ผลข้างเคียงของ จูวีลุค ไม่ได้อันตรายทั้งหมด
ผลข้างเคียงของ จูวีลุค ไม่ได้อันตรายทั้งหมด
ผลข้างเคียงของ จูวีลุค ไม่ได้อันตรายทั้งหมด
กังวลผลข้างเคียงจูวีลุค? แยกอาการบวม รอยช้ำ ก้อนนูน ปกติหรือสัญญาณอันตราย อิงประสบการณ์คลินิก
![[คอลัมน์ ดร.วีย็องจิน] ผลข้างเคียงกับปฏิกิริยาปกติของจูเวลุคต่างกันนิดเดียว จำกฎ 3 สัปดาห์ไว้](https://framerusercontent.com/images/F245VjMEHZPP3EgLj5ABlyjuIlo.png)
ผลข้างเคียง จูวีลุค,
ไม่ได้อันตรายไปทั้งหมดครับ
โดย หมอวี ยองจิน ผู้อำนวยการ Beautystone · แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล
เช็กข้อมูลด่วน ก่อนตัดสินใจทำ
Q. ฉีด จูวีลุค มาแล้ว
ลูบแล้วรู้สึกเป็นก้อนๆ ตะปุ่มตะป่ำ แบบนี้คือผลข้างเคียงหรือเปล่า?
A. รอยนูนเล็กๆ ที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำ
ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ยุบและซึมซาบไปเองภายใน 2 สัปดาห์ครับ
หากผ่านไป 3 สัปดาห์แล้ว ขนาดไม่ลดลงหรือกลับใหญ่ขึ้น
นั่นแหละครับคือจังหวะที่ต้องกลับมาให้คุณหมอตรวจเช็กอย่างละเอียด
Q. อาการบวมกี่วันถึงจะถือว่าปกติ?
A. โดยทั่วไปจะยุบลงภายใน 3-5 วันครับ
แต่ถ้าบวมนานกว่า 7 วัน ร่วมกับมีความรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณที่ฉีด
แนะนำให้รีบติดต่อโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ทำทันทีครับ
Insight สำคัญจาก หมอวี ยองจิน
อาการบวม รอยช้ำ และการเกิดก้อน (nodule)—หลังฉีด จูวีลุค
แบบไหนคือการตอบสนองปกติของร่างกาย และแบบไหนคือความผิดปกติที่ต้องระวัง

จูวีลุค คืออะไร?
จูวีลุค คือสารกลุ่ม PDLLA (Poly-D, L-Lactic Acid)
ที่ฉีดเข้าไปในชั้นหนังแท้โดยตรง
เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ เป็นการฟื้นฟูผิวแบบล้ำลึกครับ
แต่นี่จะแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เน้นการ "เติมเต็ม" ปริมาตรทันที
เพราะ จูวีลุค จะเข้าไป "กระตุ้น"
ให้ผิวของเราผลิตคอลลาเจนขึ้นมาด้วยตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ
ทำให้นี่เป็นหัตถการที่ตอบโจทย์สำหรับท่านที่อยากได้ความสวยแบบเป็นธรรมชาติมากๆ ครับ

บวม ช้ำ เป็นก้อน — แค่ไหนคือปกติ?
เวลาคนไข้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของ จูวีลุค
ส่วนใหญ่มักจะถามถึง 3 อาการนี้เสมอครับ
อาการบวม รอยช้ำ และตุ่มก้อนนูน (nodule)
ซึ่งพูดกันตามตรง อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้ว
ไม่ใช่ "ผลข้างเคียงที่อันตราย" แต่เป็น "ปฏิกิริยาปกติ" ของร่างกายครับ
ทว่าจุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ
แม้อาการจะดูเหมือนกัน แต่ระยะเวลาที่เป็นและลักษณะการดำเนินไปของอาการ
จะมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อโมเลกุล PDLLA เข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้
ร่างกายจะมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม
จึงกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ตอบสนอง
และนี่ก็คือกลไกหลักที่นำไปสู่การสร้างคอลลาเจนนั่นเองครับ
ตารางเปรียบเทียบอาการปกติ vs สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
อาการ | ปฏิกิริยาปกติ | สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง |
อาการบวม | ค่อยๆ ยุบลงใน 3-5 วัน ประคบเย็นช่วยบรรเทาได้ | บวมนานกว่า 7 วัน ร่วมกับมีไข้/ร้อนผ่าว และบวมเป่งขึ้นเรื่อยๆ |
รอยช้ำ | เกิดขึ้นเฉพาะจุดที่ฉีด หายไปเองใน 5-7 วัน | รอยช้ำกระจายเป็นวงกว้าง และสีเข้มอยู่อย่างนั้นนานเกิน 10 วัน |
ตุ่มก้อน (Nodule) | ขนาดเล็กลงใน 1-2 สัปดาห์ และไม่มีอาการเจ็บ | ผ่านไป 3 สัปดาห์ขนาดยังคงเดิมหรือใหญ่ขึ้น ร่วมกับมีอาการแดงและเจ็บ |
อาการคัน | คันยุบยิบบางๆ มีอาการในวันแรกถึงประมาณ 2 วัน | คันมากพร้อมผื่นแดงหนา ลุกลามเกินกว่าบริเวณที่ทำหัตถการ |
ถ้าให้สรุปตารางด้านบนนี้สั้นๆ ง่ายๆ เลยก็คือ
"ถ้าค่อยๆ สลายและเล็กลง = ปกติ,
แต่ถ้ายังนิ่งอยู่หรือมีขนาดใหญ่ขึ้น = ต้องเช็กด่วน"
จุดที่คนไข้ชอบเข้าใจผิดกันบ่อยๆ คือ
พอลูบเจอเป็นก้อนสะดุดปุ๊บก็ตกใจ พยายามไปหาฉีดสลายก้อน
หรือพยายามนวดคลึง บดขยี้มันแรงๆ
จริงๆ แล้วการทำแบบนั้นยิ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบครับ
แนะนำให้รอดูอาการอย่างใจเย็นประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ดีที่สุดครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
อาการบวม ช้ำ หรือการเป็นก้อนหลังทำ จูวีลุค ส่วนใหญ่แล้ว
เป็นผลลัพธ์ของปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันปกติ
ที่เกิดจากการสลายตัวของสาร PDLLA ครับ
ประเด็นหลักจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า "มีอาการหรือไม่มีอาการ"
แต่อยู่ตรงที่ "มันกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ หรือแย่ลงเรื่อยๆ" ต่างหาก
หากผ่านไป 3 สัปดาห์แล้วแผลไม่ดีขึ้นเลย
หรือมีอาการตัวร้อน แผลบวมร้อนและเจ็บปวด
ต้องรีบกลับมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันทีนะครับ

สาเหตุที่แท้จริง
ของการเกิดผลข้างเคียงคือสิ่งนี้
ในความเป็นจริง เคสที่มีปัญหาขึ้นมาจริงๆ มักจะไม่ได้เกิดจากสารตัวยา
แต่บ่อยครั้งเป็นเพราะ "เทคนิคและวิธีการฉีด" ครับ
เนื่องจาก จูวีลุค เป็นหัตถการในรูปแบบของผงที่ต้องนำมาผสม (mixing)
ก่อนฉีด อัตราส่วนผสม ชนิดของสารทำละลาย และระยะเวลาการตั้งทิ้งไว้
จึงมีผลโดยตรงต่อขนาดและความสม่ำเสมอของโมเลกุลในเนื้อยาครับ
หากผสมเข้มข้นจนเกินไป โอกาสเกิดเป็นก้อน (nodules) ก็จะสูงขึ้น
แต่ถ้าเจือจางมากเกินไป ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะอ่อนเกินไปและไม่เห็นผลชัดเจน
และเรื่องระดับความลึกของการฉีดก็สำคัญไม่แพ้กันครับ
ตัวยาจะต้องส่งผ่านไปยังชั้นหนังแท้ (dermis) ได้อย่างแม่นยำ
หากฉีดตื้นไป ตัวยาจะไปกองรวมกระจุกตัวอยู่ใต้ผิวชั้นบน
แต่ถ้าลึกเกินไป ประสิทธิภาพในการกระตุ้นผิวก็จะลดลงครับ
สำหรับตัวหมอเอง จะทำการปรับอัตราการผสมอย่างละเอียดละออ
ตามความหนาของผิว ความยืดหยุ่น และจุดที่ทำการรักษาของคนไข้แต่ละท่าน
และใช้วิธีฉีดกระจายตัวยาอย่างระมัดระวังในหลายระดับความลึกครับ
สิ่งหนึ่งที่หมออยากจะเน้นย้ำมากๆ เลยก็คือ
จูวีลุค เป็นเทคโนโลยีที่ต้องพึ่งพาฝีมือและประสบการณ์ของแพทย์ผู้รักษาเป็นหลัก
ดังนั้น หากคุณเปรียบเทียบแค่เรื่องราคาเป็นสำคัญ
ก็อาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าเสียดายภายหลังได้ครับ

ดูแลตัวเองอย่างไรก่อนและหลังทำ
เพื่อช่วยลดความเสี่ยง
ก่อนทำ
งดทานแอสไพริน, โอเมก้า 3, อาหารเสริมและเวย์โปรตีนต่างๆ
ที่มีผลต่อระบบการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำครับ
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันทำหัตถการ
และควรหลีกเลี่ยงการดื่มหนักล่วงหน้าก่อนวันทำ 1 วันเช่นเดียวกันครับ
หลังทำ
วันแรก - วันที่ 2: หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ซาวน่า
และการออกกำลังกายอย่างหักโหม
วันที่ 3 - สัปดาห์แรก: ห้ามนวดหรือคลึงหน้าแรงๆ บริเวณที่ทำ
(ห้ามพยายามบีบ กด หรือขยี้ตรงส่วนที่เป็นก้อนเด็ดขาดนะครับ)
หลัง 2 สัปดาห์: รอยนูนหรือก้อนที่หลงเหลืออยู่ ส่วนใหญ่แล้ว
จะสลายตัวและซึมเข้าสู่ผิวไปเองตามธรรมชาติครับ
ถ้าหากผ่านพ้น 3 สัปดาห์ไปแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น กรุณาติดต่อทางคลินิกเพื่อประเมินอาการได้ทันทีครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ฉีด จูวีลุค วันรุ่งขึ้นสามารถแต่งหน้าได้เลยไหม?
หากบริเวณสะเก็ดแผลเล็กๆ จากรอยเข็มปิดสนิทดีแล้ว
สามารถแต่งหน้าบางเบาในวันถัดไปได้เลยครับ
แต่ช่วง 3 วันแรกแนะนำให้ล้างหน้าอย่างเบามือที่สุดครับ
Q2. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน?
หลังจากทำครั้งแรกประมาณ 2-4 สัปดาห์ จะเริ่มรู้สึกได้ว่าผิวละเอียดนุ่มขึ้น
และโดยปกติเมื่อรับบริการประมาณ 3-4 ครั้ง
คนไข้ส่วนใหญ่จะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเรื่องความยืดหยุ่นของผิวอย่างชัดเจนครับ
Q3. สามารถทำร่วมกับโปรแกรมรักษาอื่นในวันเดียวกันได้ไหม?
การทำบริการประเภทที่เน้นโทนนิ่งกระจ่างใส (laser toning) สามารถทำร่วมกันได้ครับ
แต่โปรแกรมที่มีการใช้พลังงานความร้อนสูงลงสู่ชั้นผิวลึก (เช่น Ulthera เป็นต้น)
แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไปจะปลอดภัยที่สุดครับ
ปรึกษาผ่านช่องทาง LINE
หากคุณกำลังสงสัยว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับผิวของคุณหรือไม่ คุณหมอพร้อมตรวจและคุยกับคุณโดยตรง
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ โดย หมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
▶ทำไม จูวีลุค Volume ถึงเจ็บน้อยกว่า รีจูรัน แต่ให้ความฉ่ำวาวอยู่ได้ยาวนานกว่า?
▶CellrDM vs รีจูรัน HB เลือกตัวไหนที่เหมาะกับหน้าเราที่สุด?
▶จูวีลุค อยู่ได้นานแค่ไหน? แกะสูตรความจริงแบบหมดเปลือก ไม่จ้อจี้
▶จูวีลุค Lenisna ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำและลดถุงใต้ตาได้ผลจริงไหม?
▶ไม่ใช่ AI นะครับ! [คอลัมน์พิเศษ] เสริมไหล่สวยตั้งฉากด้วย จูวีลุค Volume ฟิลเลอร์ไหล่
![[คอลัมน์ ดร.วีย็องจิน] ผลข้างเคียงกับปฏิกิริยาปกติของจูเวลุคต่างกันนิดเดียว จำกฎ 3 สัปดาห์ไว้](https://framerusercontent.com/images/F245VjMEHZPP3EgLj5ABlyjuIlo.png)
ผลข้างเคียง จูวีลุค,
ไม่ได้อันตรายไปทั้งหมดครับ
โดย หมอวี ยองจิน ผู้อำนวยการ Beautystone · แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล
เช็กข้อมูลด่วน ก่อนตัดสินใจทำ
Q. ฉีด จูวีลุค มาแล้ว
ลูบแล้วรู้สึกเป็นก้อนๆ ตะปุ่มตะป่ำ แบบนี้คือผลข้างเคียงหรือเปล่า?
A. รอยนูนเล็กๆ ที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำ
ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ยุบและซึมซาบไปเองภายใน 2 สัปดาห์ครับ
หากผ่านไป 3 สัปดาห์แล้ว ขนาดไม่ลดลงหรือกลับใหญ่ขึ้น
นั่นแหละครับคือจังหวะที่ต้องกลับมาให้คุณหมอตรวจเช็กอย่างละเอียด
Q. อาการบวมกี่วันถึงจะถือว่าปกติ?
A. โดยทั่วไปจะยุบลงภายใน 3-5 วันครับ
แต่ถ้าบวมนานกว่า 7 วัน ร่วมกับมีความรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณที่ฉีด
แนะนำให้รีบติดต่อโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ทำทันทีครับ
Insight สำคัญจาก หมอวี ยองจิน
อาการบวม รอยช้ำ และการเกิดก้อน (nodule)—หลังฉีด จูวีลุค
แบบไหนคือการตอบสนองปกติของร่างกาย และแบบไหนคือความผิดปกติที่ต้องระวัง

จูวีลุค คืออะไร?
จูวีลุค คือสารกลุ่ม PDLLA (Poly-D, L-Lactic Acid)
ที่ฉีดเข้าไปในชั้นหนังแท้โดยตรง
เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ เป็นการฟื้นฟูผิวแบบล้ำลึกครับ
แต่นี่จะแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เน้นการ "เติมเต็ม" ปริมาตรทันที
เพราะ จูวีลุค จะเข้าไป "กระตุ้น"
ให้ผิวของเราผลิตคอลลาเจนขึ้นมาด้วยตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ
ทำให้นี่เป็นหัตถการที่ตอบโจทย์สำหรับท่านที่อยากได้ความสวยแบบเป็นธรรมชาติมากๆ ครับ

บวม ช้ำ เป็นก้อน — แค่ไหนคือปกติ?
เวลาคนไข้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของ จูวีลุค
ส่วนใหญ่มักจะถามถึง 3 อาการนี้เสมอครับ
อาการบวม รอยช้ำ และตุ่มก้อนนูน (nodule)
ซึ่งพูดกันตามตรง อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้ว
ไม่ใช่ "ผลข้างเคียงที่อันตราย" แต่เป็น "ปฏิกิริยาปกติ" ของร่างกายครับ
ทว่าจุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ
แม้อาการจะดูเหมือนกัน แต่ระยะเวลาที่เป็นและลักษณะการดำเนินไปของอาการ
จะมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อโมเลกุล PDLLA เข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้
ร่างกายจะมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม
จึงกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ตอบสนอง
และนี่ก็คือกลไกหลักที่นำไปสู่การสร้างคอลลาเจนนั่นเองครับ
ตารางเปรียบเทียบอาการปกติ vs สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
อาการ | ปฏิกิริยาปกติ | สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง |
อาการบวม | ค่อยๆ ยุบลงใน 3-5 วัน ประคบเย็นช่วยบรรเทาได้ | บวมนานกว่า 7 วัน ร่วมกับมีไข้/ร้อนผ่าว และบวมเป่งขึ้นเรื่อยๆ |
รอยช้ำ | เกิดขึ้นเฉพาะจุดที่ฉีด หายไปเองใน 5-7 วัน | รอยช้ำกระจายเป็นวงกว้าง และสีเข้มอยู่อย่างนั้นนานเกิน 10 วัน |
ตุ่มก้อน (Nodule) | ขนาดเล็กลงใน 1-2 สัปดาห์ และไม่มีอาการเจ็บ | ผ่านไป 3 สัปดาห์ขนาดยังคงเดิมหรือใหญ่ขึ้น ร่วมกับมีอาการแดงและเจ็บ |
อาการคัน | คันยุบยิบบางๆ มีอาการในวันแรกถึงประมาณ 2 วัน | คันมากพร้อมผื่นแดงหนา ลุกลามเกินกว่าบริเวณที่ทำหัตถการ |
ถ้าให้สรุปตารางด้านบนนี้สั้นๆ ง่ายๆ เลยก็คือ
"ถ้าค่อยๆ สลายและเล็กลง = ปกติ,
แต่ถ้ายังนิ่งอยู่หรือมีขนาดใหญ่ขึ้น = ต้องเช็กด่วน"
จุดที่คนไข้ชอบเข้าใจผิดกันบ่อยๆ คือ
พอลูบเจอเป็นก้อนสะดุดปุ๊บก็ตกใจ พยายามไปหาฉีดสลายก้อน
หรือพยายามนวดคลึง บดขยี้มันแรงๆ
จริงๆ แล้วการทำแบบนั้นยิ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบครับ
แนะนำให้รอดูอาการอย่างใจเย็นประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ดีที่สุดครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
อาการบวม ช้ำ หรือการเป็นก้อนหลังทำ จูวีลุค ส่วนใหญ่แล้ว
เป็นผลลัพธ์ของปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันปกติ
ที่เกิดจากการสลายตัวของสาร PDLLA ครับ
ประเด็นหลักจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า "มีอาการหรือไม่มีอาการ"
แต่อยู่ตรงที่ "มันกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ หรือแย่ลงเรื่อยๆ" ต่างหาก
หากผ่านไป 3 สัปดาห์แล้วแผลไม่ดีขึ้นเลย
หรือมีอาการตัวร้อน แผลบวมร้อนและเจ็บปวด
ต้องรีบกลับมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันทีนะครับ

สาเหตุที่แท้จริง
ของการเกิดผลข้างเคียงคือสิ่งนี้
ในความเป็นจริง เคสที่มีปัญหาขึ้นมาจริงๆ มักจะไม่ได้เกิดจากสารตัวยา
แต่บ่อยครั้งเป็นเพราะ "เทคนิคและวิธีการฉีด" ครับ
เนื่องจาก จูวีลุค เป็นหัตถการในรูปแบบของผงที่ต้องนำมาผสม (mixing)
ก่อนฉีด อัตราส่วนผสม ชนิดของสารทำละลาย และระยะเวลาการตั้งทิ้งไว้
จึงมีผลโดยตรงต่อขนาดและความสม่ำเสมอของโมเลกุลในเนื้อยาครับ
หากผสมเข้มข้นจนเกินไป โอกาสเกิดเป็นก้อน (nodules) ก็จะสูงขึ้น
แต่ถ้าเจือจางมากเกินไป ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะอ่อนเกินไปและไม่เห็นผลชัดเจน
และเรื่องระดับความลึกของการฉีดก็สำคัญไม่แพ้กันครับ
ตัวยาจะต้องส่งผ่านไปยังชั้นหนังแท้ (dermis) ได้อย่างแม่นยำ
หากฉีดตื้นไป ตัวยาจะไปกองรวมกระจุกตัวอยู่ใต้ผิวชั้นบน
แต่ถ้าลึกเกินไป ประสิทธิภาพในการกระตุ้นผิวก็จะลดลงครับ
สำหรับตัวหมอเอง จะทำการปรับอัตราการผสมอย่างละเอียดละออ
ตามความหนาของผิว ความยืดหยุ่น และจุดที่ทำการรักษาของคนไข้แต่ละท่าน
และใช้วิธีฉีดกระจายตัวยาอย่างระมัดระวังในหลายระดับความลึกครับ
สิ่งหนึ่งที่หมออยากจะเน้นย้ำมากๆ เลยก็คือ
จูวีลุค เป็นเทคโนโลยีที่ต้องพึ่งพาฝีมือและประสบการณ์ของแพทย์ผู้รักษาเป็นหลัก
ดังนั้น หากคุณเปรียบเทียบแค่เรื่องราคาเป็นสำคัญ
ก็อาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าเสียดายภายหลังได้ครับ

ดูแลตัวเองอย่างไรก่อนและหลังทำ
เพื่อช่วยลดความเสี่ยง
ก่อนทำ
งดทานแอสไพริน, โอเมก้า 3, อาหารเสริมและเวย์โปรตีนต่างๆ
ที่มีผลต่อระบบการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำครับ
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันทำหัตถการ
และควรหลีกเลี่ยงการดื่มหนักล่วงหน้าก่อนวันทำ 1 วันเช่นเดียวกันครับ
หลังทำ
วันแรก - วันที่ 2: หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ซาวน่า
และการออกกำลังกายอย่างหักโหม
วันที่ 3 - สัปดาห์แรก: ห้ามนวดหรือคลึงหน้าแรงๆ บริเวณที่ทำ
(ห้ามพยายามบีบ กด หรือขยี้ตรงส่วนที่เป็นก้อนเด็ดขาดนะครับ)
หลัง 2 สัปดาห์: รอยนูนหรือก้อนที่หลงเหลืออยู่ ส่วนใหญ่แล้ว
จะสลายตัวและซึมเข้าสู่ผิวไปเองตามธรรมชาติครับ
ถ้าหากผ่านพ้น 3 สัปดาห์ไปแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น กรุณาติดต่อทางคลินิกเพื่อประเมินอาการได้ทันทีครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ฉีด จูวีลุค วันรุ่งขึ้นสามารถแต่งหน้าได้เลยไหม?
หากบริเวณสะเก็ดแผลเล็กๆ จากรอยเข็มปิดสนิทดีแล้ว
สามารถแต่งหน้าบางเบาในวันถัดไปได้เลยครับ
แต่ช่วง 3 วันแรกแนะนำให้ล้างหน้าอย่างเบามือที่สุดครับ
Q2. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน?
หลังจากทำครั้งแรกประมาณ 2-4 สัปดาห์ จะเริ่มรู้สึกได้ว่าผิวละเอียดนุ่มขึ้น
และโดยปกติเมื่อรับบริการประมาณ 3-4 ครั้ง
คนไข้ส่วนใหญ่จะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเรื่องความยืดหยุ่นของผิวอย่างชัดเจนครับ
Q3. สามารถทำร่วมกับโปรแกรมรักษาอื่นในวันเดียวกันได้ไหม?
การทำบริการประเภทที่เน้นโทนนิ่งกระจ่างใส (laser toning) สามารถทำร่วมกันได้ครับ
แต่โปรแกรมที่มีการใช้พลังงานความร้อนสูงลงสู่ชั้นผิวลึก (เช่น Ulthera เป็นต้น)
แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไปจะปลอดภัยที่สุดครับ
ปรึกษาผ่านช่องทาง LINE
หากคุณกำลังสงสัยว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับผิวของคุณหรือไม่ คุณหมอพร้อมตรวจและคุยกับคุณโดยตรง
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ โดย หมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
▶ทำไม จูวีลุค Volume ถึงเจ็บน้อยกว่า รีจูรัน แต่ให้ความฉ่ำวาวอยู่ได้ยาวนานกว่า?
▶CellrDM vs รีจูรัน HB เลือกตัวไหนที่เหมาะกับหน้าเราที่สุด?
▶จูวีลุค อยู่ได้นานแค่ไหน? แกะสูตรความจริงแบบหมดเปลือก ไม่จ้อจี้
▶จูวีลุค Lenisna ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำและลดถุงใต้ตาได้ผลจริงไหม?
▶ไม่ใช่ AI นะครับ! [คอลัมน์พิเศษ] เสริมไหล่สวยตั้งฉากด้วย จูวีลุค Volume ฟิลเลอร์ไหล่
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ
อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ
สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม
ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



