• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ยิ่งฉีดร่อง ยิ่งดูบวม ทำไม?

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ยิ่งฉีดร่อง ยิ่งดูบวม ทำไม?

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ยิ่งฉีดร่อง ยิ่งดูบวม ทำไม?

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ตรงร่องแก้ม ลองเช็กปริมาณ 0.5-1cc และตำแหน่งเสริมในโหนกแก้ม 1.5cm ก่อนนะคะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

ก่อนอ่านต่อ เช็กตรงนี้ก่อนนะคะ

Q. ร่องแก้มต้องฉีดฟิลเลอร์ตรงเส้นร่องแก้มเลยถึงจะเห็นผลไม่ใช่เหรอคะ?

A. อันที่จริงตรงกันข้ามเลยครับ

ถ้าฉีด “ตามแนวเส้น” ร่องแก้มตรง ๆ ริ้วรอยมักไม่คลี่ออก

แต่กลับทำให้เส้นดูอูมนูนขึ้นจนเห็นชัดกว่าเดิมได้ครับ

การเลือกฟิลเลอร์ให้ถูกจุดสำคัญมากค่ะ!

Q. แล้วทำไมฟิลเลอร์แก้มหน้าถึงส่งผลต่อร่องแก้มได้คะ?

A. เพราะร่องแก้มไม่ใช่ปัญหาที่ตัว “เส้น”

ส่วนใหญ่เกิดจากแรงพยุงของกลางใบหน้า (แก้มหน้า) ที่หย่อนคล้อยลงมาต่างหากครับ

โครงสร้างพยุงแก้มหน้าที่กำหนดผลลัพธ์ฟิลเลอร์ต่อร่องแก้ม เทียบกับความอูมนูนของเส้นร่องแก้ม

 

สรุปเร็ว ๆ














สรุป. ต่อให้กังวลเรื่องร่องแก้มอยู่ก็ตาม

การฉีดตรงเส้นร่องแก้มโดยตรงก็ไม่ใช่คำตอบที่ถูกเสมอไปค่ะ

 

แค่เติมแก้มหน้า (จุดในโหนกแก้มด้านใน ประมาณ 1.5 ซม.) เพียง 0.5-1 ซีซี

ก็ช่วยให้ร่องแก้มดูจางลงได้ค่ะ

 

จุดที่ต้องแยกให้ออก. คือเป็น “ปัญหาเส้นร่องที่บุ๋มลง”

หรือ “ปัญหาแก้มหน้าที่หย่อนลงมาจนเกิดรอยพับ” กันแน่ค่ะ

 

สิ่งที่จะได้จากบทความนี้. คุณจะรู้ว่าร่องแก้มของตัวเองควรฉีดฟิลเลอร์ตรงไหน

และรู้จนถึงขั้นตัดสินใจได้ว่า ถ้าไม่ถูกใจควรใช้ไฮยาลูโรนิเดส (ตัวสลายฟิลเลอร์) ตอนไหนค่ะ

 

สิ่งที่จะเจอในบทความนี้

  • ภาพลวงตาที่เกิดขึ้นเมื่อร่องแก้มไม่ใช่ “ปัญหาที่เส้นร่องแก้ม”

  • เหตุผลเชิงโครงสร้างที่ฟิลเลอร์แก้มหน้า (จุดในโหนกแก้มด้านใน 1.5 ซม.) 0.5-1 ซีซี ส่งผลต่อร่องแก้ม

  • การเลือกฟิลเลอร์ตามจุดต่าง ๆ (ปาก/จมูก/ร่องแก้ม/คาง/หน้าผาก) และจังหวะการใช้ไฮยาลูโรนิเดส

 

ฟิลเลอร์แก้มหน้ากับร่องแก้ม ฟิลเลอร์ตัวเดียวกัน ทำไม “ตำแหน่งที่ฉีด” ถึงสำคัญ?

 

ฟิลเลอร์แก้มหน้าเป็นหัตถการที่เสริมความอิ่มให้กลางใบหน้า (Anterior cheek) ที่ยุบตัวลง

เพื่อลดแรงที่ทำให้ร่องแก้มดูเป็นรอยพับค่ะ

>>> ลองคิดง่าย ๆ ด้วยการบีบใต้ตาเบา ๆ ดูสิคะ

จะเห็นว่าร่องแก้มจางหายไปเลยค่ะ

 

ส่วนฟิลเลอร์ร่องแก้มคือการเติมวอลลุ่มลงไปที่ตัว “เส้น” ร่องแก้มโดยตรง

เพื่อให้เงาของร่องแก้มดูจางลงค่ะ

แต่ยังมีความต่างอีกอย่างหนึ่งค่ะ

 

แก้มหน้าให้ความรู้สึกเหมือนการยก “เสาค้ำ” ขึ้น

ส่วนเส้นร่องแก้มให้ความรู้สึกเหมือนการเติมเต็ม “รอยพับ”

ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (HA) ตัวเดียวกัน แต่ผลลัพธ์จึงต่างกันได้ค่ะ

 

เมื่อวานนี้ในห้องปรึกษา หมอก็เพิ่งพูดเรื่องเดียวกันนี้เองค่ะ

คนไข้ที่ฉีดแต่ตรงร่องแก้มมาตลอด แต่พอถ่ายรูปกลับยิ่งเห็นชัดขึ้น

ส่วนใหญ่มักไม่ใช่เพราะ ‘เส้นลึก’ แต่ใกล้เคียงกับ ‘แก้มหน้าหย่อนลงมา’ มากกว่าค่ะ

 

ทำไมฟิลเลอร์แก้มหน้าถึงส่งผลต่อร่องแก้ม: หลักการเรื่องความลึกและจุด 1.5 ซม. ด้านในโหนกแก้ม

 

อินไซต์สำคัญจากหมอวี ยองจิน

ถ้าฉีดฟิลเลอร์ตรงร่องแก้มโดยตรง มีแต่จะทำให้ดูบวมขึ้นเท่านั้นครับ

แค่ฉีดแก้มหน้า (จุดในโหนกแก้มด้านใน 1.5 ซม.) เพียง 0.5-1 ซีซี ผิวก็จะถูกดึงขึ้น ทำให้ร่องแก้มจางลงครับ

หลักการเดียวกันนี้เองที่อธิบายได้ว่าทำไมคนที่กรอโหนกแก้มมาถึงบ่นเรื่องหน้าหย่อนคล้อยครับ

“ถ้าเป็นร่องแก้ม ก็ต้องฉีดตรงร่องแก้มไม่ใช่เหรอคะ?”

คำถามนี้หมอได้ยินในห้องตรวจบ่อยมากจริง ๆ ครับ

แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญอยู่อย่างหนึ่งครับ

ร่องแก้มบางเคสก็เกิดจากตัวเส้นที่บุ๋มลงไปจริง ๆ

แต่ที่พบบ่อยกว่ามากคือกรณีที่แก้มหน้าถูกดันลงมาจน ‘พับเป็นรอย’ ครับ

 

ถ้ามองในเชิงกายวิภาค กลางใบหน้าจะมี

malar fat pad (ชั้นไขมันโหนกแก้ม)

deep medial cheek fat (DMCF

หรือชั้นไขมันแก้มลึกด้านใน) เป็นช่องไขมันแยกกันอยู่

และมี retaining ligament (เอ็นยึดพยุง) ที่คอยยึดชั้นไขมันเหล่านี้ไว้ครับ

เมื่อโครงสร้างพยุงนี้อ่อนแรงลง

บริเวณร่องแก้มก็จะกลายเป็น “ขอบรอยพับ” มากกว่าจะเป็น “รอยบุ๋ม” ครับ

 

เพราะแบบนี้ ถ้าฉีดฟิลเลอร์ ‘ตามแนวเส้น’ ร่องแก้มตรง ๆ

ก็จะเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้ขอบรอยพับเข้าไปอีก

จนบางทีเส้นกลับดูอูมนูนขึ้นแทนครับ

โดยเฉพาะตอนยิ้มจะยิ่งเห็นชัดครับ

 

ในทางกลับกัน แก้มหน้า โดยเฉพาะ

บริเวณที่ห่างจากโหนกแก้ม (zygoma) เข้ามาด้านในประมาณ 1.5 ซม.

หรือ “จุดพยุงแก้มหน้า” แค่ฉีดเพียง 0.5-1 ซีซี

ก็สร้างแรงดึงผิวขึ้นด้านบนได้

จนทำให้ร่องแก้มดูจางลงครับ

คนที่เคยทำศัลยกรรมโหนกแก้ม (กรอลดโหนกแก้ม)

ที่บ่นว่า “หน้ายิ่งหย่อนคล้อยชัดขึ้น” ก็อธิบายได้ด้วยโครงสร้างเดียวกันนี้ครับ

 

พอถึงตรงนี้ คำถามที่ตามมาก็คือ “ถ้าฉีดแล้วไม่ถูกใจจะทำยังไงคะ?”

ไฮยาลูโรนิเดส (hyaluronidase) คือเอนไซม์ที่ใช้สลายฟิลเลอร์ HA ครับ

ในห้องตรวจบางทีก็เรียกสั้น ๆ ว่า ‘ไฮยาลาเซ่’ ครับ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไปนะครับ

ถ้ารีบสลายเร็วเกินไป อาจทำให้บวมหรือผิวขรุขระเห็นชัดขึ้นชั่วคราว

หรือรู้สึกเหมือนความชุ่มชื้นของเนื้อเยื่อตัวเองลดลงไปด้วยได้ครับ

แต่ถ้ารูปร่างออกไปทาง “บวมนูน”

บางทีการจัดการแก้ไขแล้วเริ่มใหม่ก็เป็นทางที่เร็วกว่าการรอเฉย ๆ ครับ

สถานการณ์และจังหวะที่ต้องใช้ไฮยาลูโรนิเดสสลายฟิลเลอร์ ในการแก้ไขร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์แก้มหน้า

จริง ๆ เรื่องนี้หมอได้ยินในห้องตรวจสัปดาห์ละสองสามครั้งเลยครับ

 

เดือนที่แล้วมีคนไข้อายุ 31 ปีตามเพื่อนเข้ามาในห้องปรึกษาด้วยกัน

ตอนแรกก็บอกว่า “ฉันแค่มาดูเฉย ๆ ค่ะ”

แต่พอบทสนทนาเริ่มพูดถึงเรื่องร่องแก้ม สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีเลยครับ

เพราะตอนถ่ายรูป บริเวณร่องแก้มดูอูมนูนขึ้น

จนรู้สึกว่าฟิลเลอร์กลับยิ่งดูเห็นชัดกว่าเดิมครับ

 

วันนั้นหมอไม่ได้ตัดสินใจ “ฉีดเพิ่มที่เส้นร่องแก้ม” ทันทีครับ

แต่เช็กแรงพยุงฝั่งแก้มหน้าก่อนเป็นอันดับแรก

แล้วฉีดประมาณข้างละ 0.8 ซีซีที่จุดแก้มหน้า จากนั้นดูผลลัพธ์ก่อนครับ

พอมาติดตามผลอีก 2 สัปดาห์ต่อมา ทั้งที่ไม่ได้แตะเส้นร่องแก้มเลย

คนไข้บอกว่าเงาร่องแก้มในเซลฟี่ของตัวเองจางลงก่อนแล้วครับ

เคสแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มีต้นตอที่เส้นร่องแก้ม แต่อยู่ที่ ‘กลางใบหน้าหย่อนลง’ ครับ

สรุปสำคัญจากหมอวี ยองจิน

ร่องแก้มมักไม่ใช่เพราะ “เส้นบุ๋มลง”

แต่ที่พบบ่อยกว่าคือ “แก้มหน้าหย่อนลงจนเกิดขอบรอยพับ” ครับ

ก่อนจะเติมเต็มแค่เส้นร่องแก้มอย่างเดียว ลองจัดการแรงพยุงแก้มหน้าก่อนน่าจะเป็นทิศทางที่เป็นธรรมชาติกว่าครับ

 

ฟิลเลอร์แต่ละจุด ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ต่อร่องแก้ม ควรเริ่มที่ไหนก่อน?

สรุปฟิลเลอร์แต่ละจุดเป็นประโยคเดียวได้แบบนี้ค่ะ

ปาก/จมูก/ร่องแก้ม/คาง/หน้าผาก แต่ละจุดมี “จุดประสงค์” ต่างกัน

และบางจุดก็ส่งผลทางอ้อมต่อการปรับปรุงร่องแก้มได้ด้วยค่ะ

 

ลองทำเป็นตารางให้ดูง่ายขึ้นค่ะ

บริเวณ

ทิศทางที่ส่งผลต่อร่องแก้ม

ควรพิจารณาก่อนเมื่อ

จุดที่ต้องระวัง

แก้มหน้า (กลางใบหน้า)

ลดรอยพับ ช่วยให้ “เงา” จางลง

เมื่อขอบร่องแก้มเห็นชัดตอนยิ้ม

ถ้าฉีดผิดชั้น (plane) แก้มอาจดูทู่ ไม่เป็นธรรมชาติ

เส้นร่องแก้ม (แนวริ้วรอย)

เติมเต็มรอยบุ๋มของตัวเส้น

ประเภทที่เส้นบุ๋มลึกแม้ในรูปนิ่ง

ถ้าฉีดมากไปจะดูบวมนูนได้ง่าย

จมูก (ปลายจมูก/สันจมูก)

ส่งผลโดยตรงน้อย

เมื่อต้องการปรับสมดุลใจกลางใบหน้า

ด้วยลักษณะเฉพาะของจุดนี้ ต้องวางแผนอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

ริมฝีปาก

เปลี่ยนลุครอบปากมากกว่าผลต่อร่องแก้ม

เมื่อริมฝีปากบางจนดูหน้าตก

สังเกตอาการบวมหรือไม่สมมาตรได้ค่อนข้างง่าย

คาง

เปลี่ยน “ลุค” ของร่องแก้มผ่านสัดส่วนใบหน้าส่วนล่าง

เมื่อใบหน้าดูสั้นจนร่องแก้มเด่นชัดขึ้น

เส้นอาจเปลี่ยนไปตามการสบฟันหรือพฤติกรรมของปลายคาง

หน้าผาก

เกี่ยวข้องกับร่องแก้มโดยตรงค่อนข้างน้อย

เมื่อเป้าหมายคือปรับลุคใบหน้าส่วนบน

เป้าหมายการออกแบบต่างจากการแก้ไขร่องแก้ม

พอดูตารางแล้วน่าจะเห็นภาพชัดขึ้นค่ะ

ถ้ามองว่าร่องแก้มเป็นปัญหาที่ “แค่เส้นร่องแก้ม” ก็จะฉีดจุดเดิมซ้ำ ๆ ทุกครั้ง

และสุดท้ายก็อาจเจอเคสที่ยังมีความอูมนูนหลงเหลืออยู่ค่ะ

คำถามเรื่องระยะเวลาคงอยู่ จังหวะสลายฟิลเลอร์ และอาการบวม ที่จะตอบใน FAQ ฟิลเลอร์แก้มหน้ากับร่องแก้ม

 

 

ฟิลเลอร์แก้มหน้ากับร่องแก้ม 3 คำถามที่ต้องเจอในห้องปรึกษา

 

Q1. ทำศัลยกรรมโหนกแก้มมาแล้ว ฟิลเลอร์แก้มหน้าจะยังช่วยเรื่องร่องแก้มได้ไหมคะ?

A. หมอขอตอบด้วยเคสของคนไข้ที่เพิ่งถามเรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้ครับ

เดือนที่แล้วมีคนไข้อายุ 31 ปีตามเพื่อนมาด้วย

แล้วบอกว่าตัวเองไม่ชอบถ่ายรูปเพราะเรื่องร่องแก้มครับ

คนไข้คนนี้เป็นประเภทที่ถ้าฉีดตรงเส้นร่องแก้มแล้วจะดูอูมนูน

หมอเลยสร้าง “แรงพยุง” ที่แก้มหน้า (จุดในโหนกแก้มด้านใน) ด้วย 0.8 ซีซีก่อนครับ

ไม่ว่าจะเคยทำศัลยกรรมโหนกแก้มมาหรือไม่ก็ตาม

ถ้าพยุงแกนที่หย่อนลงมาให้ยกขึ้น เงาร่องแก้มก็อาจจางลงก่อนได้ครับ

 

อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะสงสัยเรื่องนี้ต่อครับ

 

Q2. ฟิลเลอร์แก้มหน้าอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

A. ถ้าดูจากสถิติแล้วคำตอบค่อนข้างชัดเจนครับ

ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกไม่ได้อยู่ถาวร แต่ใกล้เคียงกับ “ค่อย ๆ ลดลง” มากกว่าครับ

จากประสบการณ์ทางคลินิก ประมาณ 7 ใน 10 คนจะรู้สึกได้ในช่วง 10-12 เดือน

ว่า “ไม่เท่าเดิมเหมือนตอนแรกแล้ว” ครับ

แต่คนที่ใช้กล้ามเนื้อใบหน้าเยอะ หรือน้ำหนักตัวขึ้น ๆ ลง ๆ มาก อาจยุบเร็วกว่านั้น

ในทางกลับกัน บางเคสกลางใบหน้าก็อยู่ได้นานกว่าที่คิดเหมือนกันครับ

ให้ยึดประมาณ 1 ปีเป็นเกณฑ์คร่าว ๆ แล้วปรับตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้เลยครับ

 

คำถามสุดท้ายที่หมอได้ยินบ่อยที่สุดคือข้อนี้ครับ

 

Q3. ถ้าไม่ถูกใจ สลายด้วยไฮยาลูโรนิเดสทันทีเลยได้ไหมคะ?

A. หลายคนเข้าใจผิดตรงนี้ครับ

มันไม่ได้ง่ายแบบ “สลายทันทีก็จบ” นะครับ

พูดง่าย ๆ คือลองรอดูสัก 1 สัปดาห์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจครับ

หลังจากนั้นถ้ายังไม่ถูกใจ

ค่อยสลายด้วยไฮยาลูโรนิเดสก็ได้ครับ

 

ไฮยาลูโรนิเดสสลายฟิลเลอร์ HA ได้จริง

แต่ก็อาจมีอาการบวมหรือปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อซ้อนทับเข้ามาด้วยได้ครับ

จากประสบการณ์ ถ้ารีบจัดการภายในหนึ่งสัปดาห์

แม้รูปทรงจะเรียบร้อยขึ้น แต่บางทีก็ยังเหลือความขัดเขินบนสีหน้าอยู่ชั่วคราวครับ

เรื่องไหนต้องรีบก็รีบ เรื่องไหนต้องรอดูช้า ๆ ก็ควรรอดูช้า ๆ ถึงจะถูกต้องครับ

 

อย่ามองร่องแก้มเป็นแค่ ‘เส้น’ อย่างเดียว แต่ถ้ามองเป็น ‘รอยพับ’ ที่เกิดจากแรงพยุงแก้มหน้าหย่อนลงมา คำตอบก็จะเปลี่ยนไปค่ะ


บทความหน้าจะพาไปเจาะลึกเรื่อง “จุดแก้มหน้าที่ความลึก (ชั้น) ต่างกัน ให้ผลต่างกันอย่างไร” พร้อมอธิบายฉากที่แม้ใช้ 0.8 ซีซีเท่ากัน แต่ผลลัพธ์กลับต่างกันได้ครับ วันนี้ผมวี ยองจินขอลาไปก่อนนะครับ

ถ้าอยากรู้เรื่องการจัดวางวอลลุ่มบริเวณร่องแก้ม ดูตำแหน่งฟิลเลอร์เสริมวอลลุ่มได้ที่นี่

 

อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1