• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Thermage กับ Ultherapy ทำคู่กัน ตัวไหนก่อน?

Thermage กับ Ultherapy ทำคู่กัน ตัวไหนก่อน?

Thermage กับ Ultherapy ทำคู่กัน ตัวไหนก่อน?

Thermage (RF) กับ Ultherapy ทำคนละชั้นผิว สรุปเกณฑ์จัดลำดับ ระยะห่าง และอาการพักฟื้น

หลายคนที่เคยได้ยินทั้งชื่อ Thermage และ Ulthera มักจะเริ่มคิดว่า "ถ้าทำคู่กันน่าจะปังกว่าไหมนะ" จนอยากเข้ามาปรึกษาคุณหมอ แต่พอเริ่มหาข้อมูลจริงๆ จุดที่ชวนสับสนที่สุดก็คือ ควรทำตัวไหนก่อน? สามารถทำวันเดียวกันได้เลยไหม? หรือต้องเว้นระยะห่างกี่สัปดาห์กันแน่?

ตอบแบบสั้นๆ ก็คือ ทั้งสองหัตถการนี้ทำงานกับชั้นผิวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ ดังนั้นการทำควบคู่กันจึงเป็นคู่หูที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพียงแต่แทนที่จะโหมทำทุกอย่างพร้อมกันในคราวเดียว การวางแผนลำดับขั้นตอนและเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผิวได้ฟื้นฟูและได้ผลลัพธ์ที่เสถียรและปลอดภัยกว่า บางท่านอาจเลือกทำต่อกันในวันเดียวกัน ขณะที่บางท่านเว้นระยะห่างไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งการทำความเข้าใจความต่างนี้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับเมื่อเข้ามารับคำปรึกษา

> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ

เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะทราบถึง:

  • การทำงานของ Thermage และ Ulthera ว่าแต่ละตัวทำงานกับชั้นผิวไหนบ้าง

  • คำตอบว่าสามารถทำทั้งสองตัวในวันเดียวกันได้ไหม หรือถ้าต้องเว้นระยะ ควรเว้นนานแค่ไหน

  • ปัจจัยหลักๆ ที่ใช้พิจารณาในการเลือกลำดับก่อน-หลัง

  • วิธีแยกแยะระหว่างอาการปกติในช่วงพักฟื้นหลังทำ double treatment กับสัญญาณเตือนที่คอยเฝ้าระวัง

 

เข้าใจเลยครับว่าทำไมถึงอยากทำทั้งคู่

เวลาที่เริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าหย่อนคล้อย การทำแค่หัตถการเดียวอาจรู้สึกไม่จุใจ การคิดอยากทำสองอย่างควบคู่กันจึงเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ครับ เนื่องจาก Thermage จะใช้คลื่นวิทยุ (RF)* ในการส่งความร้อนไปกระตุ้นชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อให้คอลลาเจนหดตัวกระชับขึ้น ขณะที่ Ulthera จะใช้พลังงานอัลตราซาวด์โฟกัสลงลึกไปถึงชั้นผิวที่ลึกกว่า เมื่อสัดส่วนความลึกในการทำงานไม่ทับซ้อนกัน จึงไม่แปลกใจเลยที่เราจะคาดหวังว่า "ถ้าทำคู่กัน น่าจะดูแลผิวได้ครบทุกชั้นแบบเลเยอร์ต่อเลเยอร์"

คลื่นวิทยุ (RF)*: คือการปล่อยกระแสคลื่นความร้อนความถี่สูงลงสู่ผิวเพื่อกระตุ้นชั้นหนังแท้ให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นในระดับที่เหมาะสม ซึ่งความร้อนนี้จะช่วยให้คอลลาเจนเกิดการหดตัวทันที และเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาวครับ

ในความเป็นจริง เมื่อเราดูคำอธิบายที่ว่า คลื่นวิทยุช่วยดูแลปกป้องผิวชั้นบนสุด (Epidermis) ในขณะที่ส่งความร้อนไปกระตุ้นชั้นหนังแท้เพื่อหดกระชับคอลลาเจน และค่อยๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาตลอดระยะเวลาหลายเดือนหลังจากนั้น จะช่วยอธิบายได้ชัดเจนเลยว่าเพราะอะไร Thermage จึงต้องอาศัยเวลาในการฟื้นฟูและแสดงผลลัพธ์ ดังนั้น แทนที่จะโหมทำพร้อมกันในคราวเดียว การวางแผนโดยคำนึงถึงวงจรการฟื้นตัวของแต่ละหัตถการจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับ

ชั้นหนังแท้ที่เทอร์มาเจสัมผัสถึง เทียบกับชั้นที่ลึกกว่าที่อัลเทอร่าสัมผัสถึงเข้าใจเลยครับว่าทำไมถึงอยากทำทั้งคู่

 

 

Thermage และ Ulthera ทำงานกับชั้นผิวที่แตกต่างกัน

สิ่งที่จะช่วยเปรียบเทียบระหว่างสองหัตถการนี้ได้เห็นภาพชัดเจนที่สุดก็คือ "ทำกับผิวชั้นไหน และใช้พลังงานอะไร" ครับ Thermage จะใช้คลื่นวิทยุ (RF) ในการกระจายความร้อนในชั้นหนังแท้เป็นวงกว้าง จึงเน้นช่วยเรื่องความยืดหยุ่น of ชั้นผิวและริ้วรอยเล็กๆ ให้ดูเรียบลื่นขึ้น ส่วน Ulthera จะใช้คลื่นอัลตราซาวด์ยิงแบบโฟกัสเป็นจุดๆ ลงลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ช่วยในเรื่องของการยกกระชับกรอบหน้าและพยุงผิวที่หย่อนคล้อยเป็นหลักครับ

ข้อเปรียบเทียบ

Thermage (RF)

Ulthera (Ultrasound)

ชั้นผิวหลักที่ลงลึก

ชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยรวม

ลึกถึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ (SMAS)

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

ความยืดหยุ่นของผิว / ผิวแน่นละเอียด

ยกกระชับกรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย

ความรู้สึกขณะทำ

รู้สึกอุ่นร้อนเป็นหลัก

รู้สึกจี๊ดๆ ลึกๆ ใต้ชั้นผิว

อาการบวมหลังทำ

ค่อนข้างน้อยมาก

บวมเฉพาะจุดประมาณ 2-3 วัน

เมื่อดูแบบนี้แล้ว ทั้งสองหัตถการจึงไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นคู่หูที่ช่วยดูแลผิวคนละชั้นกันมากกว่าครับ ดังนั้น แทนที่จะถามว่า "อันไหนดีกว่ากัน" การย้อนกลับมาดูว่า "ปัญหาผิวของเราอยู่ที่ชั้นไหนมากกว่ากัน" จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเรียงลำดับการทำ หากกังวลเรื่องความยืดหยุ่นของผิวชั้นนอกเป็นหลัก แนะนำให้เน้นที่ Thermage แต่ถ้ากังวลเรื่องกรอบหน้าหย่อนคล้อยเป็นหลัก ก็ควรเน้นน้ำหนักไปที่ Ulthera ครับ

Thermage และ Ulthera ทำงานกับชั้นผิวที่แตกต่างกัน

 

 

การวางแผนลำดับและเว้นระยะเวลา

คำถามยอดฮิตสำหรับการทำควบคู่กัน (Combination) ก็คือเรื่องของลำดับก่อนหลังและระยะเวลาที่ต้องเว้นครับ จริงๆ แล้วไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่จะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคลและระยะเวลาพักฟื้นที่สะดวก โดยทั่วไปมักจะพิจารณาตามแนวทางต่อไปนี้ครับ

  • ทำร่วมกันในวันเดียว (Same Day) — เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด แต่อาจต้องเตรียมใจว่าผิวจะได้รับพลังงานกระตุ้นเต็มที่ในวันเดียว ซึ่งอาจทำให้เห็นผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น อาการบวมแดง ได้มากกว่าปกติ

  • เว้นระยะ 2~4 สัปดาห์ — เป็นการทำหัตถการแรกและรอให้ผิวฟื้นตัวดีก่อน จากนั้นจึงค่อยทำหัตถการถัดไป วิธีนี้ช่วยให้แพทย์ติดตามผลและปรับแต่งระดับพลังงานได้ง่ายขึ้น

  • เว้นระยะยาวกว่านั้น — เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรอดูผลลัพธ์ของการสร้างคอลลาเจนใหม่ของหัตถการแรกให้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยเติมเต็มจุดที่เหลือด้วยหัตถการที่สองครับ

ยิ่งเป็นหัตถการที่ส่งพลังงานลงไปทำงานในชั้นผิวที่ลึก ผลลัพธ์ก็อาจจะไม่แสดงทันทีทันใด แต่จะค่อยๆ ดีขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป หากลองจินตนาการถึงพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน จะเป็นไปตามแผนภาพสรุปนี้ครับ

แนวโน้มการสร้างคอลลาเจนหลังทำหัตถการร่วม (แตกต่างกันในแต่ละบุคคล)การวางแผนลำดับและเว้นระยะเวลา

 

 

ทำไมต้องที่ Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราใส่ใจที่จะประเมินร่วมกันกับคุณก่อนเสมอว่า ผิวพรรณของคุณมีปัญหาที่ชั้นผิวไหนมากที่สุด ก่อนที่จะแนะนำโปรแกรมรวบรัดแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เราช่วยประเมินตั้งแต่ความจำเป็นว่าต้องทำทั้ง Thermage และ Ulthera จริงไหม หรือทำแค่ตัวเดียวก็เพียงพอแล้ว และหากต้องทำทั้งสองตัว เราจะวางแผนลำดับและเว้นระยะเวลาให้เหมาะสมกับความเร็วในการฟื้นตัวของผิวคุณ เนื่องจากคลินิกของเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นและตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เดินทางสะดวก คุณหมอจึงสามารถติดตามดูแลอาการหลังทำและปรับเปลี่ยนโปรแกรมการรักษาในครั้งถัดไปร่วมกับคนไข้ได้อย่างละเอียดและเป็นส่วนตัวครับ

ทำไมต้องที่ Beautystone สาขาฮับจอง

 

 

กระบวนการฟื้นตัวและสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

เนื่องจากการรับบริการแบบผสมผสานจะมีการสะสมพลังงานที่ผิวมากกว่าการทำเพียงหัตถการเดียว การสังเกตการฟื้นตัวของผิวหลังทำจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ แต่อาการส่วนใหญ่ด้านล่างนี้เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นชั่วคราวและจะค่อยๆ บรรเทาลงภายในไม่กี่วัน:

  • ความรู้สึกอุ่นร้อนและรอยแดงจางๆ — มักจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 วัน

  • อาการบวมเล็กน้อยตามบริเวณที่ทำ — อาจคงอยู่ได้ประมาณ 2-3 วันและจะค่อยๆ ยุบลงอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ความรู้สึกระบมตึงๆ ลึกๆ เมื่อกดโดน — เป็นปฏิกิริยาปกติของชั้นผิวลึกหลังได้รับการกระตุ้นพลังงาน

คลื่นอัลตราซาวด์จะปล่อยพลังงานความร้อนเพื่อสร้างจุดความร้อนขนาดเล็กชั่วคราว (TCP) ในชั้นผิวลึก และเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 14 ไปจนถึง 90 วันหลังทำ เหมือนดังคำอธิบายนี้ ทำให้ผลลัพธ์หลังทำไม่ได้ดูเปลี่ยนไปทันทีทันควัน แต่จะค่อยๆ เห็นความกระชับเข้ารูปเด่นชัดขึ้นในหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนหลังจากนั้น ดังนั้น หากยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ว้าวสุดๆ ในสัปดาห์แรก ก็สบายใจได้และไม่ต้องรีบร้อนกังวลใจไปนะครับ อย่างไรก็ตาม หากอาการบวมยังไม่ยุบลงหลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ หรือสัมผัสได้ถึงก้อนไตที่แข็งผิดปกติเฉพาะจุด หรือรู้สึกเจ็บปวดระบมมากขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อความปลอดภัยครับ และเนื่องจากบทความนี้เป็นการให้ข้อมูลในภาพรวม การประเมินความเหมาะสมและลำดับการรักษาที่ดีที่สุดควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงครับ

กระบวนการฟื้นตัวและสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. สามารถทำ Thermage และ Ulthera ร่วมกันในวันเดียวเลยได้ไหมคะ?

A. สามารถทำวันเดียวกันได้ครับ มีคนไข้หลายท่านเลือกทำแบบนี้เช่นกัน เพียงแต่เมื่อทำพร้อมกัน ผิวจะได้รับพลังงานกระตุ้นสะสมในครั้งเดียวค่อนข้างมาก ทำให้อาการบวมแดงหรืออาการระบมตึงใต้ผิวอาจจะเห็นได้ชัดกว่าการแยกทำ หากท่านมีตารางงานที่แน่นและอยากจำกัดวันพักฟื้น แนะนำให้จัดตารางในช่วงที่สามารถพักผ่อนหลังจากนั้นได้สัก 1-2 วัน หรือถ้าเป็นคนผิวแพ้ง่ายมากๆ ควรปรึกษากับคุณหมอเพื่อพิจารณาแบ่งการยิงและเว้นระยะเวลาจะดีที่สุดครับ

Q. ถ้าเลือกทำแค่อย่างเดียวก่อน ควรเริ่มทำตัวไหนก่อนดีครับ?

A. ไม่มีคำตอบตายตัวสำหรับทุกคนครับ ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวที่ท่านต้องการแก้ไขเป็นหลัก หากปัญหาหลักของท่านคือผิวหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด และต้องการยกแก้มที่ห้อย แนะนำให้เริ่มที่ Ulthera ก่อน แต่ถ้าปัญหาหลักคือผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวดูเหลว มีริ้วรอยเล็กๆ ทั่วใบหน้า และอยากให้ผิวแน่นฟูเรียบเนียนขึ้น แนะนำให้เลือกทำ Thermage ก่อนครับ การให้คุณหมดช่วยประเมินโครงหน้าและชั้นผิวจริงในห้องตรวจจะเป็นขั้นตอนที่แม่นยำที่สุดครับ

Q. ปกติแล้วการเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการนี้ควรเท่านานเท่าไหร่ครับ?

A. มีตั้งแต่การทำต่อเนื่องในวันเดียวกัน หรือเว้นระยะห่าง 2~4 สัปดาห์โดยรอให้ผลข้างเคียงและอาการระบมของหัตถการแรกหายสนิทก่อนแล้วค่อยทำตัวที่สอง นอกจากนี้ เนื่องจากการตอบสนองของคอลลาเจนใต้ผิวต้องใช้เวลา บางท่านอาจเว้นระยะยาวกว่านั้นเพื่อดูผลลัพธ์ของสิ่งแรกก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ คุณสามารถปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลเพื่อช่วยปรับสเกดิวล์ตามความเร็วในการฟื้นตัวของผิวและคิวส่วนตัวของคุณได้เลยครับ

Q. ถ้าทำคอมโบแบบนี้ จะเห็นผลลัพธ์เร็วขึ้นด้วยไหมคะ?

A. แทนที่จะมองว่าเห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น ขอแนะนำให้มองว่าเป็นการดูแลผิวที่ "ครอบคลุมทุกเลเยอร์ชั้นผิว" มากกว่าครับ เพราะกลไกหลักของทั้งสองหัตถการเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ตามธรรมชาติ ดังนั้นหลังทำจึงต้องอาศัยระยะเวลาค่อยเป็นค่อยไปในการเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์เต็มที่ในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ซึ่งความเร็วในการตอบสนองผิวของแต่ละคนจะต่างกันไป ไม่ต้องใจร้อนนะครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หลายคนคิดว่า Titanium Lifting ช่วยเรื่องยกกระชับความหยืดหยุ่นผิวอย่างเดียว แต่ทำไมถึงช่วยปรับกรอบหน้าลดไขมันแก้ม รวมถึงลดรอยแดงได้ด้วยนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหม

Titanium Lifting ใช้ 3 ความยาวคลื่น คลื่นยาวสุดถึงชั้นไขมันและหลอดเลือด จึงดูแลรูปหน้าและรอยแดงค่ะ

ความเข้าใจผิดที่ว่าทำ Titanium Lifting แล้วร่องแก้มจะหายวับไปทันที แล้วจริงๆ ร่องแก้มข้างจมูกจะเป็นอย่างไรกันแน่นะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าทำ Titanium Lifting แล้วร่องแก้มจะหายวับไปทันที แล้วจริงๆ ร่องแก้มข้างจมูกจะเป็นอย่างไรกันแน่นะ?

เรื่องราวเกี่ยวกับ Titanium Lifting ที่เขาว่ากันว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยข้างแก้มและข้างจมูกให้ดูดีขึ้นได้ด้วย เราได้รวบรวมข้อสงสัยต่างๆ มาเคลียร์ให้ฟังกันแบบชัดๆ ตั้งแต่เรื่องความเข้าใจผิดๆ เพราะชื่อของโปรแกรม ไปจนถึงเรื่องความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บและ downtime ค่ะ

หากกำลังกังวลเรื่องการยกกระชับใบหน้าในย่านยออีโด (Yeouido) มาเช็กเกณฑ์การเลือกตามเคสของคุณระหว่าง Ulthera vs Titanium กันก่อนดีกว่าค่ะ

ยกกระชับ

หากคุณกำลังกังวลเรื่องการยกกระชับผิวในย่านยออิโด (Yeouido) มาเช็กเกณฑ์การเลือกสำหรับแต่ละกรณีกันก่อนระหว่าง Ulthera vs Titanium

แม้ชื่อจะดูคล้ายกัน แต่ Ulthera ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (초음파) ส่วน Titanium จะเป็นเลเซอร์ค่ะ การเลือกสูตรที่เหมาะกับเราจะขึ้นอยู่กับว่าปัญหาความหย่อนคล้อยนั้นมาจากผิวชั้นลึก หรือเป็นเรื่องของเนื้อผิว (skin texture) ที่เริ่มเสื่อมสภาพก่อนค่ะ

Titanium lifting หลายคนอาจจะเข้าใจผิดจากชื่อว่าเป็นการร้อยไหม แต่จริงๆ แล้วหลักการทำงานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ

ยกกระชับ

Titanium Lifting ฟังดูเหมือนเป็นหัตถการร้อยไหมใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วหลักการทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ

Titanium lifting ที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นไหมละลายเพราะชื่อของมัน จริงๆ แล้วเป็นเครื่องเลเซอร์ที่ใช้คลื่นความถี่ถึง 3 ความยาวคลื่นด้วยกัน วันนี้เราได้รวบรวมหลักการทำงานทั่วทั้งใบหน้า และสิ่งที่คุณต้องเช็กก่อนทำมาฝากกันค่ะ

ช่วงที่สิวขึ้นบนใบหน้า สามารถทำเลเซอร์หรือโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ได้ไหมคะ?

ผิว

มีสิวอยู่ ทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งได้เลยไหม? จังหวะสำคัญที่ต้องรู้

มีสิวอักเสบอยู่แล้วอยากทำหัตถการ บทความนี้ช่วยแยกว่าทำได้เลย ทำได้บางส่วน หรือต้องรอจนสิวสงบก่อน

Sofwave และ Thermage ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ (초음파) และคลื่นวิทยุ (고주파) มีความแตกต่างกันอย่างไรคะ?

ยกกระชับ

Sofwave vs Thermage FLX ต่างกันยังไง? อัลตราซาวด์กับ RF ใครเหมาะกับใคร

เปรียบเทียบ Sofwave vs Thermage FLX อัลตราซาวด์และ RF คนละความลึก เลือกตัวไหนให้เหมาะกับสภาพผิวค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1