เป็น RF lifting เหมือนกัน แต่ 2 หัตถการนี้ต่างกันเรื่องพักฟื้น ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ สรุปในหน้าเดียว
พอเริ่มหาข้อมูลปรึกษาเรื่องการยกกระชับหน้า หลายคนมักจะเจอชื่อ "Thermage FLX" กับ "Inmode" ควบคู่กันอยู่บ่อยๆ เลยค่ะ แม้ว่าทั้งคู่จะจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันอย่าง RF (คลื่นวิทยุ)* แต่ถ้าลองดูตารางราคาหรือคำแนะนำในการพักฟื้น จะพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยค่ะ จนหลายคนอาจจะเริ่มสับสนว่า "ถ้าใช้พลังงาน RF เหมือนกัน มันไม่ใช่การทำหัตถการที่คล้ายกันหรอกเหรอ?"
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะว่า ทั้งสองหัตถการนี้ใช้พลังงาน RF เหมือนกันก็จริง แต่มีจุดประสงค์การรักษาที่แตกต่างกันค่ะ โดย Thermage จะเน้นส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นหนังแท้ในครั้งเดียวเพื่อช่วยยกกระชับและเพิ่มความยืดหยุ่น ส่วน Inmode จะเป็นการผสมผสานระหว่างพลังงาน RF + แรงดูดสุญญากาศ (suction) เพื่อช่วยลดไขมันและปริมาณเนื้อแก้มพร้อมปรับเนื้อผิวให้เรียบเนียน เรียกได้ว่าเป็นหัตถการที่ให้ "ผลลัพธ์" แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
RF (Radio Frequency, คลื่นความถี่วิทยุ)*: เป็นพลังงานที่ส่งความร้อนลงลึกใต้ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามระดับความลึกและวิธีการกระจายพลังงานค่ะ
Thermage เน้นความยืดหยุ่น ครอบคลุมพื้นที่กว้างในครั้งเดียว
โดยทั่วไปจะนิยมยิงให้ทั่วใบหน้าประมาณ 1,200~1,500 ช็อตต่อการรักษาหนึ่งครั้ง โดยใช้เวลาในการทำประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมงค่ะ
ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นตั้งแต่เดือนแรก และจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามการสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วง 4~6 เดือน โดยทั่วไปสามารถคงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1~2 ปีเลยค่ะ เหมาะมากๆ สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยในบริเวณกว้างพร้อมกันในครั้งเดียว แต่อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการลดปริมาณไขมันสะสมบนใบหน้าค่ะ

Inmode ผสาน RF + แรงดูดสุญญากาศ ช่วยลดเลือนและกระชับสัดส่วนใบหน้า
Inmode เป็นแพลตฟอร์มที่มีหัวเครื่องมือ (handpiece) ให้เลือกใช้หลายแบบค่ะ โดยหัว 'FORMA' จะใช้พลังงาน RF จากภายนอกเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ส่วนหัว 'FaceTite' จะเป็นการสอดท่อขนาดเล็ก (cannula)* เข้าไปใต้ชั้นผิว เพื่อส่งพลังงาน RF แบบขั้วคู่ (bipolar) ร่วมกับการดูดสุญญากาศ เพื่อช่วยลดปริมาณไขมันสะสมและกระชับสัดส่วนไปพร้อมๆ กันค่ะ
ท่อ cannula*: คือท่อขนาดเล็กที่มีปลายมน มักใช้บ่อยในการทำหัตถการใต้ชั้นผิว เช่น การส่งพลังงาน RF, การฉีดฟิลเลอร์ หรือการดูดไขมันค่ะ
แม้จะเรียกว่า "Inmode" เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปตามหัวเครื่องมือที่เลือกใช้ค่ะ หัว FORMA จะไม่ต้องพักฟื้นเลยและเน้นผลลัพธ์เรื่องความยืดหยุ่นของผิว ส่วนหัว FaceTite จะโดดเด่นเรื่องการลดปริมาณไขมันสะสม แต่จำเป็นต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ การเปิดแผลขนาดเล็กมาก และใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1 สัปดาห์ค่ะ แม้ว่าค่าใช้จ่ายและการพักฟื้นจะสูงกว่า แต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและตรงจุดมากกว่าค่ะ

เลือกแบบไหนดี? ขึ้นอยู่กับลักษณะความหย่อนคล้อยของคุณค่ะ
หากปัญหาหลักของคุณคือผิวบริเวณโหนกแก้มและข้างแก้มดูหย่อนคล้อย โดยไม่ได้ต้องการลดปริมาณไขมันสะสมเท่าไหร่ Thermage จะตอบโจทย์ที่สุดค่ะ เพราะช่วยยกกระชับผิวในบริเวณกว้างได้ดีในครั้งเดียว แถมแทบไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันทีเลยค่ะ
ส่วนใครที่มีปัญหาเนื้อแก้มช่วงล่างหย่อนคล้อยใต้แนวขากรรไกรจนกรอบหน้าดูไม่ชัด หรือมีปัญหาเหนียงใต้คางร่วมด้วย การทำ Inmode หัว FaceTite จะให้ผลลัพธ์ที่คมชัดและตรงจุดมากกว่าค่ะ แต่อาจจะต้องแลกกับการใช้ยาชาเฉพาะที่และมีระยะเวลาพักฟื้นนะคะ สำหรับผู้ที่มีปัญหาทั้งสองอย่างร่วมกัน คุณหมออาจแนะนำโปรแกรมผสมผสานอย่าง Inmode FORMA + Thermage ร่วมกันเป็นขั้นตอนได้ค่ะ

จำนวนครั้งและโครงสร้างค่าใช้จ่าย
Thermage FLX ทำเพียงแค่ครั้งเดียว ก็สามารถคงผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 1~2 ปีเลยค่ะ
สำหรับ Inmode ค่าใช้จ่ายโดยรวมจะขึ้นอยู่กับขอบเขตการรักษาและการผสมผสานหัวเครื่องมือ หากต้องการเห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 1~2 ครั้งแรก ค่าใช้จ่ายต่อครั้งอาจจะดูค่อนข้างสูง ส่วน Thermage แม้จะเป็นการจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว แต่เนื่องจากทำเพียงแค่ปีละครั้ง ทำให้เมื่อคำนวณในระยะยาวแล้ว ค่าใช้จ่ายสะสมอาจจะน้อยกว่าค่ะ อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ แนะนำให้เข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและตำแหน่งที่หย่อนคล้อย เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณนะคะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. สามารถทำทั้งสองหัตถการร่วมกันได้ไหมคะ?
A. ทำได้ค่ะ หากทำคนละบริเวณและเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกัน การทำ Thermage บริเวณโหนกแก้มและแก้ม ควบคู่กับการทำ Inmode FaceTite บริเวณกรอบหน้าและเหนียง เป็นการรักษาคู่ยอดนิยมเลยค่ะ อย่างไรก็ตาม บางคลินิกอาจแนะนำให้แบ่งทำเป็นสองระยะเพื่อลดความกังวลเรื่องการพักฟื้นค่ะ
Q. ระดับความเจ็บ แบบไหนเจ็บกว่ากันคะ?
A. Thermage จะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ระหว่างทำมากกว่า แต่แทบไม่มีผลกระทบเรื่องการพักฟื้นหลังทำเลยค่ะ ส่วน Inmode FaceTite จะมีการแปะยาชาเฉพาะที่ทำให้ขณะทำไม่ค่อยรู้สึกเจ็บ แต่หลังทำเสร็จแล้วอาจต้องใช้เวลาในการพักฟื้นผิวประมาณ 1 สัปดาห์ค่ะ
Q. ถ้าทำแล้วรู้สึกยังไม่เห็นผลลัพธ์เลย ต้องทำอย่างไรดีคะ?
A. เนื่องจากทั้งสองหัตถการเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนที่จะค่อยๆ สร้างขึ้นใหม่ในช่วง 4~6 เดือน จึงอาจจะยังเห็นผลลัพธ์ไม่ชัดเจนในช่วงเดือนแรกค่ะ แนะนำให้ประเมินผลลัพธ์หลังจากผ่านไปแล้ว 4 เดือนจะดีที่สุดค่ะ หากถึงตอนนั้นแล้วยังรู้สึกเห็นผลลัพธ์น้อย สามารถปรึกษาคุณหมอเพื่อปรับเปลี่ยนหรือผสมผสานหัตถการอื่นๆ เพิ่มเติมได้ค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เห็นว่า Lituo มีส่วนผสมของเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ (human donor dermis) แบบนี้จะมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยไหมคะ ผ่านการพิสูจน์และรับรองความปลอดภัยมาเรียบร้อยแล้วหรือยัง
สรุปเหตุผลว่าทำไม Lituo ซึ่งเป็นสารเติมเต็มจากเนื้อเยื่อสังเคราะห์ (동종진피) ยังคงมีข้อจำกัดในการปรับปริมาณความวอลลุ่ม และทำไมข้อมูลด้านความปลอดภัยของตัวนี้ยังอยู่ในช่วงสะสมรวบรวมอยู่ค่ะ

ยกกระชับ
ผิวรอบดวงตาบางบอบบาง ทำ Sofwave ได้ไหม
ผิวรอบดวงตาบางบอบบาง ทำ Sofwave ยกกระชับได้แค่ไหน ต่างจาก Shurink อย่างไร พร้อมข้อควรระวังค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หน้าผากยุบ มีริ้วรอยเล็ก ๆ Juvelook ช่วยได้ไหม
หน้าผากยุบ มีริ้วรอยเล็ก ๆ Juvelook ช่วยอย่างไร ต่างจากฟิลเลอร์ตรงไหน พร้อมข้อควรระวังค่ะ

กำจัดขน
กำจัดขน เลือก GentleMax Pro Plus หรือ Alexandrite
กำจัดขน GentleMax Pro Plus กับ Alexandrite ต่างกันตรงไหน เลือกจากความยาวคลื่นและผิวค่ะ

ยกกระชับ
หลังทำ Onda มีอาการร้อนและแดง ดูแลอย่างไร
หลังทำ Onda มีอาการร้อนและผิวแดง ควรดูแลอย่างไร เมื่อไรควรติดต่อคลินิก พร้อมข้อควรระวังค่ะ

ผิว
หลังทำหัตถการ กลับไปเวทเทรนนิงได้เมื่อไร
หลังทำหัตถการผิว เวทเทรนนิงที่มีเหงื่อกลับไปทำได้เมื่อไร ดูเกณฑ์ตามชนิดหัตถการ พร้อมข้อควรระวังค่ะ



