• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ยิ่งทาเรตินอลมาก ยิ่งดีเหรอ? ไม่จริง

ยิ่งทาเรตินอลมาก ยิ่งดีเหรอ? ไม่จริง

ยิ่งทาเรตินอลมาก ยิ่งดีเหรอ? ไม่จริง

เรตินอลใช้ให้ได้ผล หัวใจอยู่ที่ความถี่ ไม่ใช่ความเข้มข้น สรุปวิธีใช้และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

"레티놀, 매일 바르는데 왜 피부가 뒤집어질까요?" 피부과 원장의 솔직한 답변

 

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ

 

เช็คตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ

 

Q. ต้องทาเรตินอล (Retinol) ความเข้มข้นสูงๆ ทุกวัน

ถึงจะเห็นผลเร็วไม่ใช่เหรอคะ?

A. ไม่ใช่ครับ หากเราเพิ่มปริมาณก่อนที่ผิวจะสร้าง

ความทนทานต่อสาร (tolerance) ได้ทัน

เกราะป้องกันผิว (skin barrier) จะพังทลายลง และทำให้ผลลัพธ์แย่ลงกว่าเดิมครับ

คีย์เวิร์ดสำคัญคือการปรับปริมาณและความถี่ครับ

 

Q. ทาเรตินอลแล้วผิวลอกเป็นขุย

เป็นเรื่องปกติไหมคะ?

A. อาจเป็นปฏิกิริยาตอบสนองในช่วงแรก (Retinoid reaction) ครับ

แต่ถ้าอาการนี้ยาวนานเกิน 2 สัปดาห์ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณทาบ่อยเกินไปแล้วครับ

 

Inisght สำคัญจากหมอวี ยองจิน

 

ความเชื่อที่ว่ายิ่งทาเรตินอลเยอะยิ่งดียังไม่ถูกต้องครับ

— การปรับปริมาณและความถี่คือคำตอบที่แท้จริง

레티놀 성공을 위한 4단계 빌드업: 농도보다 중요한 '내성'의 과학

 

 







เรตินอล (Retinol) คืออะไร?

เรตินอล (Retinol) เป็นหนึ่งในรูปแบบของวิตามินเอ (Vitamin A)

ที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว (skin turnover)

และช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนครับ

 

จุดเด่นคือต่างจากเรตินอยด์ที่จัดเป็นยาควบคุมพิเศษอย่าง Tretinoin

เพราะเรตินอลสามารถใส่ในเครื่องสำอางทั่วไปได้

จึงเข้าถึงได้ง่ายกว่า ทว่าในกระบวนการทำงาน

ร่างกายต้องเปลี่ยนเรตินอลให้กลายเป็น Retinoic acid

เพิ่มอีกหนึ่งขั้นตอนภายในผิวครับ

 

ดังนั้น "วิธีการใช้" จึงเป็นตัวกำหนด

ความแตกต่างของผลลัพธ์อย่างมากครับ

홍대 뷰티스톤의원 가이드: 레티놀 자극은 줄이고 효과는 높이는 빈도 조절법

 

 







ยิ่งทาเยอะยิ่งดี?

— ทำไมสูตรนี้ถึงใช้ไม่ได้ผล

เรื่องที่หลายคนมักเข้าใจผิดบ่อยๆ คือ หัวใจสำคัญของผลลัพธ์จากเรตินอลนั้น

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ปริมาณที่เราทามากแค่ไหน"

แต่ขึ้นอยู่กับ "ผิวของเราพร้อมที่จะรับได้มากแค่ไหน" ต่างหากครับ

 

หากทาเรตินอลที่มีความเข้มข้นสูงทุกวันตั้งแต่เริ่มใช้

ผิวชั้นนอกอาจจะลอกออกอย่างรวดเร็ว

จนทำให้คุณรู้สึกเหมือนว่ามันเห็นผลทันตา

 

แต่มีจุดหนึ่งที่สำคัญมากที่ต้องระวังครับ

นั่นก็คือ "เกราะป้องกันผิว" (skin barrier)

 

ปกติแล้ว เซราไมด์ (ceramide) และสารกลุ่มไขมัน (lipids) ในผิวชั้นกำพร้า

จะทำหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากสิ่งกระตุ้นภายนอก

แต่ถ้าเราใช้เรตินอลมากเกินไป เกราะป้องกันผิวเหล่านี้จะพังลงก่อนครับ

 

เมื่อเกราะป้องกันผิวพัง เรตินอลก็จะไม่สามารถซึมเข้าสู่ผิวชั้นลึก

เพื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่จะทำให้เกิดอาการคันแพ้ระคายเคืองที่ผิวชั้นนอกแทน

 

พูกดกันตรงๆ เลยก็คือ นี่ไม่ใช่ 'ผลลัพธ์ที่ดี' แต่เป็น 'ผิวเสีย' ครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

ประสิทธิภาพของเรตินอลไม่ได้แปรผันตาม ความเข้มข้น × ปริมาณ

แต่หัวใจสำคัญคือการใช้อย่างสม่ำเสมอในความถี่ที่เหมาะสม

ขณะที่ผิวมีความทนทาน (tolerance) พร้อมแล้วต่างหากครับ

 

เพราะถ้าเกราะป้องกันผิวพังลง ต่อให้ทาสารบำรุงดีแค่ไหน

ก็จะเหลือเพียงอาการระคายเคือง โดยไม่เห็นผลลัพธ์ใดๆ ครับ

레티놀 입문자 필독: 장벽 손상 없이 8주 만에 광채 피부 만드는 법

 

 







ไกด์ไลน์การปรับความถี่ในการใช้เรตินอลตามสภาพผิว

ขั้นตอน

ระยะเวลา

ความถี่

ความเข้มข้น

ข้อควรระวัง

ระดับ 1 (ช่วงปรับตัว)

1~2 สัปดาห์

2 ครั้ง/สัปดาห์

0.025~0.05%

ทาทับลงบนมอยส์เจอไรเซอร์ครีม (Buffering)

ระดับ 2 (ช่วงคงที่)

3~4 สัปดาห์

วันเว้นวัน

0.05~0.1%

หากไม่มีอาการระคายเคือง สามารถเปลี่ยนมาทาลงผิวโดยตรงได้

ระดับ 3 (ช่วงบำรุงรักษา)

5 สัปดาห์~

ทุกวัน

0.1~0.5%

หากมีอาการแดง ให้กลับไปทาวันเว้นวันทันที

ระดับ 4 (ช่วงเร่งประสิทธิภาพ)

3 เดือน~

ทุกวัน

0.5~1%

เน้นดูแลริ้วรอยและจุดด่างดำ ปรึกษาแพทย์หากเกิดการระคายเคือง

จุดสำคัญไม่ใช่ "ถ้าไม่ระคายเคือง ให้ขยับไปขั้นต่อไป" นะครับ

แต่คือ "หลังจากรักษาสภาพผิวได้ดีโดยไม่มีอาการระคายเคืองเลยมากกว่า 2 สัปดาห์

ค่อยลองขยับไปขั้นต่อไป" ต่างหากครับ

 

เพราะถ้าคุณรีบขยับระดับเร็วเกินไป

อาจจะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่นับหนึ่ง

ที่ระดับ 1 อีกครั้งได้ครับ

합정·홍대 직장인을 위한 레티놀 리포트: 선크림만큼 중요한 적응의 기술

 

 







ข้อเสียของเรตินอล ขอพูดตรงๆ เลยนะครับ

ข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของเรตินอลคือ กว่าจะเห็นผลลัพธ์

ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรครับ

 

โดยทั่วไปต้องใช้อย่างน้อย 8~12 สัปดาห์

จึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ด้วยตาเปล่า

 

และปฏิกิริยาของเรตินอยด์ในช่วงแรก

—ผิวแห้งเล็กน้อย, ลอกเป็นขุย, แดง—

เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดต้องเผชิญครับ

 

ทำให้หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

แล้วล้มเลิกกลางคันไปก่อนอย่างน่าเสียดาย

 

อย่างไรก็ตาม หากผ่านพ้นช่วงปรับตัวนี้ไปได้ ในบรรดาสารต้านริ้วรอย (Anti-aging)

เรตินอลเป็นส่วนผสมที่มีหลักฐานอ้างอิงและผลการทดสอบทางคลินิกมากที่สุด

นี่คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ครับ

 

สิ่งที่ห้ามใช้ร่วมกับเรตินอล

และสิ่งที่ "จำเป็น" ต้องใช้ร่วมกัน

การใช้ร่วมกับสารผลัดเซลล์ผิวที่เป็นกรดอย่าง AHA, BHA

ในสกินแคร์รูทีนเดียวกัน จะยิ่งเพิ่มการระคายเคืองเป็นสองเท่าครับ

 

แนะนำให้แบ่งใช้ วิตามินซี ในช่วงเช้า

และเรตินอลในช่วงเย็นแทนครับ

 

ในทางกลับกัน สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ควบคู่กันเสมอคือ

มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวและครีมกันแดดครับ

 

เมื่อเรตินอลเร่งการผลัดเซลล์ผิว

ผิวใหม่ที่บอบบางจะเผยออกมา

หากผิวใหม่นี้สัมผัสกับรังสียูวีโดยตรง

อาจทำให้เกิดปัญหาจุดด่างดำหรือรอยดำที่เข้มขึ้นได้ง่ายครับ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q1. เรตินอลต้องรอให้มีอายุหน่อยค่อยใช้หรือเปล่าคะ?

วัย 20 ปีขึ้นไปเริ่มใช้ได้ไหมคะ?

เรตินอลช่วยควบคุมความมันและปรับสีผิวให้สว่างสม่ำเสมอขึ้นด้วย

ดังนั้นช่วงวัยยี่สิบกลางๆ ก็สามารถเริ่มต้นใช้แบบความเข้มข้นต่ำๆ ได้แล้วครับ

แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อนคือการทาครีมกันแดดและการเติมความชุ่มชื้นครับ

 

Q2. นานแค่ไหนกว่าจะ

เห็นผลจากเรตินอลคะ?

โดยทั่วไปประมาณ 8~12 สัปดาห์ จะเริ่มรู้สึกถึงเนื้อผิวและโทนสีผิวที่สว่างใสขึ้น

ส่วนเรื่องริ้วรอยเล็กๆ (Fine lines) อาจใช้เวลานานตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปครับ

 

Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงของเรตินอลค่ะ

มีสัญญาณเตือนไหนที่บอกว่าควรต้องหยุดทาไหมคะ?

หากผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วอาการแดงยังไม่ลดลง

หรือมีน้ำเหลืองซึม ผิวลอก แสบร้อนอย่างรุนแรง

ต้องหยุดใช้ทันทีครับ

การฝืนใช้ต่อจะทำให้เกราะป้องกันผิวเสียหายลึกและรุนแรงขึ้นครับ

 

ปรึกษาผ่าน KakaoTalk

หากอยากรู้ว่าหัตถการไหนที่เหมาะกับคุณ หมอวี ยองจิน จะเข้ามาให้คำปรึกษาด้วยตัวเองโดยตรงครับ

▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

"ทาอายครีมแก้รอยคล้ำใต้ตาไปก็เท่านั้น.." — วิธีแก้ไขตามสาเหตุจริงโดยแพทย์ผิวหนัง

Shrink vs Ulthera Prime เทียบชัดๆ ไกด์ไลน์เลือกยกกระชับแบบคุ้มค่าเงินในกระเป๋าที่สุด

Sculptra วิธีป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงปุ่มนูนใต้ผิว (Nodules)

ฉีดครั้งเดียวจบจริงไหม? เจาะลึกเทคนิคการผสมและผลลัพธ์ของ Radiesse

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการลบรอยสักย่านฮงแด·ฮับจอง หมอวี ยองจิน มีคำตอบให้ครับ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

รักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ Toning ทีไร สีจางลงแป๊บเดียวก็กลับมาเข้มอีกแล้ว

ผิว

รักษาฝ้าด้วยการทำ toning ดึงแค่เม็ดสีออก แป๊บเดียวก็กลับมาเป็นอีกแล้ว

เราใช้เลเซอร์ Revlite และ Helios Toning เพื่อลดเม็ดสี พร้อมกับดูแลเส้นเลือดในเคสฝ้าเลือด บำรุงผิวชั้นเดอร์มิสอย่างอ่อนโยนด้วย RF และใช้ Tranexamic acid booster เพื่อกดรากฝ้าให้อยู่หมัด สรุปขั้นตอนการรักษาฝ้าแต่ละประเภทไว้ให้แล้วค่ะ

หลังทำ Ulthera Prime แล้วจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และต้องผ่านไปกี่วันหรือกี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นคะ?

ยกกระชับ

หลังจากทำ Ulthera Prime แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และต้องผ่านไปกี่วันหรือกี่สัปดาห์ใบหน้าถึงจะดูยกกระชับ เรียวสวยได้รูปอย่างชัดเจนคะ?

ผลลัพธ์ของ Ulthera Prime lifting จะเห็นได้ชัดเจนที่สุดในช่วงเดือนที่ 2-3 เนื่องจากการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ เราได้รวบรวมการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา อาการทั่วไปที่เกิดขึ้นได้ รวมถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นไว้ให้แล้วนะคะ

ปกติแล้วควรทำ 온다 리프팅 (Onda Lifting) กี่ครั้ง และเว้นระยะห่างเท่าไหร่คะ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เรื่องความกระชับ (탄력) ที่เห็นผลชัดเจนและอยู่ได้นานขึ้น?

ยกกระชับ

การทำ 온다 리프팅 (Onda Lifting) ปกติแล้วต้องทำประมาณกี่ครั้ง และควรเว้นระยะห่างเท่าไหร่คะ ถึงจะเห็นผลลัพธ์เรื่องความกระชับ (elasticity) ได้อย่างชัดเจนและอยู่ตัวมากที่สุด?

เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าทำไมการทำ Onda lifting ถึงไม่ได้จบลงเพียงแค่ครั้งเดียว พร้อมเจาะลึกจำนวนครั้งและระยะเวลาที่แนะนำ ความแตกต่างในแต่ละจุดที่ทำ ไปจนถึงการดูแลตัวเองระหว่างเซสชันแบบครบจบในที่เดียว

การทำเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro Plus ในแต่ละจุด ปกติแล้วต้องทำประมาณกี่ครั้ง และควรเว้นระยะห่างนานเท่าไหร่ถึงจะเห็นผลคะ?

กำจัดขน

การเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro Plus โดยทั่วไปแล้วต้องทำกี่ครั้ง และควรเว้นระยะห่างของแต่ละครั้งนานแค่ไหน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ?

เจาะลึกทุกเรื่องของกำจัดขนด้วย GentleMax Pro Plus ตั้งแต่เหตุผลที่ทำไมทำครั้งเดียวถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์ทั้งหมด, จำนวนครั้งและระยะห่างที่แนะนำสำหรับแต่ละบริเวณ, หลักการทำงานของสองความยาวคลื่น ไปจนถึงการดูแลตัวเองระหว่างการทำทรีตเมนต์กันค่ะ

หลังจากฉีด Juvelook Volume แล้ว ปกติแล้วอาการบวมและรอยช้ำจะเริ่มยุบลงในวันที่เท่าไหร่คะ? และควรดูแลตัวเองอย่างไรดีบ้าง?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

หลังทำ Juvelook Volume ปกติแล้วอาการบวมและรอยช้ำจะเริ่มยุบลงในวันที่เท่าไหร่ และควรดูแลตัวเองอย่างไรดีคะ?

เรามาดูไปพร้อมๆ กันเลยค่ะว่าหลังทำ Juvelook Volume อาการบวมและรอยช้ำจะเริ่มยุบลงในวันที่เท่าไหร่ มีวิธีดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้นอย่างไรบ้าง Volume จะเริ่มเข้าที่เมื่อไหร่ และมีสัญญาณเตือนอะไรบ้างที่คุณควรรีบติดต่อทางคลินิกทันที

การผลัดเซลล์ผิวแบบโฮมแคร์ (home care) สามารถทำได้ปลอดภัยสุดสัปดาห์ละกี่ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคุณคะ?

ผิว

การทำสครับหรือผลัดเซลล์ผิวด้วยตัวเองที่บ้าน (home care) ควรทำได้สูงสุดสัปดาห์ละกี่ครั้ง ถึงจะปลอดภัยต่อสภาพผิวของเราคะ?

มาดูกันดีกว่าค่ะว่าผิวแต่ละประเภทควรผลัดเซลล์ผิวด้วยโฮมแคร์สัปดาห์ละกี่ครั้ง? พร้อมวิธีเลือกใช้ AHA, BHA, สครับ และสัญญาณเตือนเมื่อผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป ครบจบในที่เดียวเลยค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1