• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Belotero Revive ทำไมฉีดทุกเดือนถึงเสียเงินเปล่า

Belotero Revive ทำไมฉีดทุกเดือนถึงเสียเงินเปล่า

Belotero Revive ทำไมฉีดทุกเดือนถึงเสียเงินเปล่า

หลายคนฉีด Belotero Revive ทุก 4 สัปดาห์ แต่จริงๆ ควรเว้น 3 เดือน มาดูกลีเซอรอลและ HA ทำงานในผิวยังไง

"รอ 3 เดือนสำหรับรีไวฟ์นะคะ" เหตุผลจริงที่หมอปฏิเสธทำหัตถการให้ลูกค้าวัย 53

 

 

โปรดอ่านข้อมูลนี้ก่อนเริ่มการรักษา

 

Q. Belotero Revive จำเป็นต้องฉีดทุกๆ

4 สัปดาห์เหมือน skin booster อื่นๆ ไหมคะ?

A. ไม่จำเป็นครับ

สำหรับ Belotero Revive ระยะเวลาที่ดีที่สุดคือทุกๆ 3 เดือนครับ

 

หากคุณมาฉีดซ้ำภายใน 4 สัปดาห์

ผลลัพธ์ที่ได้เพิ่มขึ้นมาแทบจะไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เสียไปเลยครับ

 

Q. ทำไม Belotero Revive ถึงมีรอบการฉีดที่แตกต่างจากตัวอื่นครับ?

A. เนื่องจากสูตรผสมระหว่าง Glycerol + HA จะค่อยๆ

คงความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวอย่างช้าๆ

ซึ่งกลไกการทำงานนั้นแตกต่างจาก skin booster ตัวอื่นโดยสิ้นเชิงครับ

รีไวฟ์ vs รีจูราน เหตุผลที่ถ้าฉีดทุกเดือนเหมือนกันหมด กระเป๋าเงินจะบางลงเปล่าๆ

 

 
















ถ้าคุณกำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Belotero Revive

คุณอาจจะกำลังสับสนกับเรื่องนี้อยู่แน่ๆ ครับ

สำหรับคนที่ค้นหาคำว่า

'รอบการรักษา Belotero Revive' แล้วเข้ามาอ่านบทความนี้

ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีคำถามอยู่ใน 2 กลุ่มนี้ครับ

 

กลุ่มแรกคือคนที่สงสัยว่า "ที่เขาบอกให้ฉีดทุก 4 สัปดาห์ มันจริงเหรอ?"

กับอีกกลุ่มคือคนที่รู้สึกอึดอัดใจว่า "การที่ต้องรอถึง 3 เดือน

มันนานเกินไปหรือเปล่า?"

 

Belotero Revive เป็น skin booster ที่ผสมผสานระหว่าง Glycerol และ ไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) เข้าด้วยกันครับ

 

มันคือหัตถการที่ช่วยสร้าง 'แหล่งกักเก็บความชุ่มชื้น'

ไว้ในชั้นผิวแท้ (Dermis) ของเรานั่นเอง

 

หาก รีจูรัน หรือ จูวีลุค เป็นกลุ่มที่เน้นการ 'ปรับโครงสร้างผิว (Skin Remodeling)'

โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่

Belotero Revive จะเป็นหัตถการที่เน้นหนักไปทาง

'การคงสภาพแวดล้อมให้ผิวชุ่มชื้น' มากกว่าครับ

 

ดังนั้น ด้วยกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน

รอบการรักษาที่แนะนำจึงแตกต่างกันด้วยอย่างแน่นอนครับ

 

ข้อมูลเจาะลึกที่สำคัญจาก

หมอวี ยองจิน

 

ระยะเวลาที่ดีที่สุดสำหรับ Belotero Revive คือ

ทุกๆ 3 เดือน ไม่ใช่ทุกๆ 4 สัปดาห์ครับ

 

เนื่องจากสูตรผสมระหว่าง Glycerol + HA จะค่อยๆ

รักษาความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวอย่างช้าๆ

ดังนั้นการกลับมาฉีดซ้ำในเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน

จึงแทบไม่เห็นผลลัพธ์ที่เพิ่มเติมเข้ามา และไม่คุ้มค่าใช้จ่ายเลยครับ

[ตรวจสอบข้อเท็จจริง] มนตร์วิเศษ '8 สัปดาห์' ที่ทำให้คลังกักเก็บความชุ่มชื้นกลีเซอรอล+HA ของรีไวฟ์คงตัว

 

 
















ทำไมระยะเวลาของ Belotero Revive

ถึงต้องเป็นทุกๆ 3 เดือนล่ะ?

หมอขออธิบายเรื่องนี้เพิ่มเติมอย่างละเอียดสักนิดนะครับ

สาร PN (Polynucleotide) ใน รีจูรัน นั้น

หลังจากฉีดเข้าไปแล้ว โดยทั่วไปจะค่อยๆ สลายตัวไปภายใน 4-6 สัปดาห์

กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนรอบแรกก็จะสิ้นสุดลงครับ

 

ด้วยเหตุนี้ โปรแกรมการรักษาที่แนะนำคือฉีด 4 ครั้ง

ห่างกันทุกๆ 4 สัปดาห์ จึงกลายเป็นมาตรฐานสากลไปนั่นเอง

 

แต่สำหรับ Belotero Revive มีกลไกการทำงานที่แตกต่างออกไปครับ

 

Glycerol จะทำหน้าที่ดึงดูดความชุ่มชื้นเข้ามาในชั้นผิวแท้

และ HA จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตาข่าย (Matrix)

คอยโอบอุ้มและกักเก็บน้ำเหล่านั้นเอาไว้

 

ซึ่งแหล่งกักเก็บความชุ่มชื้นนี้จะใช้เวลาประมาณ

8-12 สัปดาห์ ในการค่อยๆ เซ็ตตัวและอยู่อย่างสม่ำเสมอ

 

แต่ตรงนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องรู้ครับ

 

หากเราฉีดซ้ำเข้าไปอีกในขณะที่แหล่งกักเก็บข้อมูลเก่ายังคงเซ็ตตัวอยู่

ก็เหมือนกับการเติมตัวยาใหม่ซ้อนทับลงไป

บนตัวยาเดิมที่ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม

 

เมื่อผิวถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ตัวยาที่ฉีดเพิ่มเข้าไปส่วนเกิน

ก็จะแค่ซึมสลายและขับออกไปเปล่าๆ ครับ

 

กลายเป็นว่าจ่ายเงินสองรอบ

แต่ผลลัพธ์ที่เหลืออยู่จริงเท่ากับการฉีดแค่ครั้งเดียว

 

ตรงจุดนี้มีคนไข้หลายท่านเลยครับที่รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้รับฟัง

 

อย่างเมื่อสัปดาห์ก่อน มีคนไข้ผู้หญิงอายุ 53 ท่านหนึ่งมาพบหมอครับ

 

เธอได้รับการแนะนำจากคลินิกอื่นให้ฉีด Belotero Revive

ทุกๆ 4 สัปดาห์ และเธอได้ฉีดไปแล้วถึงสองครั้ง

 

เธอบอกหมอว่า "วันนี้มาออเดอร์คอร์สครั้งที่สามค่ะ"

แต่ในวันนั้น หมอเลือกที่จะแนะนำให้เธอเว้นช่วงไปก่อนและงดฉีดไปในวันนั้นครับ

 

พูดอย่างตรงไปตรงมาเลยคือ แม้ว่าเราจะฉีดเข้าไปอีกในตอนนั้น

แหล่งกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ผิวของเธอยังคงทำงานได้อย่างเติมเต็ม

และมีความหนาแน่นที่เหมาะสมอยู่แล้วครับ

 

หมอเลยแนะนำให้รอต่อไปอีกสัก 2 เดือนแล้วค่อยกลับมาฉีดใหม่

และในระหว่างนั้น ขอให้เน้นการทาสกินแคร์บำรุงความชุ่มชื้นที่บ้านให้ดีก็พอครับ

 

ในมุมมองของคนไข้ หลายท่านอาจสงสัยว่านี่เป็นโอกาสสร้างยอดขายของคลินิก

ทำไมหมอถึงเลือกที่จะปฏิเสธและไม่ยอมฉีดให้?

 

แต่เมื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์สุดท้ายในอีก 6 เดือนข้างหน้า

ระหว่างคนที่ฉีดถี่ๆ ทุกเดือน กับคนที่อดทนรอ 3 เดือนตามความเหมาะสมแล้ว

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นแทบจะไม่ต่างกันเลยครับ

 

เท่ากับว่าคุณต้องเสียเงินฟรีๆ ไปเกือบ 500,000 วอนโดยใช่เหตุครับ

 

สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

Belotero Revive ไม่ใช่หัตถการประเภท 'ฉีดทับสะสม'

แต่เป็นหัตถการประเภท 'การคงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม' ครับ

 

เมื่อแหล่งกักเก็บเต็มอยู่แล้ว การเติมลงไปเพิ่มรังแต่วิ่งล้นออกไป

ไม่ได้ช่วยให้ซึมลึกไปกว่าเดิมเลยครับ

 

ดังนั้น ระยะห่าง 3 เดือนจึงเป็นช่วงเวลา

ที่ประหยัดและให้ความคุ้มค่าคุ้มราคาสูงที่สุดครับ

สรุปรอบสกินบูสเตอร์: ทำไมรีไวฟ์ถึงเป็น 'หัตถการรักษาผล' ไม่ใช่ 'หัตถการสะสมผล'

 

 
















รอบการฉีด Belotero Revive

สภาพผิวแบบคุณ ควรเลือกโปรแกรมแบบไหนดีนะ?

แล้วผิวของเราจัดอยู่ในประเภทไหนล่ะ?

หมอได้เตรียมปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการกำหนดรอบการรักษา

มาสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ตามตรางด้านล่างนี้เลยครับ

สภาพการณ์ของคนไข้

ระยะห่างที่แนะนำ

เหตุผลสำคัญ

ครั้งแรก ~ ครั้งที่สอง

8~10 สัปดาห์

อยู่ในระยะเริ่มต้นสร้างแหล่งกักเก็บ สามารถทำเร็วกว่าปกติได้เล็กน้อย

ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป เพื่อคงสภาพ

12 สัปดาห์ (3 เดือน)

ระยะเวลามาตรฐานตามคู่มือแนะนำ

ผิวแห้งมาก - แห้งกร้านรุนแรง

10~12 สัปดาห์

ผิวสูญเสียน้ำได้เร็วกว่า สามารถขยับระยะเวลาเข้ามาให้เร็วขึ้นอีกนิดได้

ผิวมัน - ผิวผสม

12~16 สัปดาห์

ตัวยามักจะคงอยู่ใต้ชั้นผิวได้นานกว่า

ความพึงพอใจหลังฉีดทันทีต่ำ ↓

12 สัปดาห์ + พิจารณาเปลี่ยนหัตถการ

ผิวของคุณอาจจะไม่เหมาะสมกับกลไกทางเคมีของ Belotero Revive

สิ่งหนึ่งที่หมออยากจะขอเน้นย้ำไว้เลยก็คือ

หากคุณเว้นระยะห่างนานเกิน 6 เดือนขึ้นไป

ก็เหมือนว่าตอนนี้เราต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่อีกรอบครับ

 

เพราะแหล่งกักเก็บความชุ่มชื้นอันเก่าที่สร้างไว้ได้สลายไปหมดสิ้นแล้ว

และต้องการการเติมเต็มใหม่อีกครั้ง

 

ระยะเวลาที่ดีที่สุดและได้ประสิทธิภาพสูงสุดคือระหว่าง

3 เดือน ถึง 5 เดือนครับ

 

นอกจากนี้ ยังมีบางเคสที่หมอมองว่าไม่เหมาะสมกับ Belotero Revive ด้วยเช่นกันครับ

 

เมื่อไม่นานมานี้ มีคนไข้วัย 28 ปีมาปรึกษาหมอ

เธอสนใจ Belotero Revive เพราะต้องการรักษาเรื่องรูขุมขนแถมยังอยากยกกระชับด้วย

ในเคสนี้ หมอเลือกที่จะแนะนำให้เธอทำ รีจูรัน แทนครับ

 

เพราะจุดประสงค์หลักที่เธอคาดหวังคือการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว (Collagen Remodeling)

ไม่ใช่การเน้นคงสภาพแวดล้อมให้ผิวเรียบเนียนอิ่มน้ำครับ

 

แต่ทว่า หากเธอมีปัญหาผิวแห้งกร้านรุนแรงควบคู่มาด้วย

หมอก็คงจะแนะนำให้ทำควบคู่กันทั้ง รีจูรัน + Belotero Revive พร้อมกันครับ

 

ตอบคำถามยอดฮิต 3 ข้อ

ที่คนไข้ถามเข้ามาบ่อยที่สุดแบบไม่ปิดบังครับ

 

Q1. ถ้าฉีด Belotero Revive ครั้งแรกแล้วรู้สึกไม่ค่อยเห็นผลลัพธ์ สามารถเปลี่ยนใจไปทำหัตถการตัวอื่น

โดยไม่จำเป็นต้องรอครบ 3 เดือนได้ไหมคะ?

A. คำถามนี้หมอตอบยากมากเลยครับในประโยคเดียว

เพราะการด่วนสรุปผลลัพธ์ของตัวยาจากการรักษาเพียงแค่ 1 ครั้ง มันอาจจะเร็วเกินไปครับ

 

เนื่องจาก Belotero Revive ต้องใช้เวลาประมาณ 8 สัปดาห์

กว่าที่แหล่งเก็บน้ำใต้ผิวจะค่อนข้างเซ็ตตัว

คนไข้หลายท่านที่ประเมินแค่หลังทำเพียง 2-3 สัปดาห์ จึงมักรู้สึกว่า "ทำไมเฉยๆ จัง"

 

แต่พอเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5-6 คนไข้กลุ่มเดียวกันนี้

มักจะกลับมาพูดว่า "รอบนี้รู้สึกผิวดีและเห็นผลชัดขึ้นเลยค่ะ" กันเยอะมากๆ

 

หมออยากแนะนำให้คุณพิจารณารับบริการอย่างน้อยสัก 2 ครั้งขึ้นไปก่อนตัดสินใจครับ

 

Q2. ในช่วงที่ต้องรอครบ 3 เดือน สามารถฉีด booster ตัวอื่น

(เช่น รีจูรัน / จูวีลุค) ควบคู่ไปด้วยได้ไหมคะ?

A. ถ้าเป้าหมายและผลลัพธ์ของหัตถการแตกต่างกัน

ก็สามารถทำร่วมกันได้ครับ แต่หากคล้ายคลึงกันอาจพิจารณาเว้นตารางการทำ

 

Belotero Revive เน้นในส่วนของการกักเก็บความชุ่มชื้น

ส่วน รีจูรัน จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนคืนความตึงกระชับ

ตามทฤษฎีจึงสามารถทำควบคู่กันได้ไม่มีปัญหาครับ

 

อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการฉีดซ้ำตำแหน่งเดิม

ภายในช่วงเวลาสั้นๆ หรือไม่ถึง 2 สัปดาห์นะครับ

 

เนื่องจากการระคายเคืองและกระตุ้นชั้นใต้ผิวบ่อยเกินไป

อาจทำให้เกิดอาการบวมชั่วคราว หรืออาการอักเสบระคายเคืองที่ยืดเยื้อนานขึ้นได้ครับ

โดยทั่วไปมักแนะนำให้เว้นช่วงอย่างน้อย 4 สัปดาห์จะดูดีที่สุดครับ

 

Q3. สำหรับ Belotero Revive มีผลข้างเคียง

หรือข้อควรระวังพิเศษอะไรบ้างครับ?

A. นี่เป็นหัวข้อที่หมอ

อธิบายคนไข้ในขั้นตอนการให้คำปรึกษาแทบทุกครั้งครับ

สำหรับผลข้างเคียงเฉพาะของตัว Belotero Revive เองนั้น พบน้อยมากๆ ครับ

 

เพียงแต่จุดเด่นของตัวยาที่มี Glycerol อาจทำให้ช่วงแรก

คนไข้รู้สึกตึงๆ หนักๆ ผิวได้บ้าง

ทำให้ในเย็นวันแรกหลังทำ

อาจมีความรู้สึกบวมตึงขึ้นมาเล็กน้อยครับ

 

รวมถึงรอยเข็มเล็กๆ อาจทิ้งรอยช้ำจางๆ ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ตามสภาพผิวของส่วนนั้นๆ

 

แต่ข้อผิดพลาดและเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือการเร่งรีบเพราะ "อยากเห็นผลลัพธ์ไวๆ"

แล้วรีบกลับมาฉีดซ้ำหลังจากผ่านไปเพียง 4 สัปดาห์

ถึงแม้จะไม่ใช่ผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง แต่ทำให้คนไข้เสียค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองไปอย่างไม่จำเป็นครับ

 

สุดท้ายนี้ หากอยากให้จดจำเนื้อหาที่นี่ไปใช้ประโยชน์ได้จริงเพียงนึกถึงหนึ่งอย่าง

— คือจำไว้ว่า Belotero Revive ไม่ใช่การ 'สะสม'

แต่เป็นหัตถการประเภท 'คงสภาพความชุ่มชื้น'

การรักษาระยะห่างที่ 3 เดือน

คือจุดที่เหมาะสมและสมเหตุสมผลที่สุดทั้งด้านผลลัพธ์และราคาครับ

 

ในบทความถัดไป หมอจะแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ

'สำหรับท่านที่เพิ่งเริ่มต้นทำ Belotero Revive เป็นปีแรก

ควรวางแผนล่วงหน้าจัดตารางการดูแลอย่างไรดี'

ฝากติดตามอ่านกันต่อด้วยนะครับ

 

ขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ หมอวี ยองจิน

 

บทความแนะนำที่น่าสนใจ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1