ฟิลเลอร์แก้มลดร่องแก้ม ก่อนฉีดตรงร่อง ให้ดูปริมาณ 0.5–1 cc และตำแหน่ง (ด้านในโหนกแก้ม 1.5 ซม.) ก่อน
เช็กตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ
Q. ร่องแก้มลึกแบบนี้ ก็ต้องเติมฟิลเลอร์ตรงร่องแก้มตรงๆ เลยไม่ใช่เหรอคะ ถึงจะเห็นผล?
A. จริงๆ แล้วผลลัพธ์กลับกันเลยครับ
ถ้าเราเติมฟิลเลอร์เข้าไปตาม "เส้นร่องแก้ม" โดยตรง แทนที่ริ้วรอยจะตึงขึ้น
บางครั้งมันจะทำให้บริเวณร่องแก้มดูหนาและนูนเด่นขึ้นมาจนดูไม่เป็นธรรมชาติครับการเลือกชนิดฟิลเลอร์และพิกัดการฉีดเลยสำคัญมาก!
Q. แล้วทำไมการเติมฟิลเลอร์แก้มส้ม (หน้าแก้ม) ถึงช่วยเรื่องร่องแก้มได้ล่ะครับ?
A. เพราะปัญหาของร่องแก้มไม่ได้อยู่ที่ตัว 'เส้นริ้วรอย' เพียงอย่างเดียวครับ
แต่บ่อยครั้งเกิดจากการที่พยุงผิวบริเวณใบหน้าส่วนกลาง (แก้มส้ม) มันหย่อนคล้อยลงมาทับร่องแก้มครับ

สรุปแบบรวดเร็ว
บทสรุป: แม้ว่าคุณจะกังวลเรื่องร่องแก้มลึก,
แต่การฉีดฟิลเลอร์ลงไปที่ร่องแก้มโดยตรง มักจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุดเสมอไปครับ
การเติมฟิลเลอร์บริเวณหน้าแก้มหรือแก้มส้ม (ห่างจากกระดูกโหนกแก้มด้านในประมาณ 1.5 ซม.) เพียงแค่ 0.5 - 1 cc
ก็ช่วยปรับทิศทางของผิวให้ร่องแก้มดูจางลงได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วครับ
เกณฑ์การวิเคราะห์: ปัญหาเกิดจาก “ร่องริ้วรอยที่ยุบตัวลง”
หรือเกิดจาก “แก้มส้มที่หย่อนคล้อยลงมาทับจนเกิดรอยพับ” ต้องแยกให้ออกครับ
สิ่งที่เราจะมาดูกันวันนี้: ตำแหน่งไหนที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ปัญหาร่องแก้มของคุณจริงๆ
และยามที่ผลลัพธ์ไม่ถูกใจ เราควรใช้ Hyaluronidase (สารสลายฟิลเลอร์) เข้ามาช่วยแก้ปัญหาตอนไหนดี
สิ่งที่จะได้อ่านในบทความนี้
ภาพลวงตาที่เกิดขึ้นเมื่อร่องแก้มไม่ได้มีสาเหตุมาจาก 'เส้นร่องแก้ม' โดยตรง
เหตุผลทางโครงสร้างใบหน้าที่ทำให้ฟิลเลอร์หน้าแก้มน้อยๆ เพียง 0.5 - 1 cc ช่วยดึงร่องแก้มให้ตึงขึ้นได้
การเลือกฟิลเลอร์ตามจุดต่างๆ (ริฝฝีปาก/จมูก/ร่องแก้ม/คาง/หน้าผาก) และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสลายฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์แก้มส้ม vs ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ตัวยาก็เหมือนกัน แต่ทำไม "ตำแหน่งที่ฉีด" ถึงสำคัญขนาดนี้?
ฟิลเลอร์แก้มส้ม เป็นการเติมเต็มปริมาตรผิวที่สูญเสียไปบริเวณใบหน้าส่วนกลาง (Anterior cheek) เพื่อช่วยพยุงและลดแรงกดทับที่ทำให้เกิดรอยพับร่องแก้มครับ
>>> ลองนึกภาพตามง่ายๆ นะครับ ลองใช้นิ้วดึงผิวใต้ตาขึ้นเบาๆ
จะเห็นเลยว่าร่องแก้มดูลอยยกตัวขึ้นและจางลงทันที
ในขณะที่ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะเป็นการเติมฟิลเลอร์เข้าไปเพื่อเติมเต็มร่องลึกตามแนว "เส้นร่องแก้ม" โดยตรง
เพื่อทำให้ร่มเงาที่ดูเป็นหลุมลึกนั้นดูตื้นขึ้นครับ
แต่ยังมีข้อแตกต่างที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งครับ
ฟิลเลอร์หน้าแก้มจะให้ความรู้สึกเหมือนการเดินหน้า ‘ค้ำยันพยุงโครงสร้างผิว’ ข้างบนขึ้น
ในขณะที่ฟิลเลอร์ร่องแก้มดั้งเดิม จะเน้นไปที่การ ‘เติมเต็มรอยพับ’
ทำให้ถึงแม้จะเป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
เมื่อวานตอนให้คำปรึกษา หมอก็ได้อธิบายเคสแบบนี้เหมือนกันครับ
สำหรับลูกค้าที่บอกว่าเติมฟิลเลอร์ตรงร่องแก้มทีไร เวลาถ่ายรูปแล้วยิ่งเห็นเป็นก้อน ชัดขึ้นกว่าเดิม
ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เกิดจาก ‘เส้นร่องแก้มที่ลึกกระด้าง’ หรอกครับ แต่เกิดจาก ‘หน้าแก้มที่คล้อยย้อยลงมา’ มากกว่า
ทำไมฟิลเลอร์แก้มส้มถึงแก้ปัญหาร่องแก้มได้ดี: เปิดตรรกะระดับความลึกและพิกัด 1.5 ซม. จากโหนกแก้มใน
Insight จากหมอวี ยองจิน แห่ง Beautystone
ถ้าฉีดฟิลเลอร์ลงไปที่ร่องแก้มตรงๆ ร่องแก้มอาจจะยิ่งดูบวมเป่งและหนาขึ้นได้ครับ
แต่หากเราเติมฟิลเลอร์เข้าไปตรงแก้มส้ม (ห่างจากกระดูกโหนกแก้มด้านในประมาณ 1.5 ซม.) เพียงแค่ 0.5~1cc ผิวจะถูกดึงรั้งขึ้นข้างบน ส่งผลให้ร่องแก้มดูจางลงอย่างอ่อนโยน
นี่เป็นกลไกเดียวกันกับที่คนที่เพิ่งไปตัดกรามลดโหนกแก้มมา มักจะมาปรึกษาหมอเรื่องแก้มคล้อยครับ
“ถ้าร่องแก้มลึก ก็ต้องฉีดที่ร่องแก้มสิครับ หมอ?”
นี่เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยมากๆ ในห้องตรวจครับ
แต่มีจุดสำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจก่อนนะครับ
ร่องแก้มอาจมีสาเหตุมาจากผิวหน้ายุบตัวลึกเป็นเส้นตรงจุดนั้นจริงๆ ก็มี
แต่น้อยกว่ากรณีที่หน้าแก้มช่วงบนย้อนคล้อยลงมาทับจนเกิดเป็น ‘รอยพับเป็นชั้นขอบร่องแก้ม’ ซึ่งเป็นเคสที่พบได้บ่อยกว่ามากๆ ครับ
หากเราดูตามหลักกายวิภาค บริเวณใบหน้าส่วนกลางจะมีชั้นไขมันสำคัญอย่าง
malar fat pad (ไขมันบริเวณโหนกแก้ม),
deep medial cheek fat (DMCF,
ไขมันหน้าแก้มชั้นลึก) และกลุ่มไขมันเหล่านี้
จะมีเส้นเอ็นยึดผิวที่เรียกว่า retaining ligament (เอ็นยึดตรึงใบหน้า) คอยยึดประคองไว้
เมื่อโครงสร้างที่คอยค้ำยันเหล่านี้เริ่มอ่อนแอลงตามวัย
บริเวณร่องแก้มจึงไม่ใช่แค่รอย "ยุบตัวของผิว" อีกต่อไป แต่มันกลายเป็น "เส้นแบ่งขอบของการพับคลา้อย" ครับ
ดังนั้น ถ้าเราเลือกเติมฟิลเลอร์เติมไปตามแนวเส้นร่องแก้มตรงๆ
มันเหมือนกับการไปแอดอับน้ำหนักเพิ่มเข้าไปตรงขอบรอยพับนั้นพอดี
แทนที่จะดูเด็กขึ้น ร่องแก้มอาจจะยิ่งหนาและอูมเด่นชัดขึ้นได้ครับ
โดยเฉพาะในเวลาที่ยิ้มกว้างๆ
ในทางตรงกันข้าม หากเราทำการฉีดเข้าไปที่บริเวณหน้าแก้ม
โดยเฉพาะตรงพิกัด "จุดพยุงหน้าแก้ม" ที่อยู่ห่างจากกระดูกโหนกแก้ม (zygoma) เข้ามาด้านในประมาณ 1.5 ซม.
ฉีดเพียงแค่จุดละ 0.5 - 1 cc เท่านั้น ก็เพียงพอที่จะสร้างทิศทางเวกเตอร์ในการดึงรั้งผิวขึ้นด้านบน
ผลลัพธ์คือจะทำให้ร่องแก้มค่อยๆ คลี่ตัวสยายและดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติและไม่เป็นก้อนครับ
ลูกค้าหลายคนที่ผ่านการผ่าตัดลดขนาดโหนกแก้มมา
แล้วเข้าพบหมอด้วยคำถามว่า "ทำไมหน้าเหี่ยวคล้อยชัดขึ้นมากหลังผ่าตัด" โครงสร้างใบหน้าแบบนี้เลยสามารถใช้อธิบายกลไกเดียวกันได้เลยครับ
หลายคนคงจะมีความกังวลตามมาว่า “แล้วถ้าฉีดฟิลเลอร์ออกมาแล้วไม่ถูกใจล่ะครับ?”
Hyaluronidase เป็นเอนไซม์ที่ใช้ย่อยสลายฟิลเลอร์กลุ่ม HA ได้อย่างปลอดภัยครับ
ในคลินิกเรามักจะเรียกสั้นๆ ว่า 'ยาฉีดสลายฟิลเลอร์' หรือ 'ไฮยาเลส'
แต่ยาตัวนี้ก็ไม่ใช่ว่านึกจะใช้ก็ใช้ได้ทันทีนะครับ
การสลายฟิลเลอร์เร็วเกินไป อาจจะทำให้ผิวหนังมีอาการบวมหรือเป็นคลื่นขรุขระชั่วคราวชัดเจนขึ้นได้
หรืออาจรู้สึกว่าน้ำหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติในชั้นผิวของตัวเองดูลดน้อยลงไปด้วยในช่วงแรก
อย่างไรก็ตาม ถ้าสุดท้ายทรงมันออกมาหนาเกินไปจนดู "หน้าอูมเบียร์"
การตัดสินใจฉีดสลายออกแล้วดีไซน์ปรับโครงสร้างกันใหม่ ก็อาจเป็นทางออกที่ช่วยชีวิตคุณได้เร็วกว่าการรอให้ยุบไปเองครับ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หมอต้องอธิบายคนไข้ในห้องปรึกษาบ่อยมากๆ สัปดาห์ละไม่ต่ำกว่าสองสามครั้งเลยครับ
อย่างเดือนก่อน มีลูกค้าท่านหนึ่งอายุ 31 ปี เดินตามใจเพื่อนเข้ามาในห้องปรึกษาด้วยกัน
ทีแรกเธอบอกว่า “วันนี้ฉันมาเป็นเพื่อนเฉยๆ ครับ ขอนั่งดูเฉยๆ นะครับ”
แต่พอหมอเริ่มคุยเจาะลึกเรื่องโครงสร้างร่องแก้มเท่านั้นแหละ สีหน้าเธอเปลี่ยนทันทีเลยครับ
เธอเล่าว่าทุกครั้งเวลาถ่ายรูป ร่องแก้มเธอจะปูดพองขึ้นมาจนเห็นได้ชัด
ยิ่งฉีดฟิลเลอร์มาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมองเห็นเป็นขอบฟิลเลอร์ชัดเจนมากกว่าดึงร่องแก้มขึ้น
วันนั้นหมอเลยแนะนำว่า "อย่าเพิ่งเติมฟิลเลอร์ลงไปที่ร่องแก้มเพิ่มเลยนะครับ"
หมอเริ่มตรวจประเมินแรงพยุงผิวบริเวณหน้าแก้มก่อน
แล้วเลือกหยิบทริคเติมฟิลเลอร์เข้าไปพยุงโครงหน้าแก้มฝั่งละประมาณ 0.8 cc แล้วนัดติดตามอาการ
ผ่านไป 2 สัปดาห์ เธอกลับมาเช็กอัพพร้อมบอกว่า ทั้งๆ ที่ไม่ได้ไปยุ่งกับเส้นร่องแก้มเลย
แต่ลองเซลฟี่ดูแล้วเงาของร่องแก้มดูจางลงอย่างเห็นได้ชัดและเป็นธรรมชาติมากๆ
สำหรับหน้าประเภทนี้ ปัญหาไม่ได้จบที่ปลายเหตุอย่างร่องแก้ม แต่เป็นที่ 'ใบหน้าระดับแก้มส้มคล้อยย้อยตัวลงมา' ต่างหากครับ
สรุปหัวใจสำคัญจากหมอวี ยองจิน
ปัญหาร่องแก้ม ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการที่ “เส้นผิวหนังมันลึกลงไป”
แต่เกิดจากการที่ “แก้มส้มส่วนบนคล้อยลงมาพับจนเกิดเป็นเส้นแบ่งช่องว่าง”
ก่อนจะเลือกถมฟิลเลอร์เข้าไปที่เส้นร่องแก้มโดยตรง ลองเริ่มต้นพิจารณาการฉีดเพื่อยกหน้าแก้มพยุงผิวขึ้นดูก่อน จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติตอบโจทย์สไตล์ K-beauty มากกว่าครับ
ฟิลเลอร์แต่ละส่วนของใบหน้า ส่วนไหนสำคัญเป็นอันดับแรกเมื่ออยากแก้ไขปัญหาร่องแก้ม?
หมอสรุปหน้าที่ของการแก้ไชด้วยฟิลเลอร์แต่ละส่วนในบรรทัดเดียวให้เห็นภาฑชัดๆ ดุมดิวกันครับ
ฟิลเลอร์ปาก/จมูก/ร่องแก้ม/คาง/หน้าผาก ล้วนมี “จุดประสงค์และฟังก์ชัน” ที่แตกต่างกันออกไป
และบางตำแหน่งที่ไม่คาดคิดก็กลับส่งผลต่อความตื้น-ลึกของร่องแก้มเฉลียงๆ ได้ครับ
หมอสรุปมาให้อ่านเป็นตารางแบบเข้าใจง่ายๆ นะครับ
ตำแหน่ง | ผลลัพธ์ต่อการช่วยบรรเทาร่องแก้ม | อาการที่แนะนำให้เลือกพิจารณาตำแหน่งนี้ก่อน | จุดที่ต้องพึงระวังเป็นพิเศษ |
|---|---|---|---|
แก้มส้ม (หน้าแก้ม) | ช่วยลดแนวรอยพับทำให้ “เงาร่องแก้ม” ดูจางลง | รู้สึกว่าพอยิ้มแล้วขอบร่องแก้มดูลึกเด่นชัดขึ้น | หากเลือกวางชั้นผิว (Plane) ผิดพลาด อาจทำให้หน้าแก้มดูเป็นก้อนอูมหนาได้ |
เส้นร่องแก้ม (ริ้วรอยลึก) | ทำหน้าที่เติมเต็มร่องตัดที่ผิวโดยตรง | ถึงจะผ่อนคลายใบหน้าไม่ยิ้ม แต่ก็ยังเห็นเส้นรอยพับติดอยู่ตลอดเวลา | หากเติมปริมาณมากเกินไปจะทำให้ดูผิวเป็นก้อนบวมเป่งได้ง่าย |
จมูก (แกนจมูก/ปลายจมูก) | มีผลต่อร่องแก้มทางอ้อมน้อยมาก | เมื่อต้องการปรับสมดุลมิติดึงระดับจุดศูนย์กลางใบหน้า | ด้วยคุณลักษณะโครงสร้างเฉพาะของจุดนี้ ต้องรักษาด้วยแผนที่รอบคอบและเซฟๆ ไว้ก่อน |
ริมฝีปาก | ไม่ได้ช่วยปัญหาร่องแก้มโดยตรง แต่ปรับมู้ดริมฝีปากให้ดูดีขึ้น | ขอบมุมปากดูบาง มีสไตล์อารมณ์บึ้งตึงหรือคว่ำลง | เป็นส่วนที่อาจเห็นความบวมช้ำหรือความไม่เท่ากันหลังทำได้ชัดเจนกว่าจุดอื่น |
คาง | ช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าส่วนล่าง เปลี่ยน “มิติมุมมอง” ของร่องแก้มให้ภาพรวมดีขึ้น | ใบหน้าดูสั้น แบน ทำให้ร่องแก้มเด่นชัดขึ้นผิดปกติ | รูปทรงอาจเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมการบดเคี้ยว/เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณปลายคาง |
หน้าผาก | ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาร่องแก้มโดยตรง | มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับแต่งส่วนบนของใบหน้าให้อิ่มเอิบบาลานซ์สวย | จุดมุ่งหมายการดีไซน์แตกต่างจากการแก้ไขร่องแก้มโดยสิ้นเชิง |
ดูตารางแล้วน่าจะจับทิศทางได้ง่ายขึ้นใช่ไหมคะ?
หากเรามองว่าทางออกของร่องแก้มคือ "ต้องฉีดเข้าไปที่ร่องแก้มเท่านั้น" ผลคือเราก็จะวนเวียนอยู่แต่กับการอัดสารเติมเต็มลงไปตรงนั้น
จนทำให้ใบหน้าส่วนนั้นดูหนาเตอะไม่เป็นธรรมชาติในท้ายที่สุดนั่นเองครับ

ฟิลเลอร์หน้าแก้ม-ร่องแก้ม 3 คำถามยอดฮิตที่ใครๆ ก็ต้องถามในห้องปรึกษา
Q1. สรุปแล้วคนที่ผ่าตัดลดโหนกแก้มมา หากเติมฟิลเลอร์หน้าแก้มจะช่วยเรื่องร่องแก้มได้ผลไหมคะ?
A. ขอแจงรายละเอียดผ่านเคสจริงที่หมอเพิ่งรักษาไปเมื่อเร็วๆ นี้เลยนะครับ
เมื่อเดือนที่แล้วมีลูกค้าอายุ 31 ปี เดินตามเพื่อนร่วมทริปเข้ามาคุยด้วย
เธอเลิกเซลฟีกลัวกล้องเพราะเรื่องร่องแก้มลึกเลยครับ
ผิวของเธอเป็นแนวที่ถ้าอัดฟิลเลอร์ตรงร่องแก้มเข้าโดยตรงมีแต่จะเป่งบ่นบวมแน่นอนครับ
วันนั้นหมอใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 0.8 cc หยดพยุงยกกระชับแก้มส้มฝั่งด้านในเป็นเสาค้ำดันขึ้นมาก่อน
ดังนั้น ไม่ว่าจะผ่านการทำศัลยกรรมลดโหนกแก้มมาหรือไม่ก็ตาม
เมื่อแกนโครงพยุงหย่อนคล้อยที่เราดึงทิศเวกเตอร์หงายหน้ากระชับขึ้น เงารอยพับก็สามารถดูเรือนร่างจางไปได้ง่ายๆ เหมือนกันครับ
มาถึงตรงนี้ หลายๆ คนก็น่าจะสงสัยต่อในประเด็นนี้ใช่ไหมคะ
Q2. ฟิลเลอร์หน้าแก้ม ปกติจะสามารถคงอยู่ได้นานประมาณกี่เดือนครับ?
A. เพื่อให้ตอบตรงประเด็นตามอ้างอิงสถิติการใช้งานจริงนะครับ
ฟิลเลอร์ประเภทสาร Hyaluronic Acid ไม่ใช่อุปกรณ์ถาวรที่อยู่ตลอดชีวิต แต่มันจะค่อยๆ สลายตัวไปตามกลไกธรรมชาติครับ
ตามประสบการณ์คลินิก คนไข้ประมาณ 7 ใน 10 คน มักจะเริ่มสัมผัสได้ถึงความอิ่มฟูที่ลดน้อยลงจากเดิม
ในช่วงเฉลี่ยประมาณ 10 - 12 เดือนแรกครับ
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์ชอบขยับใบหน้าบ่อย พูดคุยหัวเราะเก่ง หรือน้ำหนักขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ฟิลเลอร์ในร่างกายก็อาจจะหมดประสิทธิภาพสลายตัวเร็วกว่าคนอื่นได้เล็กน้อยครับ
ในทางตรงกันข้าม ปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดในส่วนใบหน้าช่วงกลางของหลายๆ เคสก็สตรองมากอยู่ได้นานกว่าที่คาดคิดนะครับ
โดยทั่วไปให้ทดไว้ในใจประมาณ 1 ปีเป็นค่ามาตรฐานในการดูแลรักษาสภาพฟิลเลอร์ร่วมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองครับ
และคำถามสุดท้ายยอดนิยมสูงสุดคือข้อนี้ครับ
Q3. ถ้าหลังจากรับบริการไปแล้วรู้สึกทรงไม่ถูกใจ สามารถใช้เอนไซม์ Hyaluronidase เข้ามาฉีดสลายออกได้ทันทีเลยไหมคะ?
A. มีหลายพ้อยท์เรื่องจุดนี้ที่ชาวเน็ตและลูกค้าหลายๆ ท่านแอบเข้าใจคลาดเคลื่อนกันครับ
การจะมองว่า “มีปัญหาก็ล้างกระดานฉีดลบออกทันทีก็หมดเรื่อง” ความเป็นจริงขั้นตอนไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ
สรุปใจความสำคัญคือ หมออยากแนะนำคนไข้ให้เว้นเวลาดูฟอร์มเข้าที่สักประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนตัดใจนะครับ
หากพ้นสัปดาห์แรกไปแล้วยังไม่แฮปปี้กับดีไซน์จริงๆ
ตอนนั้นเราค่อยใช้ Hyaluronidase ทำหน้าที่ฉีดแก้สลายฟิลเลอร์ชั้นเดิมได้แบบไร้กังวลครับ
การทำงานของ Hyaluronidase แม้จะเป็นไปเพื่อการทำลายพันธะโมเลกุล HA ฟิลเลอร์ให้ออกจากร่างกายก็จริง
แต่พึงระลึกว่าผิวอาจยังมีความบวมช้ำจากเข็มหรือปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อสมานตัวเองแฝงอยู่ ณ ขณะนั้นด้วย
ในทางจิตวิทยา หากรีบร้อนสลายแก้ไขในขณะที่เนื้อผิวยังอยู่ในระยะฟักตัวช้ำสะสมภายในไม่ถึงสัปดาห์
แม้ตัวเนื้อฟิลเลอร์จะหายแว่บไปจริง แต่กล้ามเนื้อการแสดงอารมณ์บนใบหน้าอาจมีปัญหาตึงๆ ขัดๆ แปลกๆ ชั่วเวลาหนึ่งหลังสลายได้
เรื่องที่เร่งด่วนเราต้องแก้ไขอย่างฉับพลัน ส่วนเรื่องที่ต้องรอคอยให้เวลาเยียวยาก็ต้องดำเนินการไปตามลำดับขั้นตอนธรรมชาติอย่างใจรักและอดทนครับ
จดจำไว้นะครับ อย่ามองระดับสายตาของร่องแก้มเป็นเพียง ‘แค่ขีดดินสอเส้นตรง’ แต่ให้มองว่ามันคือ ‘รอยพับสบตัว’ อันเกิดจากการทับลงมาเนื่องจากจุดหน้าแก้มอ่อนแรง คำตอบของการเลือกซ่อมสร้างก็จะสวยอิ่มละมุนแตกต่างกว่าเดิมทันทีเลยครับ
ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์คอนเทนต์แบบลงรายละเอียดว่า “พิกัดและชั้นความลึกของการพยุงจุดหน้าแก้ม เค้าซอยจำแนกแบ่งแยกการวิเคราะห์กันอย่างพิถีพิถันยังไงต่อ” เพื่อพาไปพบเหตุผลว่า แม้จะใช้ปริมาตรของยาฟิลเลอร์ 0.8 cc เท่ากันเป๊ะ แต่ทำผลลัพธ์ถึงส่งประกายแตกต่างกันขนาดนี้ หวังว่าคอนเทนต์นี้จะโดนใจสายความงามรักษานะครับ หมอวี ยองจิน สวัสดีครับ
บทความน่าอ่านที่แนะนำคู่กัน

ยกกระชับ
Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้
ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?
เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ผิว
Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?
รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?
กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิว
ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ
ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

กำจัดขน
ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?
ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ



