• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Sculptra — กระตุ้นคอลลาเจนให้วอลุ่มสูงสุด

Sculptra — กระตุ้นคอลลาเจนให้วอลุ่มสูงสุด

Sculptra — กระตุ้นคอลลาเจนให้วอลุ่มสูงสุด

Sculptra มี PLLA กระตุ้นคอลลาเจน 18–24 เดือน ช่วงแรกยังไม่ชัด แต่ 6 เดือน–2 ปีเห็นวอลุ่มอิ่มฟูสุด

🔗 ไปยังบทความอื่น ๆ

skin booster กระตุ้นคอลลาเจนคืออะไร?1.1 หลักการทำงานของ skin booster กระตุ้นคอลลาเจน

แนะนำ 3 รุ่นยอดนิยม2.1 Radiesse (CaHA) · 2.3 Juvelook Volume (PDLLA+HA)

เปรียบเทียบเพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุด3.1 เปรียบเทียบผลลัพธ์หลังทำ 1 เดือน VS 1 ปี · 3.2 ไกด์ไลน์เลือกสูตรที่ใช่สำหรับคุณ

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะว่า Sculptra เป็นตัวที่ ช่วยสร้างวอลลุ่มได้ดีที่สุดในระยะยาว ท่ามกลางบรรดา skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนทั้ง 3 ตัวค่ะ แม้ว่าผลลัพธ์ในระยะแรกอาจจะยังไม่เห็นชัดเจนนัด แต่ยิ่งเวลาผ่านไป คอลลาเจนตามธรรมชาติก็จะยิ่งสะสมและหนาตัวขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ ที่น่าสนใจก็คือ จุดเริ่มต้นในทางคลินิกครั้งแรกของ Sculptra ไม่ใช่เรื่องของความงามนะคะ แต่เป็น การรักษาภาวะไขมันฝ่อที่ใบหน้าในผู้ป่วย HIV ค่ะ ซึ่งประวัติความเป็นมา (history) นี้นับเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยมากในงานสัมมนา Sculptra Symposium ที่หมอได้เข้าร่วมพร้อมกับคุณหมอคิม กาอึล ค่ะ

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะว่า Sculptra เป็นตัวที่ ช่วยสร้างวอลลุ่มได้ดีที่สุดในระยะยาว ท่ามกลางบรรดา skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนทั้ง 3 ตัวค่ะ แม้ว่าผลลัพธ์ในระยะแรกอาจจะยังไม่เห็นชัดเจนนัด แต่ยิ่งเวลาผ่านไป คอลลาเจนตามธรรมชาติก็จะยิ่งสะสมและหนาตัวขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ ที่น่าสนใจก็คือ จุดเริ่มต้นในทางคลินิกครั้งแรกของ Sculptra ไม่ใช่เรื่องของความงามนะคะ แต่เป็น การรักษาภาวะไขมันฝ่อที่ใบหน้าในผู้ป่วย HIV ค่ะ ซึ่งประวัติความเป็นมา (history) นี้นับเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยมากในงานสัมมนา Sculptra Symposium ที่หมอได้เข้าร่วมพร้อมกับคุณหมอคิม กาอึล ค่ะ

 

PLLA สารกระตุ้นคอลลาเจนที่ทรงพลังที่สุด

ส่วนประกอบหลักของ Sculptra คืออนุภาค PLLA (Poly-L-Lactic Acid)* ซึ่งเป็นโพลีเมอร์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพและมีความปลอดภัยสูง โดยถูกนำมาใช้เป็นไหมเย็บแผลทางการแพทย์มานานหลายสิบปีแล้ว ในระหว่างที่อนุภาคค่อยๆ ย่อยสลายไป มันจะส่งสัญญาณกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างทรงพลังที่สุดค่ะ

PLLA*(Poly-L-Lactic Acid): เป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์ในกลุ่ม Alpha Hydroxy Acid ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ผ่านการรับรองและใช้ในไหมเย็บ แร่ยึดกระดูก รวมถึงซิลิโคนแผ่นสำหรับใบหน้ามาอย่างยาวนาน สารนี้จะค่อยๆ ย่อยสลายใต้ชั้นผิวอย่างช้าๆ เป็นเวลา 18-24 เดือนขึ้นไป พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขนาดของอนุภาคและความเร็วในการย่อยสลายนี้เองที่เป็นเหตุผลให้ Sculptra สามารถสร้างวอลลุ่มได้ดีที่สุดในบรรดา skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนทั้งหมดค่ะ

จุดแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดเมื่อเทียบกับ Radiesse (CaHA) คือ การเติมเต็มวอลลุ่มในทันทีจะเห็นผลค่อนข้างน้อย เนื่องจากอนุภาค PLLA มีขนาดเล็กมากและตัวทำละลาย (carrier) จะถูกดูดซึมหายไป ทำให้หลังทำทันทีอาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่หวือหวา จนบางท่านอาจจะคิดว่า "ทำไมส่องกระจกดูแล้วยังเหมือนเดิมเลย?" แต่หลังจากผ่านไป 1-3 เดือน คอลลาเจนจะเริ่มสร้างตัวขึ้นมาอย่างจริงจัง และจะให้ ผลลัพธ์ความอิ่มฟูและมีวอลลุ่มที่แน่นกว่า Radiesse สำเร็จค่ะ

ผลการศึกษาจาก รีวิวการใช้ PDLLA ในคลินิกความงาม ระบุว่าประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจนของ PLLA และ PDLLA นั้นสูงกว่า CaHA ค่ะ ทว่า PLLA จะย่อยสลายช้ากว่าและมีขนาดอนุภาคที่ใหญ่กว่า PDLLA ทำให้มีพลังในการกระตุ้นสูงที่สุดในปัจจุบัน แต่ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงในการเกิดตุ่มนูนหรือปุ่มปม (nodule) ใต้ผิวที่สูงขึ้นเช่นกันค่ะ

PLLA, 가장 강한 콜라겐 자극 성분

 

 

เบื้องหลังประวัติศาสตร์น่าทึ่งที่เริ่มจากผู้ป่วย HIV

จุดเริ่มต้นของการใช้ Sculptra ในทางคลินิกไม่ได้เริ่มจากความงามนะคะ เพราะ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 2004 FDA ของสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติเป็นครั้งแรกเพื่อใช้รักษาภาวะไขมันฝ่อที่ใบหน้า (facial lipoatrophy) ในผู้ป่วย HIV ค่ะ

เรื่องราวก็คือ ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ยาต้านไวรัส HIV สูตรผสมประสิทธิภาพสูง — HAART (Highly Active Antiretroviral Therapy)* — ได้ถูกนำมาใช้ ทำให้ผู้ป่วย HIV มีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้นอย่างมาก แต่ผลข้างเคียงจากยาตัวนี้กลับทำให้เกิดภาวะไขมันกระจายตัวผิดปกติ (lipodystrophy) โดยไขมันใต้ผิวหน้าบริเวณใต้โหนกแก้มและขมับจะฝ่อลีบลงไปอย่างเห็นได้ชัด การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงส่งผลต่อรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังสร้างปมด้อยในสังคม (social stigma) และบั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมากค่ะ

HAART*(Highly Active Antiretroviral Therapy): ยาต้านไวรัสสูตรผสมมาตรฐานที่ช่วยยืดอายุขัยของผู้ป่วย HIV ให้ยาวนานใกล้เคียงกับคนปกติ แต่มีรายงานผลข้างเคียงทำให้เกิดภาวะ lipodystrophy หรือไขมันบริเวณใบหน้าและแขนขาฝ่อตัวลงค่ะ

Sculptra จึงกลายเป็นการรักษาแรกที่ได้รับการรับรองจาก FDA เพื่อฟื้นฟูภาวะไขมันแก้มตอบและขมับฝ่อในกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้ โดยในรายที่ได้รับการรักษาพบว่าแก้มและขมับกลับมาอิ่มฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผลลัพธ์นี้ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยหลายชิ้น เช่น การศึกษาทางคลินิกของ PLLA ในชั้นใต้ผิวหนังส่วนลึกสำหรับผู้ป่วย HIV ค่ะ

หลังจากนั้นในปี 2009 การรับรองนี้จึงได้ขยายขอบเขตมาสู่การใช้ในด้านความงามทั่วไป (รักษาแก้มตอบและริ้วรอย) และปัจจุบันได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในมาตรฐานของตัวกระตุ้นคอลลาเจน (skin booster) ทั้งในเกาหลี ยุโรป และทั่วโลก เรียกได้ว่า Sculptra มี ประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจมาก จากนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความจำเป็นทางการแพทย์ สู่การส่งต่อความงามในปัจจุบัน ค่ะ

HIV 환자에서 시작된 의외의 history

 

 

บริเวณที่เหมาะสำหรับการทำ — จุดที่ต้องการเติมเต็มวอลลุ่มขนาดใหญ่

บริเวณที่ทำ Sculptra แล้วให้ผลลัพธ์ดีที่สุด มีดังนี้ค่ะ

บริเวณ

ผลลัพธ์และคำแนะนำ

แก้มตอบใต้โหนกแก้ม / ขมับตอบรุนแรง

จุดที่ฟื้นฟูได้ดีที่สุด ตรงตามข้อบ่งชี้ที่ได้การรับรองจาก FDA

หน้าตอบที่มีสาเหตุมาจากความร่วงโรยตามวัย

เหมาะกับการแก้ไขปัญหาแก้มตอบในวัย 50+

แก้มส้ม / ข้างแก้มที่ยุบตัวลึก

ได้วอลลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติจากการสร้างคอลลาเจนของตนเอง

ปรับแนวกรามและกรอบหน้า

ด้วยขนาดอนุภาคที่เน้นแก้ไขในชั้นผิวส่วนลึก

ในทางกลับกัน บริเวณที่ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ:

  • รอบดวงตา / รอบริมฝีปาก (จุดที่ผิวบาง) — เนื่องจากอนุภาคของตัวยามีขนาดใหญ่ จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดปุ่มปมใต้ผิวได้ง่าย แนะนำเป็นกลุ่ม PDLLA (เช่น Juvelook) จะดีกว่าค่ะ

  • สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้หน้าดูมีวอลลุ่มกลมเกินไป — เนื่องจากเป็นรุ่นที่เติมเต็มได้หนาแน่นที่สุด หากต้องการความเปลี่ยนแปลงที่ดูนุ่มนวลและไม่เน้นวอลลุ่ม แนะนำให้มองหาตัวเลือกอื่นค่ะ

  • สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการเกิดก้อนแข็ง (nodule) เป็นอันดับแรก — เนื่องจากตัวยาอนุภาคใหญ่ หากเกิดตุ่มนูนขึ้นมาจะสัมผัสได้ค่อนข้างชัดเจน ดังนั้นประสบการณ์ของแพทย์และระดับความลึกในการฉีดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

적응 부위 — 큰 볼륨 회복이 필요한 곳

 

 

ขั้นตอนการรักษา (Protocol) — ทุก 4 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 3 ครั้ง

การทำ Sculptra ไม่ใช่การรักษาที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วจบนะคะ โดยมาตรฐานแนะนำให้ทำ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง นับเป็น 1 คอร์ส كامل เพื่อสะสมการกระตุ้นผิวในแต่ละรอบ ช่วยให้การสังเคราะห์คอลลาเจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอที่สุดค่ะ

ทันทีหลังฉีด ใบหน้าอาจจะดูบวมอิ่มขึ้นเล็กน้อยจากตัวทำละลาย ก่อนที่จะค่อยๆ ยุบตัวลงไป หลังจากผ่านไป 1 เดือนจะรู้สึกเหมือนยังไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง แต่พอเข้าสู่เดือนที่ 2-3 จะเริ่มสังเกตเห็นวอลลุ่มที่เต็มขึ้นอย่างชัดเจน และจะเห็นผลลัพธ์สมบูรณ์แบบที่สุดในช่วงเดือนที่ 6 โดยผลลัพธ์นี้สามารถอยู่สม่ำเสมอได้ นานกว่า 24 เดือน ถือว่ายาวนานที่สุดในกลุ่ม skin booster กระตุ้นคอลลาเจนค่ะ

จากการเคสคนไข้จริงที่คุณหมอ วี ยองจิน และคุณหมอคิม กาอึล ได้รีวิวร่วมกันในงานสัมมนา พบว่ากลุ่มคนไข้ที่เข้ารับการรักษาครบ 3 ครั้งตามโปรแกรม จะมีความพึงพอใจต่อผลลัพธ์ในเดือนที่ 6 และ 12 สูงที่สุดค่ะ สำหรับท่านที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วรู้สึกว่า "ไม่เห็นผลเลย" จนล้มเลิกไป หมออยากชี้แจงให้ทราบล่วงหน้าว่าความสม่ำเสมอในการสะสมการรักษานี่แหละค่ะที่เป็นหัวใจสำคัญของ Sculptra

ในบทความหน้า หมอจะพาไปทำความรู้จักกับ Juvelook Volume ตัวช่วยเพิ่มความละมุนเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นแบรนด์ยอดฮิตจากฝั่งเกาหลีที่ผสาน PLLA และ HA เข้าด้วยกันค่ะ

시술 protocol — 4주 간격 3회 한 사이클

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: หลังฉีดไป 1 เดือนแล้วยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเลย แบบนี้แปลว่าไม่ได้ผลหรือเปล่าคะ?

A: นี่คืออาการตอบสนองตามปกติของ Sculptra ค่ะ เพราะตัวนี้เน้นผลลัพธ์ในระยะยาวและเห็นผลช้าที่สุด แต่ผลลัพธ์จะแสดงออกมาชัดเจนเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 2-3 แนะนำให้รับการรักษาครบโปรแกรม 3 ครั้งห่างกันทุก 4 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้ ควรประเมินหลังทำที่ระยะเวลา 6 เดือนจะจับต้องได้แม่นยำที่สุดค่ะ

Q: เดิมทีเป็นนวัตกรรมที่ริเริ่มขึ้นมาเพื่อผู้ป่วย HIV คนทั่วไปฉีดแล้วจะปลอดภัยไหมคะ?

A: ปลอดภัยแน่นอนค่ะ ตัวยาที่ใช้ทำทรีตเมนต์เหมือนกันทุกประการ เพียงแต่ขยายขอบเขตการรักษามาสู่ด้านความงามเท่านั้น และในทางกลับกัน การที่ตัวยาถูกรับรองความปลอดภัยและผ่านการพิสูจน์ในคนไข้ HIV กลุ่มที่ต้องการการเยียวยาลึกซึ้งมาก่อน ยิ่งทำให้อุ่นใจได้ในเรื่องข้อมูลความปลอดภัย (safety data) ที่แน่นหนาค่ะ อย่างไรก็ตาม เทคนิคในการส่งตัวยาและระดับความลึกในการฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

Q: ระหว่าง Radiesse กับ Sculptra ตัวไหนดีกว่ากันคะ?

A: ไม่มีตัวไหนดีกว่ากันอย่างสมบูรณ์แบบค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับเรื่องของเวลากล่าวคือ หากเน้น เห็นผลรวดเร็วทันใจ เป็นหลักก็แนะนำให้มองหา Radiesse ค่ะ แต่หากอยากได้ การคืนวอลลุ่มสูงสุดเมื่อผ่านไป 6 เดือน - 2 ปี Sculptra คือคำตอบค่ะ ในคนไข้บางคนแพทย์อาจเลือกใช้ทั้งสองตัวผสมผสานกันในจุดที่ต่างกัน เช่น บริเวณแก้มตอบเลือกใช้ Sculptra (เน้นเติมเต็มวอลลุ่มกว้าง) ส่วนบริเวณแนวกรามเลือกใช้ Radiesse (เน้นกรอบหน้าชัดเจน) ซึ่งในส่วนหลังของบทความ เปรียบเทียบสองตัวนี้เราจะมีเจาะลึกให้อ่านกันอีกทีนะคะ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

소프웨이브와 온다 리프팅, 얼굴 처짐과 지방 중에서 무엇을 먼저 잡아야 좋을까요?

ยกกระชับ

Sofwave กับ Onda เลือกจัดการผิวหย่อนหรือไขมันก่อนดี?

Sofwave เน้นกระชับชั้นผิว Onda เน้นลดไขมัน มาดูกันว่าหน้าหย่อนกับไขมันควรจัดการอันไหนก่อน

올리지오 X 눈가 시술, 잔주름과 탄력 저하 중에서 어디에 먼저 집중하면 좋을까요?

ผิว

รอบดวงตาริ้วรอยเล็ก ๆ หรือความหย่อน ควรดูแลอะไรก่อนดี

รอบดวงตาริ้วรอยเล็ก ๆ กับความหย่อนควรเริ่มดูแลตรงไหนก่อน Oligio X ช่วยด้านไหน มาดูกันค่ะ

얼굴 솜털을 제모하면 화장이 덜 들뜬다고 하는데 젠틀맥스로 정리해도 피부에 괜찮을까요?

กำจัดขน

ขนอ่อนบนหน้าทำเมคอัพลอย กำจัดด้วย GentleMax ช่วยไหม?

ขนอ่อนบนใบหน้าทำให้เมคอัพดูลอยเป็นขุย GentleMax ช่วยจัดการได้แค่ไหน และต่างจากขนหนายังไง มาดูกันค่ะ

레이저 시술 후에 자외선 차단을 소홀히 하면 왜 색소침착이 생기고 어떻게 막을 수 있을까요?

ผู้ชาย

ทำเลเซอร์แล้วเกิดรอยดำ เพราะละเลยกันแดดจริงไหม?

หลังทำเลเซอร์ผิวไวต่อแสง ทำไมการกันแดดถึงช่วยลดรอยดำ (PIH) มาดูกลไกและวิธีดูแลช่วงแรกกัน

표정을 지을 때 생기는 주름과 나이 들며 자리 잡는 주름은 어떻게 다르고 관리도 달라질까요?

ผิว

ริ้วรอยตอนยิ้มกับริ้วรอยที่ฝังตามวัย ดูแลต่างกันไหม

ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้ากับริ้วรอยที่ฝังตัวตามวัย เกิดจากคนละสาเหตุ แนวทางดูแลจึงต่างกัน มาดูกันค่ะ

레이저나 리프팅 시술 후 붓기가 밤보다 아침에 더 심하게 느껴지는 이유는 무엇일까요?

ยกกระชับ

ทำไมหลังทำหัตถการ อาการบวมตอนเช้าดูหนักกว่าตอนกลางคืน?

ทำไมตื่นเช้ามาหน้าบวมกว่าตอนกลางคืนหลังทำหัตถการ พร้อมวิธีดูแลและสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1