ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ราคา 셀르디엠: ทำไมการมองแค่ราคาต่อครั้งจึงทำให้พลาดจุดที่เหมาะสมที่สุดของต้นทุนต่อครั้ง

ราคา 셀르디엠: ทำไมการมองแค่ราคาต่อครั้งจึงทำให้พลาดจุดที่เหมาะสมที่สุดของต้นทุนต่อครั้ง

ราคา 셀르디엠: ทำไมการมองแค่ราคาต่อครั้งจึงทำให้พลาดจุดที่เหมาะสมที่สุดของต้นทุนต่อครั้ง

แม้ราคาเซลร์ดีเอ็มจะดูแพงกว่า Collagen Maker แต่เราจะอธิบายว่าทำไมจึงเห็นความอิ่มฟูได้ทันทีตั้งแต่ทำ 1 ครั้ง และช่วงที่คุ้มค่าที่สุดซึ่งเมื่อซื้อแพ็กเกจ 3–4 ครั้งแล้ว ราคาต่อครั้งจะลดลง

쥬베룩보다 비싼 셀르디엠? 1회 시술만으로 볼륨이 잡히는 비용 효율의 비밀


ราคาเซลล์ดีเอ็ม,

ถ้ามองแค่ราคาต่อครั้ง

ทำไมถึงพลาดจุดคุ้มค่าราคาต่อครั้งที่เหมาะสุด



โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน


Q. ราคาทำเซลล์ดีเอ็ม 1 ครั้ง

แพงกว่าจูเบลุค·สคัลตรา แบบนี้ไม่ขาดทุนเหรอ?

A. แม้จะถูกจัดเป็นหัตถการคอลลาเจนเหมือนกัน

แต่กลไกการทำงานต่างกันค่ะ

เซลล์ดีเอ็มคือการใส่คอลลาเจนเข้าไปโดยตรง

ทำให้วอลลุ่มดูดีขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งเดียว


Q. แล้วควรทำกี่ครั้งถึง

คุ้มค่าที่สุด

A. ในช่วงแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

ราคาต่อครั้งลดลงมากที่สุด

มากกว่านั้นประสิทธิภาพจะเริ่มลดลงอีก



ถ้าคุณค้นหาราคาเซลล์ดีเอ็มแล้วเข้ามาอ่าน

น่าจะได้ขอใบเสนอราคามาสองสามที่แล้ว

และกำลังสงสัยว่า "ทำไมถึงต่างกันเยอะขนาดนี้?"

อยู่ใช่ไหมครับ


บางที่ราคา 1 ครั้งอยู่แค่หลักสามหมื่นปลาย ๆ แต่บางที่

พุ่งเกินห้าหมื่นไปมาก

พอรวมเป็นแพ็กเกจ ราคาก็เปลี่ยนไปอีก


ผมเองก็แทบจะได้รับคำถามนี้ทุกสัปดาห์ในห้องตรวจ

"คุณหมอ ทำที่ถูก ๆ ก็ไม่ได้เหรอครับ?"


ประเด็นมันค่อนข้างกำกวม เพราะแม้จะเป็นเซลล์ดีเอ็มเหมือนกัน

แต่ผลลัพธ์ต่างกันพอสมควรตามการวางแผนจำนวนครั้ง

และความลึกในการฉีด


วันนี้ผมจะช่วยแยกโครงสร้างราคานี้ให้ดูครับ



셀르디엠 패키지 결제 전 필독: 3~4회 구간에서 가성비가 가장 좋아지는 이유


เซลล์ดีเอ็ม กับคอลลาเจนเมกเกอร์

เป็นกลุ่มเดียวกันใช่ไหม

เซลล์ดีเอ็มคือหัตถการเสริมคอลลาเจน

โดยฉีดอาเทลโลคอลลาเจนที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จากร่างกายมนุษย์

เข้าไปโดยตรงในชั้นหนังแท้

ที่เติมคอลลาเจนเข้าไป


ต่างจากคอลลาเจนเมกเกอร์อย่างจูเบลุค·สคัลตรา,

เซลล์ดีเอ็มไม่ได้เป็นการ "กระตุ้นให้สร้าง" คอลลาเจน

แต่เป็นการใส่คอลลาเจนเข้าไปโดยตรง


ดังนั้นความรู้สึกหลังทำจึงต่างกัน



[팩트체크] 콜라겐 직접 넣는 셀르디엠, 유지기간 대비 가장 합리적인 가격 계산법


คอลลาเจนเหมือนกัน

ทำไมราคาเซลล์ดีเอ็มถึงแรงกว่า


"แม้ราคาทำเซลล์ดีเอ็ม 1 ครั้งจะดูแพง

แต่ต่างจากคอลลาเจนเมกเกอร์ (จูเบลุค·สคัลตรา)

เพราะเป็นหัตถการที่ใส่คอลลาเจนเข้าไปโดยตรง

จึงเห็นวอลลุ่มชัดขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งเดียว


เมื่อดูในแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

ช่วงที่ราคาต่อครั้งลดลงมากที่สุด

คือจุดคุ้มค่าด้านต้นทุนสูงสุด"


— ผอ.วียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)



ตรงนี้แหละครับที่คน

มักพลาดกันมากที่สุด


จูเบลุค·สคัลตราจะใส่อนุภาคสังเคราะห์อย่าง

PLA·PDLA เข้าไป

แล้วให้ร่างกายรับรู้เหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอม

เพื่อกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมา


ดังนั้นถ้าจะเห็นผล โดยทั่วไปต้องทำอย่างน้อย 2~3 ครั้ง

และต้องรอประมาณ 6~8 สัปดาห์ถึงจะเริ่มรู้สึกได้


แต่เซลล์ดีเอ็มต่างออกไป


เพราะเป็นการใส่คอลลาเจนเข้าไปโดยตรง ทำให้

เห็นวอลลุ่มขึ้นทันทีตั้งแต่ครั้งเดียว ซึ่งเป็นความต่างที่ใหญ่ที่สุด


เหตุผลที่ราคาต่อครั้งดูสูง

อยู่ตรงนี้ครับ


วัตถุดิบเป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์ที่มาจากมนุษย์ และ

ต้นทุนต่อ 1 ไวอัลเอง

ก็สูงกว่ากลุ่มคอลลาเจนเมกเกอร์อยู่แล้ว


แล้วความคุ้มค่ามาได้จากตรงไหน


เมื่อรวมเป็นแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง จะมีช่วงที่

ราคาต่อครั้งลดลงมากที่สุด


ถ้ามองแค่ครั้งเดียวจะดูแพง

แต่พอถึงประมาณครั้งที่ 3 คอลลาเจนในชั้นหนังแท้จะเริ่มสะสม

ความคงอยู่ก็จะยาวขึ้นอย่างชัดเจน


ตั้งแต่จุดนี้ ถ้าลองคำนวณเป็น "ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง ÷ ระยะคงอยู่"

หลายเคสจะพบว่า

คุ้มกว่าคอลลาเจนเมกเกอร์เสียอีก


"ถ้าอ่านแค่ตัวหนังสืออาจยังไม่เห็นภาพ

แต่พอดูจากเคสจริงจะชัดมาก"


สัปดาห์ก่อนมีคนไข้วัย 43 ปีพาคุณแม่มาด้วย

ครับ


เดิมทีตั้งใจมาให้คุณแม่ปรึกษาอย่างเดียว

แต่พอฟังคำอธิบายแล้ว ตัวเองกลับสนใจมากขึ้น


ตอนแรกบอกว่า "ขอทำแค่ 1 ครั้งก่อน"

แต่พอเห็นตารางราคาต่อครั้ง

ก็ตัดสินใจเลือกแพ็กเกจ 4 ครั้งครับ


พอครบครั้งที่ 3 แล้วกลับมาตรวจ

เขาพูดก่อนเลยว่า "อันนี้ต่างจากครั้งแรกชัดเจนเลยนะครับ"

ครับ



สรุปสำคัญจากผอ.วียองจิน

ถ้ามองแค่ราคาเซลล์ดีเอ็ม 1 ครั้งอาจดูแพง

แต่เพราะเป็นหัตถการที่ใส่คอลลาเจนเข้าไปโดยตรง

ทำให้เห็นวอลลุ่มได้ตั้งแต่ครั้งเดียว


และในช่วงแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

ราคาต่อครั้งจะลดลงมากที่สุด


ต้องมองสองอย่างนี้พร้อมกัน

ถึงจะเห็นต้นทุนที่แท้จริง



"싼 데 찾다 횟수만 늘어납니다" 셀르디엠 가격표 뒤에 숨겨진 함정


ราคาเซลล์ดีเอ็ม,

เคสของคุณอยู่ในกลุ่มไหน

ประเภท

จำนวนครั้งที่แนะนำ

จุดคุ้มค่าด้านต้นทุน

เพิ่งทำครั้งแรกและสูญเสียวอลลุ่มเล็กน้อย

เริ่ม 2 ครั้ง

แพ็ก 2 ครั้งคุ้มกว่าแบบครั้งเดียว



ราคาต่อครั้งได้เปรียบ

สูญเสียวอลลุ่มชัดเจน·มีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย

แพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

จุดคุ้มค่าราคาต่อครั้งสูงสุด·



ช่วงที่ความคงอยู่สะสม

เคสที่ผลจากกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนไม่ชัด

3 ครั้ง + ครั้งคงสภาพ 1 ครั้ง

เห็นวอลลุ่มทันที



ฟื้นความรู้สึกได้เร็ว

เน้นคงสภาพ·ผู้มีประสบการณ์

ทำแบบครั้งเดียวปีละ 1~2 ครั้ง

แบบครั้งเดียวสมเหตุสมผลกว่าแพ็ก

ตรงนี้มีอีกอย่างที่อยากบอกให้ชัดครับ

ผมไม่ได้จะบอกว่า "ที่ถูกที่สุดคือกับดัก"

อะไรแบบนั้น


แต่ในเมื่อเป็นหัตถการที่ต้นทุนต่อ 1 ไวอัลค่อนข้างตายตัว

ถ้าเจอที่ตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาดมากกว่า 30~40%

มักจะเป็นกรณีที่ใช้ปริมาณเพียงครึ่งเดียว

หรือฉีดตื้นเพื่อลดเวลา


แบบนั้นราคาต่อครั้งอาจถูกจริงครับ

แต่เพราะไม่ค่อยรู้สึกผล

สุดท้ายก็ต้องเพิ่มจำนวนครั้งอยู่ดี


แต่ถ้าเป็นคลินิกที่ใช้ระบบราคาชัดเจน

และระบุปริมาณกับตำแหน่งที่ฉีดอย่างชัดเจน

แม้ราคาจะแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก

ก็ยังเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลได้



ตอนปรึกษาราคาเซลล์ดีเอ็ม

มีคำถามที่เจอบ่อยจริง ๆ 3 ข้อ


Q1. ต่างจากราคาต่ำสุดบนอินเทอร์เน็ต 30,000 วอน แต่

ยังควรทำที่ที่แพงกว่าด้วยไหม?

A. ถ้าพูดตรง ๆ

ตัวราคาสูงกว่าเองก็ไม่ได้แปลว่าแย่นะครับ


แต่ให้ดูว่าในใบเสนอราคามีระบุ "1 ครั้ง / 1 ไวอัล / บริเวณที่ฉีด"

ครบทั้งสามอย่างชัดเจนหรือไม่


เซลล์ดีเอ็มเป็นหัตถการที่ต้นทุนต่อ 1 ไวอัลค่อนข้างคงที่

ดังนั้นราคาที่ต่ำเกินไปส่วนใหญ่มักเป็นการลดปริมาณ

หรือจำกัดบริเวณที่ทำ


แม้จะเป็นราคาเดียวกัน แต่ "แก้มทั้งสองข้าง+ร่องแก้ม 1 ไวอัล" และ

"ทั้งใบหน้า 1 ไวอัล"

ให้ผลลัพธ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง


Q2. ถ้ารวมเป็นแพ็กจะลดเท่าไหร่?

แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน?

A. แม้จะแตกต่างกันไปตามคลินิก

แต่ถ้ารวมเป็นแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

โดยทั่วไปจะถูกลงประมาณ 15~25%

ต่อครั้งเมื่อเทียบกับแบบครั้งเดียว


ระยะคงอยู่คือหลังทำ 1 ครั้งประมาณ 6~9 เดือน

และหลังทำสะสม 3 ครั้ง

จะอยู่ได้ประมาณ 12~18 เดือน


ดังนั้นถ้าลองแปลงเป็น "ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง ÷ จำนวนเดือนที่คงอยู่"

จะเห็นว่าช่วงแพ็ก 3 ครั้ง

คุ้มกว่ามากครับ


Q3. ผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังมีอะไรบ้าง?

A. หลังทำเซลล์ดีเอ็ม ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ

รอยช้ำ·บวมหลังทำครับ


เพราะเป็นคอลลาเจนจากแหล่งที่มาของมนุษย์

อาการแพ้พบได้ค่อนข้างน้อย

แต่ถ้าฉีดตื้นเกินไป

อาจคลำได้เป็นก้อนได้


ดังนั้นหลังครั้งแรก แนะนำให้มาตรวจเช็กอีกครั้ง

ประมาณ 2 สัปดาห์ครับ


วันทำหัตถการควรเลี่ยงแอลกอฮอล์·ออกกำลังกายหนัก·ซาวน่า

ประมาณ 3 วัน



ถ้าจะเอากลับไปแค่ข้อเดียวจากวันนี้

— อย่าเทียบเซลล์ดีเอ็มที่ราคาต่อครั้ง

ให้เทียบที่ราคาต่อครั้งในช่วงสะสม 3~4 ครั้ง

แบบนั้นถึงจะเห็นต้นทุนจริงครับ



บทความถัดไป

'หลังชำระแพ็กเกจเซลล์ดีเอ็มแล้ว, จะกำหนดช่วงห่างระหว่างครั้ง

เป็น 4 สัปดาห์ vs 8 สัปดาห์อย่างไร' ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ


แม้จะทำ 3 ครั้งเหมือนกัน แต่ระยะห่างจะทำให้ระยะคงอยู่

ต่างกันอย่างไร เดี๋ยวผมจะยกเคสให้ดูครับ

จบโดยผอ.วียองจินครับ



อ่านเพิ่มเติม

쥬베룩보다 비싼 셀르디엠? 1회 시술만으로 볼륨이 잡히는 비용 효율의 비밀


ราคาเซลล์ดีเอ็ม,

ถ้ามองแค่ราคาต่อครั้ง

ทำไมถึงพลาดจุดคุ้มค่าราคาต่อครั้งที่เหมาะสุด



โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน


Q. ราคาทำเซลล์ดีเอ็ม 1 ครั้ง

แพงกว่าจูเบลุค·สคัลตรา แบบนี้ไม่ขาดทุนเหรอ?

A. แม้จะถูกจัดเป็นหัตถการคอลลาเจนเหมือนกัน

แต่กลไกการทำงานต่างกันค่ะ

เซลล์ดีเอ็มคือการใส่คอลลาเจนเข้าไปโดยตรง

ทำให้วอลลุ่มดูดีขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งเดียว


Q. แล้วควรทำกี่ครั้งถึง

คุ้มค่าที่สุด

A. ในช่วงแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

ราคาต่อครั้งลดลงมากที่สุด

มากกว่านั้นประสิทธิภาพจะเริ่มลดลงอีก



ถ้าคุณค้นหาราคาเซลล์ดีเอ็มแล้วเข้ามาอ่าน

น่าจะได้ขอใบเสนอราคามาสองสามที่แล้ว

และกำลังสงสัยว่า "ทำไมถึงต่างกันเยอะขนาดนี้?"

อยู่ใช่ไหมครับ


บางที่ราคา 1 ครั้งอยู่แค่หลักสามหมื่นปลาย ๆ แต่บางที่

พุ่งเกินห้าหมื่นไปมาก

พอรวมเป็นแพ็กเกจ ราคาก็เปลี่ยนไปอีก


ผมเองก็แทบจะได้รับคำถามนี้ทุกสัปดาห์ในห้องตรวจ

"คุณหมอ ทำที่ถูก ๆ ก็ไม่ได้เหรอครับ?"


ประเด็นมันค่อนข้างกำกวม เพราะแม้จะเป็นเซลล์ดีเอ็มเหมือนกัน

แต่ผลลัพธ์ต่างกันพอสมควรตามการวางแผนจำนวนครั้ง

และความลึกในการฉีด


วันนี้ผมจะช่วยแยกโครงสร้างราคานี้ให้ดูครับ



셀르디엠 패키지 결제 전 필독: 3~4회 구간에서 가성비가 가장 좋아지는 이유


เซลล์ดีเอ็ม กับคอลลาเจนเมกเกอร์

เป็นกลุ่มเดียวกันใช่ไหม

เซลล์ดีเอ็มคือหัตถการเสริมคอลลาเจน

โดยฉีดอาเทลโลคอลลาเจนที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จากร่างกายมนุษย์

เข้าไปโดยตรงในชั้นหนังแท้

ที่เติมคอลลาเจนเข้าไป


ต่างจากคอลลาเจนเมกเกอร์อย่างจูเบลุค·สคัลตรา,

เซลล์ดีเอ็มไม่ได้เป็นการ "กระตุ้นให้สร้าง" คอลลาเจน

แต่เป็นการใส่คอลลาเจนเข้าไปโดยตรง


ดังนั้นความรู้สึกหลังทำจึงต่างกัน



[팩트체크] 콜라겐 직접 넣는 셀르디엠, 유지기간 대비 가장 합리적인 가격 계산법


คอลลาเจนเหมือนกัน

ทำไมราคาเซลล์ดีเอ็มถึงแรงกว่า


"แม้ราคาทำเซลล์ดีเอ็ม 1 ครั้งจะดูแพง

แต่ต่างจากคอลลาเจนเมกเกอร์ (จูเบลุค·สคัลตรา)

เพราะเป็นหัตถการที่ใส่คอลลาเจนเข้าไปโดยตรง

จึงเห็นวอลลุ่มชัดขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งเดียว


เมื่อดูในแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

ช่วงที่ราคาต่อครั้งลดลงมากที่สุด

คือจุดคุ้มค่าด้านต้นทุนสูงสุด"


— ผอ.วียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)



ตรงนี้แหละครับที่คน

มักพลาดกันมากที่สุด


จูเบลุค·สคัลตราจะใส่อนุภาคสังเคราะห์อย่าง

PLA·PDLA เข้าไป

แล้วให้ร่างกายรับรู้เหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอม

เพื่อกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมา


ดังนั้นถ้าจะเห็นผล โดยทั่วไปต้องทำอย่างน้อย 2~3 ครั้ง

และต้องรอประมาณ 6~8 สัปดาห์ถึงจะเริ่มรู้สึกได้


แต่เซลล์ดีเอ็มต่างออกไป


เพราะเป็นการใส่คอลลาเจนเข้าไปโดยตรง ทำให้

เห็นวอลลุ่มขึ้นทันทีตั้งแต่ครั้งเดียว ซึ่งเป็นความต่างที่ใหญ่ที่สุด


เหตุผลที่ราคาต่อครั้งดูสูง

อยู่ตรงนี้ครับ


วัตถุดิบเป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์ที่มาจากมนุษย์ และ

ต้นทุนต่อ 1 ไวอัลเอง

ก็สูงกว่ากลุ่มคอลลาเจนเมกเกอร์อยู่แล้ว


แล้วความคุ้มค่ามาได้จากตรงไหน


เมื่อรวมเป็นแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง จะมีช่วงที่

ราคาต่อครั้งลดลงมากที่สุด


ถ้ามองแค่ครั้งเดียวจะดูแพง

แต่พอถึงประมาณครั้งที่ 3 คอลลาเจนในชั้นหนังแท้จะเริ่มสะสม

ความคงอยู่ก็จะยาวขึ้นอย่างชัดเจน


ตั้งแต่จุดนี้ ถ้าลองคำนวณเป็น "ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง ÷ ระยะคงอยู่"

หลายเคสจะพบว่า

คุ้มกว่าคอลลาเจนเมกเกอร์เสียอีก


"ถ้าอ่านแค่ตัวหนังสืออาจยังไม่เห็นภาพ

แต่พอดูจากเคสจริงจะชัดมาก"


สัปดาห์ก่อนมีคนไข้วัย 43 ปีพาคุณแม่มาด้วย

ครับ


เดิมทีตั้งใจมาให้คุณแม่ปรึกษาอย่างเดียว

แต่พอฟังคำอธิบายแล้ว ตัวเองกลับสนใจมากขึ้น


ตอนแรกบอกว่า "ขอทำแค่ 1 ครั้งก่อน"

แต่พอเห็นตารางราคาต่อครั้ง

ก็ตัดสินใจเลือกแพ็กเกจ 4 ครั้งครับ


พอครบครั้งที่ 3 แล้วกลับมาตรวจ

เขาพูดก่อนเลยว่า "อันนี้ต่างจากครั้งแรกชัดเจนเลยนะครับ"

ครับ



สรุปสำคัญจากผอ.วียองจิน

ถ้ามองแค่ราคาเซลล์ดีเอ็ม 1 ครั้งอาจดูแพง

แต่เพราะเป็นหัตถการที่ใส่คอลลาเจนเข้าไปโดยตรง

ทำให้เห็นวอลลุ่มได้ตั้งแต่ครั้งเดียว


และในช่วงแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

ราคาต่อครั้งจะลดลงมากที่สุด


ต้องมองสองอย่างนี้พร้อมกัน

ถึงจะเห็นต้นทุนที่แท้จริง



"싼 데 찾다 횟수만 늘어납니다" 셀르디엠 가격표 뒤에 숨겨진 함정


ราคาเซลล์ดีเอ็ม,

เคสของคุณอยู่ในกลุ่มไหน

ประเภท

จำนวนครั้งที่แนะนำ

จุดคุ้มค่าด้านต้นทุน

เพิ่งทำครั้งแรกและสูญเสียวอลลุ่มเล็กน้อย

เริ่ม 2 ครั้ง

แพ็ก 2 ครั้งคุ้มกว่าแบบครั้งเดียว



ราคาต่อครั้งได้เปรียบ

สูญเสียวอลลุ่มชัดเจน·มีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย

แพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

จุดคุ้มค่าราคาต่อครั้งสูงสุด·



ช่วงที่ความคงอยู่สะสม

เคสที่ผลจากกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนไม่ชัด

3 ครั้ง + ครั้งคงสภาพ 1 ครั้ง

เห็นวอลลุ่มทันที



ฟื้นความรู้สึกได้เร็ว

เน้นคงสภาพ·ผู้มีประสบการณ์

ทำแบบครั้งเดียวปีละ 1~2 ครั้ง

แบบครั้งเดียวสมเหตุสมผลกว่าแพ็ก

ตรงนี้มีอีกอย่างที่อยากบอกให้ชัดครับ

ผมไม่ได้จะบอกว่า "ที่ถูกที่สุดคือกับดัก"

อะไรแบบนั้น


แต่ในเมื่อเป็นหัตถการที่ต้นทุนต่อ 1 ไวอัลค่อนข้างตายตัว

ถ้าเจอที่ตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาดมากกว่า 30~40%

มักจะเป็นกรณีที่ใช้ปริมาณเพียงครึ่งเดียว

หรือฉีดตื้นเพื่อลดเวลา


แบบนั้นราคาต่อครั้งอาจถูกจริงครับ

แต่เพราะไม่ค่อยรู้สึกผล

สุดท้ายก็ต้องเพิ่มจำนวนครั้งอยู่ดี


แต่ถ้าเป็นคลินิกที่ใช้ระบบราคาชัดเจน

และระบุปริมาณกับตำแหน่งที่ฉีดอย่างชัดเจน

แม้ราคาจะแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก

ก็ยังเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลได้



ตอนปรึกษาราคาเซลล์ดีเอ็ม

มีคำถามที่เจอบ่อยจริง ๆ 3 ข้อ


Q1. ต่างจากราคาต่ำสุดบนอินเทอร์เน็ต 30,000 วอน แต่

ยังควรทำที่ที่แพงกว่าด้วยไหม?

A. ถ้าพูดตรง ๆ

ตัวราคาสูงกว่าเองก็ไม่ได้แปลว่าแย่นะครับ


แต่ให้ดูว่าในใบเสนอราคามีระบุ "1 ครั้ง / 1 ไวอัล / บริเวณที่ฉีด"

ครบทั้งสามอย่างชัดเจนหรือไม่


เซลล์ดีเอ็มเป็นหัตถการที่ต้นทุนต่อ 1 ไวอัลค่อนข้างคงที่

ดังนั้นราคาที่ต่ำเกินไปส่วนใหญ่มักเป็นการลดปริมาณ

หรือจำกัดบริเวณที่ทำ


แม้จะเป็นราคาเดียวกัน แต่ "แก้มทั้งสองข้าง+ร่องแก้ม 1 ไวอัล" และ

"ทั้งใบหน้า 1 ไวอัล"

ให้ผลลัพธ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง


Q2. ถ้ารวมเป็นแพ็กจะลดเท่าไหร่?

แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน?

A. แม้จะแตกต่างกันไปตามคลินิก

แต่ถ้ารวมเป็นแพ็กเกจ 3~4 ครั้ง

โดยทั่วไปจะถูกลงประมาณ 15~25%

ต่อครั้งเมื่อเทียบกับแบบครั้งเดียว


ระยะคงอยู่คือหลังทำ 1 ครั้งประมาณ 6~9 เดือน

และหลังทำสะสม 3 ครั้ง

จะอยู่ได้ประมาณ 12~18 เดือน


ดังนั้นถ้าลองแปลงเป็น "ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง ÷ จำนวนเดือนที่คงอยู่"

จะเห็นว่าช่วงแพ็ก 3 ครั้ง

คุ้มกว่ามากครับ


Q3. ผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังมีอะไรบ้าง?

A. หลังทำเซลล์ดีเอ็ม ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ

รอยช้ำ·บวมหลังทำครับ


เพราะเป็นคอลลาเจนจากแหล่งที่มาของมนุษย์

อาการแพ้พบได้ค่อนข้างน้อย

แต่ถ้าฉีดตื้นเกินไป

อาจคลำได้เป็นก้อนได้


ดังนั้นหลังครั้งแรก แนะนำให้มาตรวจเช็กอีกครั้ง

ประมาณ 2 สัปดาห์ครับ


วันทำหัตถการควรเลี่ยงแอลกอฮอล์·ออกกำลังกายหนัก·ซาวน่า

ประมาณ 3 วัน



ถ้าจะเอากลับไปแค่ข้อเดียวจากวันนี้

— อย่าเทียบเซลล์ดีเอ็มที่ราคาต่อครั้ง

ให้เทียบที่ราคาต่อครั้งในช่วงสะสม 3~4 ครั้ง

แบบนั้นถึงจะเห็นต้นทุนจริงครับ



บทความถัดไป

'หลังชำระแพ็กเกจเซลล์ดีเอ็มแล้ว, จะกำหนดช่วงห่างระหว่างครั้ง

เป็น 4 สัปดาห์ vs 8 สัปดาห์อย่างไร' ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ


แม้จะทำ 3 ครั้งเหมือนกัน แต่ระยะห่างจะทำให้ระยะคงอยู่

ต่างกันอย่างไร เดี๋ยวผมจะยกเคสให้ดูครับ

จบโดยผอ.วียองจินครับ



อ่านเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หมึกสีดำหมดไปแล้ว แต่เหลือแค่สีแดงเหรอ? มีเหตุผลอยู่นะ

ลบรอยสัก

หมึกสีดำหมดไปแล้ว แต่เหลือเพียงสีแดงใช่ไหม? มีเหตุผลอยู่

90% ของคนที่ลบรอยสักสีแดงไม่ออกนั้นเกิดจากความยาวคลื่นไม่ตรงกัน โดยทั่วไปเลเซอร์ 1064nm ไม่สามารถลบสีแดงได้

รอบการทำ Rejuran HB: เหตุผลที่ผู้อำนวยการวี ยองจินยืนกรานให้เว้น '2 สัปดาห์' แทน '1 เดือน'รอบการทำ Rejuran HB: เหตุผลที่ผู้อำนวยการวี ยองจินยืนกรานให้เว้น '2 สัปดาห์' แทน '1 เดือน'

ผิว

รอบการฉีดรีจูรัน HB ทำไมต้องห่าง 2 สัปดาห์ อธิบายให้เข้าใจผ่านไซเคิล PN

รีจูรัน HB เดือนละครั้งไม่พอเหรอ? เพราะรอบการดูดซึมของ PN สั้นมาก ถ้าเว้นเกิน 2 สัปดาห์ก็เท่ากับว่าเริ่มต้นใหม่ในช่วงที่ประสิทธิภาพเริ่มลดลงแล้ว

วิธีกำจัดไขมันใต้คาง, ความลับของ '1 มม. ที่ไม่หายไปด้วยการออกกำลังกาย' ที่ผู้อำนวยการวี ยองจินวิเคราะห์

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ลักษณะร่วมของคนที่ไขมันใต้คางไม่ลด แม้ออกกำลังกายมา 6 เดือน

ถ้าค้นหาวิธีกำจัดไขมันใต้คาง มักจะเจอทั้งการออกกำลังกายและการนวดก่อน แต่ก็มีโครงสร้างกระดูกบางแบบที่แค่สะสมเพิ่มขึ้น 1 มม. ก็ทำให้เห็นคางสองชั้นได้อยู่แล้ว กลไกที่ทำให้ตามทันการออกกำลังกาย 6 เดือนภายใน 2 สัปดาห์

PicoWay vs PicoSure: ความแตกต่างสำคัญ “ตามความยาวคลื่น” ที่ผู้อำนวยการวี ยองจินอธิบาย

ลบรอยสัก

PicoWay vs PicoSure: เกณฑ์การเลือกตามชนิดเม็ดสีที่แตกต่างกันด้วยความยาวคลื่น

หากคุณค้นหาว่า “PicoWay vs PicoSure แบบไหนดีกว่ากัน” คำตอบขึ้นอยู่กับชนิดของเม็ดสีค่ะ เดี๋ยวเราจะอธิบายให้เข้าใจว่าเหตุใดความต่างเพียงเล็กน้อยระหว่าง 755nm และ 1064nm จึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์

ถ้าทำเทอร์มาจแล้วไม่เห็นผล? ผู้อำนวยการวี ยองจิน ชี้ให้เห็นกับดัก ‘น้อยกว่า 600 ช็อต’

ยกกระชับ

เหตุผลที่ Thermage ไม่เห็นผล — หลักการจริงที่ถ้าจำนวนช็อตน้อยกว่า 600 ก็ได้แค่ผิวเงาแล้วจบ

70% ของคนที่รู้สึกว่าเทอร์มาจไม่ได้ผล จริง ๆ แล้วเป็นเพราะจำนวนช็อตค่ะ/ครับ ถ้าน้อยกว่า 600 ช็อต จะยังไม่ถึงจุดที่ทำให้คอลลาเจนหดตัวได้ จึงเห็นแค่ความเงาได้เพียงชั่วครู่แล้วก็จบ

Thermage กับ RF ผลิตในประเทศ ทำไมถึงให้ความสำคัญกับความต่างของความลึก 1.3 มม. ถึงขนาดนั้น?

ยกกระชับ

ความแตกต่างระหว่าง Thermage กับเครื่องผลิตในประเทศ: ผลลัพธ์ที่ชี้ขาดกันที่ความลึก 1.3 มม.

ความแตกต่างระหว่าง Thermage กับของเกาหลี สรุปแล้วอยู่ที่ความลึก 1.3 มม. นี่แหละ เพราะจะไปถึงชั้น SMAS ได้หรือไม่ คือจุดชี้ขาดที่แยกระหว่างการยกกระชับกับแค่ความกระชับธรรมดา