ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

หลังทำ Oligio X ได้ 1 เดือน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เมื่อไหร่และเป็นอย่างไรคะและเป็นอย่างไรบ้าง

หลังทำ Oligio X ได้ 1 เดือน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เมื่อไหร่และเป็นอย่างไรคะและเป็นอย่างไรบ้าง

หลังทำ Oligio X ได้ 1 เดือน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เมื่อไหร่และเป็นอย่างไรคะและเป็นอย่างไรบ้าง

การทำทรีตเมนต์ด้วย Monopolar RF จะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ และนี่คือสรุปการเปลี่ยนแปลงที่จะสังเกตเห็นได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 1, สัปดาห์ที่ 2, 1 เดือน และ 3 เดือนค่ะ

หลังจากทำ Oligio X ไปได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ บางทีอาจจะมีช่วงที่รู้สึกเสียดายขึ้นมาวับหนึ่งว่า "เอ๊ะ ทำไมดูไม่ค่อยเปลี่ยนไปเลยนะ" แต่ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยค่ะว่า เครื่องกลุ่ม Monopolar RF นั้น ผลลัพธ์จะไม่ได้เห็นทันทีหลังทำเสร็จนะคะ แต่จะค่อยๆ เห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่ช่วงที่การสร้างคอลลาเจนเริ่มสุกงอมเต็มที่ ซึ่งช่วงหนึ่งเดือนแรกนั้นถือว่าเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นเองค่ะ

บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone Clinic ค่ะ

 

วันรุ่งขึ้นหลังทำ — ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลลัพธ์นะคะ

การทำเครื่องกลุ่ม Monopolar RF อย่าง Oligio X นั้น เป็นวิธีการส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน แม้ว่าจะมีผลลัพธ์แบบทันที (การหดตัวกระชับขึ้นเล็กน้อยทันทีหลังทำ) แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะเริ่มมาหลังจากนั้นหลายสัปดาห์ค่ะ แม้แต่ในหมวดหมู่อุปกรณ์ยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัดของ AAD ก็ยังอธิบายถึงเครื่องกลุ่ม RF ไว้ว่าเป็น "หมวดหมู่ที่ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อเวลาผ่านไป"

  • ทันทีหลังทำ ~ วันที่ 1 — ผิวอาจจะรู้สึกร้อนๆ และแดงขึ้นเล็กน้อย มีความรู้สึกตึงกระชับขึ้นทันทีนิดหน่อย

  • วันที่ 2~3 — รอยแดงและอาการบวมส่วนใหญ่จะยุบลง สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

  • สัปดาห์ที่ 1 — ส่องกระจกแล้วอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ถ้าประเมินช่วงนี้รับรองว่าผิดหวัง 100% แน่นอนค่ะ

ในช่วงนี้เป็นเพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนยังไม่ได้เริ่มทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นการที่ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องปกติค่ะ อย่าเพิ่งใจร้อนรีบตัดสินนะคะ รออีกนิดผลลัพธ์จะออกน่าพึงพอใจกว่าแน่นอนค่ะ

시술 다음 날 — 변화 평가는 아직 일러요

 

 

สัปดาห์ที่ 2 ~ 4 — เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงทีละนิดแล้วค่ะ

ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป การสังเคราะห์คอลลาเจนจะเริ่มทำงานอย่างกระฉับกระเฉง แม้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่เห็นในกระจกจะดูเล็กน้อย แต่ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนค่ะ:

ระยะเวลา

ความเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้

2 สัปดาห์

รู้สึกว่าเนื้อผิวเรียบเนียนขึ้นเล็กน้อย แต่งหน้าติดง่ายขึ้นนิดหน่อย

3 สัปดาห์

กรอบหน้าดูชัดเจนขึ้นอีกระดับ สังเกตได้จากรูปถ่ายมุมข้าง

4 สัปดาห์

ความยืดหยุ่นของผิวมีความแตกต่างอย่างชัดเจน สัมผัสด้วยมือก็รู้สึกได้

เปรียบเทียบรูป 4 สัปดาห์

เมื่อเทียบกับรูปหน้าตรงก่อนทำ จะเห็นว่าไลน์ความหย่อนคล้อยดูละมุนและเรียบเนียนขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเห็นได้ทันทีจากการส่องกระจกเพียงแวบเดียว แต่จะเห็นได้ชัดเจนน้องเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับรูปก่อนทำค่ะ ดังนั้น แนะนำให้ถ่ายรูปหน้าตรงและมุมข้างเก็บไว้ก่อนทำเสมอนะคะ จะช่วยให้ประเมินผลลัพธ์ได้แม่นยำขึ้นมากเลยค่ะ

2주 ~ 4주 — 변화가 천천히 보이기 시작해요

 

 

3 เดือน — ช่วงเวลาที่เห็นผลลัพธ์สูงสุด (Peak Effect) ค่ะ

ช่วงที่คอลลาเจนจะฟูเต็มที่ที่สุดมักจะเป็นช่วง 3~6 เดือนหลังทำค่ะ ช่วงเวลานี้แหละค่ะคือช่วงที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุดในการประเมินผลลัพธ์ที่แท้จริง:

หัวข้อ

คำอธิบาย

การสะสมของคอลลาเจนที่สร้างใหม่

ความหนาและความยืดหยุ่นของชั้นหนังแท้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุด

กรอบหน้าเรียบเข้ารูป

กรอบหน้า V-line และแนวกรามดูคมชัดที่สุด โดยเฉพาะรูปมุมข้าง

โทนผิว

เนื้อผิวและโทนผิวมีความเสถียร สังเกตได้ชัดจากการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันที่ติดทนและเนียนขึ้น

ความพึงพอใจ

เป็นช่วงที่เมื่อนำรูปไปเปรียบเทียบกับก่อนทำแล้วจะเห็นความแตกต่างมากที่สุด

หากเข้าสู่วัยนี้แล้วยังแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย การเข้าไปปรึกษากับทีมแพทย์เพื่อตรวจสอบจำนวนช็อต พลังงานที่ใช้ หรือสภาพร่างกายเฉพาะบุคคลอีกครั้ง ถือเป็นขั้นตอนที่ควรทำอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

3개월 — peak 효과 시점이에요

 

 

สิ่งที่ควรตรวจสอบ หากครบหนึ่งเดือนแล้วยังรู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจ

ถ้าผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วรู้สึกว่า "ไม่ค่อยเปลี่ยนเลยนะ" ลองเช็กหัวข้อเหล่านี้ดูไปด้วยกันนะคะ

หัวข้อ

คำอธิบาย

เปรียบเทียบกับรูปถ่ายหน้าตรง/มุมข้างก่อนทำ

ส่องกระจกเฉยๆ อาจจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ได้ไม่ชัดเจน

อัตราความเสื่อมตามวัยเฉพาะบุคคล

กลุ่มวัย 30 ปลายๆ ถึงช่วงอายุ 40 มักจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนและมีมิติที่กว้างกว่า

การเผชิญแสงแดดและการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก

มีผลกระทบอย่างมากต่อการประเมินผลลัพธ์

การนอนหลับ พฤติกรรมการกิน และการออกกำลังกาย

ส่งผลโดยตรงต่อสภาพแวดล้อมในการสังเคราะห์คอลลาเจนของร่างกาย

กรณีที่ควรรีบปรึกษาทีมแพทย์ทันที:

  • มีอาการแดงหรือบวมนานเกิน 1 สัปดาห์ขึ้นไป

  • มีอาการปวดหรือรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณที่ทำหัตถการ

  • สีผิวเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเกิดรอยคล้ายจุดด่างดำ

  • เมื่อเทียบกับรูปก่อนทำแล้ว ผ่านไป 1 เดือนยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย

หากตรงกับอาการข้างต้น อาจจำเป็นต้องมีการวางแผนทำหัตถการเพิ่มเติมหรือปรับช่วงเวลาในการทำทรีตเมนต์เสริมค่ะ

한 달째에 만족도가 낮다면 점검할 것들

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. เพิ่งทำไปได้แค่เดือนเดียว สามารถทำซ้ำอีกได้ไหมคะ?

A. โดยปกติแล้วไม่แนะนำค่ะ เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนยังคงดำเนินอยู่ หากใส่พลังงานกระตุ้นซ้ำลงไปอีกในตอนนี้ จะเป็นการเพิ่มภาระและทำให้อ่อนล้าให้กับผิวโดยใช่เหตุ โดยทั่วไป แนะนำให้รอประมาณ 3~6 เดือนเพื่อประเมินผลลัพธ์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำเพิ่มดีไหม จะปลอดภัยที่สุดค่ะ

Q. สามารถทำร่วมกับ Shurink หรือ Ulthera ในช่วงเวลาเดียวกันได้ไหมคะ?

A. เนื่องจากหลักการทำงาน (RF กับ Ultrasound) และความลึกของชั้นผิวที่ส่งพลังงานนั้นแตกต่างกัน ในบางกรณีจึงสามารถทำร่วมกันได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม การทำทั้งสองตัวพร้อมกันในวันเดียวกันอาจจะหนักเกินไปสำหรับผิว โดยทั่วไปการเว้นระยะห่างประมาณ 4~6 สัปดาห์ แล้วให้แพทย์เป็นผู้ประเมินความเหมาะสมจะเป็นแนวทางที่ธรรมชาติและปลอดภัยที่สุดค่ะ

Q. ทำครั้งเดียว ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

A. ถึงแม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่คนไข้ส่วนใหญ่ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 12~18 เดือนเลยค่ะ ซึ่งจะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับอัตราความเสื่อมตามวัย การโดนแดด การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันด้วยนะคะ เมื่อเริ่มรู้สึกว่าเอฟเฟกต์เริ่มลดลงแล้ว ค่อยกลับมาพิจารณาทำซ้ำเพื่อเมนเทนผิวต่อได้เลยค่ะ

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเบื้องต้นนะคะ สำหรับการประเมินผลลัพธ์และช่วงเวลาที่ควรทำเพิ่มเฉพาะบุคคล แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจดูแลผิวให้โดยตรงจะดีที่สุดค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หากอยากเติมเต็มโหนกแก้มหรือขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

อยู่ๆ ใบหน้าก็ดูตอบเป็นรูปถั่วลิสง (땅콩형)? มีสาเหตุจากอะไร?

ยกกระชับ

อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?

ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

ร่างกาย

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ถ้าสีรอยคล้ำใต้ตา (dark circles) เปลี่ยนไปในหนึ่งวัน วิธีการทำโปรแกรมดูแลผิวที่ต้องเลือกก็จะต่างกันออกไปด้วยนะคะ

ผิว

ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ

ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — ใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

ผิว

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — แบบไหนที่เหมาะกับคุณ และใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

Thermage FLX shot — เปรียบเทียบความต่างระหว่างคนที่ทำ 300 shot แล้วเพียงพอ กับคนที่จำเป็นต้องทำ 600 shot โดยวิเคราะห์ตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณของคุณค่ะ

Onda vs InMode — 가이드 เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ? เปรียบเทียบสองนวัตกรรมยกกระชับที่แตกต่างกันตั้งแต่กลไกการทำงาน

ยกกระชับ

Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน

เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1