การทำทรีตเมนต์ด้วย Monopolar RF จะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ และนี่คือสรุปการเปลี่ยนแปลงที่จะสังเกตเห็นได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 1, สัปดาห์ที่ 2, 1 เดือน และ 3 เดือนค่ะ
หลังจากทำ Oligio X ไปได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ บางทีอาจจะมีช่วงที่รู้สึกเสียดายขึ้นมาวับหนึ่งว่า "เอ๊ะ ทำไมดูไม่ค่อยเปลี่ยนไปเลยนะ" แต่ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยค่ะว่า เครื่องกลุ่ม Monopolar RF นั้น ผลลัพธ์จะไม่ได้เห็นทันทีหลังทำเสร็จนะคะ แต่จะค่อยๆ เห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่ช่วงที่การสร้างคอลลาเจนเริ่มสุกงอมเต็มที่ ซึ่งช่วงหนึ่งเดือนแรกนั้นถือว่าเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นเองค่ะ
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone Clinic ค่ะ
วันรุ่งขึ้นหลังทำ — ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลลัพธ์นะคะ
การทำเครื่องกลุ่ม Monopolar RF อย่าง Oligio X นั้น เป็นวิธีการส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน แม้ว่าจะมีผลลัพธ์แบบทันที (การหดตัวกระชับขึ้นเล็กน้อยทันทีหลังทำ) แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะเริ่มมาหลังจากนั้นหลายสัปดาห์ค่ะ แม้แต่ในหมวดหมู่อุปกรณ์ยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัดของ AAD ก็ยังอธิบายถึงเครื่องกลุ่ม RF ไว้ว่าเป็น "หมวดหมู่ที่ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อเวลาผ่านไป"
ทันทีหลังทำ ~ วันที่ 1 — ผิวอาจจะรู้สึกร้อนๆ และแดงขึ้นเล็กน้อย มีความรู้สึกตึงกระชับขึ้นทันทีนิดหน่อย
วันที่ 2~3 — รอยแดงและอาการบวมส่วนใหญ่จะยุบลง สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
สัปดาห์ที่ 1 — ส่องกระจกแล้วอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ถ้าประเมินช่วงนี้รับรองว่าผิดหวัง 100% แน่นอนค่ะ
ในช่วงนี้เป็นเพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนยังไม่ได้เริ่มทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นการที่ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องปกติค่ะ อย่าเพิ่งใจร้อนรีบตัดสินนะคะ รออีกนิดผลลัพธ์จะออกน่าพึงพอใจกว่าแน่นอนค่ะ

สัปดาห์ที่ 2 ~ 4 — เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงทีละนิดแล้วค่ะ
ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป การสังเคราะห์คอลลาเจนจะเริ่มทำงานอย่างกระฉับกระเฉง แม้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่เห็นในกระจกจะดูเล็กน้อย แต่ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนค่ะ:
ระยะเวลา | ความเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ |
|---|---|
2 สัปดาห์ | รู้สึกว่าเนื้อผิวเรียบเนียนขึ้นเล็กน้อย แต่งหน้าติดง่ายขึ้นนิดหน่อย |
3 สัปดาห์ | กรอบหน้าดูชัดเจนขึ้นอีกระดับ สังเกตได้จากรูปถ่ายมุมข้าง |
4 สัปดาห์ | ความยืดหยุ่นของผิวมีความแตกต่างอย่างชัดเจน สัมผัสด้วยมือก็รู้สึกได้ |
เปรียบเทียบรูป 4 สัปดาห์ | เมื่อเทียบกับรูปหน้าตรงก่อนทำ จะเห็นว่าไลน์ความหย่อนคล้อยดูละมุนและเรียบเนียนขึ้น |
ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเห็นได้ทันทีจากการส่องกระจกเพียงแวบเดียว แต่จะเห็นได้ชัดเจนน้องเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับรูปก่อนทำค่ะ ดังนั้น แนะนำให้ถ่ายรูปหน้าตรงและมุมข้างเก็บไว้ก่อนทำเสมอนะคะ จะช่วยให้ประเมินผลลัพธ์ได้แม่นยำขึ้นมากเลยค่ะ

3 เดือน — ช่วงเวลาที่เห็นผลลัพธ์สูงสุด (Peak Effect) ค่ะ
ช่วงที่คอลลาเจนจะฟูเต็มที่ที่สุดมักจะเป็นช่วง 3~6 เดือนหลังทำค่ะ ช่วงเวลานี้แหละค่ะคือช่วงที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุดในการประเมินผลลัพธ์ที่แท้จริง:
หัวข้อ | คำอธิบาย |
|---|---|
การสะสมของคอลลาเจนที่สร้างใหม่ | ความหนาและความยืดหยุ่นของชั้นหนังแท้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุด |
กรอบหน้าเรียบเข้ารูป | กรอบหน้า V-line และแนวกรามดูคมชัดที่สุด โดยเฉพาะรูปมุมข้าง |
โทนผิว | เนื้อผิวและโทนผิวมีความเสถียร สังเกตได้ชัดจากการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันที่ติดทนและเนียนขึ้น |
ความพึงพอใจ | เป็นช่วงที่เมื่อนำรูปไปเปรียบเทียบกับก่อนทำแล้วจะเห็นความแตกต่างมากที่สุด |
หากเข้าสู่วัยนี้แล้วยังแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย การเข้าไปปรึกษากับทีมแพทย์เพื่อตรวจสอบจำนวนช็อต พลังงานที่ใช้ หรือสภาพร่างกายเฉพาะบุคคลอีกครั้ง ถือเป็นขั้นตอนที่ควรทำอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

สิ่งที่ควรตรวจสอบ หากครบหนึ่งเดือนแล้วยังรู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจ
ถ้าผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วรู้สึกว่า "ไม่ค่อยเปลี่ยนเลยนะ" ลองเช็กหัวข้อเหล่านี้ดูไปด้วยกันนะคะ
หัวข้อ | คำอธิบาย |
|---|---|
เปรียบเทียบกับรูปถ่ายหน้าตรง/มุมข้างก่อนทำ | ส่องกระจกเฉยๆ อาจจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ได้ไม่ชัดเจน |
อัตราความเสื่อมตามวัยเฉพาะบุคคล | กลุ่มวัย 30 ปลายๆ ถึงช่วงอายุ 40 มักจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนและมีมิติที่กว้างกว่า |
การเผชิญแสงแดดและการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก | มีผลกระทบอย่างมากต่อการประเมินผลลัพธ์ |
การนอนหลับ พฤติกรรมการกิน และการออกกำลังกาย | ส่งผลโดยตรงต่อสภาพแวดล้อมในการสังเคราะห์คอลลาเจนของร่างกาย |
กรณีที่ควรรีบปรึกษาทีมแพทย์ทันที:
มีอาการแดงหรือบวมนานเกิน 1 สัปดาห์ขึ้นไป
มีอาการปวดหรือรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณที่ทำหัตถการ
สีผิวเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเกิดรอยคล้ายจุดด่างดำ
เมื่อเทียบกับรูปก่อนทำแล้ว ผ่านไป 1 เดือนยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย
หากตรงกับอาการข้างต้น อาจจำเป็นต้องมีการวางแผนทำหัตถการเพิ่มเติมหรือปรับช่วงเวลาในการทำทรีตเมนต์เสริมค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. เพิ่งทำไปได้แค่เดือนเดียว สามารถทำซ้ำอีกได้ไหมคะ?
A. โดยปกติแล้วไม่แนะนำค่ะ เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนยังคงดำเนินอยู่ หากใส่พลังงานกระตุ้นซ้ำลงไปอีกในตอนนี้ จะเป็นการเพิ่มภาระและทำให้อ่อนล้าให้กับผิวโดยใช่เหตุ โดยทั่วไป แนะนำให้รอประมาณ 3~6 เดือนเพื่อประเมินผลลัพธ์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำเพิ่มดีไหม จะปลอดภัยที่สุดค่ะ
Q. สามารถทำร่วมกับ Shurink หรือ Ulthera ในช่วงเวลาเดียวกันได้ไหมคะ?
A. เนื่องจากหลักการทำงาน (RF กับ Ultrasound) และความลึกของชั้นผิวที่ส่งพลังงานนั้นแตกต่างกัน ในบางกรณีจึงสามารถทำร่วมกันได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม การทำทั้งสองตัวพร้อมกันในวันเดียวกันอาจจะหนักเกินไปสำหรับผิว โดยทั่วไปการเว้นระยะห่างประมาณ 4~6 สัปดาห์ แล้วให้แพทย์เป็นผู้ประเมินความเหมาะสมจะเป็นแนวทางที่ธรรมชาติและปลอดภัยที่สุดค่ะ
Q. ทำครั้งเดียว ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A. ถึงแม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่คนไข้ส่วนใหญ่ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 12~18 เดือนเลยค่ะ ซึ่งจะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับอัตราความเสื่อมตามวัย การโดนแดด การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันด้วยนะคะ เมื่อเริ่มรู้สึกว่าเอฟเฟกต์เริ่มลดลงแล้ว ค่อยกลับมาพิจารณาทำซ้ำเพื่อเมนเทนผิวต่อได้เลยค่ะ
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเบื้องต้นนะคะ สำหรับการประเมินผลลัพธ์และช่วงเวลาที่ควรทำเพิ่มเฉพาะบุคคล แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจดูแลผิวให้โดยตรงจะดีที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ
ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

ยกกระชับ
อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?
ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

ร่างกาย
อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ
การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ผิว
ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ
ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

ผิว
Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — แบบไหนที่เหมาะกับคุณ และใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต
Thermage FLX shot — เปรียบเทียบความต่างระหว่างคนที่ทำ 300 shot แล้วเพียงพอ กับคนที่จำเป็นต้องทำ 600 shot โดยวิเคราะห์ตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณของคุณค่ะ

ยกกระชับ
Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน
เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด




![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
