก้ม"

กับการฉีดแบบ "1 Vial ทั่วทั้งหน้า"

ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมมีความแตกต่างกันอย่างมหาศาลครับ

 

Q2. หากเหมาเป็นแพ็กเกจจะได้ส่วนลดเยอะไหมคะ?

แล้วผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

A. แม้ว่าจะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละคลินิก

แต่โดยทั่วไปหากเลือกซื้อเป็นแพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

ราคาเฉลี่ยต่อครั้งจะได้รับส่วนลดลงมาราวๆ 15-25%

เมื่อเทียบกับการซื้อทำแยกเป็นรายครั้งครับ

 

เรื่องระยะเวลาผลลัพธ์ การทำครั้งเดียวจะคงอยู่ได้นานประมาณ 6-9 เดือน

แต่หากทำต่อเนื่องครบคอร์ส 3 ครั้งขึ้นไป

จะสามารถอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือนเลยทีเดียวครับ

 

ดังนั้นลองคิดแบบนี้นะครับ เอา "ราคาต่อครั้ง ÷ จำนวนเดือนที่เห็นผล"

แล้วจะเห็นเลยว่าการเลือกซื้อแพ็กเกจแบบ 3 ครั้ง

จะคุ้มค่าและให้ความคุ้มทุนสูงสุดอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

 

Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างไหมคะ?

A. สำหรับ Celerderm อาการที่พบได้ตามปกติทั่วไปหลังทำทันที

คือรอยช้ำหรืออาการบวมเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีดครับ

 

เนื่องจากใช้ส่วนประกอบที่เป็นคอลลาเจนเสมือนโครงสร้างของมนุษย์

โอกาสเกิดอาการแพ้จึงพบได้น้อยมาก

แต่ถ้าหากเทคนิคการฉีดตื้นจนเกินไป

ก็อาจจะทำให้รู้สึกเป็นไตแข็งๆ หรือคลำเจอปุ่มนูนใต้ผิวได้ครับ

 

ดังนั้น ทางคลินิกจึงแนะนำให้คุณนัดกลับมาติดตามอาการตรวจเช็กสภาพผิวอีกครั้ง

หลังจากการทำในครั้งแรกไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ครับ

 

และในวันทำหัตถการ ขอความร่วมมืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การออกกำลังกายหนักๆ, รวมถึงการเข้าซาวน่า

เป็นเวลาประมาณ 3 วันด้วยนะครับ

 

สุดท้ายนี้ อยากให้จำคีย์เวิร์ดสำคัญของวันนี้เพียงข้อเดียวเท่านั้นครับ

— สำหรับ Celerderm คุณไม่ควรเปรียบเทียบแค่ราคาต่อการทำ 1 ครั้ง

แต่ควรมองไปที่ราคาเฉลี่ยต่อครั้งในแพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

จึงจะเห็นมูลค่าและต้นทุนจริงที่คุ้มค่าสูงสุดสำหรับเงินของคุณครับ

 

ในบทความถัดไป

เราจะมาลงลึกกันเรื่อง 'หลังจากชำระเงินแพ็กเกจ Celerderm เรียบร้อยแล้ว ควรเว้นระยะห่างในการทำ

ระหว่าง 4 สัปดาห์ vs 8 สัปดาห์ แบบไหนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน' นะครับ

 

ผมจะนำเคสทดสอบมาให้ดูว่าต่อให้รับบริการครบ 3 ครั้งเหมือนกัน แต่การรักษาระยะห่างต่างกัน จะส่งผลต่อระยะเวลาผลลัพธ์อย่างไรบ้าง

แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้ากับผม หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

쥬베룩보다 비싼 셀르디엠? 1회 시술만으로 볼륨이 잡히는 비용 효율의 비밀









ราคา Celerderm,

ทำไมการดูแค่ราคาต่อ 1 ครั้ง

ถึงทำให้คุณพลาดจุดที่คุ้มค่าที่สุดไป

โปรดอ่านข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจ

 

Q. ราคา Celerderm ต่อ 1 ครั้ง

แพงกว่า Juvelook และ Sculptra แบบนี้ไม่ขาดทุนเหรอ?

A. แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มทรีตเมนต์คอลลาเจนเหมือนกัน

แต่วิธีการทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

Celerderm จะเป็นการเติมคอลลาเจนเข้าไปโดยตรง

ทำให้เห็นผลลัพธ์เรื่องความอิ่มฟูได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำครับ

 

Q. ถ้าอย่างนั้นทำกี่ครั้ง

ถึงจะคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดคะ?

A. การเลือกทำเป็นแพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

จะทำให้ราคาเฉลี่ยต่อครั้งลดลงไปเยอะที่สุดและคุ้มค่าที่สุดครับ

หากทำมากกว่านั้น ผลลัพธ์ความคุ้มค่าด้านราคาจะเริ่มคงตัวแล้วครับ

 

หากคุณค้นหาคำว่า ราคา Celerderm แล้วเข้ามาอ่านบทความนี้

คุณน่าจะลองเปรียบเทียบราคามาแล้ว 2-3 ที่

และกำลังเกิดความสงสัยว่า "ทำไมแต่ละที่ราคาถึงต่างกันขนาดนี้?"

ใช่ไหมครับ

 

บางคลินิกจัดโปรโมชั่น 1 ครั้งอยู่ที่ 3 แสนกว่าวอน ในขณะที่บางคลินิก

ทะลุไปถึง 5 แสนกว่าวอนเลยก็มี

พอจัดเป็นแพ็กเกจ ราคาก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง

 

ผมเองมักจะได้รับคำถามนี้เกือบทุกสัปดาห์ในห้องตรวจครับ

"คุณหมอคะ ไปทำที่ที่ราคาถูกๆ เลยไม่ได้เหรอคะ?"

 

เรื่องนี้ค่อนข้างพูดยากครับ เพราะต่อให้เป็นโปรแกรม Celerderm เหมือนกัน

แต่ถ้าจำนวนครั้งที่วางแผนไว้ และระดับความลึกในการฉีดต่างกัน

ผลลัพธ์ที่ได้ก็แตกต่างกันค่อนข้างมากเลยครับ

 

วันนี้ผมจะมาแจกแจงโครงสร้างราคานี้ให้ฟังกันแบบชัดๆ ครับ

셀르디엠 패키지 결제 전 필독: 3~4회 구간에서 가성비가 가장 좋아지는 이유

 

 









คุณคิดว่า Celerderm เหมือนกับ

คอลลาเจนบูสเตอร์ทั่วไปใช่ไหมครับ?

Celerderm คือโปรแกรมบำรุงผิวด้วยคอลลาเจน

ที่จะฉีดสาร Atelocollagen ที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์เพื่อความเข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์

เข้าไปที่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรงครับ

 

ต่างจากคอลลาเจนบูสเตอร์อย่าง Juvelook หรือ Sculptra

ตรงที่ Celerderm ไม่ได้ใช้วิธี "กระตุ้นให้ผิวหน้าสร้าง" คอลลาเจนขึ้นมาใหม่

แต่เป็นการเติมคอลลาเจนตัวจริงเข้าไปในผิวเลยทันทีครับ

 

ดังนั้น ความรู้สึกหลังทำเสร็จทันทีจึงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ

[팩트체크] 콜라겐 직접 넣는 셀르디엠, 유지기간 대비 가장 합리적인 가격 계산법

 

 









ทำไมเป็นคอลลาเจนเหมือนกัน

แต่ราคา Celerderm ถึงสูงกว่าล่ะ?

 

"ถึงราคา Celerderm ต่อ 1 ครั้งจะดูสูงกว่า

แต่ไม่เหมือนกับกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ (Juvelook, Sculptra)

เพราะนี่คือการฉีดตัวคอลลาเจนเข้าไปโดยตรง

ทำให้เห็นผลเรื่องความอิ่มฟูทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำครับ

 

หากพิจารณาจากแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

จุดที่เฉลี่ยราคาต่อครั้งลดลงมากที่สุด

นั่นแหละครับคือราคาที่คุ้มค่าที่สุด"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone คลินิก สาขาฮงแด)

 

นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่

มักจะมองข้ามไปมากที่สุดครับ

 

Juvelook และ Sculptra จะเป็นการฉีดอนุภาคสังเคราะห์อย่าง PLA หรือ PDLA

เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายรับรู้และเกิดกระบวนการตอบสนอง

เพื่อผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติ

 

ดังนั้น เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจน ปกติแล้วจะต้องทำอย่างน้อย 2-3 ครั้ง

และต้องรอผลลัพธ์ประมาณ 6-8 สัปดาห์กว่าจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงครับ

 

แต่ Celerderm นั้นแตกต่างออกไปครับ

 

เพราะเป็นการใส่ตัวคอลลาเจนเข้าไปเลย จึงช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวดูฟูขึ้นได้ทันทีหลังทำ

นี่คือข้อแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครับ

 

และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมราคาต่อ 1 ครั้งถึงดูค่อนข้างสูง

 

เนื่องจากวัตถุดิบเป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์สูงที่มีโครงสร้างเสมือนของมนุษย์

ต้นทุนต่อ 1 Vial (ขวดแก้ว)

จึงแพงกว่ากลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ทั่วไปค่อนข้างมากครับ

 

แล้วความคุ้มค่าทางการเงินจะเกิดขึ้นตอนไหน?

 

ความคุ้มค่าจะเกิดขึ้นเมื่อจัดเป็นแพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาเฉลี่ยต่อครั้งจะลดลงไปเยอะที่สุดครับ

 

ถ้าดูราคาเดี่ยวๆ แค่ครั้งเดียวอาจจะรู้สึกลังเล

แต่ตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป คอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้จะเริ่มสะสมแน่นขึ้น

ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ

 

เมื่อถึงจุดนี้ หากลองคำนวณจากสูตร "ราคาต่อครั้ง ÷ ระยะเวลาผลลัพธ์"

จะพบว่าคุ้มค่าและประหยัดกว่าการฉีดกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ในหลายๆ เคสเลยครับ

 

"การอ่านแค่ตัวหนังสืออาจจะยังนึกภาพไม่ค่อยออก

แต่ถ้าได้ดูจากเคสจริงจะเข้าใจได้ทันทีเลยครับ"

 

เมื่อสัปดาห์ก่อน มีคนไข้วัย 43 ปีท่านหนึ่ง

พาคุณแม่มารับคำปรึกษาด้วยกันครับ

 

ตอนแรกตั้งใจมาปรึกษาให้คุณแม่ท่านเดียวเท่านั้น

แต่พอฟังอธิบายรายละเอียดแล้ว ตัวคนไข้เองกลับสนใจและอยากทำมากยิ่งกว่า

 

ทีแรกเธอบอกว่า "ขอทดลองทำแค่ 1 ครั้งก่อนนะคะ"

แต่พอผมเปิดตารางเปรียบเทียบราคาเฉลี่ยต่อครั้งให้ดู

เธอก็ตัดสินใจเลือกทำเป็นแพ็กเกจ 4 ครั้งทันทีครับ

 

พอถึงตอนที่กลับมาทำครั้งที่ 3 เสร็จเรียบร้อย เธอเป็นฝ่ายบอกกับผมเองเลยว่า

"ผลลัพธ์มันแตกต่างจากตอนที่ทำแค่ครั้งแรกอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะคุณหมอ"

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

ราคา Celerderm แบบรายครั้งอาจจะดูสูงกว่า

แต่นี่คือการเติมคอลลาเจนตรงจุด

ทำให้ผิวหน้าฟู อิ่มเอิบขึ้นได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

 

และหากเลือกทำเป็นแพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

จะได้รับราคาเฉลี่ยต่อครั้งที่คุ้มค่าและคืนกำไรให้ผิวได้มากที่สุดครับ

 

คุณต้องประเมินจากสองข้อนี้นะครับ

ถึงจะเห็นสมการความคุ้มค่าที่แท้จริง

"싼 데 찾다 횟수만 늘어납니다" 셀르디엠 가격표 뒤에 숨겨진 함정

 

 









เปรียบเทียบราคา Celerderm

กับเคสที่เหมาะสำหรับตัวคุณ

ประเภทผิว

จำนวนครั้งที่แนะนำ

จุดเด่นเรื่องความคุ้มค่า

เพิ่งเคยทำครั้งแรก, ผิวสูญเสียคอลลาเจนเล็กน้อย

เริ่มต้นที่ 2 ครั้ง

คุ้มค่ากว่าทำครั้งเดียวเดี่ยวๆ

 

ได้ราคาต่อครั้งที่ประหยัดขึ้น

สูญเสียคอลลาเจนชัดเจน มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วย

แพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

เป็นระดับราคาต่อครั้งที่คุ้มที่สุด

 

และช่วยสะสมให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานแบบต่อเนื่อง

เคยทำกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์แล้วเห็นผลได้ไม่ชัดเจน

3 ครั้ง + บำรุงรักษาคงสภาพ 1 ครั้ง

ได้วอลลุ่มผิวที่อิ่มฟูทันที

 

กู้คืนผิวสวยได้รวดเร็วทันใจ

ผู้ที่ต้องการประคองผลลัพธ์ หรือผู้ที่เคยทำแล้ว

รายครั้ง ปีละ 1-2 ครั้ง

เลือกทำเป็นรายครั้งจะสมเหตุสมผลกว่าซื้อแพ็กเกจใหญ่

มีจุดหนึ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำสร้างความเข้าใจตรงกันตรงนี้ครับ

ผมไม่ได้จะบอกว่า "ที่ที่ราคาถูกๆ จะต้องเป็นกับดักเสมอไป"

แบบนั้นก็ไม่ใช่ซะทีเดียวครับ

 

เพียงแต่โปรแกรมนี้มีทุนตั้งต้นของแท้ต่อ 1 Vial ที่ตายตัวอยู่แล้ว

สำหรับคลินิกที่เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางในตลาดถึง 30-40%

อาจมีกรณีที่ใช้ปริมาณยาเพียงครึ่งเดียว หรือปรับความลึกในการฉีดให้ตื้นขึ้น

เพื่อร่นระยะเวลาในการทำหัตถการลง

 

ซึ่งแบบนั้น ถึงแม้ราคาต่อครั้งจะดูเหมือนถูกลง

แต่เพราะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

สุดท้ายก็ต้องกลับมาทำซ้ำหลายๆ หนจนเสียเงินเยอะกว่าเดิมอยู่ดีครับ

 

ในทางตรงกันข้าม หากเลือกคลินิกที่ใช้ระบบราคามาตรฐานชัดเจน (One-price)

ระบุปริมาณซีซีและจุดที่จะฉีดอย่างละเอียดโปร่งใส

แม้ว่าราคาของแต่ละแห่งอาจแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยตามบริการ

แต่นี่จะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ปลอดภัย และสมเหตุสมผลสำหรับคุณที่สุดครับ

 

3 คำถามยอดฮิต

เวลาปรึกษาเรื่องราคา Celerderm

 

Q1. ราคาต่างจากราคาต่ำสุดในเน็ตตั้ง 3 แสนวอน

ยังจำเป็นต้องเลือกทำที่ราคาแพงกว่าไหมคะ?

A. เรียนตามตรงนะครับ

ไม่ใช่ว่าของราคาถูกจะไม่ดีเสมอไปครับ

 

เพียงแต่ต้องเช็กให้ดีว่าในใบเสนอราคาระบุสามสิ่งนี้ชัดเจนไหม: "1 ครั้ง / 1 Vial / จุดที่ฉีด"

 

เนื่องจากราคาต้นทุนต่อ Vial ของตัวยา Celerderm มีมาตรฐานที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ

ราคาส่วนใหญ่ออกมาต่ำเกินไป มักจะเป็นการลดปริมาณตัวยาลง

หรือจำกัดบริเวณที่ฉีดให้อยู่ในพื้นที่ที่แคบมากๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ครับ

 

ต่อให้จ่ายในราคาเท่ากัน แต่การได้รับการระบุว่า "1 Vial สำหรับแก้มทั้งสองข้าง + ร่องแก้ม"

กับการฉีดแบบ "1 Vial ทั่วทั้งหน้า"

ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมมีความแตกต่างกันอย่างมหาศาลครับ

 

Q2. หากเหมาเป็นแพ็กเกจจะได้ส่วนลดเยอะไหมคะ?

แล้วผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

A. แม้ว่าจะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละคลินิก

แต่โดยทั่วไปหากเลือกซื้อเป็นแพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

ราคาเฉลี่ยต่อครั้งจะได้รับส่วนลดลงมาราวๆ 15-25%

เมื่อเทียบกับการซื้อทำแยกเป็นรายครั้งครับ

 

เรื่องระยะเวลาผลลัพธ์ การทำครั้งเดียวจะคงอยู่ได้นานประมาณ 6-9 เดือน

แต่หากทำต่อเนื่องครบคอร์ส 3 ครั้งขึ้นไป

จะสามารถอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือนเลยทีเดียวครับ

 

ดังนั้นลองคิดแบบนี้นะครับ เอา "ราคาต่อครั้ง ÷ จำนวนเดือนที่เห็นผล"

แล้วจะเห็นเลยว่าการเลือกซื้อแพ็กเกจแบบ 3 ครั้ง

จะคุ้มค่าและให้ความคุ้มทุนสูงสุดอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

 

Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างไหมคะ?

A. สำหรับ Celerderm อาการที่พบได้ตามปกติทั่วไปหลังทำทันที

คือรอยช้ำหรืออาการบวมเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีดครับ

 

เนื่องจากใช้ส่วนประกอบที่เป็นคอลลาเจนเสมือนโครงสร้างของมนุษย์

โอกาสเกิดอาการแพ้จึงพบได้น้อยมาก

แต่ถ้าหากเทคนิคการฉีดตื้นจนเกินไป

ก็อาจจะทำให้รู้สึกเป็นไตแข็งๆ หรือคลำเจอปุ่มนูนใต้ผิวได้ครับ

 

ดังนั้น ทางคลินิกจึงแนะนำให้คุณนัดกลับมาติดตามอาการตรวจเช็กสภาพผิวอีกครั้ง

หลังจากการทำในครั้งแรกไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ครับ

 

และในวันทำหัตถการ ขอความร่วมมืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การออกกำลังกายหนักๆ, รวมถึงการเข้าซาวน่า

เป็นเวลาประมาณ 3 วันด้วยนะครับ

 

สุดท้ายนี้ อยากให้จำคีย์เวิร์ดสำคัญของวันนี้เพียงข้อเดียวเท่านั้นครับ

— สำหรับ Celerderm คุณไม่ควรเปรียบเทียบแค่ราคาต่อการทำ 1 ครั้ง

แต่ควรมองไปที่ราคาเฉลี่ยต่อครั้งในแพ็กเกจ 3-4 ครั้ง

จึงจะเห็นมูลค่าและต้นทุนจริงที่คุ้มค่าสูงสุดสำหรับเงินของคุณครับ

 

ในบทความถัดไป

เราจะมาลงลึกกันเรื่อง 'หลังจากชำระเงินแพ็กเกจ Celerderm เรียบร้อยแล้ว ควรเว้นระยะห่างในการทำ

ระหว่าง 4 สัปดาห์ vs 8 สัปดาห์ แบบไหนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน' นะครับ

 

ผมจะนำเคสทดสอบมาให้ดูว่าต่อให้รับบริการครบ 3 ครั้งเหมือนกัน แต่การรักษาระยะห่างต่างกัน จะส่งผลต่อระยะเวลาผลลัพธ์อย่างไรบ้าง

แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้ากับผม หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ที่บอกกันว่าขนผู้ชายเส้นหนาแล้วจะเลเซอร์เห็นผลดี อันนี้จริงแค่ครึ่งเดียวครับ

ผู้ชาย

ที่บอกว่าขนผู้ชายเส้นหนาแล้วจะทำเลเซอร์ได้ผลดี อันนี้จริงแค่ครึ่งเดียวค่ะ

คำกล่าวที่ว่า 'ขนของผู้ชายเส้นหนาเลยเลเซอร์ออกง่าย' นั้น ถูกแค่ครึ่งเดียวค่ะ วันนี้เราสรุปเหตุผลที่ทำให้จำนวนครั้งในการทำเลเซอร์แตกต่างกันไปตามความหนาแน่น ความลึก และโทนสีผิว รวมถึงวิธีการดูแลในแต่ละส่วนมาฝากกันค่ะ

รอยหนวดเขียวครึ้มต่อให้โกนแล้วก็ยังเห็นชัด สามารถจางลงได้ด้วยเลเซอร์นะคะ

ผู้ชาย

รอยหนวดเขียวครึ้มแม้จะโกนแล้วก็ยังเห็นอยู่ สามารถทำให้จางลงได้ด้วยการทำเลเซอร์นะคะ

หนวดเขียวครึ้มที่โกนเท่าไหร่ก็ยังเห็นชัด แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่ผิวภายนอก แต่เป็นปัญหาที่รากขนค่ะ วันนี้เราสรุปวิธีช่วยให้รอยเขียวดูจางลงด้วยเลเซอร์กำจัดขน พร้อมกับผลลัพธ์ที่คุณสามารถคาดหวังได้จริงมาฝากกันค่ะ

เลเซอร์กําจัดขนอ่อนระหว่างคิ้ว จะปลอดภัยต่อดวงตาไหมคะ?

กำจัดขน

เลเซอร์กําจัดขนอ่อนระหว่างคิ้ว จะปลอดภัยต่อดวงตาไหมคะ?

เลเซอร์กำจัดขนคิ้วที่อยู่ใกล้กับดวงตา สามารถทำได้ถึงขั้นตอนไหนกันนะ? เราได้รวบรวมมาตรฐานความปลอดภัย, หลักการทำงาน, จำนวนครั้งที่ต้องทำ และการออกแบบทรงคิ้ว (eyebrow line design) มาไว้ให้แล้วค่ะ

กำจัดขนที่ skin clinic ต่างจากการทำแว็กซ์ยังไงบ้างคะ?

กำจัดขน

กำจัดขนที่ skin clinic ต่างจากการแว็กซ์ (waxing) ยังไงบ้างคะ?

กำจัดขนที่คลินิกผิวหนังต่างจากวิธีอื่นยังไงนะ? เราได้สรุปความต่างของหลักการทำงานระหว่างการแว็กซ์ เครื่องกำจัดขนแบบโฮมยูส และความปลอดภัยสำหรับแต่ละโทนสีผิวมาให้แล้วค่ะ

กำจัดขนทั่วเรือนร่าง (body hair removal) สามารถทำเสร็จหมดในครั้งเดียวเลยได้ไหมคะ?

กำจัดขน

กำจัดขนทั่วเรือนร่าง (body hair removal) จะทำเสร็จหมดในครั้งเดียวได้ไหมนะ?

การเลเซอร์กำจัดขนทั่วตัว (Whole Body Hair Removal) ไม่ได้เสร็จสิ้นเรียนร้อยในครั้งเดียวนะคะ แต่เป็นการสะสมจำนวนครั้งในแต่ละส่วนค่ะ วันนี้เราสรุปความแตกต่างของจำนวนครั้งที่ต้องทำในแต่ละจุด พร้อมแพลนการรักษาตามจริงมาฝากกันค่ะ

ฉีดสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วจะเห็นผลลัพธ์ทันทีเลยไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วผิวจะดีขึ้นทันทีเลยไหมคะ?

ผลลัพธ์ของ สกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และคงอยู่ได้นานแค่ไหน? เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการทำงานที่แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป รวมถึงผลลัพธ์ที่คุณคาดหวังได้จริงมาฝากค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1