• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

อยากทำ Thermage กับ Ultherapy คู่กันเลยค่ะ ควรทำตัวไหนก่อนดีคะ และควรเว้นระยะห่างระหว่างสองโปรแกรมนี้เท่าไหร่ดี?

อยากทำ Thermage กับ Ultherapy คู่กันเลยค่ะ ควรทำตัวไหนก่อนดีคะ และควรเว้นระยะห่างระหว่างสองโปรแกรมนี้เท่าไหร่ดี?

อยากทำ Thermage กับ Ultherapy คู่กันเลยค่ะ ควรทำตัวไหนก่อนดีคะ และควรเว้นระยะห่างระหว่างสองโปรแกรมนี้เท่าไหร่ดี?

Thermage ที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (고주파) และ Ultherapy ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ (초음파) ทำงานกับผิวคนละชั้นกันค่ะ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงเกณฑ์ในการจัดลำดับและระยะห่างในการทำโปรแกรมควบคู่กัน รวมถึงการตอบสนองของผิวทั่วไปในช่วงพักฟื้นกันค่ะ

หลายคนที่ได้ยินชื่อ Thermage และ Ulthera มักจะคิดและพิจารณาปรึกษาหมอเพราะรู้สึกว่า "ถ้าทำคู่กันน่าจะดีกว่าหรือเปล่า" แต่พอเริ่มหาข้อมูลจริงๆ สิ่งที่ทำให้สับสนมากที่สุดก็คือ ควรเริ่มทำตัวไหนก่อนดี? ทำพร้อมกันในวันเดียวกันได้เลยไหม? หรือต้องเว้นระยะห่างกันกี่สัปดาห์?

ตอบแบบสั้นๆ ก็คือ ทั้งสองหัตถการนี้ทำงานกับชั้นผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อนำมาดีไซน์ร่วมกันจึงเป็นคู่ผสมที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกันได้ดีมากๆ ค่ะ แต่การจะทำทั้งหมดพร้อมกันในคราวเดียวกับการแบ่งคิวทำโดยเว้นระยะห่างและลำดับก่อนหลังที่เหมาะสม จะช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้ดีและให้ผลลัพธ์ที่เสถียรปลอดภัยกว่า บางท่านอาจเลือกทำต่อกันในวันเดียวกันเลย ขณะที่บางท่านเลือกที่จะเว้นระยะห่างกันไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งการทำความเข้าใจว่าทำไมถึงมีความแตกต่างนี้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกแผนการดูแลผิวที่เหมาะกับตัวเองตอนปรึกษาหมอได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ

> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone สาขาฮับจองค่ะ

เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะทราบถึง:

  • Thermage และ Ulthera ทำงานกับชั้นผิวชั้นไหนบ้าง

  • สามารถทำทั้งสองอย่างในวันเดียวกันได้ไหม หรือถ้าต้องเว้นระยะห่าง ควรเว้นนานแค่ไหน

  • ปัจจัยทั่วไปที่ใช้ในการพิจารณาเลือกว่าควรทำอะไรก่อนหลัง

  • วิธีแยกแยะระหว่างอาการตอบสนองปกติในช่วงพักฟื้นหลังทำหัตถการร่วมกับการส่งสัญญาณเตือนที่ต้องกลับไปพบแพทย์

 

เข้าใจความรู้สึกที่อยากทำทั้งสองอย่างพร้อมกันเป็นอย่างดีเลยค่ะ

เวลาที่รู้สึกว่าผิวเริ่มหย่อนคล้อย การทำหัตถการเพียงอย่างเดียวอาจรู้สึกไม่จุใจ การคิดถึงการทำสองอย่างควบคู่กันจึงเป็นเรื่องที่ธรรมชาติมากค่ะ Thermage จะใช้คลื่นวิทยุ (high frequency*) เพื่อส่งความร้อนไปกระตุ้นชั้นหนังแท้ให้คอลลาเจนหดตัว ส่วน Ulthera จะใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) ลงลึกไปทำงานในชั้นผิวที่ลึกกว่า เนื่องจากระดับความลึกในการทำงานไม่ซ้อนทับกันโดยตรง จึงทำให้เกิดความคาดหวังว่า "ถ้าทำคู่กันก็น่าจะดูแลผิวได้ครบทุกชั้น"

High frequency*: เป็นวิธีการปล่อยกระแสคลื่นวิทยุความถี่สูงลงสู่ผิวเพื่อทำให้ชั้นหนังแท้ร้อนขึ้นถึงอุณหภูมิระดับหนึ่ง ความร้อนนี้จะช่วยให้คอลลาเจนเกิดการหดตัว และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนในภายหลัง

ในความเป็นจริง เมื่อดูคำอธิบายที่ว่า คลื่นวิทยุความถี่สูงจะช่วยถนอมผิวชั้นนอก (epidermis) พร้อมกับให้ความร้อนแก่ชั้นหนังแท้ (dermis) เพื่อทำลายและหดคอลลาเจน จากนั้นคอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ สร้างขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก็จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าบริเวณที่ Thermage ทำงานและระยะเวลาที่ผิวต้องการเพื่อฟื้นตัวนั้นสัมพันธ์กันอย่างไร ดังนั้น แทนที่จะโหมทำทั้งสองหัตถการพร้อมกันในครั้งเดียว การวางแผนโดยพิจารณาจากวงจรการฟื้นตัวของแต่ละหัตถการจะดีที่สุดค่ะ

써마지가 닿는 진피층과 울쎄라가 닿는 더 깊은 층


둘 다 받고 싶은 마음, 충분히 이해돼요

 

Thermage และ Ulthera ทำงานกับชั้นผิวที่แตกต่างกัน

สิ่งที่จะช่วยเปรียบเทียบระหว่างสองหัตถการนี้ได้เข้าใจง่ายที่สุดก็คือ "ทำในผิวชั้นไหน และใช้พลังงานอะไร" Thermage จะใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงในการปล่อยความร้อนกระจายตัวเป็นวงกว้างในชั้นหนังแท้ทั้งหมด จึงช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของผิวชั้นนอก ตลอดจนริ้วรอยเล็กๆ และเนื้อสัมผัสของผิว ส่วน Ulthera จะใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบเจาะจงจุดเพื่อส่งพลังงานลงไปได้ลึกกว่า จึงเน้นไปที่การยกกระชับกรอบหน้าที่หย่อนคล้อย

ประเภท

Thermage (คลื่นวิทยุความถี่สูง)

Ulthera (คลื่นเสียงความถี่สูง)

ชั้นผิวหลักที่ทำงาน

ชั้นหนังแท้โดยรวม (Dermis)

ลึกลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนบน (SMAS)

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

ความยืดหยุ่นของผิว・ริ้วรอยเล็กๆ

ยกกระชับกรอบหน้าที่หย่อนคล้อย

ความรู้สึกระหว่างทำ

เน้นไปที่ความรู้สึกอุ่นๆ ร้อนๆ

รู้สึกจี๊ดๆ ลึกๆ ใต้ชั้นผิว

แนวโน้มอาการบวม

ค่อนข้างน้อย

บวมตามบริเวณที่ทำประมาณ 2-3 วัน

เมื่อดูแบบนี้แล้ว ทั้งสองหัตถการไม่ใช่คู่แข่งกันเลยค่ะ แต่เป็นคู่ผสมผสานที่คอยดูแลผิวคนละชั้นกันซะมากกว่า ดังนั้น แทนที่จะถามว่า "ระหว่างสองตัวนี้อันไหนดีกว่ากัน" การเริ่มต้นจากคำถามที่ว่า "ผิวของเราในตอนนี้กังวลเรื่องในชั้นผิวไหนมากกว่ากัน" จะช่วยจัดลำดับขั้นตอนการรักษาได้ดีที่สุดค่ะ หากกังวลเรื่องความแน่นและความยืดหยุ่นของผิวชั้นนอกเป็นหลัก ก็จะเน้นน้ำหนักไปที่ Thermage แต่หากกังวลเรื่องกรอบหน้าหย่อนคล้อยเป็นหลัก ก็จะให้ความสำคัญกับ Ulthera เป็นจุดเริ่มต้นค่ะ


써마지와 울쎄라, 작용하는 층이 달라요

 

การจัดลำดับและเว้นระยะห่างทำอย่างไร

คำถามยอดฮิตสำหรับการวางแผนทำเคสจัดเต็มแบบผสมผสานก็คือเรื่องลำดับขั้นและระยะห่างค่ะ จริงๆ แล้วไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่จะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคลและเวลาในการพักฟื้นที่คุณสะดวก โดยทั่วไปมักจะพิจารณาตามแนวทางดังนี้ค่ะ

  • ทำต่อเนื่องกันในวันเดียว — เหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผิวได้รับพลังงานสะสมค่อนข้างมากในวันเดียวกัน อาการตอบสนองหลังทำและการฟื้นตัวก็อาจจะชัดเจนขึ้นเช่นกันค่ะ

  • เว้นระยะห่าง 2~4 สัปดาห์ — เป็นวิธีที่รอดูการฟื้นตัวของข้างหนึ่งก่อน แล้วค่อยทำอีกหนึ่งตัวเติมเข้าไป วิธีนี้ดีตรงที่สามารถปรับเปลี่ยนตามการตอบสนองของผิวได้ง่ายค่ะ

  • เว้นระยะห่างยาวนานกว่านั้น — ในกรณีที่อยากรอให้ผลลัพธ์การสร้างคอลลาเจนใหม่แสดงผลอย่างเต็มที่ก่อน แล้วค่อยประเมินเพื่อทำหัตถการถัดไป

ยิ่งเป็นหัตถการที่ทำงานในชั้นผิวที่ลึกเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็อาจจะไม่ขึ้นชัดเจนทันที แต่จะค่อยๆ เห็นผลชัดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หากลองจินตนาการถึงพัฒนาการที่ค่อยๆ สะสมไปทีละวัน จะเห็นภาพแนวโน้มประมาณนี้เลยค่ะ

복합 시술 후 콜라겐 차오름 흐름(개인차)


순서와 간격은 이렇게 잡아요

 

เหตุผลที่ต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ก่อนที่เราจะแนะนำคอร์สการดูแลรักษาแบบผสมผสาน เราจะช่วยประเมินผิวร่วมกับคุณก่อนว่า ปัญหาผิวของคุณเกิดจากชั้นผิวไหนเป็นพิเศษ จำเป็นต้องทำทั้ง Thermage และ Ulthera จริงๆ ไหม หรือทำแค่ตัวเดียวก็เพียงพอแล้ว รวมถึงการช่วยปรับลำดับขั้นตอนและระยะห่างให้เข้ากับอัตราการฟื้นตัวของผิวคุณโดยเฉพาะ และด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดอบอุ่นใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เราจึงสามารถติดตามผลลัพธ์ของลูกค้าแต่ละท่านอย่างใกล้ชิดและคอยปรับเวลาสำหรับหัตถการถัดไปร่วมกันอย่างละเอียดได้ค่ะ


왜 합정 뷰티스톤일까요

 

ระยะเวลาการฟื้นฟูผิวและสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

หลังจากการทำหัตถการร่วมกัน เนื่องจากผิวได้รับการกระตุ้นในระดับที่มากกว่าการทำเดี่ยวๆ จึงควรสังเกตอาการพักฟื้นของผิวอย่างใส่ใจขึ้นอีกนิดค่ะ โดยอาการส่วนใหญ่มักจะเป็นผลข้างเคียงชั่วคราวที่จะค่อยๆ บรรเทาลงภายในไม่กี่วัน

  • รู้สึกอุ่นร้อนใต้ผิวและมีรอยแดงระเรื่อ — ปกติจะคงอยู่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงประมาณ 1 วันค่ะ

  • อาการบวมเล็กน้อยตามเนื้อผิว — อาจเกิดขึ้นได้ 2-3 วันและจะค่อยๆ ยุบลงเองค่ะ

  • รู้สึกตึงๆ หรือเจ็บแปลบๆ เบาๆ เมื่อกดสัมผัส — เป็นอาการตอบสนองปกติจากการกระตุ้นเนื้อเยื่อในชั้นผิวลึก

มีอธิบายไว้ว่า พลังงานอัลตราซาวนด์จะสร้างจุดความร้อนเล็กๆ (Thermal Coagulation Points) ในชั้นผิวที่ลึก และกระตุ้นให้เกิดการฟื้นฟูเสริมสร้างคอลลาเจนขึ้นมาในระยะเวลา 14 ถึง 90 วัน ดังนั้น ผลลัพธ์จะไม่ได้เห็นชัดเจนในทันทีหลังทำ แต่จะค่อยๆ ปรากฏและเข้าที่ในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนค่ะ ดังนั้น หากไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ภายในสัปดาห์แรกก็ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ อย่างไรก็ตาม หากอาการบวมไม่ยุบลงเลยหลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ หรือสัมผัสได้ถึงก้อนไตที่แข็งผิดปกติเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง หรือรู้สึกระบมและเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลชิ้นงานเพื่อความปลอดภัยจะดีที่สุดค่ะ เนื่องจากบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปอย่างกว้างๆ การจะพิจารณาว่าสภาพผิวของคุณเหมาะกับคอร์สคอมโบนี้หรือไม่ ตลอดจนการเรียงลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง แนะนำให้เข้ามาปรึกษาร่วมกับทีมแพทย์ผู้วินิจฉัยโดยตรงจะดีที่สุดค่ะ


회복 흐름과 다시 봐야 할 신호

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. สามารถทำ Thermage และ Ulthera ในวันเดียวกันได้เลยไหมคะ?

A. มีลูกค้าหลายท่านที่ทำต่อเนื่องกันในวันเดียวเลยค่ะ แต่เนื่องจากการทำพร้อมกันจะทำให้ผิวได้รับพลังงานและความร้อนสะสมพร้อมๆ กัน อาการตอบสนองตอนฟื้นตัว เช่น อาการบวมและร้อนผิวก็อาจจะเห็นได้ชัดเจนขึ้น หากคุณมีตารางงานที่อัดแน่นหลังทำ แนะนำให้เลือกทำในช่วงที่มีเวลาพักฟื้นได้สักสองสามวัน หรือหากเป็นคนผิวบอบบางแพ้ง่าย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาแบ่งทำโดยเว้นระยะห่างจะดีกว่าค่ะ

Q. ถ้าต้องการทำทีละอย่าง ควรเริ่มต้นจากตัวไหนก่อนดีคะ?

A. ไม่มีคำตอบที่ตายตัวค่ะ แต่จะขึ้นอยู่กับว่าปัญหาของคุณอยู่ในชั้นผิวไหนเป็นหลัก หากกังวลเรื่องริ้วร้อยตื้นๆ คุณภาพของผิว และความแน่นยืดหยุ่นภายนอก ควรเริ่มต้นให้ความสำคัญกับ Thermage ก่อน แต่หากคุณกังวลเรื่องเหนียง คอ หรือกรอบหน้าหย่อนคล้อยที่อยากลิฟต์ยกขึ้นชัดเจน ควรเน้นไปที่ Ulthera ก่อนเป็นหลักค่ะ การให้แพทย์ตรวจประเมินสภาพผิวจริงตอนปรึกษาจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

Q. ปกติแล้วการเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการนี้ควรห่างกันนานแค่ไหนคะ?

A. สามารถเลือกทำต่อกันในวันเดียวเลยก็ได้ หรือจะรอดูการฟื้นตัวของผิวจากหัตถการแรกก่อนแล้วค่อยทำตัวที่สองต่อในอีก 2~4 สัปดาห์ถัดไป สำหรับหัตถการชั้นลึกที่ต้องอาศัยระยะเวลาในการรอให้คอลลาเจนฟื้นฟูตัวขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ บางท่านจึงเลือกเว้นระยะห่างที่ยาวนานกว่านั้น ทั้งนี้คุณสามารถปรึกษากับแพทย์เพื่อปรับแต่งให้เข้ากับความเร็วในการฟื้นตัวของผิวและตารางใช้ชีวิตของตัวคุณเองได้เลยค่ะ

Q. หากทำคู่กันแบบผสมผสาน ผลลัพธ์จะเห็นได้เร็วกว่าเดิมไหมคะ?

A. ควรรีเซ็ตความเข้าใจว่าไม่ได้เห็นผล "เร็วขึ้น" แต่เป็นการทำงานที่ครอบคลุม "หลายชั้นผิวมากขึ้น" จะถูกต้องกว่าค่ะ เนื่องจากทั้งสองหัตถการอาศัยกระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกาย ผลลัพธ์จึงไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นได้ทันทีหลังทำเสร็จ แต่จะค่อยๆ ทำงานและส่งผลชัดเจนขึ้นในอีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนถัดมา เนื่องจากผลลัพธ์และการฟื้นตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน การไม่ใจร้อนและค่อยๆ สังเกตไปตามเวลาจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

อยากทำ Thermage กับ Ultherapy ควบคู่กันเลยค่ะ ควรทำตัวไหนก่อนดีคะ? แล้วต้องเว้นระยะห่างกันนานแค่ไหน?

ยกกระชับ

อยากทำ Thermage กับ Ultherapy คู่กันเลยค่ะ ควรทำตัวไหนก่อนดีคะ และควรเว้นระยะห่างระหว่างสองโปรแกรมนี้เท่าไหร่ดี?

Thermage ที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (고주파) และ Ultherapy ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ (초음파) ทำงานกับผิวคนละชั้นกันค่ะ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงเกณฑ์ในการจัดลำดับและระยะห่างในการทำโปรแกรมควบคู่กัน รวมถึงการตอบสนองของผิวทั่วไปในช่วงพักฟื้นกันค่ะ

เราสามารถใช้ 토너 패ด (Toner pad) ทุกวันได้เลยไหมคะ หรือว่าจะดีกว่าถ้าใช้วันเว้นวันดี?

ผิว

ใช้ โทนเนอร์แพด (toner pad) ทุกวันได้ไหมคะ หรือว่าควรใช้แบบวันเว้นวันดีกว่ากัน?

หากสงสัยว่าการใช้ 토너 패드 (toner pad) ทุกวันเป็นเรื่องที่โอเคไหม แนะนำให้ลองอ่านบทความนี้เลยค่ะ เราสรุปเกณฑ์ในการเลือกความถี่ตามประเภทของโทนเนอร์แพดและสภาพผิว พร้อมสัญญาณเตือนเมื่อผิวเริ่มระคายเคืองจากการใช้บ่อยเกินไปมาให้แล้ว

หลังจากฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ว จะสามารถนั่งหรือกลับไปออกกำลังกายได้ตั้งแต่ตอนไหนคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

หลังจากฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ว จะสามารถนั่งหรือกลับไปออกกำลังกายได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

หากคุณสงสัยว่าหลังจากฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วจะสามารถนั่งและกลับมาออกกำลังกายได้ตอนไหน ลองอ่านบทความนี้ที่ได้รวบรวมข้อควรระวังทันทีหลังทำ ขั้นตอนการฟื้นตัวของแต่ละกิจกรรม และสัญญาณเตือนที่ต้องระวังไว้ได้เลยค่ะ

ปกติแล้วแนะนำให้ทำ Secret RF ประมาณกี่ครั้งคะ? และควรเว้นระยะห่างระหว่างการทำแต่ละครั้งนานเท่าไหร่ดี?

ผิว

ปกติแล้วควรทำ Secret RF ประมาณกี่ครั้ง และควรเว้นระยะห่างระหว่างการทำซ้ำนานแค่ไหนดีคะ?

หากสงสัยเกี่ยวกับจำนวนครั้งและระยะเวลาในการทำ Secret RF แนะนำให้อ่านบทความนี้เลยค่ะ เราได้รวบรวมเหตุผลที่ต้องทำแบ่งทำหลายครั้ง จำนวนครั้งที่แนะนำตามแต่ละวัตถุประสงค์ และเกณฑ์การเว้นระยะห่างประมาณ 4 สัปดาห์เอาไว้ให้แล้ว

หลังจากลบรอยสักด้วย Picoway แล้ว ต้องดูแลแผลอย่างไรบ้าง และปกติใช้เวลาในการฟื้นฟูนานแค่ไหนคะ?

ลบรอยสัก

หลังจากลบสีสักด้วย Picoway แล้ว ควรดูแลรักษาแผลอย่างไร และปกติแล้วจะใช้เวลาในการฟื้นฟูผิวนานแค่ไหนคะ?

หากคุณสงสัยเกี่ยวกับวิธีดูแลตัวเองและระยะเวลาพักฟื้นหลังทำ PicoWay ลบรอยสัก ลองอ่านบทความนี้ที่รวบรวมวิธีดูแลแผลตกสะเก็ดและรอยแดงหลังทำทันที รวมถึงขั้นตอนการฟื้นฟูผิว และสัญญาณเตือนที่ต้องระวังไว้ให้แล้วค่ะ

อยากลดโหนกแก้มใช่ไหม? ขั้นแรกต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าปัญหาเกิดจาก 'กระดูก' หรือไม่

โครงหน้า&วอลลุ่ม

อยากลดโหนกแก้ม? ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนนะคะว่าเป็นที่ 'กระดูก' หรือเปล่า

ก่อนที่จะลดโหนกแก้ม ต้องเช็กก่อนนะคะว่าเป็น 'ประเภทกระดูก' หรือเปล่า เพราะถ้าสาเหตุเกิดจากความหย่อนคล้อยหรือไขมัน เราสามารถปรับรูปหน้าให้อ่อนละมุนขึ้นได้ด้วยการทำ lifting และการปรับสมดุลค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1